“ การทำนายอนาคตนั้น ข้ายังจะจำไม่ค่อยได้นัก แต่พอรู้เรื่องลางบอกเหตุ มาบ้าง”
“ ถ้าเช่นนั้น ท่านอาจารย์ รู้ไหมว่ามารกระบี่โลกา เวลานี้อยู่ที่ใด”
“ ถ้าเจ้าไปสถานที่มันถูกกักขังเอาไว้ ข้าสามารถตามกลิ่นไอ ของมันได้ แต่เจ้ามาอยู่ที่นี่แล้ว มีทางเดียวที่จะหามันเจอ ก็มีอยู่วิธีเดียว คือ ใช้การเสี่ยงทาย ข้าเห็นกระดองเต่ามังกรใน ปราสาทเทพเซียน ข้าจะเอามาทำนายให้เจ้า อาจารย์ลู่เอินเข้าไปในปราสาท แล้วทำการเสี่ยงทาย โดยใช้มือลูบหลังกระดองเต่ามังกร สามครั้ง แล้วในที่สุดหลังกระดองเต่าก็ปรากฏ ตัวอักษรขึ้นว่า “สุสานหมื่นกระบี่”
เสี่ยวเทียนพอรู้ที่อยู่ของจอมมารกระบี่โลกาแล้ว ก็รีบเอ่ยถามศิษย์พี่สามขึ้นมาทันที
“ ศิษย์พี่ สุสานหมื่นกระบี่ อยู่ที่ใด”
“ สุสานหมื่นกระบี่อยู่ ไม่ไกลจาก หุบเขาวานรสถิต มีอะไรรึ?”
“ จอมมารกระบี่โลกา ต้องอยู่ที่นั่นแน่ ศิษย์พี่ส่งข่าวไปยังสำนักเราได้เลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างมั่นใจศิษย์พี่คว้าหยกสื่อสารติดต่อไปทันที
“ ศิษย์น้องเล็ก อาจารย์ให้เราไปรอที่สุสานหมื่นกระบี่ก่อนเลย ส่วนสำนักอื่นๆ อาจารย์ก็กำลังแจ้งให้พวกเขารับรู้”
“ ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็เดินทางกันเลย” เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่ ก็ออกเดินทางไปที่สุสานหมื่นกระบี่ทันที
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึง สุสานหมื่นกระบี่
“ ศิษย์พี่ ทำไมเรียกที่นี่ว่า สุสานหมื่นกระบี่”
“ ที่นี่เมื่อก่อนอยู่ในโลกเก่า หลังจากมหาเทพหลี่เทียน สร้างโลกใหม่ การนำดินแดนโลกเก่าบางส่วนมาเสริมในโลกใหม่ ด้วย สุสานหมื่นกระบี่ก็เช่นกัน มันถูกนำมาตั้งไว้ในบริเวณนี้ ไม่มีใครอยากเข้าไปข้างใน เพราะว่ามีคนบอกว่า ด้านในมีปีศาจอยู่มากมาย แต่พวกมันไม่สามารถออกจากสุสานหมื่นกระบี่ได้ มิเช่นนั้น จะสลายหายไป มีคนใจกล้าอยากได้กระบี่วิเศษด้านใน แต่พอเข้าไปแล้ว ก็ไม่เคยมีใครออกมาได้เลย”
“ ข้าจะเข้าไป” เสี่ยวเทียนเอ่ย พร้อมมองไปที่ทางเข้าสุสานกระบี่ด้านใน
“ ไม่ได้ รออาจารย์มาถึงก่อน” ศิษย์พี่สามรีบเอ่ยเตือนเสี่ยวเทียนทันที
ในขณะที่มีคนจากหลายสำนักเข้ามาเสริมด้านหน้าทางเข้าเป็นจำนวนมากว่าห้าร้อยคน พอทุกคนมาถึงก็มีคนใจกล้าเข้าไปหลายสิบคน แต่ก็ไม่มีเสียงอันใด ออกมา เห็นพวกเขายืนถือกระบี่ส่องประกายแวววับ ออกมาโชว์ให้คนที่ไม่กล้าเข้าไปดู จนหลายคนเริ่มใจกล้าเข้าไปด้านในกันมากขึ้น จนคนที่มาใหม่เข้าไปในสุสานจนหมด
“ ศิษย์พี่ พวกเขาเข้าไปจนหมดแล้ว เหลือแค่เราเท่านั้น พวกเรายังรออาจารย์อีกไหม” ศิษย์พี่เห็นคนอื่นเข้าไปเลือกกระบี่ แล้วไม่เห็นมีใครเป็นอะไร
“ ไป พวกเราเข้าไปดูกัน” ศิษย์พี่สามจูงมือเสี่ยวเทียนก้าวเข้าไปสุสานหมื่นกระบี่อย่างระมัดระวัง
พอเห็นคนวิ่งกันกรูเข้าไปแย่งกระบี่กัน แต่ว่าพอทุกคนได้กระบี่แล้ว ก็ไม่มีใครแย่งกระบี่กันอีกเลย ศิษย์พี่สามทำท่าจะวิ่งเข้าไปหาดาบดีๆ สักเล่ม แต่ถูกเสี่ยวเทียนดึงตัวเอาไว้ไม่ให้ไป
“ มีอะไรรึ” ศิษย์พี่หันมามองเสี่ยวเทียน
“ กระบี่พวกนี้มีบางอย่างผิดปกติ ศิษย์พี่ออกไปจากที่แห่งนี้ก่อนเร็ว” เสี่ยวเทียนดึงมือศิษย์พี่สามออกไปจากที่นี่ทันที พอไปถึงทางออก เสี่ยวเทียนเหวี่ยงหยกออกไป สี่จุด แล้วรีบทำการสร้างค่ายกล 4 ธาตุเอาไว้ แล้วชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าเขียนเวทย์สายฟ้ากักขังอีกรอบ แล้วเดินออกมาคุมเชิงด้านนอก
“ เสี่ยวเทียนเกิดอะไรขึ้น” ไม่ทันที่เสี่ยวเทียนจะตอบ คนของสี่สำนักก็มายืนกันพร้อมหน้า
“อาจารย์” เสี่ยวเทียนกับ ศิษย์พี่สามเอ่ยออกมาพร้อมกัน
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาไม่เชื่อฟัง รีบเข้าไปก่อนทำไม” อาจารย์เจ้าสำนักสงสัย
“ ท่านเจ้าสำนักเซี่ยฟงพวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ อย่าช้าเลย”
“ เดี๋ยวก่อนประสกทั้งหลาย อาตมามีเรื่องจะบอกกับ พวกท่านก่อน ว่าจอมมารกระบี่โลกานั้น เป็นกระบี่ที่มีชีวิต ตัวมันสามารถควบคุมจิตใจ ของคนที่ถือกระบี่ได้ สาวกของมันก็เช่นกันพวกท่านเข้าไปแล้ว ต้องระวังด้วย” เจ้าอาวาสวัดเทียนเฉิง กล่าวเตือนทุกคน
“ รีบเข้าไปกันเถอะ” อาจารย์เซี่ยฟง เอ่ยกับสองศิษย์แล้วพุ่งเข้าไปในสุสานกันอย่างรวดเร็ว
แล้วเจ้าสำนักภูผาสวรรค์ก็ส่งเสียงเรียกศิษย์ให้กลับมา แต่พวกเขาไม่มีใครฟัง
และทำเหมือนไม่ได้ยิน เจ้าสำนักวารีมรกต ก็เช่นกันส่งเสียงเรียกศิษย์ที่ยืนถือกระบี่ด้านใน แต่ไม่มีใครเข้ามาเลย
“ พวกเขาตกอยู่ภายใต้อำนาจกระบี่กันหมดแล้ว” เจ้าอาวาสวัดเทียนเฉิง เอ่ยกับทุกๆ คน
“ทำยังไงดี แล้วเจ้าจอมมารกระบี่มันอยู่ที่ใด” ท่านเจ้าสำนักวารีมรกตเอ่ยด้วยความกังวล
ยังไม่ทันได้คำตอบ คนหลายคนพุ่งตัวออกจากแหล่งแล้ว แทงกระบี่เข้าหาคนในสำนักตัวเอง แต่มีบางคนก็พยายามหลบหนีออกจากสุสาน
“ ทุกคนโจมตีที่กระบี่” เจ้าอาวาสวัดเทียนเฉิง ตะโกนออกไป ทุกคนเริ่มโจมตีกระบี่ไม่โจมตีคน แล้วพอกระบี่ถูกทำลายหรือหลุดมือไป ศิษย์เหล่านั้น ก็รู้สึกตัว
ส่วนที่กำลังจะออกไปจากที่นี่ ก็ถูกพลังสายฟ้าฟาดเข้ากระบี่ จนพังทลายไปจนหมด โดยที่เสี่ยวเทียนยืนขวางทางออกเอาไว้ ไม่มีใครสามารถหลบหนีออกไปจากสุสานหมื่นกระบี่ได้ แต่ไม่ทันไร กระบี่ทุกเล่มนับหมื่นนับแสน ก็รวมตัวกันเป็นพายุกระบี่ แล้วพุ่งเข้าใส่ เหล่าคนทั้งสี่สำนัก โดยมีเจ้าสำนักทั้งสี่ คอยสกัดเอาไว้
“ ทุกคนออกไป ที่นี่อันตราย” เจ้าสำนักทั้งสี่ตะโกนบอกศิษย์ทุกคนให้ออกจากสุสานหมื่นกระบี่ แล้วใช้พลังกับอาวุธของแต่ละคนออกมาต้านทาน พลังการจู่โจมของพายุกระบี่ ลูกศิษย์แต่ละสำนักต่างคอยลุ้นอยู่ด้านนอก อย่างตื่นเต้น
“ อาจารย์ จอมมารกระบี่โลกามันอยู่ที่ใดกัน” เสี่ยวเทียนถามด้วยความสงสัย
“มันกระจายจิตวิญญาณออกไปนับหมื่นกระบี่ ต้องทำลายมันพร้อมกันทีเดียว ทั้งหมด ถึงจะจัดการมันได้”
“แล้วต้องทำยังไงดีล่ะ เจ้าสำนักทั้งสี่จะแย่แล้ว” เสี่ยวเทียนเห็นพายุกระบี่ถาโถมเข้าใส่เจ้าสำนักทั้งสี่ โดยที่ อาวุธของเจ้าสำนักทั้งสี่ กำลังจะต้านไม่ไหวแล้ว
“ในแขนเจ้ามีพายุทมิฬอยู่ตั้งสามลูก ปล่อยออกมาสักลูก ก็ทำลายพายุกระบี่ของมันได้แล้ว จากนั้นก็ใช้กระบี่อัสนีสายฟ้ากำจัดมันพร้อมกันทีเดียวเลย”
เสี่ยวเทียนปล่อย พายุทมิฬออกไปพร้อมกันทีเดียว สามลูก พายุกระบี่ถูกดูดเข้าไปในพายุทมิฬของเสี่ยวเทียนทั้งสาม แล้วเสี่ยวเทียนปล่อยพลังจากกระบี่อัสนีสายฟ้าเข้าไปทำลายกระบี่นับหมื่นอีกรอบ กระบี่นับหมื่นตกอยู่ในพายุทมิฬ แล้วยังถูกสายฟ้าฟาดเข้าไปซ้ำอีก กระบี่นับหมื่นแตกสลายไปพร้อมกับ ร่างวิญญาณมารกระบี่โลกา ถูกทำลายจนหมด อ๊ากกกกกกกกกกกก !!! จอมมารกระบี่โลกาส่งเสียงร้องดังออกมา อย่างเจ็บปวด
อาจารย์เจ้าสำนักทั้งสี่หันมา เอ่ยขอบใจเสี่ยวเทียน แต่ไม่ทันทีเสี่ยวเทียนจะเก็บพายุทมิฬเข้ามาในแขน ก็มีเสียงดัง ตูม ! ออกมาจากหุบเขา วานรสถิต ทุกคนตกใจรีบลอยตัวขึ้นฟ้ามองไปที่หุบเขาวานรสถิต พบกลุ่มควันลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณหุบเขา จากนั้นบรรยากาศรอบๆเริ่มมีลมพายุพัดผ่านไปมา อย่างหนาแน่น สร้างความตื่นตกใจให้กับทุกคนยิ่งนัก
มีเงาสีขาวร่างยักษ์ค่อยๆ ขยับกายขึ้นมาปิดบังดวงอาฑิตย์จนมืดมิด เป็นร่างของลิงยักษ์สีขาว ยืนเด่นเป็นสง่า แล้วมันก็ส่งเสียงร้องคำรามดังไปทั่ว เหมือนกับว่าโลกใบนี้ มันเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว
“ใครกันกล้าคืนชีพ วานรเทพขึ้นมา” อาจารย์เซี่ยฟงเอ่ยด้วยความตื่นตกใจพร้อมกับอีกสามสำนัก ทันใดนั้น ก็มีแสงสีขาวพุ่งออกมาจากพระราชวัง มายืนต่อหน้าคนของสำนักทั้งสี่ จักรพรรดิหยางไค กับรัชทายาทหยางซู่นั่นเอง
“ ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ”
“ ไม่ต้องมากพิธี พวกท่านจัดการมารกระบี่โลกาไปแล้วนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ใครดันสร้างลมวายุ ในเขตนี้ รู้ไหมว่ามันไปกระตุ้นให้ ลิงยักษ์ตัวนี้ มันคืนชีพได้อีกครั้ง” เสียงของจักรพรรดิเหมือนใจดีในตอนแรก แต่น้ำเสียงปิดท้ายเหมือนไม่พอใจยิ่งนัก ทุกคนเลยเงียบกันไปหมด เสี่ยวเทียนนึกในใจ มันเกี่ยวกันไหมเนี่ย ลมทมิฬของเขาแค่ทำลายล้างอยู่ในวงจำกัดเท่านั้นนะ กล่าวหาเช่นนี้มันไม่ถูกต้องนัก เสี่ยวเทียนเรียกลมทมิฬทั้งสามกลับมาไว้ในแขนทันที ทำให้สายตาของทุกคน รวมทั้งจักรพรรดิหยางไคมองมาที่เสี่ยวเทียนเป็นจุดเดียว
แต่ไม่ทันที่ จะทำอะไร ร่างของลิงยักษ์สีขาว ก็กระโดดลอยตัวพุ่งเข้าไปในเมืองแล้ว บรรลัยเกิดละที่นี้ จักรพรรดิพุ่งร่างเข้าไปเพื่อจะขวางลิงยักษ์ขาวตัวนี้
โดยใช้พลังเซียนสวรรค์ กดดันให้ลิงยักษ์ตนนี้ให้หยุด แต่ไม่สามารพหยุดมันได้เพราะมันไม่ได้ใช้พลังยุทธ หรือ พลังเซียน สิ่งที่มันใช้ คือพลังเลือดปฐมเทพไม่มีใครเอามันอยู่ได้ง่ายๆ ร่างของจักรพรรดิหยางไคเลยถูกมันกระแทกใส่ กระเด็นไปหลายกิโล
“ เสด็จพ่อ” รัชทายาทตระโกนออกมาสุดเสียง
“ เริ่มใช้ค่ายกล” จักรพรรดิหยางไคบอกกับรัชทายาท ใช้หยกเกือบร้อยอัน สร้างค่ายกลสี่ธาตุ เพื่อกักขัง ลิงยักษ์ตนนี้เอาไว้ เพราะว่า เมื่อครั้งก่อน จักรพรรดหยางหยุนเทียน ก็ใช้ค่ายกล ขจัดพลังวายุจนหมดไป แล้วใช้พลังธาตุที่เหลือสยบลิงยักษ์ตัวนี้ไว้ได้
“เฮอะ พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กหรือไง ครั้งก่อนข้าไม่รู้ความ ถูกจับในค่ายกลนี้ ครั้งนี้ ข้าไม่ยอมถูกจับอีกแน่” ครั้งนี้ลิงยักษ์ขาวสลัดขนสีขาวออกมา กลายเป็นขนสีขาวแข็งเหมือนเข็ม พุ่งเข้าใส่ ทั้งรัชทายาทกับ องค์จักรพรรดิหยางไค และหยกทั้งร้อยอัน จนหยกพังพินาศ รัชทายาทกับจักรพรรดิสวมเสื้อเกราะยังถูกขนเข็ม พุ่งกระแทกกระเด็นออกไป จนกระอักเลือดออกมา ลิงยักษ์ยกภูเขาทุ่มเข้าใส่ตามไปอีก จากนั้นก็กระโดดเข้าไปในเมืองไปต่อ
บนท้องฟ้ามุมสูง ชายหนุ่มกับชายชรา ยืนมองการต่อสู้ทั้งสองฝ่ายอยู่พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก
“ พวกมันนึกว่า จ้าววานรเทพ บุตรแห่งเทพสายลม จะถูกพวกมันจับได้ง่ายๆ อีกอย่างนั้นรึ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มดูถูกพวกมนุษย์แดนนี้
“ องค์ชายใหญ่ ท่านจ้าววานรเทพรับปากแล้ว ว่าจะรับใช้ท่าน 500 ปี ครั้งนี้ท่านต้องเป็นใหญ่กลายเป็นจ้าวพิภพทั้งเก้าอย่างแน่นอน” ชายชราเอ่ยด้วยร้อยยิ้ม
“ ฮึ แค่จ้าววานรเทพ ตนเดียวไม่ทำให้ข้ายิ่งใหญ่ได้หรอก ข้ายังมีหมากอีกหลายตัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ทันที
“ อาจารย์ ทำยังไงดี ดูท่าทางมันจะเข้าไปทำร้ายชาวบ้านที่บริสุทธิ์นะ”
“ ข้าจะใช้ร่างของเจ้า จัดการกับมันเอง”
“มาเลยอาจารย์” แล้วร่างของเสี่ยวเทียนก็พุ่งร่างออกไปกลายเป็นพลุ เข้าไปขวางหน้า ลิงยักษ์ที่เริ่มทำลายกำแพงเมือง จนพังระเนรนาด ชาวบ้านต่างวิ่หนีกันวุ่นวาย
“ เจ้าลิงเผือก” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปแล้วชกเข้าไปที่ใบหน้า หมัดน้อยๆ ที่ปล่อยออกไป กลายเป็นกำปั้นยักษ์ กระแทกเข้าใบหน้าลิงยักษ์จนหัวทิ่มดิน เสี่ยวเทียนตัวน้อย พุ่งวาร์ปไปจับที่นิ้วชี้ลิงยักษ์ ที่หน้าทิ่มดิน แล้วเหวี่ยงกระแทกพื้น ตูม !
ตูม ! ตูม ! ตูม ! ร่างของวานรเทพ กระดูกแหลกไปจนหมด เสี่ยวเทียน ยืนอยู่บนหน้าอกของลิงยักษ์ตัวนี้ พอมีลมพัดเข้ามา กระดูกทีหักไปจนหมดกลับ หายคือมาเป็นปลิดทิ้ง มันลุกทะลึ่ง พรวดมา อย่างโกรธแค้น เที่ยวไล่ตะปบใส่เสี่ยวเทียนอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่สามารถจับตัวเสี่ยวเทียนได้เลย แต่ถูกเสี่ยวเทียนจับเข้าที่ใบหู
แล้วเหวี่ยงฟาดกับพื้นอีกครั้ง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กระดูกแหลกเหลวไปอีกรอบ แล้วเสี่ยวเทียนก็ใช่ฝ่ามือเหมันต์ปล่อยออกไป แช่แข็งร่างของลิงยักษ์ตัวนี้เอาไว้ ทำให้ร่างทั้งร่างกลายเป็นน้ำแข็ง จนถึงจุดเยือกแข็ง ถึงแม้จะมีลมพัดผ่านมา ก็ไม่สามารถสัมผัสผิวกายได้ ทำให้ร่างมันกลายเป็นน้ำแข็งอยู่อย่างนั้นชั่วกัปชั่วกัลป์
แต่ไม่ทันจะทำอะไรต่อ ก็มีแสงสีขาวส่งมาจากท้องฟ้าใส่ร่างลิงยักษ์ เสี่ยวเทียนมองขึ้นไปพบคนสองคน คือชายหนุ่มกับชายชรา ปล่อยแสงสีขาวออกมาจากพัดเหล็กสีเงิน เสี่ยวเทียนเลยรีบใช้มือน้อยๆ กระแทกเข้าที่หน้าผากอันใหญ่โตในขณะที่ลิงยักษ์กำลังจะฟื้นกำลัง แต่ไม่สามารถฟื้นกำลังได้ ถูกพลังมหายุทธ์ดูดจักรวาล ดูดพลังมันออกมาจนหมดจนร่างที่ใหญ่โตกลายเป็นลิงผอมแห้ง จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ปล่อยพลังสีขาวปล่อยออกมาคลุมร่างลิงยักษ์ขาวตัวนี้ ร่างที่ใหญ่โตของมันก็ค่อยหดตัวลง ไปเรื่อยๆกลาย ลิงตัวน้อย ๆ แล้วสุดท้าย ก็กลายเป็นก้อนเลือด แล้วก็กลายเป็นไอระเหยไปในอากาศ
ต่อให้โดนลมก็ไม่สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก ทุกคนได้เห็นล้วนตะลึงพรึงเพลิด สองคนที่อยู่บนฟ้า โกรธแค้นยิ่งนัก ยิงแสงสีขาวจากพัดเข้าใส่เทียนอีกครั้ง แต่ไม่โดน เพราะว่าเสี่ยวเทียนไปปรากฏต่อหน้าคนทั้งสอง แล้วใช้มือน้อยๆ ตบหน้ารัว ๆ เข้าใส่ชายหนุ่มเข้าไป สามชุด ๆ ละ ห้าสิบที ส่วน ชายชราจะเข้ามาช่วยก็ถูก มือเงายักษ์จับเอาไว้เคลื่อนไหวไม่ได้เลย จึงได้แต่มองด้วยความโกรธแค้น พอตบครบสามเซ็ต
หน้าชายหนุ่มกลายเป็นหัวหมู ปากเป็นเป็ด แม้จะมีพลังเทพช่วยก็ไม่สามารถทำให้หน้ากลับมาเป็นเช่นเดิมได้อย่างเร็ววัน เพราะเสี่ยวเทียนตบไปด้วยแล้วทำลายพลังเซียนในร่างของชายหนุ่มไปด้วย ท่าสุดท้าย ใช้เท้าเหวี่ยงเข้ากลางลำตัว ร่างของชายหนุ่มร่วงไปจมดินที่พื้นดิน เสี่ยวเทียนปล่อยมือชายชราออกมา
“ อย่าให้ข้าเจอพวกเจ้าอีกใน โลกพิภพแห่งนี้ ไม่เช่นนั้น ข้าจะไม่ปราณีพวกเจ้า”
ชายชราจับร่างของชายหนุ่มหรือองค์ชายใหญ่ที่มาจากดินแดนพิภพชั้นเก้าแล้วฉีกมิติหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ อาจารย์ท่านใช้พลังอะไรเนี่ย?”
“ พลังแห่งสังสารวัฎ พลังนี้ทำให้มันย้อนกลับไปเป็นธรรมชาติอีกครั้ง"
" ร้ายกาจจริงๆ แต่อาจารย์ทำไมไม่สังหารชายสองคนนั้นไปเลย พวกมันเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดนะ”
“ ข้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว เด็กน้อยเช่นนี้สังหารไปก็เสียชื่อข้าเปล่าๆ ไว้เจ้าโตแล้วก็ไปจัดการกับมันเองก็แล้วกัน”
“ ได้เลย ท่านอาจารย์”
บัดนี้องค์จักรพรรดิหยางไคกับรัชทายาทหยางซู่ลอยตัวมายืนต่อหน้าทุกคน ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น แล้วมองเสี่ยวเทียนด้วยความสนใจ
“ เจ้าหนูนี่เป็นใครกัน”
“ เขาคือเฉินเสี่ยวเทียน เป็นศิษย์กระหม่อมเอง” อาจารย์เซี่ยฟงรีบเข้ามารายงานทันที เสี่ยวเทียนได้แต่ยืนมองด้วยสายตาไม่กลัวเกรง
“ เจ้ามีฝีมือไม่ธรรมดา เทพเซียนที่ควบคุมร่างของเจ้าเป็นใคร แนะนำให้ข้ารู้จักได้ไหม” จักรพรรดิหยางไคเห็นก็รู้ว่า คนที่ปราบเจ้าลิงยักษ์ไม่ใช่เสี่ยวเทียน
“ ท่านเซียนเป็นบุคคลลึกลับ ท่านไม่อยากพบใคร แต่หากว่ากระหม่อมมีภัย ท่านเทพเซียนจะมาปรากฏตัวเอง” เสี่ยวเทียนเอ่ยจ้อย ๆออกไป
“ ไม่เป็นไร ถือว่าเจ้ามีความดีความชอบ เจ้าอยากได้อะไรก็บอกว่า ข้าจะให้เจ้าเอง”
“ จริงๆนะ ข้าอยากได้ทองเยอะๆ” เสี่ยวเทียนพูดไปตามความคิดตัวเอง แต่ทำให้อาจารย์เซี่ยฟงตกใจ !!
“ แค่นี้เองรึ รัชทายาทมอบทองให้เขา หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง พอใจไหมเสี่ยวเทียน”
เสี่ยวเทียนไม่ตอบแต่เอานิ้วมือขึ้นมานับ ร้อยล้านเหรียญทองคิดเป็นเหรียญเงินเท่าไรกันนะ
“ อาจารย์เจ้าสำนัก ร้อยล้านเหรียญทองนี่มันเป็นกี่เหรียญเงินกันแน่ ข้านับไม่ถูก”
“ พันล้านเหรียญเงิน” อาจารย์เซี่ยฟงรีบเอ่ยเบาๆ ด้วยความอายไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะกล้าไถเงินองค์จักรพรรดิหยางไคเช่นนี้
“ โอ้โห หนึ่งพันล้านเหรียญเงินเชียวรึ” เสี่ยวเทียนก้มคุกเข่าคำนับตูดโด่งที่สุด
ต่อหน้าองค์จักรพรรดิแล้วเอ่ยด้วยเสียงอันดังว่า
“ ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรงอายุยืนยาวนับหมื่น ๆ ปี พระเจ้าค่ะ”
อาจารย์เจ้าสำนักเซี่ยฟงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนพอได้เงินแล้วจะประจบจักรพรรดิแบบนี้
“ เอาล่ะลุกขึ้น ได้แล้ว เจ้านี่ไม่เลวจริงๆ ท่านเจ้าสำนักเซี่ยฟง ท่านเลี้ยงดูศิษย์ได้ดีจริงๆ ข้าจะมอบตราสำนักอันดับที่ 1 ให้ท่านไว้เป็นเกียรติแก่สำนักท่านที่สามารถฝึกศิษย์จนสามารถปราบจอมมารกระบี่โลกา กับ วานรเทพลงได้” จักรพรรดิเอ่ยชื่นชม
“ ขอบพระทัยฝ่าบาท” เจ้าสำนักเซี่ยฟงได้แต่รับคำไม่กล้าพูดอะไร
“ ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามันแข็งแรง อายุยืนยาวนับหมื่นๆปี” เสี่ยวเทียนก้มคุกเข่าคำนับตาม เจ้าสำนักเซี่ยฟง ได้แต่ตกใจไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะคุกเข่าประจบฝ่าบาทอีกครั้ง....