ทางราบเรียบเริ่มขรุขระ เสียงฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตาจนยากที่เดินทางไปต่อได้อีก ดินโคลนเปียกชุ่มเลอะแทะ ขืนไปต่อแบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็มีแต่จะทำให้พวกเขาเสียเปรียบมากยิ่งขึ้น ม้าถูกหยุดกะทันหันจากการตัดสินใจของนักบวชผู้คุมเกวียน ซาตานกระโดดผลุบลงไปยืนข้าง ๆ เกวียนแทน ลอเรนซ์อารามบทคาถาขึ้นทันที
“เจ้าพวกหนูน้อยห้ามโผล่หัวออกมาเด็ดขาด เฝ้าเจ้าหนู เฟรี่ให้ดี”
ลูคัสตะโกนสั่งแข่งกับสายฝนที่เทลงมาอย่างต่อเนื่อง และหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนมองแทบไม่เห็นพวกเดียวกัน
“ไม่ง่ายเลยงานนี้ โรเวนนี่ไม่รู้จักเลือกงานสบาย ๆ มาทำมั้งเลยน่า” ไธนอลพูดขึ้นข้าง ๆ เขตอาคมวาบขึ้นทั่วบริเวณ และเหล่าพวกปีหนึ่งกระจายตัวไปตามจุดต่าง ๆ ... อาคมโรเวน
“ให้ตายเหอะมั่วแต่ซุ้มอยู่แบบนี้จะจบเมื่อไรว่ะ”
ซอร์โรสบถด้วยความหมดความอดทน ข้างนอกตอนนี้มีเพียงพวกเขาสิบคนกับยอดฝีมือป้อมอัศวินสามคนเท่านั้น แล้วฝนบ้านี่ก็ตกไม่ยอมหยุด หนาวเป็นบ้า
“เตรียมตัวรับน้องกันก่อน กระจายตามจุดเป็นวงกว้างครอบคลุมที่สุด”
โรเวนสั่งการอย่างรวดเร็ว ทุกคนรีบประจำตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายเตรียมรับมือทันที ไม่นาน คิลกับครี้ดก็ลงมาประจำการซ้าย ขวาของเกวียน เตรียมความพร้อม โรกับคาโล ลงมาช่วยเป็นกำลังสนับสนุนอีกแรง ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมรับมือท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เงาวูบ ๆ หลังต้นไม้เริ่มขยับตัวอีกครั้ง เหล่านักรบที่ประจำรอบด้านกระชับดาบในมือมั่น ลูกธนูจากหลากทิศทางพุ่งเข้าใส่เหล่าทโมนด้านนอกเงียบ ๆ
เฟี้ยว ... ฉับ ๆ ๆ
ลูกธนูถูกตัดขาดด้วยฝีมือนักบวชผู้ชำนาญมีดบินประจำป้อม สร้างความใจหายของเหล่าทโมน แต่แค่เพียงครู่เดียว กลุ่มคนกว่าสิบก็พุ่งตัวจากทุกทิศทางเข้าใส่ เหล่าทโมนเข้าปะทะสกัดกันไม่ให้เข้าถึงใจกลางของวงล้อมนี้ได้
ฝีมือดี... นักรบ
โรเวนประเมินผลในใจ ถึงแม้จะเป็นเพียงรุ่นน้อง แต่รุ่นน้องของเขาพวกนี้ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือดีทีเดียว จากหมากกระดานเกียรติยศที่ผ่านมา แต่ยิ่งสู้ก็เหมือนยิ่งเสียเปรียบ บางคนเริ่มอ่อนแรงลงเสียแล้ว
บนฟากฟ้าที่สายฝนยังคงกระหน่ำเทลงมา ส่งแสงแลบแปลบ ๆ เสียงคำรามจากฟากฟ้าดังสะเทือนลั่น กลุ่มดินจำนวนมาก่อตัวขึ้นจากพื้นดินเป็นรูปร่างคน โรเวนขมวดคิ้ว ก่อนตะโกนสั่ง
“ถอยกลับมารวมกลุ่ม”
เหล่าทโมนหน้าด่านดีดตัวทิ้งคู่ต่อสู้ถอยทัพกลับมาด้านหลัง เพื่อรวมกลุ่มกับทีมข้างหลังทันที โรเวนปัก คฑาลงพื้นดินพร้อมกับ โรและ คาโล เสียงบริกรรมคาถาเริ่มดังขึ้นพร้อมกันจากสามผู้ใช้เวทย์
“ต้านไว้ คิล ครี้ด ห้ามขยับจากตรงนั้น เด็ดขาด”
ไธนอลสั่งการแทนโรเวนที่ไม่ว่าง สถานการณ์ตอนนี้เข้าขั้นเลวร้าย รุ่นน้องกำลังรับมือตรึงกำลังทุกทาง ถึงจะฟันจนล้มลง มันก็ลุกขึ้นมาใหม่อีกหลายต่อหลายรอบ มีทางเดียวก็คือต้องต้านเอาไว้จนกว่าสามคนที่กำลังร่ายคาถาจะถอดเวทย์เสร็จเท่านั้น
ทันใดนั้นนักเวทย์คนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นทางด้านซาตานของป้อม ลูคัสถอดแว่นออกและกระโจนเข้าต่อสู้ในทันที แล้วการต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น อีกฝ่ายสามารถต้านทาน ลูคัส ได้อย่างสูสีหรืออาจจะแกร่งกว่าเสียด้วยซ้ำ
อีกด้านทางพวกโรเวนกำลังทำพิธีอยู่ก็ปรากฏร่างนักรบร่างใหญ่ขึ้น ไธนอลถอนหายใจเบา ๆ ก่อนกระโดดเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอีกคน
เช่นเดียวกันกับคู่ต่อสู้ของ ลูคัส ทางด้านไธนอล ศัตรูที่เขากำลังตรึงมืออยู่ก็มีฝีมือสูสีเท่าเทียมกัน แถมบางครั้งท่วงท่าและลีลาคล้ายกันกับเขาจนน่าประหลาดเหมือนกับ เล่นกับกระจก
กระจกเงาทมิฬ
ลอเรนซ์สบถในใจ กัดฟันกรอด สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายสุด ๆ โรเวน คาโล โร กำลังถอนเวทย์ของอีกฝ่ายไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ไธนอล กับ ลูคัสก็ดันไปติดกับดักกระจกเงาทมิฬอีก พวกรุ่นน้องของเขาก็กำลังอ่อนแรงเต็มที
“เฟลิโอน่าออกมาแก้เวทย์กระจกเงาทมิฬ”
เฟลิโอน่าลงมาจากเกวียน ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจกับภาพการต่อสู้ตรงหน้า เธอสบตากับพี่ชายผู้คุมทัพในตอนนี้ก่อนจะเริ่มบริกรรมคาถาแก้เวทย์กระจกเงาทมิฬทันที
ท้องฟ้าเริ่มวิปริตแปรปรวนอีกครั้งก่อนฟาดเปรี้ยงลงแถวเหล่าทโมน จนเสียเสียหลักล้มกันเป็นแถว แต่ก็ยังมีหลายคนที่พอจะยันไว้ได้ บางคนฉุดเพื่อนลุกขึ้นต่อสู้ใหม่ รู้กันอยู่แก่ใจว่าศึกนี้ พวกเขาไม่อาจแพ้ได้ ขืนทัพหน้าอย่างพวกเขาเสียท่า ทัพหลังที่เป็นทัพหลักจะโดนโจมตีทันที และพวกเขาก็จะพ่ายแพ้ลงไปในที่สุด
“ขืนเป็นงี้ ได้แพ้แง”
ครี้ดกัดฟันกรอดหันไปขอความเห็นจากผู้กุมอำนาจตัดสินใจที่เหลือเพียงคนเดียว ดวงตาสี อเมทิตย์ หลุบลงราวกับช่างใจชั่วครู่
“มาทิลด้า ครี้ด พวกนายไปสมทบช่วยพวกนั้นที่แนวหน้าต้านไว้ให้นานที่สุด แองจี้ เรนอนไปพาคนเจ็บกลับมารักษาที่เกวียน คาลิน่าดูแล เฟริน คิลประจำตำแหน่ง”
ทุกคนรีบรุดปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ครี้ดพุ่งเข้ารับดาบแทนทิวดอร์ที่กำลังหมดแรง มาทิลด้าปราดเข้าสู้แทน เอ็ดเวิร์ดที่พลาดพลั้งเพราะบาดเจ็บ แองจี้ไปรับคนเจ็บกลับมาให้ เรนอนรักษาที่เกวียนอีกคันที่อยู่ทางแนวหน้ามากกว่า
เสียงหัวเราะบนท้องฟ้าดังสนั่นป่า กลบเสียงอึกทึกของการต่อสู้บนพื้นดินสิ้น ลอเรนซ์กัดฟันกรอด มองขึ้นไปบนท้องฟ้า จะขยับออกไปช่วยสู้ก็ไม่ได้ เพราะถ้าออกไปเขตอาคมที่ร่ายไว้บนเกวียนก็จะแตก เฟรินจะโดนโจมตีทันที
“กองกำลังของท่านกำลังอ่อนล้าและจะพ่ายแพ้ให้กับข้าในที่สุด ท่านนักบวช”
ลอเรนซ์ขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์นัก กับสถานการณ์ตรงหน้า ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนขยับยิ้มขันบาง ๆ
“หมากยังไม่จบตาเดิน วัดผลแพ้ชนะไม่ได้”
“บางครั้งเมื่อเห็นตาหมากจนแต้ม ก็ควรจะรู้ว่าควรล้มแต้ม ข้าขอแค่ตัวเล็กน้อยที่ท่านดูแล แล้วจะรับประกันความปลอดภัยของผู้ร่วมทัพของท่าน”
“ทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลังไม่ใช่วิสัยของนักรบ”
คาโลแทรกขึ้นมาท่ามกลางการแลกเปลี่ยน เสียงบนท้องฟ้าเงียบไปฮึดใจ ก่อนจะหัวเราะขึ้นมาใหม่
“หมากของท่านกำลังจนตาเดิน แต่หมากของข้ายังเหลือ”
สิ้นเสียงร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้นกลางวงตรงหน้า คิล กับ ลอเรนซ์
คนแรกมีผมสีแดงเพลิง วัยรุ่น ๆ เดียวกับพวก เฟริน ดวงตาสีแดงดุดันกราดเกรี้ยว ดูเหมือนไม่พอใจกับอะไรสักอย่าง
คนที่สองเป็นสาวน้อยร่างบาง อรชอนอ้อนแอ้น ผมสีทองยาว นัตน์ตาสีดำในกรอบแว่นสงบนิ่งเรียบเฉย มองสถานการณ์ทั่วบริเวณเรียบ ๆ
คนสุดท้ายเป็นชายหนุ่มร่างเล็กปราดเปรียว ผมสีฟ้าดูขี้เล่นซุกซน มองตรงไปยังเกวียนที่อยู่ด้านหน้า ยิ้มกว้างถูกใจ
“ว้าว น่ารักแฮะ ไม่น่ามีลูกแล้วเลย”
ชายร่างเล็กพูดขึ้นเป็นคนแรก มองไปยังหญิงสาวในเกวียนที่อุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขน
“นั่นคือเป้าหมาย ไอบ้า แหกตาดูหน่อย”
ชายผมสีแดงเหวใส่เพื่อน แต่ชายหนุ่มถลึงตาด้วยความตกใจชี้นิ้วขึ้นไปบนเกวียน
“ก็อย่างว่าล่ะ สาวน้อยน่ารักขนาดนี้ ฉันขอ”
“เด็กต่างหาก”
สาวน้อยคนเดียวเบรกชายหนุ่ม ลอเรนซ์เลิกคิ้วไม่สบอารมณ์เท่าไร ถึงแม้สามต่อสาม แต่นั้นหมายความว่าไม่มีใครเหลือดูแล เฟรินอีกเลย แบบนี้มันบ้าชัด ๆ
โรเวนขมวดคิ้วมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะส่งสองคนที่ช่วยอยู่ออกไปตอนนี้ก็ไม่ได้ เพราะอาจจะส่งผลให้ม่านพลังแปรปรวน แล้วคนที่โดนก็คือทุกคนที่อยู่ภายใต้อาณาเขตของเขาเอง เฟลิโอน่าก็กำลังแก้เขตอาคมให้ ลูคัส ไธนอล ที่เหลือก็คือ ลอเรนซ์ คิล และคาลิน่าพอดี แต่เฟรินก็จะไร้การป้องกัน
เปรียง...
เวทย์กระจกทมิฬแตกออก ไธนอล ลูคัส กระเด็กไปคนละทาง บาดเจ็บสาหัสเกินมาช่วยรับมือตรงหน้าต่อได้
“คิล เฟลิโอน่า คาลิน่ารับมือ ส่งเฟรินมาให้พี่” ลอเรนซ์สั่งรุ่นน้องทั้งสามทันทีและรับ เฟรินเข้าสู่อ้อมแขน
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนักฆ่า ซาเรส”
คิลขมวดคิ้ว ยิ้มบาง ๆ พยักหน้ารับ
“ความจริงก็ไม่ชอบทำงานให้ใครฟรี ๆ หรอก แต่ถ้าไม่มี ไอบ้านั้นด้วยก็ไม่เอาด้วยหรอกว่ะ หมอนั่นเป็นเพื่อนที่เสียไม่ได้เสียด้วย”
“นักฆ่าอยากมีเพื่อน”
“หมอนั่นเป็นเพื่อนที่หาไม่ได้ธรรมดา อยากได้ก็รับมือ”
คิลพุ่งเข้าสู้กับชายหนุ่มผมแดงเพลิงทันที
เสียงบริกรรมคาถาดังจากสาวน้อยผมสีท้อง ท้องฟ้าคำรามดังลั่น สายฟ้าฟาดลงมาแต่ชะงักค้างกลางอากาศก่อนจะ อันตรธานหายไปในพริบตาด้วยฤทธิ์เดชของเดอะเมจิคปริ๊นเซส แดนเดมอส ท้องฟ้ามืดมิดลงอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่เห็นอะไร ก่อนฟาดเปรียงลงใส่หญิงสาวที่กางม่านพลังรับได้ทัน
“เรามาเล่นกันมั่งดีกว่า”
ดาบเรียวถูกเรียกเข้ามือพุ่งเข้าใส่หญิงสาวในทันที
การต่อสู้ยืดเยื้อดุเดือนกันไปสักพักก่อนที่ทั้งสามจะชะงักและยอมล่าถอยกลับไปเสียอย่างนั้น กลุ่มดินแตกตัวสลายไปปนกับพื้นดิน
ชนะแล้ว... มันถอยแล้ว
...................................................................................