วัณพิทักษ์มนต์ตรา ตอน 9
โรงพยาบาล: ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ชั้น 7
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟุ้งกระจายไปทั่วห้องพักที่ควรจะปลอดภัยที่สุด เ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) กำลังขะมักเขม้นเก็บรายละเอียดรอบร่างไร้ิญญาของ เหน่ง สภาพศพที่ปรากฏทำเอาเ้าหน้าที่บางคนถึงกับเบือนหน้าหนี ร่างของเหน่งกึ่งนั่งกึ่งคุกเข่าคว่ำหน้าลงในโถชักโครก ศีรษะจมมิดลงไปในน้ำราวกับพยายามปลิดชีพตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
"หมวดครับ สันนิษฐานเบื้องต้นคือฆ่าตัวตายโดยการทำให้ขาดอากาศหายใจ" เ้าหน้าที่ พฐ. รายงานอาคมที่เพิ่งมาถึง "ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าห้อง ไม่มีใครเข้าออกนอกจากพยาบาลเวรตอนรุ่งเช้า ภายในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของไม่กระจัดกระจาย เหมือนเขาเดินเข้าไปกดหัวตัวเองลงในน้ำจนตายเองครับ"
อาคมไม่ตอบคำถาม เขาเดินช้าๆ เข้าไปในห้องน้ำ กลิ่นอายบางอย่างที่เย็นะเืผิดปกติเตะจมูก หมวดหนุ่มนั่งยองๆ ข้างศพ พินิจมองรอยช้ำจางๆ ที่ท้ายทอยซึ่งดูเหมือนรอยนิ้วมือขนาดใหญ่แต่เลือนรางจนเกือบมองไม่เห็น อาคมกำหมัดแน่นจนสอดแทรกเล็บลงในฝ่ามือ กรามขบเข้าหากันจนเป็สันเด่นชัด 'ฆ่าตัวตายงั้นเหรอ... มุกเดิมๆ ของพวกเล่นของสินะ' เขาพึมพำก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องเพื่อให้เ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายศพ
น้ำมนต์ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาน้องชายด้วยใบหน้าซีดเผือด อาคมหันมาสบตาพี่สาวแล้วเอ่ยเสียงต่ำ "พี่... เหน่งไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่มันตายด้วยพลังงานบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ"
น้ำมนต์ชะงัก "คมรู้ได้ยังไง? หลักฐานล่ะ?"
"สภาพศพมันฝืนธรรมชาติพี่น้ำมนต์" อาคมบรรยาย "คนเราถ้าจะฆ่าตัวตายด้วยการจมน้ำ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดต้องดิ้นรน แต่นี่คอเขามีรอยกดที่ลึกถึงกระดูกเหมือนถูกพละกำลังมหาศาลบังคับไว้ ที่สำคัญ... กลิ่นสาบสางในห้องนั้นมันไม่ใช่กลิ่นศพ แต่มันคือกลิ่นของ 'พราย' ที่เพิ่งผ่านพิธีมาใหม่ๆ"
ด้วยความห่วงใยในสวัสดิภาพของพี่สาว อาคมถอด ตะกรุดพุทธคุณ ดอกสำคัญออกจากคอแล้วสวมให้น้ำมนต์ทันที "ใส่ไว้พี่ ห้ามถอดเด็ดขาด คืนนี้ผมต้องกลับไปที่ สน. ไปหาข้อมูลบางอย่างที่ค้างไว้ และผมจะนอนค้างที่นั่นเลย"
น้ำมนต์รีบดึงมือจะถอดคืน "ไม่เอาคม! คมต้องทำงานเสี่ยงอันตราย เก็บไว้กับตัวเถอะ"
อาคมยิ้มบางๆ แล้วชูนิ้วที่สวม แหวนพิรอด ถักจากด้ายสายสิญจน์อาคมให้พี่สาวดู "ไม่ต้องห่วงพี่ ผมยังมีของดีติดตัว ครูบาอาจารย์ท่านคุ้มครองผมอยู่ พี่ดูแลตัวเองนะ"
ขณะที่เดินออกมา อาคมสวนกับ ฝน และ จอย ที่เพิ่งลงเวรพอดี เขาหยุดคุยด้วยแววตาอ้อนวอน "พี่ฝน พี่จอยครับ... ผมรบกวนคืนนี้ไปนอนเป็เพื่อนน้ำมนต์ที่บ้านหน่อยได้ไหมครับ ผมใจคอไม่ดีเลยที่ต้องทิ้งพี่สาวไว้คนเดียวใน่ที่ไอ้โจหลุดประกันออกมาแบบนี้" สาวทั้งสองเห็นความกังวลในดวงตาหมวดหนุ่มจึงรีบตกปากรับคำทันที
บ้านเช่าฝั่งตรงข้าม
ยม เดินเข้ามารายงาน ท่านวัณ ที่นั่งสงบนิ่งอยู่ในมุมมืด "รายงานพระเ้าค่ะ... เหน่งสิ้นชีพแล้วด้วยน้ำมือพรายของครูเพชร"
ท่านวัณลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความสังเวช "วันสิ้นอายุขัยของมันจริงๆ ยังมาไม่ถึง... แต่กรรมนี่สิ มันตามทันไวกว่าที่ใครจะคิด และมันมักจะไปนั่งรอเราอยู่ที่ปลายทางเสมอ ยม... คืนนี้จะมีแขกมาเยือน คนที่อยู่ในบ้านพิทักษ์กองทรัพย์
นรกภูมิ
ท่ามกลางหมอกควันสีเทาและเสียงโหยหวน ยมทูตระดับประทวนนำตัวิญญาของ เหน่ง ในสภาพโซซัดโซเซมาหยุดอยู่หน้าอาสนะสูงตระหง่าน สุวรรณ และ สุวาน ผู้จดบันทึกบัญชีบุญบาปเปิดสมุดเล่มหนาขนาดั์ออก
"ิญญานายเหน่ง..." เสียงสุวรรณดังกังวาน "อดีตค้ายาเสพติด ล่อลวงหญิงสาวบริสุทธิ์ไปขายบริการ ข่มขู่คุกคามรีดไถเงินทอง บาปกรรมที่เ้าทำไว้ส่งผลให้ผู้คนสาบแช่งจนเป็พลังงานมืดดึงดูดเ้ากรรมนายเวรในรูปแบบพรายมาพรากชีวิตเ้าอย่างน่าสมเพช!"
คำตัดสินเด็ดขาด
พญามัจจุราช (ในร่างจำแลงทรงอำนาจ) ประทับนั่งบนบัลลังก์ศิลา เอ่ยคำตัดสินเสียงกัมปนาท "ในเมื่อเ้าใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ร้ายเบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ จงไปชดใช้กรรมในนรกขุมที่ลึกที่สุด เมื่อพ้นกรรมแล้ว ด้วยผลบุญอันน้อยนิดที่เคยทำ จงไปเกิดเป็สัตว์เดรัจฉาน ถูกมนุษย์ทุบตี ใช้งานหนัก และถูกฆ่าวนเวียนเช่นนี้ไปอีก 100 ชาติ!"
เหน่งทรุดตัวลงร้องขอความเมตตา "ท่านเ้าขา... ข้าผิดไปแล้ว โปรดให้โอกาสข้าได้แก้ตัวด้วยเถิด!"
พญามัจจุราชจ้องมองด้วยสายตาเย็นเยือก "เ้าเอ๋ย... กว่าจะได้เกิดเป็มนุษย์นั้นยากแสนยากเปรียบได้กับเต่าตาบอดในมหาสมุทรที่ต้องโผล่หัวขึ้นมาให้ตรงกับห่วงยางเพียงอันเดียว แต่เมื่อได้เกิดแล้ว เ้ากลับเลือกเดินลงเหวด้วยตัวเอง แทนที่จะตั้งมั่นในศีลธรรม จงยอมรับผลกรรมที่เ้าก่อเถอะ!"
ยมทูตเข้าลากตัวิญญาที่ร้องไห้คร่ำครวญหายไปในความมืดมิดของประตูนรก ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว...และ มีวิญาณอีกหลายดวง รอรับฟังคำตัดสิน