เส้นทางที่ทอดลึกเข้าสูู่เาไฟสุริยะคำรามเปรียบเหมือนบันไดที่พาไปสู่ขอบเหวแห่งจิตใจ ท้องฟ้าสีแดงฉานเหนือหัวดูราวกับกำลังลุกไหม้ พื้นผิวขรุขระของลาวาที่แข็งตัวส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่ย่ำเท้า เสียงสะท้อนของพวกเขาดังก้องในความเงียบ และอุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้การเดินทางยิ่งหนักหน่วงขึ้น
“นี่คือสถานที่ที่บาปแห่งความโกรธอาศัยอยู่ใช่ไหม?” อาคิระถาม ขณะมองไปยังปากถ้ำเบื้องหน้า ที่ซึ่งเปลวไฟลุกโชนราวกับลมหายใจของปีศาจ
ดราโก้พยักหน้า สีหน้าของเขาจริงจัง “ใช่ นี่คือที่ที่พลังคาออสครอบงำ ถ้ำแห่งนี้เคยเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความโกรธที่ไม่อาจควบคุมได้”
ยูเอะยืนใกล้ ๆ พี่ชายของเธอ ความกังวลฉายชัดในดวงตา “พี่คะ… เราต้องระวังตัวนะคะ บาปแห่งความโกรธไม่ใช่สิ่งที่จะประมาทได้เลย”
เมื่อทั้งสามก้าวเข้าสู่ปากถ้ำ อุณหภูมิรอบตัวเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ไฟจากกำแพงหินอัคนีสาดแสงสีส้มแดงที่ดูเหมือนจะมีชีวิต แสงนั้นส่องให้เห็นลวดลายที่ถูกแกะสลักบนผนัง ลวดลายเ่าั้แสดงถึงภาพา การต่อสู้ที่ดุเดือด และเปลวไฟที่เผาผลาญทุกสิ่ง
“นี่มัน… เหมือนคำเตือน” ดราโก้พูดขณะเพ่งมองลวดลายบนผนัง
ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำ เสียงกระซิบแ่เบาเริ่มดังก้องในหัวของพวกเขา มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เหมือนเป็เสียงจากจิตใจของพวกเขาเอง อาคิระรู้สึกถึงแรงกดดันที่หนักหน่วงราวกับอากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็พันธนาการที่มองไม่เห็น
“เสียงนี่มัน…” อาคิระพึมพำ ก่อนจะรู้สึกถึงความร้อนที่เหมือนจะลุกไหม้ภายในใจ
ทันใดนั้น เปลวไฟสีแดงฉานก็ลุกท่วมรอบตัวพวกเขา แยกทุกคนออกจากกัน ภาพตรงหน้าของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปในทันที
บททดสอบของอาคิระ
อาคิระพบว่าตัวเองยืนอยู่ในสนามเด็กเล่นที่คุ้นเคย แต่แทนที่จะมีเสียงหัวเราะ ทุกอย่างกลับเต็มไปด้วยความโกลาหล เพื่อน ๆ ของเขากำลังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เสียงะโของพวกเขาดังก้องจนแสบแก้วหู
“หยุด! พวกนายกำลังทำอะไรกัน!” อาคิระะโออกไป แต่ไม่มีใครฟัง
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นข้างหลังเขา อาคิระหันไปพบร่างที่ดูเหมือนตัวเขาเอง ร่างนั้นมีเปลวไฟลุกโชนในดวงตาและแสยะยิ้มเยาะ “นี่แหละความโกรธที่เ้าซ่อนไว้ เ้าเคยโกรธที่ถูกมองข้าม โกรธที่ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อคนอื่นทำผิด!”
“ไม่จริง!” อาคิระตอบกลับ แต่เสียงของเขาสั่นไหวเล็กน้อย “ฉันไม่ได้โกรธ!”
“ไม่โกรธ? แล้วทำไมเ้าถึงรู้สึกเ็ปในใจแบบนี้ล่ะ?” ร่างนั้นพูดเสียงเ็า “ยอมรับมันสิ ว่าความโกรธอยู่ในตัวเ้ามาตลอด”
อาคิระหลับตาลง สูดลมหายใจลึก คำพูดของแม่ผุดขึ้นมาในใจเขา “อย่ากลัวความโกรธ แต่จงเข้าใจมัน”
“ฉันอาจเคยโกรธ…แต่ฉันจะไม่ยอมให้มันควบคุมฉัน” อาคิระพูดออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นคงที่ดูสุขุม
เปลวไฟรอบตัวค่อย ๆ มอดดับ ร่างของเขาที่มีเปลวไฟในดวงตาสลายไป
บททดสอบของดราโก้
ดราโก้พบว่าตัวเองยืนอยู่กลางลานฝึกซ้อม เสียงของอาจารย์ดังลั่นในหัว “เ้ามันอ่อนแอเกินไป เ้าไม่มีวันคู่ควรกับวิชาของข้า!”
คำพูดเ่าั้ทำให้ดราโก้รู้สึกถึงความกดดันในใจ ความโกรธที่สะสมมานานพลุ่งพล่านขึ้นมา
“ฉันจะพิสูจน์ให้เห็น…ว่าฉันคู่ควร!” ดราโก้คำราม
แต่ทันใดนั้นเขาก็หยุดตัวเองได้ เขามองไปรอบ ๆ และเห็นว่าความโกรธของเขากำลังแผดเผาทุกอย่างรอบตัว
“ไม่…ถ้าฉันปล่อยให้ความโกรธควบคุม ฉันจะเป็เพียงเปลวไฟที่เผาผลาญตัวเอง”
เขาหลับตาลง นึกถึงคำสอนของอาจารย์อีกด้านหนึ่ง “ความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือการรู้จักควบคุมจิตใจของเ้าเอง”
เขาเรียกความสงบในใจกลับคืนมา เมื่อเขาเปิดตาอีกครั้ง เปลวไฟรอบตัวเขาก็ดับลง ภาพลานฝึกซ้อมหายไป
บททดสอบของยูเอะ
ยูเอะพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางหมู่บ้านของเธอ ไฟลุกโชนอยู่รอบตัว ชาวบ้านที่เธอรักชี้หน้าตำหนิเธอ “ทั้งหมดนี้เป็เพราะเ้า! เ้าคือจิ้งจอกที่นำภัยพิบัติมาให้เรา!”
ยูเอะก้มหน้าลง น้ำตาไหลริน “ไม่…ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
เสียงของพี่อาคิระดังก้องในใจเธอ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่เชื่อในตัวเธอ”
“ฉันไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้…แต่ฉันจะไม่ยอมให้มันทำร้ายฉันอีกต่อไป” ยูเอะเงยหน้าขึ้นด้วยจิตใจที่สงบเยือกเย็น เปลวไฟรอบตัวค่อย ๆ มอดลง
กลับสู่ความเป็จริง
ทั้งสามกลับมาพบกันอีกครั้งตรงหน้าประตูหินขนาดใหญ่ พวกเขาหอบหายใจ ใบหน้าของแต่ละคนเปื้อนเหงื่อ แต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
“เราผ่านมันมาได้แล้ว…” อาคิระพูดเบา ๆ
ดราโก้ยิ้มบาง ๆ “แต่สิ่งที่รออยู่ข้างหน้ายังยากกว่านี้แน่”
ยูเอะจับมือพี่ชายไว้ “พี่คะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน…ใช่ไหมคะ?”
“ใช่” อาคิระตอบ เขาหันไปสบตากับดราโก้ “พร้อมไหม?”
“พร้อมเสมอ” ดราโก้ตอบ
ทั้งสามก้าวเข้าหาประตูหิน เตรียมตัวเผชิญหน้ากับบาปแห่งความโกรธที่แท้จริง…