เจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน!

    ตอนที่ 46 เพ้อเจ้อ! เสพกาวตราวินเทอร์แล้วหลอน

    เมืองเวนิส หรือ เวเนเซีย จุดหมายปลายทางอันสุดโรแมนติกของเหล่าคู่รัก ตั้งอยู่ ณ แคว้นเวเนโต ประเทศหมาป่า


    เมืองเวนิสเป็นเกาะ ที่อยู่ห่างออกไปในทะเลเอเดรียติก เกิดจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมาก และมีสะพานเชื่อมมากกว่าสี่ร้อยแห่ง ด้วยความสวยงามราวกับเป็นภาพที่อยู่ในความฝัน จนได้รับขนานนามว่า เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water)


    ...


    "เจอแล้วอย่างงั้นเหรอ!?" เสียงทุ้มใหญ่ดังลั่นออกมาจากโทรศัพท์ด้วยความตกใจ


    "ครับ ตอนนี้ผมอยู่เวนิส ผมกำลังจะนั่งเรือไป" ชายหนุ่มเจ้าของโทรศัพท์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและระวังตัวไม่น้อย "แต่ยังไม่รู้ว่าจัดงานที่ไหน ถ้าถึงแล้วผมจะติดต่อไปนะครับ"


    "เดี๋ยวสิ เธอออกมาก่อนดีกว่า ตรงนั้นมันอันตราย!" เสียงของหญิงสาวได้ดังแทรกขึ้นมาในโทรศัพท์


    "ไม่ต้องห่วงครับพี่หลิน แค่นี้สบายมาก ยากกว่านี้ผมก็ผ่านมาแล้ว" ชายหนุ่มยิ้มบางๆ พร้อมกดตัดสาย


    "ฮัลโหล เฟิง เดี๋ยว-"


    สายโทรศัพท์ได้ถูกตัดลง ทิ้งไว้แค่เสียงที่ดัง ตู๊ด ตู๊ด ทำให้คนที่อยู่ปลายสายได้แต่อ้ำอึ้ง พูดอะไรไม่ออก


    หญิงสาวได้ร้องฮึขึ้นทีหนึ่ง พร้อมฟาดมือลงไปที่โต๊ะไม้ดัง ปัง! จนชายวัยกลางคนเจ้าของเสียงปลายสายถึงกับสะดุ้งโหยง


    "ชอบเอาแต่ฉายเดี่ยว คิดว่าเป็นพระเอกหนังหรือยังไง ฮึ!" หญิงสาวบ่นพึมพำๆ ขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด


    "เอาน่าๆ เล้งเฟิงใช่ว่าจะธรรมดาที่ไหน เป็นถึงศิษย์ของท่านผู้นั้นเลยนะ" ชายวัยกลางคนพยายามพูดปลอบหญิงสาว


    หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟา เธอยังรู้สึกไม่วางใจเท่าไหร่ เพราะว่าการปฏิบัติการครั้งนี้คือการแทรกซึมเข้าไปในงานประมูลที่มีตระกูลอาชญากรรมและผู้ทรงอิทธิพลจำนวนมากมารวมตัวกัน


    เล้งเฟิงนั้นเป็นสมาชิกมือดีจากหน่วยราชการลับของประเทศมังกร ภารกิจต่างๆ ที่เขาเคยได้รับมา มีทั้งยากและหนักหนาสาหัสกว่าการแทรกซึมครั้งนี้อีกด้วยซ้ำ เพราะอย่างนั้นแล้วภารกิจแทรกซึมครั้งนี้สำหรับเล้งเฟิงแล้วจึงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก


    แต่สัญชาตญาณหญิงสาวกลับเตือนว่า การแทรกซึมเข้าไปในงานประมูลค้าของเถื่อนครั้งนี้ ไม่ง่ายดายอย่างที่คิดกัน เธอจึงรู้สึกเป็นห่วงในความปลอดภัยของเล้งเฟิงไม่น้อย


    "เอาเถอะๆ ลำพังตัวเล้งเฟิงคงจัดคนเดียวทั้งหมดไม่ไหว ไปเรียกรวมหน่วยหมาป่ามาทั้งหมด ให้พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะสนับสนุนเล้งเฟิงตลอดเวลา" ชายวัยกลางคนหันไปออกคำสั่งกับหญิงสาว


    เธอพยักหน้าและรับคำสั่งอย่างไม่ลังเล จนทำให้ชายวัยกลางคนถึงกับยิ้มเจื่อนๆ ทีตอนที่เขาออกคำสั่งอื่นๆ เธอไม่เห็นจะกระตือรือร้นด้วยซ้ำ แต่พอเป็นเรื่องของเล้งเฟิง เธอกลับรีบจัดการอย่างฉับไว ไม่รีรอชักช้าโอ้เอ้เลยแม้แต่น้อย


    ...


    ผู้คนจำนวนมากได้ทยอยเข้ามาในโรงประมูลเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย สายตาของเล้งเฟิงที่อยู่ภายใต้หน้ากากปัลยัชชี (Pagliaccio ตัวตลก) ได้สอดส่องผู้คนต่างๆ ที่มาเข้าร่วมงานอย่างไม่ละสายตา


    บรรดาแขกเหล่านี้ก็มาจากตระกูลและกลุ่มอิทธิพลจำนวนมากในประเทศหมาป่า ไม่ว่าจะเป็น ตระกูลเมลคิออร์ ตระกูลวาเลนไทน์ และตระกูลแพนธีออน ที่เป็นสามหัวเรือใหญ่ และตระกูลที่ทรงอิทธิพลอื่นๆ


    อีกทั้งยังมีกลุ่ม แก๊ง และองค์กรจากโลกใต้ดินของประเทศหมาป่าอีกไม่น้อย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ เจ็ดตระกูลที่อยู่ภายใต้ศาสนจักรหรือที่ถูกเรียกกันว่า 'อัลโกบาเลโน่' พวกเขาทั้งเจ็ดตระกูลไม่ได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมงานในครั้งนี้


    การที่กองกำลังของเหล่าอาชญากรรมจากทั่วทั้งประเทศหมาป่าเข้ามารวมตัวกันเช่นนี้ เรียกได้ว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


    แม้แต่ตระกูลขนาดเล็กมากมายก็เข้าร่วมการประมูลนี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีพลังอำนาจที่เทียบเท่าได้กับกลุ่มอิทธิพลขนาดใหญ่เหล่านี้ ทว่าพวกเขาจะพลาดงานเลี้ยงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ยังไง


    วินเทอร์เองก็มาเข้าร่วมงานประมูลนี้เหมือนกัน แต่เขาไม่ได้มาในนามผู้นำตระกูลเมลคิออร์ แต่เป็นในนามผู้ติดตามตัวเล็กๆ คนหนึ่งในเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรงานประมูลครั้งนี้ ทุกคนต้องใส่หน้ากากเอาไว้ตลอดอยู่แล้ว จึงไม่มีใครรู้สึกเอะใจเท่าไหร่


    ไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มของวินเทอร์ก็ถูกเล้งเฟิงที่ปลอมตัวเป็นพนักงานนำทางเข้ามาในห้องส่วนตัวที่แยกออกมาต่างหาก ภายในห้องดูหรูหราอย่างมาก มีโต๊ะน้ำชาและโซฟา มีอาหารที่ราคาแพงมากมายตั้งอยู่บนโต๊ะ


    ข้างนอกหน้าต่างของห้องเป็นจัตุรัสกว้าง ซึ่งเป็นเหมือนกับที่นั่งของคอนเสิร์ตก็ว่าได้ ที่นั่งจะถูกแบ่งเป็นชั้นๆ ในช่วงเวลานี้แต่ละที่นั่งต่างก็เต็มไปด้วยผู้คน อย่างน้อยก็มีมากถึงร้อยหรืออาจจะถึงพันคน


    พวกเขากำลังรอให้การประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบสงบ ไม่กล้าที่จะส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย ในงานประมูลนี้ใช่ว่าจะมีหมูหมากาไก่ที่ไหนมาเข้าร่วมได้ ถ้าเกิดไปเจอตอแข็งเข้า มีหวังถึงคราวซวยแน่นอน เพราะทุกคนที่มาเข้าร่วมก็เป็นพวกอาชญากรตัวเป้งจากโลกใต้ดินทั้งนั้น


    ทว่าตระกูลเมลคิออร์นั้นถูกจัดเป็นแขกผู้มีเกียรติ เพราะตระกูลของพวกเขาก็อยู่ในระดับเดียวกับเจ้าภาพซึ่งก็คือตระกูลแพนธีออน ดังพวกเขานั้นจึงได้ห้องส่วนตัวที่แยกออกไป ทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งร่วมกับคนอื่นๆ


    ลูซิโอ้ได้ส่งสายตาไปให้ลูกน้อง เพื่อไล่พนักงานที่ดูแลรวมถึงคนไม่เกี่ยวข้องออกไปจากห้อง หลงเหลือเพียงแค่คนจากตระกูลเมลคิออร์เท่านั้น รวมถึงสั่งให้ตรวจสอบห้องเพื่อตรวจสอบดูว่ามีเครื่องดักฟังอยู่หรือไม่


    หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ลูซิโอ้จึงเริ่มพูดขึ้นมาว่า "คุณชาย ถึงแม้ว่าการประมูลครั้งนี้จะจัดขึ้นมาเพื่อบังหน้า แต่การประมูลหลักนั้นจะมีสมบัติสามชิ้นที่น่าสนใจด้วยกัน อย่างแรกก็คือ ไข่มุกเจ็ดราตรี เล่าลือกันว่าเกิดมาจากหอยสังข์จอมราชันที่มีสีดำนิลและจะเกิดขึ้นทุกแปดร้อยปีตามการคำนวณของผู้เชี่ยวชาญ ตัวของไข่มุกที่ได้อาบแสงจันทร์บริสุทธิ์เป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน จนไข่มุกมีความผ่องใสบริสุทธิ์ เมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์จะเปล่งประกายออกมาเป็นสีรุ้ง ซึ่งไข่มุกนี้มีราคาการประมูลเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งร้อยล้านยูโร"


    วินเทอร์ที่กำลังจิบชาอยู่ถึงกับสำลัก ไข่มุกเจ็ดราตรี? ถ้าโดนแสงพระอาทิตย์แล้วจะเป็นสีรุ้ง? นี่ นี่ นี่มันจะแฟนตาซีเกินไปหรือเปล่า!


    ถึงแม้ชาติที่แล้ววินเทอร์จะเป็นถึงผู้บงการโลกมาก่อน นอกจากแผนการครองโลกแล้ว ในหัวเขาก็มีแค่เรื่องภรรยาและลูกเท่านั้น สมบัติล้ำค่าอะไรพวกนี้แทบจะไม่มีค่าในสายตาเขาด้วยซ้ำ ขอเพียงแค่เขาอยากได้สมบัติอะไรเดี๋ยวก็มีคนหามาให้เอง มันจึงทำให้เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับความล้ำค่าของสมบัติหรือวัตถุโบราณเท่าไหร่


    ทว่าหากคิดไตร่ตรองดีๆ ถ้ามันเหมาะกับเป็นของขวัญให้ภรรยา เขาก็ไม่รังเกียจที่จะซื้อ


    "อย่างที่สองก็คือชิ้นส่วนของปฏิทินจูเลียน"


    ลูซิโอ้พูดออกมาอย่างต่อเนื่อง "นี่คือชิ้นส่วนหนึ่งในสี่ของปฏิทินจูเลียนที่ค้นพบในปอมเปอี จากข้อสันนิษฐานว่าเป็นชิ้นส่วนของปฏิทินที่ขุนนางในยุคนั้นเก็บรักษาเอาไว้"


    "ผู้ครอบครองปฏิทินก็เหมือนได้ควบคุมเวลา ผู้ควบคุมเวลาก็ได้ครองโลกทั้งใบ ราคาเริ่มต้นของมันก็อยู่ที่ห้าร้อยล้านยูโร"


    วินเทอร์พยักหน้า แน่นอนว่าเขาไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องสมบัติอะไรนั่นหรอก ทว่าต่อให้นี่จะเป็นเพียงแค่ชิ้นส่วนของปฏิทินจูเลียนอะไรนั่น ถึงแม้ว่ามันจะมีราคาที่สูงอย่างมหาศาล แต่ประโยคที่ลูซิโอ้พูดมานั่นถูกใจเขาไม่น้อย


    'ผู้ครอบครองปฏิทินก็เหมือนได้ควบคุมเวลา ผู้ควบคุมเวลาก็ได้ครองโลกทั้งใบ'


    ใช่แล้ว! เป้าหมายของวินเทอร์คืออะไรละ? ไม่ใช่ว่าเขาต้องการครอบครองโลกอย่างงั้นหรือ เจ้าปฏิทินจูเลียนอะไรนั่นถือว่าตอบโจทย์เขาได้อย่างดี เพราะอย่างนั้นแล้วราคาประมูลเริ่มต้นที่ห้าร้อยล้านยูโรนั้นไม่ได้ถือว่าเว่อร์วังอลังการเกินไป มันก็แค่เศษเงินสำหรับเขาเท่านั้น


    "ส่วนสมบัติชิ้นสุดท้ายก็คือชิ้นที่มีราคาแพงที่สุด ฟังดูแล้วอาจจะดูเพ้อเจ้อไร้สาระ แต่ผมขอยืนยันเลยว่ามันเป็นเรื่องจริง นั่นก็คือร่างของมนุษย์ต่างดาวเพศหญิงที่สมบูรณ์ดั้งเดิม ไร้ที่ติ ไม่เคยผ่านการผ่าชันสูตรใดๆ ทั้งสิ้น ราคาเริ่มต้นการประมูลของอยู่ที่ห้าพันล้านยูโร!" ลูซิโอ้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น


    "..."


    เวลานี้ สมองของวินเทอร์ได้หยุดการทำงานลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ดาเมี่ยนและบรรดาคนจากตระกูลเมลคิออร์มองมาที่ลูซิโอ้เหมือนเห็นคนบ้า


    มนุษย์ต่างดาว? มะนาวต่างหนุด? พวกกูถามจริงเหอะโว้ย!? นิยายเรื่องนี้มันหมวดหมู่แฟนตาซีก็จริง แต่มันจะหลุดออกทะเล...ไม่สิ หลุดออกนอกจักรวาลไปเรื่องมนุษย์ต่างดาวได้ไง? ตื่นโว้ย ตื่นๆ ลูซิโอ้!


    คุณถูกไอพวกตระกูลแพนธีออนหลอก โดนปั่นหัวจนหมุนหมดแล้ว นี่แหละนะ...ถึงคุณจะอยู่ในวัยที่พอจะแก่เลอะเลือนได้ก็จริง แต่คุณก็ยังเล่นเสพกาวตราวินเทอร์มากไปจนหลอนอีก เกรงว่าต้องพาไปบำบัดสักหน่อยแล้วละ


    มนุษย์ต่างดาวอะไรนั้นมันจะไปมีได้ไงละเฮ้ย! นี่มันนิยายแนวคอมเมดี้ ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียนนะ ไม่ใช่นิยาย Sci-Fi วิทยาศาสตร์ เรื่องมนุษย์ต่างดาวอะไรนั่นมันไม่มีหรอก เพ้อเจ้อ! เลิกเสพกาวตราวินเทอร์ได้แล้วนะ...


    Writer : อ้าว เมื่อวานลืมลงเหรอ? งั้นเดี๋ยววันนี้มาลงให้อีกตอนละกันนนนนน~

    คล้ายกับเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน! ที่คุณอ่าน