เวียงเงินยางเงียบเชียบลงเมื่อตกดึกหลังจากเฉลิมฉลองกันทั่วทุกมุมเมืองเพราะกลุ่มโจรสลายแล้วด้วยฝีมือนักล่าค่าหัวทั้งห้าผู้คนที่เมามายต่างก็กลับบ้านกลับเรือน ดนตรีและการฟ้อนรำเมื่อ่เย็นเลิกราแสงคำอยู่บนหลังคาเรือนหลังหนึ่ง เขายังไม่อยากไปไหนไกลนักเพราะคนที่เขาตามหาอาจเป็ใครก็ได้ยิ่งนักล่าค่าหัวทั้งห้าเป็คนมีฝีมือยิ่งต้องจับตาดู จากที่ซุ่มดูของเขาตอนนี้แสงคำสามารถมองเห็นกำแพงคุ้มหลวงและผามเหล้าได้ทั้งสองที่ ไม่มีอะไรบังหญิงสาวยังอยู่ที่เดิมที่เขาหนีมา เดินวนหาร่องรอยของเขา นางคงหัวเสียเหลือเกินที่ทำเขาหลุดมือไปได้
แสงคำไต่ลงมาจากหลังคาเดินลัดเลาะไปตามเงามืดยาวตลอดแนวกำแพงคุ้มแผ่นไม้ที่ตีเป็แนวเย็นเฉียบส่งกลิ่นอับชื้น ชวนให้นึกถึงสมัยเด็กอันเลือนรางห่างออกไปทางใต้คือหอรบที่มีทหารเฝ้าอยู่เต็มอัตราศึก เหตุก็เพราะทหารที่ภักดีกับพญายีบาเ้าแคว้นหริภุญชัยนั้นยังมีอยู่มากหลังพ่ายา อาจมีการตั้งกองกำลังลับขึ้นมาต่อต้านอีกเมื่อใดก็ได้แสงคำเคยจับจารบุรุษได้สองคนที่เชียงรายเมื่อปีที่แล้วก่อนทั้งคู่จะบุกเข้าสังหารพญาคามไม่กี่ชั่วยาม หลังจากสำเร็จโทษทั้งคู่แล้วเขาไม่เคยได้เจอจารบุรุษที่ปองร้ายเ้าเมืองในราชวงศ์มังรายอีกเลยกระทั่งมีข่าวซุบซิบมาถึงเมื่อสามเดือนก่อนซึ่งนำเขามาอยู่ที่นี่วันนี้ ณ เวียงเงินยาง
เงากำแพงพรางตัวแสงคำจากสายตาพวกยามทั้งยังมีคูน้ำลึกและมืดเหมาะแก่การซุ่มคอยตอนนี้มีเพียงเขาที่มองเห็นทุกสิ่งชัดเจนแต่ต้องรอเวลาผลัดเปลี่ยนเวรยามของทหารถึงจะพอทำอะไรได้เพราะเวลานั้นเป็่เวลาทีเหมาะที่สุดในการลักลอบเข้าไปแสงคำนั่งเงียบอยู่ในความมืด เฝ้าเช่นนี้มาหลายวันแล้วขณะเฝ้าก็ท่องคาถากันยุงอยู่หลังพุ่มดอกสองสามพุ่มที่กำบังกายอย่างอดทนพวกคนร้ายจะต้องมาในคืนนี้แน่ นอกจากมีลางสังหรณ์แล้ว เมืองยังมีการฉลองอีกด้วยมีปัจจัยหลายอย่างทำให้การคุ้มกันคุ้มหลวงหย่อนยานถ้าคนเ่าั้ฉลาดและมีฝีมือดีเยี่ยม นี่ก็เหมาะแก่การแอบเข้าไปข้างในไม่มีโอกาสอื่นอีกแล้วเพราะปกติทหารนั้นคุ้มกันแ่าหากไม่มีปีกดั่งนกคงจะเข้าไปไม่ได้
จิ้งหรีดเรไรส่งเสียงยามดึกนกเค้าร้องเสียงบาดแหลมถึงในใจเมื่อบินผ่านหัวสู่ป่านอกเขตเมืองแสงคำไม่ชอบเสียงนกเค้า บางคนว่ามันเป็นกที่นำลางร้ายมาให้กลับกันตัวเขานั้นไม่กลัวหรือเชื่อเื่ลางร้ายอะไรเพราะเชื่อในฝีมือตนแต่เสียงของมันแหลมบาดหูบาดใจเกินจะกล่าว แล้วยังรบกวนสมาธิอีกต่างหากแสงคำเพ่งสมาธิไปที่การเฝ้าดูภายนอกคุ้มอีกครั้งประสบการณ์สอนเขาให้มีสติและหูตาไว
คาถากันยุงต้องจบลงกลางคันตอนแสงคำจะเผลอหลับตามการท่องคาถาเขาโงหัวขึ้นมองไปยังความมืดเบื้องหน้า ถนนมืด ๆ และป้อมชั้นนอกสองป้อมอยู่ตรงนั้นห่างออกไปหลายสิบวาในความมืดมีเงาสี่เงาเข้าประชิดกำแพงคุ้มหลวงแสงคำดึงผ้าคลุมออกมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง ชักดาบตรวจดูแล้วเพ่งสายตามองเงาทั้งสี่อยู่ใต้กำแพงไม่นาน สองคนปีนขึ้นไปโดยมีอีกสองคนคอยช่วยส่งแสงคำออกจากที่ซุ่ม ใช้ความมืดใต้แนวกำแพงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดพรางกายไปจนถึงตำแหน่งที่มีหอรบพอแหงนมองฟ้าก็พอกะเวลาได้ว่าจะมีการเปลี่ยนเวรยามในไม่ช้าคนพวกนั้นจะต้องลอบเข้าไปจนครบใน่เวลานั้นแสงคำปลดเชือกหนังที่ม้วนมัดติดเอวออกมาใส่ตะขอเหวี่ยงขึ้นไปบนยอดแหลมบนหลังคาหอรบ เขารอคอยเสียงเคาะกะลาเปลี่ยนเวร รออย่างใจจดใจจ่อเช่นเดียวกับอีกสี่คนที่ลักเข้ามาในเมืองแล้วเสียงกะลาก็ดังบอกผลัดเวรยามแสงคำฉวยเอาเวลาที่มีการเคาะปีนขึ้นไปยังหลังคาหอรบด้วยฝีเท้าเบากริบและการฝึกมาอย่างชำนาญ เขาปีนขึ้นหลังคาหอรบอย่างรวดเร็วพอถึงก็หมอบคู้โผล่หน้ามองจารบุรุษที่ลักเข้ามาในคุ้มหลวงสองคนปีนตามมาสบทบแล้วแต่ยังไปไหนไม่ได้ทหารยามสองคนเดินผ่านพุ่มไม้ดอกที่พวกมันใช้พรางตัวสู่ป้อมด้านนอกพวกมันรอคอยอย่างอดทน แสงคำกวาดตามองรอบ ๆ ดูทางหนีทีไล่ไว้ก่อนไม่ว่าคนสี่คนนั้นหรือเขาต่างก็ต้องใช้ทางหนีเขาต้องอ่านแผนการของพวกมันให้ออกเพื่อแก้ไขทุกอย่างได้ทันการณ์แสงคำไม่เคยรอคอยอะไรนานขนาดนี้นานแล้ว เครียดเคร่งจนหัวหนักอึ้งถ้าไม่ติดว่าจะต้องรอดูว่าพวกมันจะทำอะไรและ้าอะไรเขาคงลงไปชักดาบฟันพวกมันทั้งสี่ให้สิ้นเื่สิ้นราวไปแต่เขาต้องรู้ว่าใครบงการและที่พวกนั้น้าคืออะไร จึงได้แต่นิ่งรอ
ทหารยามอีกสองนายลอดใต้ซุ้มประตูไปนอกกำแพงแสงไฟจากคบจากไต้ไหววูบวาบ ข้างใต้เท้าเขาใกล้กับหอรบก็มีทหารเดินตรวจตราอยู่ไม่ขาดแสงคำรอจังหวะอยู่อึดใจใหญ่จึงปีนลงไปอย่างเร็วและเงียบที่สุด พอถึงพื้นก็รอจังหวะในเงามืด พวกนั้นเองก็รอคอยจังหวะเช่นกัน
การรอคอยอันยาวนานจบลงเงาสองเงาปีนขึ้นไปบนชานคุ้มพญา ไม่นานก็มีเสียงประตูหน้าเปิดแ่เบาเสียงประตูเป็สัญญาณบอกให้แสงคำออกจากที่ซุ่มเขารอจนอีกสองคนตามขึ้นไปแล้วถึงไปซ่อนอยู่ที่เดียวกับที่คนสี่คนใช้ซ่อนตัวก่อนหน้านี้รอยหญ้ายุบยังอยู่และอุ่น จากพื้นหญ้าแสงคำสามารถมองลอดราวไม้ฉลุลายไปยังชานเรือนที่มีแสงรำไรจากตะเกียงอาบไปทั่วได้ทหารสองคนเฝ้าอยู่ตรงนั้นว่าตามจริงคือทหารตัวปลอมแน่แท้เพราะทหารหน้าประตูคงถูกลากไปข้างในคุ้มแล้วแสงคำไม่รอช้า เหนี่ยวราวไม้ส่งตัวเองขึ้นไปยืนบนชานด้วยความเร็วประหนึ่งลมพัดทหารกำมะลอสองนายเห็นก็พุ่งเข้ามา แสงคำหลบเข้าชิดผนัง มือปัดดาบที่แทงนำมาเข่าเจาะต้นขาในจังหวะเดียวกันพอทหารปลอมเข่าอ่อนก็งอนิ้วเก็บแล้วฉกเข้าตรงกระเดือกครั้งเดียวร่างนั้นก็ล้มลงกุมคอ โดยไม่ทันตั้งตัวดาบอีกดาบก็ฟันตามมาหมายกลางลำตัวแสงคำะโหลบว่องไว ฝักดาบฟาดข้อมือทหารปลอมจนดาบหลุดมือด้ามดาบตามกระทุ้งหน้าเป้าหมายเืพุ่ง และอีกครั้ง แสงคำไม่ยอมชักดาบสอดแขนลอดผ่านมือที่พยายามจับเขา พอสะบัดมือนั้นไปได้ก็ใช้ท่าแม่เขกเขกหน้าผากตามด้วยคอหอย เหยื่อแม่เขกล้มหงายแต่แสงคำคว้าร่างไว้ไม่ให้ล้มฟาดพอวางร่างนั้นลงเสร็จก็ไปที่ประตูทันที
ในคุ้มมีแสงสว่างไม่มากกลิ่นน้ำมันไต้ฟุ้งเพราะโจรคนหนึ่งดับเทียนและตะเกียงแก้วหลายดวงสายตาที่มองในความมืดได้ดีเห็นทหารยามสองคนนอนกองกันอยู่และไม่รู้เป็หรือตายพ่อบ้านกับบ่าวใช้ชายหญิงถูกมัดรวมกันไว้กลางโถงแสงคำกวาดตามองรวดเดียวก็พอจะเดาออกว่ามีโจรคนหนึ่งแยกไปในห้องทางขวาและอีกคนทางซ้ายปัญหาเดียวของเขาคือไม่รู้ว่าห้องไหนคือห้องเ้านายแสงคำผ่านห้องทางขวาที่โจรคนหนึ่งกำลังส่องไฟค้นอะไรอยู่ไปยังพวกเชลยแตะปากส่งสัญญาณให้เงียบแล้วตัดเชือกให้
“มีคนหนึ่งอยู่ในห้องพับสาอีกคนกำลังหาห้องพญา”พ่อบ้านกระซิบบอก
“ห้องใดห้องเ้านายบอกมาเร็ว”แสงคำกระซิบถามอย่างร้อนใจ
พ่อบ้านที่เือาบหน้าชี้ไปทางห้องด้านซ้ายของเขาแสงคำชักดาบย่องเงียบจากกลุ่มเชลยไปประตูด้านซ้ายตามที่พ่อบ้านชี้บอก
“เฮ้ย!”
ก่อนที่แสงคำจะไปถึงห้องด้านซ้ายโจรในห้องพับสาก็โวยวายขึ้น เหล่าเชลยแตกตื่น ร้องเรียกให้ทหารเข้ามาช่วยโจรที่ออกมาจากห้องพับสาทิ้งพับสากองใหญ่ในมือ จับดาบพุ่งเข้ามาหาดาบของแสงคำออกจากฝัก ตวัดหมายข้อมือแต่เ้าโจรนั่นชักดาบกลับมากันไว้ได้มันฟันกลับมาอีก แสงคำก้มล้มฉวยใช้แม่กลปลาต้อนหาดปาดโดนน่องของเ้าโจรเืกระเซ็น โจรที่อยู่ห้องฝั่งซ้ายเห็นไม่ได้การก็ออกมาช่วยแสงคำรับดาบสองทางหลายท่า ด้วยก้าวย่างรวดเร็วพลิ้วดั่งน้ำไหลไม่มีทิศทางตายตัวจึงไม่มีใครเอาเืเขาออกมาเซ่นดาบได้
“หนีก่อน ไป!”
โจรที่ตามมาทีหลังสั่งเพื่อนโจรพอออกจากแม่กลติดพันของแสงคำได้ก็วิ่งหนีไปทางหน้าต่าง แสงคำวิ่งตามไปติด ๆ
“จับมันไว้!”เสียงดังมาจากด้านหลังไม่รู้ว่าเสียงใคร เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับตอนที่สองโจระโหนีออกทางหน้าต่างมีแสงคำะโตามออกไปติด ๆ
แสงคำได้ยินเสียงดังไล่หลังไม่รู้ว่าอะไรเพราะเขาลอยออกมาจากคุ้มแล้ว พอเท้าเหยียบบนกิ่งไม้ด้านนอกก็ดีดตัวออกไปยังสู่กำแพงคุ้มหลวง
เืของสองโจราเ็นำทางแสงคำห่างจากคุ้มหลวงออกไปเรื่อยๆแม้จะาเ็แต่โจรทั้งสองก็หนีได้รวดเร็วราวกับบินได้ บ่งบอกว่ามีฝีมือแม้จะทุลักทุเลแต่ก็ไม่ให้ตามทันได้ง่าย แสงคำวิ่งตามรอยไปติด ๆในใจคิดผิดหวังที่ไม่ทันได้เห็นหน้าโจรทั้งสอง ไม่อย่างนั้นคงหาตัวได้ง่ายนักความมืดของเมืองเงินยางพรางรอยพวกโจรตัวดีจนแทบหาไม่พบเืที่หยดเรี่ยเริ่มจางเพราะทั้งสองคงวิ่งเร็วสุดฝีเท้า ด้านหลังเกราะและระฆังฆ้องเตือนภัยดังระงมส่งต่อกันไปทั่วเมืองแจ้งข่าวเื่ร้าย คนทั่วเมืองตื่นจากหลับฝันไฟไต้ถูกจุดถ้วนทั่ว ชาวเมืองกำลังจะออกจากเรือน เมืองกำลังจะวุ่นวายไปด้วยทหารซึ่งไม่ดีเอาเสียเลยสำหรับการตามหาโจรแสงคำมุ่งหน้าตามรอยเืสู่ทิศเหนือของเมืองสองเดือนก่อนแสงคำสำรวจเส้นทางในเมืองไว้ดีแล้ว จำได้ว่าที่ใดเป็ที่ใดน่าเจ็บใจที่ไม่รู้ว่าที่ใดเป็ที่น่าจะเป็ที่ซ่อนของโจรทั้งสองแม้ในย่านที่เหล่าผีพนันและพวกนักเลงหัวไม้ซึ่งน่าจะเหมาะกับการซ่อนตัวของคนร้ายก็ไม่น่าจะมีคนพวกนั้นรู้ดีว่ารับใครไปซ่อนได้หรือไม่ได้ยิ่งสองโจรมีโทษสถานหนักคือบุกเข้าคุ้มหลวงด้วยแล้ว ยิ่งต้องห้าม
แสงคำตามรอยเืไปจนถึงหมู่บ้านย่านตลาดเหนือผู้คนเริ่มพลุกพล่าน ทหารออกค้นหา ต้องมีกองทหารตามรอยเืมาอีกในไม่ช้าแสงคำลัดเข้าหลังเรือนหลังหนึ่ง ผ่านแปลงผักสวนครัวเมื่อเจอทหารกองหนึ่งขวางปากทางหากทหารพบเขาเข้า นั่นย่อมหมายความว่าเขาจะต้องต่อสู้หรือยอมเป็จำเลยข้อหาบุกรุกคุ้มหลวงแทนโจรทั้งสองเพราะเขาก็เป็คนแปลกหน้าน่าสงสัยเช่นกันพอใคร่ครวญหลายอย่างขณะมองหารอยเืพยายามอ่านแผนการของพวกโจรและความเป็ไปได้ต่าง ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น
“เฮ้ย! คนนั้น”
แสงไฟสาดวูบวาบเข้ามาใกล้จากรอบทิศแสงคำละจากรอยเืปีนขึ้นฉางข้าวของเรือนหลังนั้น ปีนป่ายสู่หลังคาจากบนนั้นทำให้เขาเห็นว่าตอนนี้ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยทหารกระจายกันอยู่ทั่วไปหมดพร้อมคบไฟ ประตูทุกด้านปิดตายไม่ให้ใครเข้าออกมีคนมากมายถูกจับเป็ผู้ต้องสงสัยแสงคำะโจากหลังคาฉางข้าวไปยังหลังคาเรือนข้างเคียงและะโต่อไปยังสิ่งที่เขาเหยียบได้พาตัวเองหนีไกลจากทหารมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีทางอื่นอีกแล้วที่เขาจะคิดออกในเวลานี้มีเพียงต้องหลบเงียบไปจนกว่าจะถึงรุ่งเช้าเพื่อรอฟังข่าวว่าโจรที่เขาทิ้งไว้บนชานจะคายอะไรออกมาจากปากของพวกมันบ้างเท่านั้น