[อดีตชาติ] ยามเซิน ณ ชายแดนเหนือ ่กลางถึงปลายราชวงศ์ิ
เป็เวลากว่า6 เดือนแล้วที่เฉินจางเว่ยตั้งค่ายอยู่ ณชายแดนทางเหนือ อากาศที่เย็นะเืและท้องฟ้าสีเทาที่ปกคลุมกลายเป็เพื่อนร่วมทางที่เขาคุ้นชินลมหนาวพัดผ่านทุกเช้าและเย็น นำพาความเหนื่อยล้าและความโหดร้ายมาสู่กองทัพของเขาทว่าความเงียบสงบของท้องฟ้านั้นกลับคล้ายดาบสองคมเพราะมันเป็เพียงความเงียบที่แฝงไปด้วยการรอคอยศึกครั้งใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เฉินจางเว่ยยืนอยู่บนยอดเนินมองลงไปยังสนามรบที่ถูกย้อมด้วยควันไฟและกลิ่นคาวเื เส้นขอบฟ้าหม่นหมองทอดยาวราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งในที่ราบกว้างไกลเบื้องล่าง สายตาของเขานิ่งเฉียบมองเห็นทุกความเคลื่อนไหวของศัตรูจากระยะไกล แม้กองทัพของเขาจะมีจำนวนเพียงน้อยแต่การวิเคราะห์ภูมิประเทศของเขานั้นแม่นยำไร้ที่ติ เฉินจางเว่ยรู้ดีว่าความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีสามารถพลิกผลการรบได้เขามองเห็นจุดอ่อนของศัตรู และในขณะนั้นเองแผนการต่อสู้ของเขาถูกวางขึ้นอย่างเงียบๆ ในจิตใจ
แม้จะมีอายุเพียงสิบเก้าปีเฉินจางเว่ยกลับได้รับการยอมรับให้ดำรงตำแหน่ง ‘ตูต่ง’ หรือ ผู้บัญชาการกองทัพที่แม้แต่ทหารทุกคนก็เคารพยำเกรง พวกเขาไม่ได้เคารพเขาเพียงเพราะตำแหน่งที่สูงส่งแต่เพราะความสามารถอันยอดเยี่ยมในการคาดการณ์สถานการณ์และความเป็ผู้นำที่นำพาทุกคนออกจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนไร้ทางออก
"ยึดแนวไว้!" เสียงสั่งของเฉินจางเว่ยก้องกังวานไปทั่วทุ่งหญ้าที่ราบสูงพลทหารทุกคนต่างรู้ดีว่าคำสั่งนั้นเป็สิ่งที่ไม่อาจละเลย พวกเขายกโล่และหอกขึ้นพร้อมยืนหยัดตามคำสั่ง ลมหนาวพัดผ่านดั่งคำเตือนจากธรรมชาติขณะที่ศัตรูรุกเข้ามาจากหุบเขา เฉินจางเว่ยจ้องมองเส้นทางของพวกมันความมั่นใจที่ศัตรูมีในกำลังพลที่เหนือกว่าเป็ดาบสองคม และเฉินจางเว่ยก็รู้ดีว่าภูมิประเทศนี้คือพันธมิตรที่ซ่อนเร้น
“เตรียมปีก!”เขาสั่งการ ตาหรี่ลง จับตาดูความเคลื่อนไหวของศัตรู ขณะที่พวกเขากำลังข้ามแม่น้ำอารมณ์ของเขาสงบนิ่ง รอคอยจังหวะที่ถูกต้อง เมื่อศัตรูกระจัดกระจายพวกเขาจะตกเป็เป้าหมายง่ายดาย แผนการรบครั้งนี้ถูกวางไว้อย่างพิถีพิถันและ่เวลานั้นกำลังมาถึง
เสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้อนทั่วหุบเขาศัตรูพุ่งเข้าสู่สนามรบ ขณะที่ลมหนาวพัดพาควันและเสียงกรีดร้อง แต่เฉินจางเว่ยยังคงยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลนั้นอย่างมั่นคงสายตาของเขาจับจ้องไปยังจุดที่ถูกเตรียมไว้อย่างละเอียดอ่อนทุกขั้นตอนเพราะในการศึก สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงแค่พละกำลัง แต่คือการรอคอยจังหวะที่เหมาะสม
"ตอนนี้!" เขากู่ร้องด้วยน้ำเสียงกึกก้อง ขณะที่ดาบในมือยกขึ้นสูงสัญญาณอันหนักแน่นนั้นส่งไปทั่วสนามรบอย่างไม่ลังเล
เสียงขานรับดังขึ้นจากกองทหารของเขาพวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของเขาด้วยความเร็วที่เฉียบขาดทหารเข้าประจำตำแหน่งอย่างแม่นยำ ซุ่มโจมตีจากปีกซ้ายและขวากองทัพของศัตรูที่หลงระเริงในความมั่นใจ ถูกโจมตีอย่างฉับพลันศัตรูไม่สามารถตั้งรับการบุกโจมตีที่คาดไม่ถึงนี้ได้ เสียงอาวุธปะทะกันเสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่ว แต่เฉินจางเว่ยยังคงนิ่งเงียบ สายตาของเขาแน่วแน่รู้ดีว่าชัยชนะในวันนี้จักเป็ของเขา
นักธนูซ่อนตัวหลายคนอยู่บนสันเขาเหนือศีรษะลูกศรถูกปล่อยออกเป็สาย ราวกับหยาดฝนที่ตกลงมาจาก์ลูกศรแต่ละดอกพุ่งทะลุผ่านอากาศ ลงสู่แนวรบของศัตรูที่สับสนและติดอยู่ในหุบเขาแคบๆศัตรูที่เคยมั่นใจในกำลังพลของตนเอง บัดนี้กลับตกอยู่ในกับดักอันแสนสมบูรณ์แบบที่เฉินจางเว่ยวางแผนไว้อย่างรอบคอบ
ทหารม้าของเขาซึ่งซุ่มอยู่ทั้งสองปีกก็พุ่งเข้าจู่โจมศัตรูถูกโอบล้อมในทันที ท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดผ่านเสียงโลหะกระทบกันและเสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วหุบเขาความหวังที่เคยหล่อเลี้ยงกองทัพของศัตรูแตกสลายลงอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากใบไม้ที่ถูกพัดพาไปตามกระแสลมเส้นทางที่พวกเขาคิดว่าคือชัยชนะกลับกลายเป็เส้นทางสู่การพ่ายแพ้
เฉินจางเว่ยยืนอยู่บนเนินมองดูความวุ่นวายที่กำลังคลี่คลายลงตามที่เขาได้คาดการณ์ไว้ หัวใจของเขานิ่งสงบแม้จะมีความดุดันอยู่ในความมั่นคงนั้น เขาเตรียมแผนนี้อย่างละเอียดทุกการเคลื่อนไหว ทุกจังหวะ ล้วนเป็สิ่งที่เขามองเห็นมาก่อนศัตรูที่เคยหยิ่งยโสในความเหนือชั้นทางกำลังพลบัดนี้กลับกระจัดกระจายเหมือนใบไม้ปลิวในพายุ
“บุกไปข้างหน้า!”เฉินจางเว่ยะโสั่ง เสียงของเขาแผ่ซ่านไปทั่วสนามรบก้องกังวานท่ามกลางเสียงอึกทึกของการต่อสู้ ทหารของเขารับคำสั่งทันทีพุ่งไปข้างหน้า ขับไล่ศัตรูที่เหลือให้ล่าถอยอย่างไร้ทางสู้
เมื่อทุกอย่างจบลงศัตรูพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง กองกำลังของเฉินจางเว่ยยืนหยัดอย่างมีชัยแต่ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง เขาเก็บดาบเข้าฝักอย่างเงียบๆชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรฉลองสำหรับเขาแต่เป็เพียงหน้าที่ที่ต้องทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อจักรพรรดิเพื่อประชาชนที่เขาปกป้องอย่างไม่ย่อท้อ
ทว่าท่ามกลางเสียงเชียร์แห่งความยินดีของทหารรอบตัวจิตใจของเฉินจางเว่ยกลับล่องลอยไปไกลจากสนามรบ ความหนาวเย็นของที่ราบแห่งนี้ดูเหมือนจะจางหายไปชั่วขณะเมื่อความคิดของเขาลอยไปถึงหญิงสาวที่รอคอยเขาอยู่ที่บ้าน ซ่งหยูเฟิงนางเป็ดั่งสมอที่ยึดเหนี่ยวจิติญญาของเขาท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตนางคือแสงสว่างเดียวที่นำทางเขาผ่านพายุของการรบ หัวใจของเขาเ็ปกับการต้องจากนางแต่ในความเงียบสงบของความคิดนั้น เขารู้ว่าอีกไม่นานแล้ว เขาจะได้กลับไปหานางหญิงสาวผู้เป็ดั่งดวงใจของเขา