เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 17 อัมดับหนึ่งแห่งสำนัก ( rewrite )

    เมื่อสิ้นเสียงของ จิ้นเฟิง ประตูทางเข้าจึงระเบิดออก
    “ไอ้สุนัขตัวไหน..ที่มันทำร้ายน้องชายข้า , ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้”
    ผู้ที่พังประตูนั้น ซีว่างสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าคือผู้ใด
    ตัวของมู่หวังนั้น รูปร่างหน้าตาละไม้คล้ายน้องชายตนเอง มันดูเจ้าชู้กว่า แต่ก็มีเสน่ห์ของผู้ชาย แล้วระดับฝีมือมันนั้น ก็เป็นถึงอันดับหนึ่งของสำนัก ทำให้มันก็มีหญิงสาวชมชอบอยู่หลายนาง
    “เป็นมันท่านพี่” ผู้ที่กล่าวออกมาคือมู่ฮ่าน ที่ตามพี่ชายของมันมาด้วย “มันผู้นั้นที่ทำร้ายข้า”
    มันชี้นิ้วมาที่ซีว่าง
    “เป็นเจ้าที่ทำตัวอันธพาลก่อน , มิฉะนั้น..พี่ชายข้าคงไม่ทำร้ายเจ้า” จิ้นเฟิงกล่าวปกป้องพี่ชายของตนเอง
    “ไม่ใช่เรื่องของเจ้าไสหัวไป !! , เป็นมันที่ข้าจะขอคุยด้วย” มู่หวังกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียม ก่อนจะมองไปที่ซีว่างด้วยแววตาเอาเรื่อง
    “เจ้าสินะจิ้นว่าง..ที่ทำร้ายน้องชายข้า” มันกล่าวถามย้ำชัดเพื่อความแน่ใจ
    “ใช่ข้าเอง “ซีว่างพูดแล้วก้าวเท้าเดินเข้าหามู่หวังด้วยท่าทีที่มิได้เกรงกลัวมันเลยแม้แต่น้อย
    “ขยะแบบเจ้า..กล้ามีปัญหากับข้า , ช่างไม่เจียมกะลาหัวตนเอง” มู่หวังพูดพลันมองชายหนุ่มด้วยสายตาชิงชัง
    “เป็นน้องชายเจ้า..ทำร้ายสหายของข้าก่อน , เหตุใดข้าต้องนิ่งเฉย” ซีว่างมองตอบมู่หวังด้วยสายตาในลักษณะเดียวกัน
    “เฮ๊อะ!! แค่จิตโลกาขั้น 2 , ไม่มีสิทธิ์มากล่าวต่อหน้าข้า..วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนน้องชายข้า !!” มู่หวังคำรามออกมาดังลั่นไปทั่วหอพักรวมแห่งนั้น
    “เป็นน้องเจ้าไร้ฝีมือ..สู้ข้ามิได้ , ทั้ง ๆ ที่พลังมีมากกว่าข้า” ก่อนที่ซีว่างจะชี้หน้าของมู่ฮ่าน “สู้ข้ามิได้..ถึงกับวิ่งร้องไห้…ไม่สิเจ้าโดนข้าอัดน่วมไปคงวิ่งไม่ไหว , คงจะนอนร้องห่มร้องไห้ขอร้องให้พี่เจ้ามาโอ๋สิท่า” เมื่อกล่าวจบ ซีว่างจึงแสยะยิ้มใส่
    “เจ้า!!” มู่ฮ่านชี้นิ้วไปที่ซีว่าง พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำจากความอับอาย
    “ปล่อยมันพูดให้หนำใจ , อีกไม่กี่อึดใจ..มันก็ไม่มีแรงจะกล่าววาจาต่อได้อีก” มันกล่าวต่อน้องชายตนเอง แต่มองด้วยตาที่แข็งกร้าวไปที่ซีว่าง
    “ผู้พี่เป็นถึง..ผู้ที่มีคนชมชอบมากมาย , แต่เหตุใดถึงให้ท้ายน้องตนเองหรือบิดาเจ้าเมืองผู้สูงศักดิ์ , ไม่มีปัญญาสอนลูกชายตน?” ซีว่างกล่าวดูถูก ก่อนจะทำสีหน้าผิดหวังต่อมู่หวัง
    “เป็นแค่ขยะ..คำพูดยังสกปรกตามสันดาน , ข้าคงต้องเก็บกวาดเสียหน่อย”
    มู่หวังกล่าวก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าหาซีว่าง แล้วออกหมัดขวาซัดเข้าที่ปากซีว่าง หวังจะซัด..ให้มันต้องหมอบคลานภายในหมัดเดียว
    แต่ซีว่างสามารถเบี่ยงตัวได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนที่จะนำตัดดาราออกมาแทงเข้าไปที่ท้องของมู่หวังอย่างฉับพลัน
    แต่ด้วยอายุและความสามารถที่มากกว่า มู่หวังสามารถเอี้ยวตัวหลบตามสัญชาตญาณได้อย่างทันท่วงที แต่กระบี่ของซีว่างไวกว่าสัญชาตญาณของมันมากนัก แทงเข้าที่ข้างเอวของมันจนมีสายโลหิตรินไหลออกมา
    ถึงจะไม่โดนจัง ๆ แต่ก็สามารถสร้างแผลให้มู่หวังได้ ถึงแม้จะเป็นแค่แผลถาก ๆ เป็นแผลเพียงเล็กน้อยก็ตาม
    มู่หวังรีบโดดออกมา มือจับไปที่แผล ก่อนที่จะจ้องหน้าซีว่างด้วยความประหลาดใจ มันไม่คิดว่าซีว่างจะสามารถหลบการโจมตีของมันได้ ถึงขนาดสร้างแผลให้มันได้ด้วยถึงจะเป็นแค่แผลถาก ๆ ก็ตาม
    “ข้านึกไม่ถึงจริง ๆ ที่ขยะอย่างเจ้าสามารถสร้างแผลให้แก่ข้าได้” ก่อนที่มันจะหยิบอาวุธของตนเองออกมา
    อาวุธของมันนั้นเป็นหอกยาว 2 เมตร สีดำเทาพร้อมกับมีห่วงทองอยู่สามห่วงตรงปลายด้าม
    “อย่าประมาทข้าจนเกินไป , ระวังคราวหน้า..จะมิใช่แค่แผลถาก ๆ ” ซีว่างกล่าวต่อมันพร้อมกับยิ้มเย้ยต่อมู่หวัง
    “หึ!! , แผลแค่นี้ทำเป็นได้ใจ..รอบนี้ไม่เหมือนเมื่อครู่…” เมื่อกล่าวจบมันก็พุ่งเข้าหาซีว่าง หน่วงพลังไว้ที่มือขวา “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา”
    เนื่องด้วยตัวมู่หวัง ก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกับซีว่าง จึงไม่แปลกที่มันจะสามารถใช้วิชาเดียวกันกับซีว่าง ที่ต่างกันตรงพลังของมันเป็นธาตุน้ำ ทำให้คลื่นจันทร์เสี้ยวผ่าดาราของมันนั้น เป็นเหมือนสายน้ำที่แหลมคมพุ่งเข้ามาหาซีว่าง พร้อมที่จะสะบั้นคอของชายหนุ่มให้หลุดลอยไป
    “จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!” ซีว่างใช้วิชาเดียวกันอัดสวนกลับไป ด้วยท่าทีที่มิได้กดดันเลยแม้แต่น้อย
    เมื่อพลังสองสายพุ่งหากัน ก็เกิดระเบิดขึ้น แต่พลังของซีว่างนั้นอ่อนด้อยกว่าของมู่หวัง จึงทำให้พลังของซีว่างมิอาจต้านพลังของฝ่ายตรงข้ามได้ พลังของมู่หวังนั้น พุ่งตรงเข้าหาซีว่าง
    ต่อให้พลังของมู่หวังจะสามารถผ่านการต้านทานของซีว่างได้ แต่พลังของมันก็อ่อนลงไปมากโข ทำให้ซีว่างสามารถใช้ท่าร่ายหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะย่างกายเข้าไปตรงหน้าของมู่หวัง
    “แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น!!” ซีว่างวาดมือฟาดกระบี่ ลงไปที่ศีรษะของมู่หวัง
    “หึ!! อ่อนนัก.. !!”มู่หวังยกปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะใช้วิชาเดียวกันส่วนกลับไปที่ชายหนุ่ม “จันทราร่วงหล่น!!”
    เมื่อการโจมตีของมันสองคนปะทะกัน แต่พลังต่างกัน ทำให้ซีว่างถูกผลักกระเด็นออกมาเล็กน้อย
    เมื่อถูกผลักออกมา ซีว่างจึงทำการถอยออกมาตั้งหลัก มือของชายหนุ่มนั้นสั่นเล็กน้อยจากการปะทะกันเมื่อครู่ ก่อนที่มันจะสลัดแขนไล่ความเจ็บปวดออกไป
    “โอ้เป็นถึงผสานโลกาขั้น 3 , เหตุใดยังสังหารข้ามิได้...หรืออันดับหนึ่งของสำนัก , เจ้าจะใช้ศิลาซื้อมันมา ?” แขนของซีว่างยังมิหายชา จึงทำการถ่วงเวลาด้วยวาจา เพื่อถ่วงเวลาขับไล่ความเจ็บปวดให้จางหายไป
    “อ้อ..!! , แค่รับวิชาข้าได้มิกี่กระบวนท่า..ริอาจกล้าปากดี , ข้าจะแสดงให้เจ้าดู..ว่าเหตุใดข้าถึงเป็นอันดับหนึ่ง!!” รอบนี้มันมิได้พุ่งเข้ามาด้วยกำลังตนเอง แต่มันใช้ท่าร่ายในการเข้าหาตัวซีว่าง
    “สำเร็จแค่ขั้นแรกคิดจะเทียบกับความเร็วของข้า ได้แค่ฝัน!!” ก่อนที่ซีว่างจะใช้ท่าร่ายของตนเองพุ่ง เข้าหาตัวมู่หวังด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามันเล็กน้อย
    เมื่อเกือบถึงตัวมู่หวังซีว่างจึงใช้วิชาออกไป “แรมที่ 4 ทรายจันทรา!!”
    ก่อนที่ซีว่างจะทำการโยนตัดดาราไปข้างหน้าแล้วพุ่งเข้าไปรับอย่างว่องไว และพุ่งโจมตีตามจุดต่าง ๆ ของตัวมู่หวัง
    “ทลายจันทรา!!” มู่หวังทำการใช้วิชาเดียวกัน แต่อ่อนประสิทธิภาพกว่ามาก เนื่องจากมันใช้หอกที่มีความยาวถึงสองเมตร แม้ว่าวิถีของหอกจะไกลและแรงกว่ากระบี่ แต่ความว่องไวนั้นมิอาจเทียบชั้นกระบี่ได้เลยแม้แต่น้อย
    ซีว่างแทงไปตามจุต่าง ๆ ของมู่หวัง แต่มู่หวังก็สามารถหลบและป้องกันได้ทุกครั้ง
    < มันแข็งแกร่งกว่าเจ้า ถ้าเจ้ายังมิโดนตัวมัน อีกมินานเจ้าก็จะพ่ายแพ้มันในที่สุด > หยางน่ากล่าวเตือนต่อชายหนุ่ม
    ซีว่างมิได้ตอบกลับเพียงแต่ โจมตีต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้ตัวมู่หวังถึงแม้จะสามารถป้องกันได้ แต่ก็มิอาจสวนกลับได้เนื่องจากไม่อาจสู้ต่อความว่องไวของผู้ที่โจมตีต่อตนเองได้
    ด้านหลังของการต่อสู้นั้น มีผู้คนหลายผู้จับจ้องการปะทะกันครั้งนี้อยู่ แต่มิมีผู้ได้กล้าเข้าไปห้ามปราบ จะเรียกว่ามิกล้าก็ไม่ถูก พวกมันนั้นมิสามารถเสียมากกว่า
    ทางด้านของมู่ฮ่านที่ดูการต่อสู้ของพี่ชายตนและซีว่างอยู่นั้น
    เมื่อมันเห็นมู่หวังผู้พี่ของตนนั้น มิอาจโจมตีใส่ซีว่างได้ จึงทำให้มู่ฮ่านหนักใจเล็กน้อยแสดงสีหน้าตื่นตระหนกอย่างชัดเจน
    เมื่อเป็นเช่นนั้นมันจึงทำการหยิบอาวุธของตนออกมา ก่อนจะวาดอาวุธของตนเอง เพื่อหวังจะลงมือช่วยพี่ชายของตนเอง “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!”
    พลังพุ่งเข้าไปหาตัวของซีว่าง... อีกเพียงไม่กี่เมตรก่อนจะถึงตัวชายหนุ่ม ก็มีคนพุ่งเข้ามาขัดขวางปัดป้องพลังสายนั้น ที่หวังจะทำการลักลอบโจมตีต่อซีว่างให้เปลี่ยนวิถีไปทางอื่น
    “เฮ้พี่ชาย.. , เป็นแค่คนดู..ก็ดูเงียบ ๆ , หรือเจ้าอยากจะโดนข้าซ้ำแผลเก่าเจ้า?” จิ้นเฟิงกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่ไม่สบอารมณ์นัก
    “หรือบิดาเจ้าสอนเจ้าให้ทำการต่ำช้าเช่นนี้ ? , ถ้าคันไม้คันไม้คันมือ..ข้าจะเป็นคนช่วยเกาให้เจ้าเอง” เมื่อกล่าวจบจิ้นเฟิงรีบพุ่งเข้าหา มู่ฮ่าน นำดาบของตนเองตวัดไปที่หลังของมู่ฮ่าน โดยไม่สนใจศักดิ์ฐานะลูกเจ้าเมืองของมัน
    มู่ฮ่านพยายามจะหลบการโจมตีของจิ้นเฟิง แต่ก็มิอาจหนีได้พ้น
    ถึงแม้ตัวมันจะมีระดับพลังสูงกว่าจิ้นเฟิง แต่ด้วยตอนนี้มันบาดเจ็บยังมิหายดี ทำให้ไม่สามารถหลบดาบนี้ได้พ้น ดาบฟันเข้าเต็มหลังของมัน ก่อนที่สายโลหิตจะพวยพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ ก่อนที่หยาดโลหิตของมันจะเจิ่งนองเต็มพื้น
    ถึงแม้มู่ฮ่านจะมิตายด้วยคมดาบของจิ้นเฟิง แต่บาดแผลนี้ลึกและสาหัสยิ่งนัก หายมิได้รับการรักษาอย่างทันทั่วที มันจักต้องตายในไม่ช้า
    เมื่อเห็นน้องชายตนโดนทำร้าย ตัวมู่หวังจึงทำการระเบิดพลังผลักซีว่างออกไป ก่อนที่จะพุ่งไปออกดาบไปที่จิ้นเฟิง
    “เจ้า..ตาย!!” อารมณ์ของมู่หวังตอนนี้เดือดพล่าน จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าหมายจะฆ่าฟัน พร้อมกับชูหอกเอาไว้ก่อนจะจ้วงแทงออกไป
    เมื่อใกล้ถึงตัวจิ้นเฟิง ซีว่างนั้นรีบพุ้งเข้ามาดักทางของมู่หวังในทันที
    “ธุระของข้าและเจ้ายังมิจบ..ใยรีบกลับเสียล่ะ..” ก่อนที่ซีว่างจะใช้วิชาของตนเองออกมา
    “แรมที่ 5 จันทราสาดแสง!!” ซีว่างหยุดตรงข้างหน้าของมู่หวังทำมือไขว้หลัง แทงดาบด้วยความเร็วที่สูงมาก
    คมดาบทั้งหมดนั้น แทงไปตรงจุดตายของมู่หวังทั้งสิ้น แต่คราวนี้ความเร็วที่โจมตีเหนือกว่า ทลายจันทร์มากมายนัก ถึงแม้จะไม่แรงเท่า แต่ทุกจุดที่แทงไปเป็นส่วนอับ ที่ยากจะป้องกัน แล้วด้วยอารมณ์ของมู่หวังตอนนี้นั้น มิอาจมีสมาธิกับการต่อสู้ได้
    ตอนนี้ตัวของมู่หวังนั้น มันทำได้เพียงแต่ปัดวิถีกระบี่ให้พ้นจุดตายของมันเอง แต่มิอาจป้องกันตนเองได้เป็นเหมือนกระสอบสายที่โดนทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว อย่าว่าแต่โจมตีกลับ แค่ปัดป้องตนเองยังทำได้อย่างยากลำบาก
    เมื่อซีว่างหยุดกระบี่ของตนเอง มู่หวังนั้นได้ใช้หอกของตัวเองค้ำยันไว้ มิให้ตนเองต้องหมอบกองลงไปกับพื้น
    ตอนนี้มู่หวังนั้น แม้แต่พละกำลังที่จะก้าวเดินต่อไปก็มิอาจทำได้ มันได้แต่เพียงยืนนิ่ง ๆ จ้องมองไปที่สองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของมันด้วยท่าทีที่เหนื่อยหอบ สายตาฉายแววอาฆาตแค้นออกมา
    ที่ด้านบนของหอพักรวมนั้น มีผู้หนึ่งเฝ้ามองการต่อสู้ระหว่างพวกผู้เยาว์อยู่อย่างเงียบ ๆ มิได้ยื่นมือเข้าไปสอดเลยแม้แต่น้อย ผู้นั้นคือเจ้าสำนักภพจันทรา เยว่ชิง
    “ที่หนึ่งของสำนัก คงมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว..” เยว่ชิงกล่าวออกมาด้วยวาจาเปี่ยมไปด้วยน้ำเสียงที่รื่นเริง ม้นไม่ได้รู้สึกยินดีที่อัจฉริยะของมันทั้งสองต่อสู้กัน แต่เป็นเพราะซีว่างที่ทำให้มันรู้สึกเช่นนี้
    ซีว่างทำให้มันรู้สึกแปลกใจอย่างมาก ไม่อาจสลัดความรู้สึกเช่นนี้ออกไปได้เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะรู้สึกว่าตนเอง ลำเอียงเข้าข้างซีว่างอยู่กึ่งหนึ่ง แต่เมื่อเฝ้ามองการต่อสู้จากข้างบน ตัวของซีว่างกลับแสดงพรสวรรค์เกิดกว่าที่มันคลาดไว้อีกครั้งหนึ่ง เป็นระดับพรสวรรค์ที่ตลอดชีวิตของมัน ไม่เคยเห็นมาก่อน
    แล้วมันก็ทราบดีว่าชัยชนะในครั้งนี้ ไม่ได้ขาวสะอาดนัก แต่เป็นเพราะมู่หวังเสียสมาธิไปก่อน จนเป็นเหตุให้มันต้องอยู่ในสภาพที่อนาถเช่นนี้
    กลับมาที่เหตุการณ์ด้านล่าง ตัวมู่หวังหอบหายใจถี่อย่างมาก สายตาจับจ้องไปที่ซีว่าง ก่อนที่จะกล่าวกับมันว่า “เพราะครั้งนี้ข้าประมาทเจ้า..เจ้าจึงทำให้ข้าสามารถอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ , ถ้าจะฆ่าข้า..ให้เร่งมือโดยไว , หากปล่อยข้าไป..ข้าจะกลับมาอีกครั้งแน่.."
    ซีว่างจะเก็บกระบี่ของตนเอง กล่าวด้วยวาจาที่รังเกียจเดียดฉันท์ ต่อคนที่อยู่ตรงหน้ามัน " ขยะอย่างเจ้า..ไม่มีค่าพอให้ข้าลงมือ , จะไสหัวไปไหนก็เชิญ..แล้วจะกลับมาตอนไหนก็แล้วแต่เจ้า , ข้าไม่เคยหวั่น !! "
    เมื่อมันฟังซีว่างกล่าวจบ มู่หวังก็รีบเข้าไปหาน้องตนเอง จ้องมองไปที่ซีว่างด้วยสายตาที่เคลียดแค้น ก่อนจะเดินด้วยร่างกายที่สะบักสะบอมออกจากหอรวมไป
    < เหตุใดเจ้าถึงปล่อยมันไป..ถ้ามันกลับมาอีกในคราวหลัง , เจ้ามิอาจโชคดีแบบวันนี้เป็นแน่ > หยางน่ากล่าวออกมาด้วยความโมโห นางรู้สึกทั้งแปลกใจและไม่เข้าใจว่าเหตุใด ซีว่างถึงทำตัวโง่เช่นนี้
    < เมื่อหมาจนตอกเราก็ต้องปล่อยมันไป..หากเข้าไปขวางทางมัน มันจะดุร้ายและหันมากัดแลกชีวิตกับเรา > ซีว่างกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่มิได้สนใจเท่าใด
    < และต่อให้มันกลับมา..ข้าก็เพียงต้องเร่งพัฒนาฝีมือตนเอง..ให้มากกว่ามันก็เพียงเท่านั้น > ซีว่างกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่มั่นใจเป็นอย่างมาก ว่าหลังจากนี้มู่หวังผู้นั้น ก็ไม่อาจทำอันตรายต่อตัวมันได้อย่างแน่นอน
    “ท่านนี่ทำให้ข้าแปลกใจเสียจริง..ที่สามารถทำให้มันเป็นเช่นนั้นได้ , สมแล้วที่เป็นพี่ชายของข้า” จิ้นเฟิงยิ้มร่าออกมา พร้อมกับมองไปที่ซีว่างด้วยความชื่นชม
    " ถ้ามิได้เจ้า..ข้าอาจจะเป็นคนที่อยู่ในสภาพที่เลวร้ายกว่ามันก็เป็นไปได้ , ขอบใจเจ้ามาก.. " ซีว่างเอามือลูบหัวน้องของตนเองด้วยความเอ็นดู แต่น้องชายของมันกลับสะบัดมือของซีว่างออก ก่อนจะกล่าวด้วยท่าทีที่ไม่พอใจต่อซีว่างออกมาเล็กน้อย " ข้ามิใช่เด็ก ๆ แล้วนะ..อย่ามาลูบหัวข้า.. "ซีว่างส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะมองขึ้นไปบนฟ้า มองตรงไปยังเยว่ชิง.. . . .หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ผ่านมา 1 สัปดาห์ข่าวที่ซีว่างสามารถชนะมู่หวังได้นั้นดังไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พี่น้องตระกูลมู่อับอายเป็นอย่างมาก
    ตอนนี้มันสองพี่น้องได้แต่หลบอยู่แต่ในห้องของมู่หวัง มิได้ออกไปไหน นอกจากจะรักษาอาการบาดเจ็บของตนเองด้วย
    แตกต่างกับซีว่าง ที่ตอนนี้ชายหนุ่มนั้น เนื้อหอมเป็นอย่างมาก เดินไปที่ใด ก็มีแต่สาว ๆ ส่งสายตาให้ บ้างก็เข้ามาคุยแบบสุภาพ บ้างก็เข้ามาคุยแบบออกนอกหน้าออกตา“ท่านจิ้นว่าง..ข้าอยากเป็นภรรยาท่าน” “ท่านอยากไปดื่มชาที่ห้องข้าหรือไม่”“ท่านจิ้นว่าง..ขอสักครั้งข้าจะตั้งใจฝึกวิชา”
    แม้แต่เหล่าศิษย์ชายก็ยังอยากคบหาและเป็นสหายต่อซีว่าง“ท่านนี่สุดยอดมากเสียจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” “ท่านช่วยบอกแนวทางในการฝึกให้แก่ข้าได้บ้างหรือไม่”“น้องชาย ‘ยาราไนก้า’ ”
    แต่คนที่หน้าบานที่สุดกับเหตุการณ์นี้ น่าจะเป็นชายอ้วนจูจิน
    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า , หลังจากเหตุการณ์นั้น..ก็ไม่มีใครกล้าเรียกคนอย่างพวกเราว่าขยะอีกต่อไป , ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ตัวมันนั้นมีความสุขอย่างมาก หัวเราะออกมาจนพุงอ้วน ๆ ของมันกระเพื่อมตามจังหวะหัวเราะ
    “ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าเลยน้องชาย” มันดีใจอย่างมาก พร้อมกับเอามือตบหลังชายหนุ่มอย่างสุดแรง
    “ท่านก็กล่าวมากไป..ข้าก็แค่อาศัยโชคเท่านั้น , หากมิมีน้องชายข้า..ข้าคงจะสู้กับมันได้อีกไม่นานก่อนที่ข้าก็จะแพ้พ่าย” ซีว่างกล่าวอย่างถ่อมตน
    “ต่อให้มีโชคหรือไม่..คนทั้งสำนักก็ยกให้เจ้าเป็นผู้เยาว์อันดับหนึ่งไปเสียแล้ว , ตำแหน่งนี้ข้าไม่คิดฝันมาก่อนเลยว่า..คนจากห้องขยะ..เอ๊ย..ห้องพักรวมระดับขาวของพวกเราจะได้มันมา”
    ขณะที่สองคนกำลังพูดคุยอย่างมีความสุขนั้น
    “หวงหลง หวงหลง” ผู้ที่เข้ามาแทรกการสนทนาคือ เยว่ชิง
    “คารวะท่านเจ้าสำนัก” ซีว่าง และ จูจินทำความเคารพต่อเฒ่าชรา
    ตั้งแต่เฒ่าชรานั้นออกหน้าแทนมันเมื่อคราก่อน ทำให้ชายหนุ่มมีความเคารพชายแก่ขึ้นมาหน่อยหนึ่ง
    “ท่านเรียกหาข้าด้วยเหตุใดหรือท่าน ?” ซีว่างกล่าวถามออกไปต่อชายชรา
    “อ้อ..ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดหรอก , อีก 2 เดือนข้างหน้า , ข้าว่า..จะส่งเจ้าเข้างานประลองผู้เยาว์ของเมืองรากนาคา”