หลังจากที่หลงอี้ฟางเดินมาได้สักพักใหญ่ ในตอนนี้นางก็เดินไกลออกมาจากตัวเมืองมาพอควรแล้ว อีกทั้งบริเวณนี้ยังมิมีผู้ใดผ่านมาด้วย
หลงอี้ฟางหยุดเดินแล้วหันไปทางเหล่าคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่ นางพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดัง “ ออกมากันเสียให้หมด อย่าทำให้ข้าเสียเวลา ”
มิรู้ว่าพวกที่แอบตามหลงอี้ฟางมาเห็นนางเป็เพียงหญิงสาวที่ดูอ่อนแอหรืออย่างไร พวกเขาถึงได้ออกมาตามที่นางพูดพร้อมทั้งยังยกยิ้มอย่างชั่วร้าย
พวกที่แอบตามหลงอี้ฟางมามีทั้งหมด 5 คน คนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าเดินออกมาข้างหน้าแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“ หญิงสาวที่งดงามเช่นนี้เหตุใดมาเดินข้างนอกเมืองเพียงผู้เดียว ข้าเพียงรู้สึกเป็ห่วงจึงได้แอบตามมาปกป้องเ้าเท่านั้นเอง ”
หลงอี้ฟางได้ยินเช่นนั้นนางก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ‘ เ้าพวกนี้คิดจะทำอันใดกัน เหตุใดถึงได้เสแสร้งเช่นนี้ ช่างเป็การเสแสร้งที่เลวร้ายยิ่งนัก มิรู้หรืออย่างไรข้านั้นดูละครมามากมาย เห็นคนที่แสดงเก่ง ๆ มาก็เยอะ พอมาเจอแบบนี้เหมือนท่อนไม้กำลังท่องบทมิมีผิด โอ้!! ดูเหมือนจะมีมาอีกคน แต่ผู้นั้นกลับแอบดูอยู่ไม่ยอมออกมา นี่พวกมันคิดจะทำอันใดกันลักพาตัวข้างั้นรึ ’
หลงอี้ฟางพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด “ พวกเ้ามิต้องกังวลเื่ของข้า แล้วหยุดตามข้ามาเสียที ถือว่าข้าเตือนพวกเ้าแล้ว ”
หัวหน้ากลุ่มพูดขึ้นด้วยความโมโห “ นี่เ้าบังอาจ!! ข้าอุตส่าห์หวังดีคิดจะปกป้อง แต่กลับมาพูดจาเช่นนี้ เหตุใดหญิงงามถึงได้หยาบคายดูเหมือนพวกข้าจะต้องสั่งสอนเสียหน่อย ”
หลงอี้ฟางตอบกลับ “ หยาบคายงั้นรึ!! หูเ้าคงมีปัญหาแล้ว ข้าเพียงบอกมิให้แอบสะกดรอยตามข้ามาอีกก็เท่านั้นเอง ”
หลังจากหลงอี้ฟางพูดจบ กลุ่มคนที่แอบตามนางมาก็กำลังจะพุ่งเขามาทำร้ายหลงอี้ฟาง พวกเขาแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก ไม่เหมือนโกรธแค่ว่านางพูดจาไม่ดี แต่เหมือนหลงอี้ฟางได้ไปลอบฆ่าคนรักของพวกเขามามากกว่า
แต่ก่อนที่กลุ่มคนเ่าั้จะมาถึงตัวของหลงอี้ฟาง ก็มีสายน้ำพุ่งออกมากระแทกคนเ่าั้ให้ต้องถอยกลับไป
หลงอี้ฟางที่มองดูอยู่ก็เกือบหลุดขำออกมา เพราะการแสดงตรงหน้ามันแย่จริง ๆ ‘ โอ้!! เ้านั้นออกมาจริง ๆ คงมิใช่ภารกิจคุณชายใหญ่ช่วยหญิงงาม แล้วนางก็ต้องตกหลุมรักเขาจนยอมแต่งเข้าตระกูลคุณชายใหญ่อะไรทำนองนี้หรอกนะ ’
หลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มรูปงามออกมา เขาใช้พลังธาตุน้ำเพื่อต่อสู้กับกลุ่มคนเ่าั้ด้วยความยากลำบาก ทั้งยังส่งมอบรอยยิ้มมาทางหลงอี้ฟางเป็ระยะ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมิใช่สีหน้าซาบซึ้งใจ แต่เป็สีหน้าหงุดหงิดแทน
ชายหนุ่มรูปงามที่เห็นเช่นนั้น เขาก็รีบใช้พลังมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้กลุ่มคนเ่าั้อยู่ในสภาพมิสู้ดีจนพากันสลบไป
หลังจากเขาลงมือเสร็จ ดูเหมือนว่าเขาจะใช้พลังมากเกินไป ทำให้ชายรูปงามได้แต่เดินซวนเซไปทางหลงอี้ฟาง
แล้วเมื่อเขาเดินมาถึงตรงหน้าหลงอี้ฟาง เขาก็ยกยิ้มอย่างอ่อนโยนให้นางแล้วตัวเขาก็ล้มลงไปนั่งบนพื้นพร้อมทั้งพูดด้วยเสียงเหนื่อย
“ มิเป็ไรเ้ามิต้องประคองข้า ข้าเพียงเห็นหญิงสาวที่กำลังตกที่นั่งลำบากจึง้าเข้ามาช่วยเหลือนาง ข้ามิได้้าสิ่งใดตอบแทน แม่นางมิต้องเป็กังวลเื่ของข้า ”
หลงอี้ฟางที่ยืนดูอยู่นิ่ง ๆ นางไม่ได้คิดจะไปประคองชายรูปงามเลยสักนิด แต่เมื่อหลงอี้ฟางเหลือบไปเห็นบางอย่างนางก็รีบพูดขึ้นด้วยความร้อนรน “ ดีแล้ว หากเ้ารู้สึกอยากนอนก็จงนอนไปซะ ข้ามิได้กังวลเื่ของเ้าเลยสักนิด ลาก่อน ”
ชายหนุ่มรูปงามที่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกสับสนเป็อย่างมาก ว่าแผนการที่เขาวางไว้ เหตุใดจึงจบลงเช่นนี้ มิใช่ว่าหญิงที่งดงามต้องซาบซึ้งเขาหรอกหรือ
ทางด้านหลงอี้ฟางที่กำลังจะเดินจากไปก็ได้แต่บ่นในใจ ‘ บัดซบ!! เ้านั้นมีโชคลูกรัก์มากถึง 300 แต้ม ข้ามิมีทางอยู่ใกล้เข้าเด็ดขาด หากเจอเื่ร้าย ๆ ภัยร้ายคงมาทางข้าเป็แน่ ส่วนพวกที่มีแต้มเยอะเช่นนี้ คงกลายเป็ผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไป เ้าคิดหรือว่าข้าจะอยู่ต่อให้โง่ ’
แต่ในขณะที่หลงอี้ฟางกำลังจะหลบหนีก็มีเสียงหนึ่งหยุดนางไว้เสียก่อน ‘ แต่ดูเหมือนเ้าจะทำเช่นนั้นมิได้นะ เพราะเขาคือหนึ่งในห้าเป้าหมายที่เ้าต้องขโมยโชคมา หากมิลงมือตอนนี้เ้าอาจจะลงมือได้ยากกว่าเดิมนะ ’
‘ เหตุใดจึงเป็เ้านี่กัน ไว้รอให้พลังข้าแข็งแกร่งมากกว่านี้แล้วค่อยลงมือมิได้จริง ๆ งั้นรึ ’ หลงอี้ฟางที่อยู่ในสถานการณ์ลำบากใจ ทำให้นางคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี
‘ โชคของเ้าพวกนี้มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นทั้งยังเพิ่มขึ้นด้วยความรวดเร็วอีกด้วย หากเ้าปล่อยไว้แล้วไม่รีบจัดการตอนที่เขายังมีโชคน้อย ๆ อยู่ ต่อไปหากเขามีโชคมากขึ้น เ้าคงจะจัดการเขายากหรืออาจจะขโมยโชคจากเขาไม่ได้เลยก็เป็ได้ ’ สวี่เจ๋อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
‘ เฮ้อ... มีแต่ต้องลองเสี่ยงดูสินะ ข้าจะต้องทำได้ ’
สุดท้ายหลงอี้ฟางที่ไม่้าให้ภารกิจล้มเหลว แล้วที่สำคัญนาง้ากลับไปหาพ่อแม่ในโลกนภา หลงอี้ฟางจึงตัดสินใจทำแม้มันจะเสี่ยงให้นางต้องเจอกับโชคร้ายมากกว่าปกติก็ตาม
หลงอี้ฟางปรับสีหน้าให้ดูใสซื่อและอ่อนโยนในทันที นางค่อย ๆ เดินไปทางที่ชายรูปงามนั้นล้มลงอยู่ อีกทั้งในตอนนี้เขายังแสดงสีหน้าสับสน ทำให้ยังไม่ได้ลุกขึ้นมา
หลงอี้ฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้ชายรูปงามได้สติและจ้องมองมาที่นางด้วยความเสน่หา
“ คุณชายท่านมิเป็อันใดนะเ้าคะ พอดีเมื่อครู่ข้ารู้สึกใเป็อย่างมาก จึงได้พูดอะไรแปลก ๆ ออกไป ข้าหวังว่าคุณชายจะมิโกรธและช่วยเมตตาข้าด้วย ที่สำคัญข้าต้องขอขอบคุณที่ท่านช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ ช่างน่าเศร้าที่ข้านั้นมิมีสิ่งใดสามารถตอบแทนคุณชายได้ในตอนนี้เลยเ้าค่ะ ”
สีหน้าที่ใสซื่อและน้ำเสียงที่อ่อนโยน ทำให้ชายรูปงามยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขาคิดว่านางคงใตามที่พูดจริง ๆ มิได้คิดให้ถี่ถ้วนเลยว่าหญิงงามผู้นี้มิได้มองออกง่ายดายเช่นนั้น
ชายรูปงามรีบยืนขึ้นเพราะเขาเกรงว่าหลงอี้ฟางจะมองเขาดูไม่ดี เขาพยายามแสดงท่าทางให้ดูสง่างามมากที่สุดแล้วจึงพูดขึ้น
“ เ้ามิต้องคิดมากเื่นั้นข้าย่อมเข้าใจดี การที่เ้าจะใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิใช่เื่แปลกแต่อย่างใด ส่วนเื่สิ่งตอบแทนเ้าก็อย่าได้นำมันมาใส่ใจเลย ข้า้าช่วยเ้าจากใจจริง เ้าสามารถเรียกข้าว่าคุณชายใหญ่มิจำเป็ต้องรู้ชื่อแซ่เพราะข้าเพียงผ่านทางมาเพื่อช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเท่านั้น ”
หลงอี้ฟางที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็พยายามระงับอารมณ์ไว้และยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนเหมือนเดิม
‘ ช่างเป็การโอ้อวดเสียจริง ให้ผู้อื่นเรียกตนว่าคุณชายใหญ่งั้นรึ อุตส่าห์เติมคำว่าใหญ่เข้าไปเสียด้วย เ้ากลัวมิมีผู้ใดรู้หรืออย่างไร ว่าตัวเองเป็บุตรชายคนโตของตระกูล เฮ้อ... หลงอี้ฟางเ้าต้องอดทนไว้อย่าให้เสียการใหญ่ ’
หลงอี้ฟางพูดขึ้น “ ขอบคุณคุณชายใหญ่มากเข้าค่ะ ท่านช่างมีจิตใจที่งดงามยิ่งนัก ”
คุณชายใหญ่ได้ยินเช่นนั้นเขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ จริงสิเหตุใดเ้าถึงได้ออกมานอกเมืองคนเดียวเช่นนี้ เ้าก็น่าจะรู้ว่ามันอันตรายมาก ให้ข้าพาเ้ากลับเข้าเมืองดีหรือไม่ ”
หลงอี้ฟางที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็เสแสร้งทำหน้าเศร้า เหมือนมีญาติที่บ้านกำลังจะตายหากนางไม่ออกจากเมืองมา