“มะวานก็มีคนโดนนะ ระวังกลับดึกๆแบบนี้”
“เหรอคะ”
“มีคนแจ้งความหลายคนแล้วแต่จับไม่ได้สักที”
“ค่ะป้า”
“อยู่ไกลไหมเดินไปเหรอหนู”
“ตึกสีขาวด้านหน้านี้เองค่ะคงไม่มีอะไรแล้ว ขอบคุณค่ะป้า”พูดจบหญิงสาวรีบจ้ำอ้าวกลับที่พักพร้อมกับพะวงหน้าพะวงหลังเกรงคนร้ายจะย้อนกลับมาอีกพอกลับถึงห้องพักหญิงสาวรีบโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทเพื่อรายงานสถานการณ์ทันที
“ทัต มะกี้โดนฉกกระเป๋าก่อนถึงห้องพักเรากลัวแทบตาย”คนเล่าออกอาการตื่นเต้นเล็กน้อย
“เป็อะไรไหมปาน เดี๋ยวเราไปหาเดี๋ยวนี้เลยรอแป๊บนะ”
“ไม่เป็ไร เราสู้ไงกระชากกลับรถมันเกือบล้มเลยเราเจ๋งเปล่า”คนเล่ายังคงโม้ไม่หยุด
“เราไปดูดีกว่านะเป็ห่วงเดี๋ยวนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปโอเคนะ”
“ไม่ต้อง เราโอเคไม่มีอะไร”
“อย่าเถียง!!!!” น้ำเสียงตะคอกจนคนฟังรับรู้ถึงความห่วงใยในสัญชาตญาณตัวเอง
“ก็ได้”
“แค่นั้นล่ะลงมารอที่ข้างล่างเลยไม่เกินสิบห้านาทีถึง”ศิวาทัตวางสายคว้าเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นทรงหลวมๆใส่รองเท้าแตะแบบสบายๆเพราะที่พักอยู่ห่างกันไม่กี่ซอยไม่ต้องแต่งตัวอะไรมากมายศิวาทัตชำเลืองมองเพื่อนสาวที่นั่งรอเปิดประตูให้เขา ปานระพีสวมเสื้อยืดสีขาวหลวมๆกางเกงขาสั้นทรงหลวมแบบใส่อยู่บ้านคล้ายๆแบบที่เขาใส่พอดีเลยจนเขาอดยิ้มไม่ได้
“ยิ้มอะไรทัต”
“แต่งตัวเหมือนกันเลยดูสิ”
“ใครๆก็ใส่แบบนี้ไม่แปลก”
“ปานใจตรงกับเรา เห็นไหมชอบเหมือนกันเลย”
“แหวะ”
ครั้งแรกที่ศิวาทัตได้เข้ามาในห้องพักของปานระพีปกติเขาแค่ส่งที่หน้าตึกไม่เคยได้ขึ้นมา้าสักทีแต่วันนี้เพื่อนสาวไม่บ่นสักคำ เขาสำรวจรอบๆห้องข้าวของเครื่องใช้มีเท่าที่จำเป็เท่านั้นทีวีตู้เย็นก็ไม่มีมีแค่กาต้มน้ำขนาดเล็กวางติดกับบะหมี่สำเร็จรูปสองสามห่อและกาแฟแบบพร้อมชงจานชามมีไม่กี่ใบ กระติกใส่น้ำ ตู้ใส่เสื้อผ้าแบบผ้า
“ปานมีของใช้แค่นี้เหรอ”
“ใช่เรามีแค่นี้ล่ะเน้นนอนอย่างเดียว”
“เราซื้อให้ได้ไหมปาน เราอยากให้”
“ไม่ต้องหรอกแค่นี้ก็สบายแล้วลำบากกว่านี้ก็เคยแล้วนะทัต”
“ขอดูหน่อยสิ” หญิงสาวฟังแล้วสะดุ้งเล็กน้อย
“เฮ้ย!ดูอะไร?”
“แขนๆที่ถูกกระชากไงคิดลึกสิ ผู้หญิงสมัยนี้จริงๆเลย”
“อือ แขนเจ็บนิดหน่อยแต่นิ้วถลอกสงสัยครูดกับสายกระเป๋าผ้าแรงไป”คนพูดยื่นแขนพร้อมชี้รอยถลอกที่นิ้วให้เพื่อนชายดู
“เจ็บแน่พรุ่งนี้มันจะเคล็ดนะปานเราเคยเป็”
“ทำไงได้ล่ะเจ็บก็ต้องทน” ปานระพีชูสองนิ้วพร้อมกับยิ้ม
“ทำไมถึงถูกกระชากได้ล่ะ” ศิวาทัตถามพร้อมทำหน้าสงสัย
“เราเดินกลับแล้วแกว่งกระเป๋าผ้าไปมามันคงคิดว่ามีตังค์ในนั้น”
“งกมากสิถึงเดินกลับ” ชายหนุ่มพูดพร้อมส่ายหัวไปมา
“รู้ทันอีกล่ะ วินมอเตอร์ไซค์ไม่มีมันดึกไง”
“แล้วมีอะไรในกระเป๋าถึงยอมกระชากกลับคืนแบบไม่กลัวเจ็บแทนที่จะให้มันไปซะจบเื่”
“เอ่อ มีแค่ แปรงสีฟันยาสีพันไหมขัดฟัน โฟมล้างหน้า”
“ยัยปานระพี! ของแบบนี้เธอเสี่ยงตายแย่งกลับคืนเหรอ?” ศิวาทัตพูดเสียงดังจนอีกคนหันมาจ้องหน้าทันที
“เราลืมตัว” เสียงคนโดนดุเริ่มแ่เบา
“โตแล้วดูแลตัวเองด้วยกว่าน้องสาวเธอจะมาอยู่ด้วยอีกตั้งเดือนกว่าๆนะ”
“อือ” ปานระพีเริ่มรู้สึกเจ็บแขนขึ้นมาอีกนิดก่อนจะหาวติดๆกันสามครั้ง
“แม่คุณสามหาวของแท้ปิดปากด้วยนะ”
“อือ”
“เป็ห่วงมากนะนี่ คอยดูพรุ่งนี้เธอจะใช้มือทำอะไรได้ไหมมันต้องระบมแน่ๆ”
“ไม่หรอกมั้งคงไม่เจ็บมาก เราต้องไปทำงานด้วยพรุ่งนี้เข้างานบ่ายสอง”
“เราอยู่เป็เพื่อนได้ไหมเรานอนติดประตูเอง เธอนอนที่เตียงเธอ”
“ไม่!!!”
“เราเป็ห่วงจริงๆไม่ไว้ใจเราเหรอ ที่ผ่านมากี่ปีแล้วที่รู้จักกัน”พูดจบชายหนุ่มก็ล้วงกระเป๋าควานหาบางสิ่งก่อนจะอุทานจนอีกคนใ
“เฮ้ย!!!!!ปาน เราคงลืมกุญแจห้องแน่เลยรีบมาหาเธอเราต้องค้างที่นี่แล้วล่ะดึกป่านนี้แล้วนะๆ” เ้าของห้องทำหน้าครุ่นคิดสักพักก่อนจะพยักหน้าตอบ
“อือ งั้นก็นอนตรงประตู เราอ่านหนังสือต่ออีก คงนอนดึกๆล่ะ”หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาเกือบจะเที่ยงคืน กว่าจะอ่านหนังสือจบก็คงตีสองพอดีหลังจากจัดที่นอนให้อีกคนเสร็จก็หยิบตำรามาอ่านซึ่งทำเป็ปกติของแต่ละคืนการเรียนควบคู่ทำงานด้วยไม่ใช่เื่ง่ายหากไม่ขยันอ่านหนังสือคงจบไม่ทันเพื่อนๆผ่านไปเกือบชั่วโมงเสียงกรนเริ่มมาเป็ระยะๆสลับความเงียบจนเ้าของห้องต้องลุกไปนั่งจ้องใกล้ๆว่าตัวกำเนิดเสียงหลับจริงหรือแกล้งหลับแค่ลองเอานิ้วสะกิดเบาๆที่ต้นแขนแต่คนกรนกลับไม่รู้สึกอะไรแสดงว่าหลับจริงก่อนจะกลับมาอ่านหนังสือต่อไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนจนคนที่นอนตรงประตูร้องเอะอะโวยวาย
“จับมัน!”
“จับมัน!” เสียงกุกกักชนกับประตูไม่มีผลให้คนบนเตียงตื่นขึ้นมาเลยอาจเพราะความอ่อนล้าจนหลับไม่รู้สึกตัว
“กึกกึก!” เสียงชนประตูแรงพอให้ศิวาทัตงัวเงียตื่นพร้อมอาการงงๆกับตัวเอง
‘ฝันไปนี่หว่า ฝันว่าไล่จับคนร้ายที่กระชากกระเป๋าปานระพี’
ศิวาทัตลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเหลือบมองเวลาตีสองกว่าๆส่วนคนบนเตียงคงหลับสนิทเพราะหนังสือทับหน้าขนาดนั้น
‘ดั้งก็น้อยๆทับจะหายใจออกไหมนั่นแค่คิดยังอดหัวเราะไม่ได้คนอะไรดั้งหลบลึก’
ด้วยความหวังดีจะหยิบหนังสือออกให้ขนาดค่อยๆเบามือหยิบออกแต่มิวายคนหลับกลับสะดุ้งตื่นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกำลังก้มลงมาแทบชิดแก้มตัวเองหญิงสาวรู้สึกตัวทันทีถึงความผิดปกติ พอลืมตาขึ้นก็จำได้แม่นว่าใครอาการง่วงหายเป็ปลิดทิ้ง
“ศิวาทัตจะทำอะไรเรา ออกไป!จะแอบหอมแก้มเราเหรอเพื่อนบ้า!” พูดไปมือก็หยิกข่วนอีกคนเป็พัลวัน