่บ่ายสี่โมงเย็น เซียวเฉิน ก็เดินออกมาจากร้านเหล้า
ทั้งสองคนดื่มกันนานกว่า 3 ชั่วโมง แถมยังฟาดเหล้าดาวแดงไปทั้งหมด 5 ขวดด้วยกัน
แม้แต่ เซียวเฉิน ที่ค่อนข้างจะคอแข็งก็ยังรู้สึกมึน ๆ เล็กน้อย ดังนั้นเลยเขาต้องนอนพักที่โซฟาประมาณห้าหกนาที
ทางด้าน เสียวเตา นั้นก็เมาหลับคอพับไปพร้อมกับดาบที่กำเอาไว้ในมือ แม้แต่ขวดเหล้าเองก็ยัง ล้มระเนระนาดเต็มไปหมด!
เมื่อนึกถึง เสียวเตา ที่ฟุบหลับไปด้วยใบหน้าเ็ป เซียวเฉินก็อดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เ้าเด็กน้อยนี่คงอดทนอดกลั้นเก็บซ่อนความทุกข์ไว้ไม่น้อย!
ระหว่างที่ขับรถอยู่บนถนน เซียวเฉิน โทรศัพท์ไปหา ซู่ฉิง บอกว่าจะไปรอรับที่หน้าประตูใหญ่ หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่โรงเรียน
เมื่อมาถึง โรงเรียนก็เลิกเรียนแล้ว เพิ่งจอดรถเสร็จเขาก็เห็น ซู่เสี่ยวเิ เดินออกมาจากเขตโรงเรียน
“ซู่ฉิง เสี่ยวเิ ผลการเรียนเป็ยังไงบ้าง?”
“ ไม่ดีเท่าไหร่ ผ่านแบบคาบเส้นแทบทุกวิชา ”
เมื่อพูดถึงเื่การเรียนของน้องสาวตัวเองแล้ว ซู่ฉิงก็รู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย แต่เธอก็ไม่อยากไปบังคับอะไรน้องสาวมาก แค่อยากให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอแล้ว
ยิ่งกว่านั้น ซู่ฉิง ทำงานอยู่ในสังคมมาแล้วหลายปี จึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า บางทีระบบการศึกษาก็เป็แค่เื่ตลกเท่านั้น! บางครั้งประกาศนียบัตรที่ได้รับมา ก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตเลย!
“ทุกวิชาผ่านแบบคาบเส้นงั้นเหรอ?” เซียวเฉิน ทำหน้าประหลาดใจ
ซู่ฉิง พยักหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างขมขื่นว่า “เ้าเด็กดื้อนี่ไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ฉันก็ไม่ได้ไปบังคับอะไร รอสอบไฟนอลเสร็จเมื่อไหร่ ฉันก็จะส่งเธอไปเรียนต่อเมืองนอก...”
“ หึหึ เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าการผ่านแบบคาบเส้น มันยากยิ่งกว่าสอบให้ได้ค่ะคะแนนเต็มซะอีก?” เซียวเฉิน มองลึกเข้าไปถึงนิสัยของ เสี่ยวเิ จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างมีนัย
ซู่ฉิงกำลังพูดคุยด้วยอารมณ์ว่างเปล่า แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด เธอก็ตกตะลึง จนเบิกตากว้าง
“เอาเถอะ เสี่ยวเิ จะขึ้นรถแล้ว ไม่ต้องคุยเื่นี้แล้วหละ” เซียวเฉินยิ้ม ในใจก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่า สาวน้อยอย่างเสี่ยวเิจะเป็สุดยอดหนอนหนังสือที่แอบซ่อนตัวอยู่เช่นนี้! หรือเธอตั้งใจสอบออกมาให้เป็แบบนี้เอง?
ซู่ฉิง ยิ้มยังมีความสุข หลังจากเซียวเฉินเตือน เธอก็เข้าใจแล้วว่า น้องสาวของตัวเองไม่ใช่เรียนไม่เก่ง แต่ไม่ตั้งใจสอบนั้นเอง!
ไม่ว่าเธอจะมีเหตุผลอะไร ที่ตั้งใจสอบออกมาให้เป็แบบนี้ แต่ก็ดีกว่าเรียนไม่เก่งใช่ไหมล่ะ? ไว้วันอื่น… ค่อยหาโอกาสคุยกับเธออีกที...
ซู่เสี่ยวเิ เปิดประตูแล้วขึ้นมาบนรถ เมื่อเห็นว่าพี่สาวของตัวเองกำลังยิ้มอยู่ ก็ถามขึ้นด้วยความแปลกใจว่า “พี่สาว มีเื่อะไรสนุกเหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอก” ซู่ฉิง มองน้องสาวอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวเิ เย็นนี้กินข้าวนอกบ้านกัน เธออยากกินอะไรหละ?”
“หนูอยากกินอาหารตะวันตก ได้ยินมาว่ามีร้านอาหารฝรั่งเศสมาเปิดใหม่ใกล้ ๆ นี่ แถมยังเป็อาหารแบบดั้งเดิมเลยนะ เราไปลองกันไหม? ”
“ ตกลง เอาตามใจน้องเลย! ”
เมื่อ เสี่ยวเิ เห็นพี่สาวตอบตกลง ก็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ “พี่สาวใจดีที่สุดเลย!”
“อืมๆ เ้าเด็กดื้อนี่!” ซู่ฉิง ขำเบาๆ “เซียวเฉิน นายรู้ใช่ไหม ร้านอาหารอยู่ที่ไหน?”
“แน่นอนรู้อยู่แล้ว” เซียวเฉิน พยักหน้า แล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารฝรั่งเศสทันที
ในระหว่างทางสองสาวพี่น้องก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้ว เสี่ยวเิ จะเป็คนเล่าเื่ตลกสนุกสนานให้ ซู่ฉิง ฟัง
ขณะที่อยู่ในรถ เสี่ยวเิ ก็ไม่ได้หันมาสนใจ เซียวเฉิน เลย แน่นอนว่าการกระทำนี้ทำให้เขาอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย เธอคิดอะไรอยู่? หรือจะงอลกัน?
แต่ไม่ว่าอย่างไร ได้ยินสองพี่น้องพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแบบนี้ เขาก็อดรู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจอย่างช่วยไม่ได้ นี่ซินะที่เรียกว่าครอบครัว… ไม่ใช่มีแต่ความเ็าและโเี้อย่างที่เขาเคยพบเจอมา!
ร้านอาหารฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนฝั่งริมแม่น้ำทางทิศตะวันออกของเมือง หลงไห่
เมื่อก่อนบริเวณนี้เคยเป็ อาณานิคมของฝรั่งเศส จึงทำให้หลงเหลือวัฒนธรรมของฝรั่งเศสอยู่บ้าง หลังจากนั้นก็มีร้านอาหารสไตล์ตะวันตกผุดขึ้นมากมาย
เพราะฉะนั้นแล้ว บริเวณนี้เลยถูกขนานนามว่า เมืองฝรั่งเศส!
เมื่อก่อน เซียวเฉิน เคยมาที่นี่แล้วหลายครั้ง เขาจึงคุ้นเคยกับเส้นทางเป็อย่างดี ขับมาได้ไม่นานนักเขาก็เจอร้านอาหารที่ เสี่ยวเิพูดถึง
“เซียวเฉิน นายเคยมาที่นี่แล้วงั้นเหรอ?” เมื่อ ซู่ฉิง เห็นว่า เซียวเฉินคุ้นเคยกับเส้นทางเป็อย่างดี เธอจึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“อืม ฉันเคยมาที่นี่แล้วสองสามครั้ง”
เซียวเฉิน พยักหน้าตอบกลับไป เมื่อก่อนเขาเคยมาที่นี่แล้วหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็จะรีบเร่งจากไป ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะอยู่นานแค่ไหน!
“ ว้าว ถึงแล้วซินะ เอาล่ะ เซียวเฉิน นายไปได้แล้วล่ะ ถ้าพวกเรากินเสร็จเมื่อไหร่ เดี๋ยวค่อยเรียกนายมารับ!” ในที่สุด เสี่ยวเิ ก็พูดกับ เซียวเฉิน แต่ทว่า มันเหมือนกับเป็ไล่มากกว่า
“เสียวเิ อย่าหยาบคายซิ” ซู่ฉิง พูดตำหนิออกไป
ซู่เสียวเิ ก็ทำปากจู๋ ในใจก็นึกหงุดหงิด โดนตำหนิอีกแล้ว พี่ยังไม่ได้เห็นเ้าสาระเลวนี้รังแกหนู แถมยังตีก้นหนูอีก...
“เซียวเฉิน อย่าโกรธเ้าเด็กดื้อนี่เลยนะ” ซู่ฉิง พูดอย่างอ่อนโยน
“ ไม่หรอก ตอนนี้ฉันก็คิดว่า เสี่ยวเิ ก็เป็น้องสาวของฉันด้วยเหมือนกัน ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ?” เซียวเฉิน พูดไปยิ้มไป
ซู่ฉิง พยักหน้า แล้วก็มองไปที่น้องสาว จากนั้นก็พากันเดินไปที่ร้านอาหาร
เพราะว่าพวกเขามาถึงเร็ว ลูกค้าในร้านเลยยังไม่เยอะเท่าไหร่ ทั้งสามเลือกมุมนั่งที่เงียบสงบและเป็ส่วนตัวมากที่สุด จากนั้นก็เริ่มสั่งอาหาร
หลังจากพวกเขาเลือกโต๊ะได้ บริกรชาวฝรั่งเศสก็เดินเข้ามาพร้อมกับเมนูที่ดูหรูหราแปลกตา เมื่อกวาดสายตามองคนทั้งสามแล้ว บริกรก็ยื่นเมนูให้กับ ซู่ฉิง อย่างสุภาพ
“เสี่ยวเิ น้องสั่งก่อนเลย” ซู่ฉิง ยื่นเมนูไปให้ เสี่ยวเิ ตั้งใจใช้โอกาสนี้ทดสอบภาษาฝรั่งเศสของเธอ
สำหรับน้องสาวคนนี้แล้ว ซู่ฉิง พูดได้เลยว่าเป็ห่วงอยู่ไม่น้อย เห็นเธอเรียนหนังสือไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็เลยต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อที่จะส่งไปเรียนที่ฝรั่งเศส ไม่ว่าจะพาอาจารย์มาสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศส แนะนำการใช้ชีวิตต่างๆ เพื่อให้เธอพร้อม!
ซู่เสี่ยวเิ รับเมนูมา สายตาสอดส่องไปมา “พี่สาว เซียวเฉิน เป็แขกของเรา น่าจะให้เขาสั่งก่อนนะ”
ซู่ฉิง ไม่ได้คิดอะไรมาก พร้อมกับยิ้มตอบรับไปอย่างยินดี เมื่อครู่นี้น้องสาวของเธอเสียมารยาท แต่ตอนนี้กลับทำท่าทางเกรงอกเกรงใจ เซียวเฉิน แสดงว่าเธอน่าจะสำนึกผิดแล้วล่ะ
“เอาน่าๆ เชิญสุภาพสตรีก่อนเลย ไม่งั้นจะมาทำไมล่ะ” ซู่ฉิง ไม่รู้เจตนาแอบแฝงของ เสี่ยวเิ แต่ เซียวเฉิน รับรู้ได้อย่างชัดเจน ว่าเธอพยายามทำให้เขาอับอาย!
ซู่เสี่ยวเิ เห็น เซียวเฉินบ่ายเบี่ยง ยิ่งทำให้เธอคิดว่าเขาไม่รู้ภาษาฝรั่งเศส คิดแล้วก็สะใจ นายหนะ วันนี้เสร็จแน่!
“เซียวเฉิน ไม่สิ พี่เฉิน พี่เป็แขกของเรานะ เราต้องให้พี่สั่งอาหารก่อนซิ ไม่งั้นพี่สาวก็จะว่าฉันไม่รู้จักมารยาท” ซู่เสี่ยวเิ พูดจาหว่านล้อม
“เซียวเฉิน นานๆที เสี่ยวเิ จะทำตัวดีแบบนี้ เชิญนายก่อนเลยแล้วกัน” ซู่ฉิง พูดพลางยิ้มให้
เซียวเฉิน ได้ฟัง ซู่ฉิง พูดขนาดนี้แล้ว ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เขารับแม่หนูมาจากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ ก็ได้ๆ ถ้างั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ ” พูดแล้ว ก็เปิดเมนูออกดู เพื่อเริ่มสั่งอาหาร
ซู่เสี่ยวเิ เห็นท่าทาง เซียวเฉิน ดูที่เมนูแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม นายหนะ แค่ตัวเดียวก็อ่านไม่ออกแล้วใช้ไหม?
ระหว่างที่ เสี่ยวเิ กำลังรอได้เห็นความอับอายของ เซียวเฉิน เขาก็ปิดเมนูลง จากนั้นก็เริ่มสั่งอาหารกับบริกรด้วยภาษาฝรั่งเศสอย่างคล่องแคล่วชำนาญ
พอได้ฟัง เซียวเฉิน พูดภาษาฝรั่งเศสอย่างคล่องแคล่ว สายตาของบริกรชาวฝรั่งเศสก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นทันที จากนั้นก็ยิ้มให้แก่เขาอย่างจริงใจ
เสี่ยวเิ มองดูเซียวเฉินพูดคุยกับบริกรด้วยภาษาฝรั่งเศสอย่างคล่องแคล่ว เธอก็งงเป็ไก่ตาแตก เนื่องจากมันต่างจากที่เธอคิดไว้อย่างลิบลับ?
ทางด้านซู่ฉิงก็ดูตกอกใไม่น้อย เพราะว่าสำเนียงการพูดภาษาฝรั่งเศสของ เซียวเฉิน นั้น ดีกว่าอาจารย์พิเศษที่เธอจ้างมาเสียอีก!
เซียวเฉิน กวาดตามองสองพี่น้อง เมื่อเห็นเสี่ยวเิ อ้าปากค้าง เขาก็รู้สึกสะใจอยู่นิด ๆ หึหึหึ สาวน้อย ้าให้พี่หน้าแตกเหรอ ผลสุดท้ายเป็ยังไงล่ะ?
“โอเค ฉันสั่งเสร็จแล้วล่ะ” หลังจากสั่งเสร็จ เซียวเฉิน ก็นำเมนูไปวางไว้ที่ด้านหน้าของ เสี่ยวเิ พร้อมกับพูดว่า “เมื่อกี้ พนักงานคนนี้แนะนำอาหารดั้งเดิมหลายอย่างเลย อยากลองบ้างไหมล่ะ?”
“ดะ ได้สิๆ ” เสี่ยวเิอ้าปากค้าง พร้อมพยักหน้า
ซู่ฉิงมองเซียวเฉินอย่างลึกล้ำ นับวันเ้าหมอนี่ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจขึ้นเรื่อย ๆ !
เขาคนนี้ จริง ๆ แล้วเป็มายังไงกันแน่?
หนังสือหนาของเขา ตอนนี้มาถึงบทที่สองแล้วซินะ แถมยังไม่รู้เลยว่าตอนต่อไปจะมีเื่เซอร์ไพรส์อีกกี่อย่าง?
เมื่อพนักงานเดินจากไป ซู่ฉิง ก็ถามขึ้นมาทันทีว่า “เซียวเฉิน ภาษาฝรั่งเศสของนาย...”
“ อ๋อ เมื่อก่อนฉันเคยทำงานอยู่ที่ฝรั่งเศสมาพักหนึ่ง ” เซียวเฉิน ตอบกลับไปอย่างง่าย ๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซู่ฉิง ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เธอคิดว่า เซียวเฉิน คนนี้ไม่ธรรมดาเลย เพราะขนาดว่านักเรียนที่ไปเรียนถึงฝรั่งเศสตั้งหลาย ๆ ปี ยังเทียบกับภาษาฝรั่งเศสของ เซียวเฉิน ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!
ทางด้าน เสี่ยวเิ ระหว่างที่รู้สึกเสียหน้า ก็แอบคิดขึ้นในใจว่า หน็อยแน่ ครั้งนี้ฝากไว้ก่อนเถอะ!
หลังจากนั้นอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความน่ากิน จนน้ำย่อยในกระเพาะเริ่มร้อง ซู่เสี่ยวเิจึงเลิกสนใจ เซียวเฉิน ชั่วคราว จากนั้นก็กวัดแกว่งมีดกับส้อม ตักกินอาหารด้านหน้าอย่างเมามัน
เซียวเฉิน และ ซู่ฉิง ท่าทางการกินดูสง่างามไม่ใช่เล่น แม้มองจากด้านหลัง ก็ยังมองดูแล้วช่างเป็ผู้ดี
ระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารอยู่นั้น ก็มีเพลงเพราะลอยมาเข้าหู ซู่เสี่ยวเิ มองไปยังกลางเวที แล้วเห็นว่ามีชาวฝรั่งเศสผมสีบลอนด์สองคนกำลังเล่นเปียโนกับเซลโล่อยู่
“พี่สาว พวกเขาเล่นได้เข้าถึงอารมณ์มากเลย เหมือนเป็เ้าหญิงเลย” ซู่เสี่ยวเิพูดขึ้นด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
“ตอนนี้เพิ่งมารู้สึกอิจฉางั้นเหรอ? เมื่อก่อนให้เรียนเปียโน แต่ดันไม่เรียน… แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ พี่ส่งเธอไปเรียนเอาไหม?”
เสี่ยวเิดูสนใจ “พี่สาว พี่ว่าระหว่างเรียนเปียโน กับเชลโล่ อันไหนจะเข้าถึงอารมณ์ได้ง่ายกว่ากันล่ะ?”
ซู่ฉิง ยังไม่ทันได้ตอบ เซียวเฉิน ก็ชิงตอบไปก่อนว่า “เสี่ยวเิ การเล่นให้เข้าถึงอารมณ์หนะ มันไม่สามารถสอนกันได้หรอก ๆ นะ เธอต้องให้ความสำคัญกับใบหน้าอันสวยงาม แม้จะเล่นเข้าถึงอารมณ์ แต่หน้าตาน่าเกลียด ก็ไม่ต่างอะไรจากนั่งมองดูคนอึหรอก ”
“…”
สองพี่น้องซู่ต่างก็นิ่งอึ้งไปทันที ไม่ต่างอะไรจากนั่งมองดูคนอึ? ในเวลากินอาหารแบบนี้เนี่ยนะ มันน่าขยะแขยงไปไหมนี่?!
โดยเฉพาะ เสียวเิ เพิ่งกินตับห่านสีเหลืองทองเข้าไป ตอนแรกมันช่างกลมกล่อมหอมหวน ชวนจรรโลงใจ แต่พอตอนนี้กลับรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา เพราะมันเหมือนกับ… แหวะ!
“เซียวเฉิน นี่จะไม่ให้กินข้าวกันเลยใช่ไหม?”
ซู่เสี่ยวเิ โกรธมาก ผลักจานที่มีตับห่านออกไป อีกนิดเดียว เซียวเฉิน ต้องโดนเขวี้ยงด้วยจานแน่ๆ
เซียวเฉิน ผงะ หลังเห็นการแสดงออกของสองพี่น้อง เขาก็เข้าใจทันที จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นอย่างขมขื่นว่า “โอเคๆๆ เป็ความผิดของฉันเอง...”
พอได้ยิน เซียวเฉิน พูดแบบนั้น จากตอนแรกที่มีความอยากอาหารมากมาย แต่ตอนนี้กับ วางมีดส้อมลง แล้วทำได้เพียงแค่จิบน้ำผลไม้
ทางด้าน เซียวเฉิน ก็ทั้งกินทั้งดื่ม เพราะในสนามรบมีอะไรก็ต้องเอาเข้าปากไว้ก่อน ถ้าเลือกกิน ก็จะต้องอดตาย!
หลังจากกินอาหารเสร็จ ทั้งสามก็เดินเล่นกันสักพัก ก่อนที่จะขึ้นรถขับออกไป
แอ๊ด
เสี่ยวเิ เปิดประตู เปิดไฟห้องรับแขก จากนั้นก็เตรียมถลาพุ่งตัวไปลงไปนอนโซฟา แต่ทันใดนั้นก็ถูก เซียวเฉิน จับไว้
“เซียวเฉิน นายคิดจะทำอะไร?!” ซู่เสี่ยวเิ เซจนเกือบล้ม
“อย่าเพิ่งเข้าไป” เซียวเฉิน ยืนอยู่หน้าประตู พร้อมกับพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
ซู่ฉิง รู้สึกใ “เซียวเฉิน มีอะไรงั้นเหรอ?”