คำตัดสินของบรรพบุรุษ
ได้ยินคำประกาศของอู่เทียนใบหน้าของอู่เหิงก็บิดเบี้ยวอย่างถึงที่สุด แต่ในขณะนั้นเองก็มีชายชราเดินเข้ามาข้างในสวนพร้อมกับสลายแรงกดดันของอู่เทียน"ท่านประมุขเห็นทีเรื่องคราวนี้ข้าจะเห็นด้วยกับท่านไม่ได้เพราะไม่ว่าอย่างไรอู่เหม่ยที่ขัดคำสั่งของตระกูลแล้วหลบหนีออกไปก็ได้ถูกขับออกจาตระกูลไปแล้วการจะให้นางกลับเข้ามาในตระกูลนั้นก็เป็นเรื่องที่ยังพอรับได้เพียงแต่ว่าพวกเราจะให้คนที่มีสายเลือดของตระกูลหวงเข้ามาอยู่ในตระกูลอู่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด" อู่ซวนที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลอู่กล่าว"นี่พวกเจ้ารวมหัวกันกดดันข้าใช่หรือไม่ ได้ดูเหมือว่าหลายปีมานี้ข้าคงจะใจดีกับพวกเจ้ามากไปจนทำให้พวกเจ้าคิดว่าตำแหน่งหัวหน้าตระกูลสามารถถูกกดดันได้ง่ายๆ" อู่เทียนกล่าวพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันทั้งหมดออกมาแรงกดดันของอู่เทียนในคราวนี้รุนแรงกว่าคราวที่แล้วเกือบเท่าตัวซึ่งแม้แต่อู่ซวนที่ใบหน้าสงบก็ยังฉายแววตกตะลึงออกมายิ่งไม่ต้องพูดถึงอู่เหิงในตอนนี้ได้ล้มลงไปกับพื้นและกระอักเลือดออกมาแล้ว"อู่ซวนในเมื่อเจ้ากล้าคัดค้านข้า เจ้าก็น่าจะแสดงฝีมืออกมาซะตอนนี้แล้วมาดูกันว่าใครที่แข็งแกร่งกว่าเพราะไม่ว่าอย่างไรกฎของโลกใบนี้ก็คือผู้อ่อนแอกว่าย่อมทำตามกฎของผู้แข็งแกร่งกว่า ถ้าเจ้าแข็งแกร่งกว่าข้า ข้าก็จะยอมลงจากตำแหน่งหัวหน้าตระกูลและจากไปพร้อมกับเหม่ยเอ๋อ แต่ในทางกลับกันถ้าเจ้าแพ้เจ้าก็จงหุบปากเน่าๆของเจ้าซะและห้ามออกความเห็นอะไรทั้งสิ้น" อู่เทียนกล่าว"นี่ท่านผู้นำโกรธจริงๆแล้ว" กลุ่มคนที่ดูอยู่ข้างหลังกล่าวออกมาด้วยความกลัว"มันนานมากแล้วที่ท่านผู้นำไม่ได้โกรธแบบนี้ออกมา นี่ทำให้ข้านึกถึงเรื่องเมื่อ 14 ปีก่อนที่ท่านผู้นำได้รับข่าวว่าคนตระกูลหวงทำร้ายคุณหนูอู่เหม่ยจนบาดเจ็บสาหัสจนหายตัวไป ท่านผู้นำโกรธอย่างมากและทำการเข่นฆ่าคนตระกูลหวงไปมากมายทำให้ตระกูลหวงเกิดการสูญเสียใหญ่หลวง" ชายชราอีกคนก็กล่าว"ท่านประมุขท่านทำแบบนี้มันไม่ดีนะ ตัวท่านที่เป็นผู้นำมีหน้าที่ทำให้ตระกูลเจริญรุ่งเรืองแต่ที่ท่านกำลังทำอยู่ทำให้เกิดการแตกแยกภายในตระกูลขึ้นมิใช่รึ" อู่ซวนกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว"เฮ้อ!!!!!!!!" ในตอนนั้นเงอที่เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นมาทำให้ทุกคนที่อยู่ในตระกูลต้องสั่นสะท้าน"เสียงนั่นมันเสียงของท่านบรรพบุรุษนี่""ท่านบรรพบุรุษท่านต้องออกมาห้ามท่านผู้นำโดยเร็วก่อนที่เขาจะทำให้ตระกูลอู่ของพวกเขาต้องเสียศักดิ์ศรี" อู่ซวนรีบกล่าว"หุบปาก ใครให้เจ้ากล่าวออกมาข้าไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยให้เจ้ากล่าว" เสียงที่เย็นชาของบรรพบุรุษดังขึ้น"ท่านพ่อเรื่องนี้มัน" อู่เทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว"ไม่ต้องพูดข้ารู้เรื่องหมดแล้ว และในตอนนี้ข้าจะขอตัดสิน อู่เหม่ยเจ้าที่ขัดคำสั่งของตระกูลจะต้องถูกลงโทษกักบริเวณ 10 ปีซึ่ง 10 ปีนี้เจ้าไม่สามารถออกนอกตระกูลได้ ส่วนเด็กน้อยถึงแม้เจ้าจะมีสายเลือดตระกูลหวงอยู่ในตัวแต่ตัวเจ้าก็ไม่ผิดเพราะเรื่องทั้งหมดเป็นบิดามารดาของเจ้าเป็นคนก่อเพราะงั้นข้าจึงตัดสินว่าเจ้าไม่มีความผิดและให้ใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลอู่ได้ ห้ามมีคนคัดค้านหรือสงสัยใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้" เสียงที่เย็นชาของบรรพบุรุษกล่าวเสร็จก็หายไปพวกอู่เหิงกัดฟันด้วยความโกรธแม้แต่อู่ซวนก็ยังฉายแววหวาดกลัว เรื่องในครั้งนี้ทำให้ตนได้มีข้อบาดหมางกับอู่เทียนแล้วและที่สำคัญคำตัดสินของบรรพบุรุษเห็นได้ชัดว่าปกป้องสองแม่ลูกอู่เหม่ยและอู่หมิงอู่เทียนนั้นตลอดการโต้เถียงได้สังเกตุอู่หมิงมาตลอดและสามารถรู้ได้เลยว่าอู่หมิงที่แสดงใบหน้าที่สงบและใจเย็นนั้นทำให้อู่เทียนรู้สึกชื่นชมอย่างยิ่ง แต่อู่เทียนไม่รู้ว่าที่อู่หมิงเงียบไว้เพราะกำลังจดจำใบหน้าของอู่เหิง อู่ซวนและพวกที่ออกมาคัดค้านมารดาของตน อู่หมิงตัดสินใจว่าในอนาคตอู่หมิงจะทำให้คนกลุ่มนี้ได้รับการสูญเสียครั้งใหญ่หลังจากเรื่องที่ถูกตัดสินไปแล้วก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านและพากันจากไปอย่างสงบส่วนพวกอู่หมิงก็ถูกพามายังที่พักที่อยู่ในจวนของอู่เทียนด้วยเพราะห่วงความปลอดภัยของทั้งสองอู่เทียนจึงได้ให้คนมาคอยเฝ้ารอบๆจวนและสั่งไม่ให้เขามาหากไม่ได้รับอนุญาติซึ่งอู่เหม่ยและอู่เทียนมีเรื่องราวมากมายที่ต้องคุยกันส่วนอู่หมิงก็กลับเข้าไปในที่พักของตนและเริ่มบ่มเพาะพลังทันที ถึงแม้อู่เซียงที่ตอนแรกอาสาจะพาอู่หมิงเดินดูรอบๆตระกูลอู่ แต่อู่หมิงก็ปฏิเสธเพียงไม่นานข่าวการกลับมาของสองแม่ลูกอู่เหม่ยและอู่หมิงก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองอู่ ซึ่งไม่นานพวกตระกูลหวงก็ได้รับรู้ข่าวนี้ก็พากันโกรธแค้นแต่พวกตระกูลหวงก็ยังไม่ได้เคลื่อนใหวอะไรภายในที่พักอู่หมิงเริ่มร่ายรำกระยี่อย่างชำนานพร้อมกับฝึกฝนฝ่ามือออกมา ในตอนนี้อู่หมิงไม่กล้าฝึกฝนศาสตร์แห่งเงาในที่แห่งนี้เพราะกลัวว่าบรรพบุรุษกำลังจับตาดูตนอยู่ทำให้อู่หมิงฝึกฝนได้แค่กระบี่และฝ่ามือทลายปฐพี"ตอนนี้ข้ายังขาดทักษะที่ไว้ใช้ตบตาผู้คน นอกจากทักษะเงาแล้วข้าก็ไม่มีทักษะอื่นอีกเลย" อู่หมิงกล่าว"อืมอย่างที่เจ้าพูดเจ้าในตอนนี้กลับเข้ามาอยู่ในตระกูลแล้วการจะใช้ทักษะเงาก็เป็นเรื่องยุ่งยากทางที่ดีควรจะไม่ให้ใครรู้เป็นดีที่สุด" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวเห็นด้วย"แล้วเราจะหาทักษะเหล่านั้นมาจากใหนดี" อู่หมิงกล่าว"อู่หมิงเอ๋ย เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าคือใคร ข้าคือราชันอสูร แต่ก่อนข้าท่องเที่ยวไปยังสุสานโบราณมากมายและได้รับทักษะจำนวนมากมา" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวคุยโวอีกครั้ง"งั้นเจ้าก็นำทักษะที่สุดยอดมาให้ข้าฝึกเร็วๆเข้า" อู่หมิงกล่าว"ใจเย็นๆ ข้าได้ทำลายทักษะเหล่านั้นหมดแล้ว ข้าจึงจำเป็นจะต้องจดบันทึกขึ้นมาใหม่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"นี่เจ้าบ้าไปแล้วเหรอเจ้าไปทำลายแบบนั้นมันก็เท่ากับว่าเจ้าทำลายสมบัติของแผ่นนะสิ" อู่หมิงกล่าวด้วยความโกรธ"ทักษะเหล่านั้นราชันเช่นข้าเป็นคนพบข้าจะทำอะไรกับมันก็เรื่องของข้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับไม่สนใจอู่หมิงและเริ่มนำกระดาษมาจกบันทึก อู่หมิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งที่ได้รู้ว่าทักษะล้ำค่ามากมายในสมัยโบราณได้หายสาปสูญไปเพราะเจ้ากระรอกตัวดำที่อยู่ตรงหน้าตนนี่---------------------------------------------------------------------------------------------