เสียงประกาศจากห้องเรียนในเช้าวันธรรมดาทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นทันที
“อีกสองสัปดาห์จะถึงงานวัฒนธรรมของโรงเรียนแล้วนะ นักเรียนทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!”
เพื่อนๆที่เถียงกันว่าจะจัดแสดงอะไรก็เสนอกันมาไม่หยุดอย่างเช่น บ้านผีสิง คาเฟ่ ร้านเครป และอื่นๆอีกมาก
ผมหันไปมองซาโยะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหน้าต่างกระทบเส้นผมของเธอ ทำให้ดูเหมือนมีออร่าอ่อน ๆ ล้อมรอบ ผมที่รู้สึกสงสัยว่าซาโยะชอบการจัดแสดงก็เลยถาม
“ซาโยะ”
“ค่ะ?”
“คิดว่าการจัดแสดงอันไหนถูกใจซาโยะที่สุดอย่างงั้นหรอ”
“ฉันชอบที่ทุกคนเสนอเลย แต่ถ้าจะให้เลือกจริงๆ”ซาโยะทำหน้าครุ่นคิด น่ารักจังผมคิดอยู่ในใจ
“คงจะเป็เครปละ”
ซาโยะยิ้มบาง ๆ ขณะพูด แม้จะบอกว่าไม่มีเหตุผล แต่ในใจเธอกลับนึกถึงภาพร้านเครปที่ได้ทำร่วมกับเพื่อน ๆ โดยเฉพาะกับฮารุกิ... แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยผมมองเธอแล้วก็รู้สึกว่า... บางทีซาโยะอาจจะไม่ได้ชอบแค่ของหวานก็ได้นะ
“ทำไมถึงชอบอันนั้นหรอ”
“เหตุผลนะไม่มีหรอก แต่ฉันชอบของหวาน”
“เห็นแก่กินกว่าที่คิดนะเนี้ย” ซาโยะที่ทำแก้มป่อง น่ารักผมที่ใจลอยก็ลืมไปเลยว่าเธออาจจะงอลผม
“ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะว่า”
“ไม่หรอกค่ะ แต่ว่าถ้าถึงวันงานต้องเลี้ยงของหวานฉันนะค่ะ”
“ดะ..ได้เลย”
“ตั้งตารอนะค่ะ” ซาโยะหันมายิ้มให้ผมนึกว่าหัวใจจะหยุดเต้นซะแล้วสิ
หลังเลิกเรียน อาจารย์ประจำชั้นประกาศกลุ่มสำหรับเตรียมงาน
ผมกับซาโยะถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน โดยสรุปแล้วคนในห้องเรียนอยากจะจัดแสดง “ร้านคาเฟ่”
“ดีจังเลยนะ ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน”
“อืม... ดีใจเหมือนกัน”
ผมที่ได้อยู่กลุ่มตกแต่งห้องกับซาโยะรอยยิ้มบาง ๆ ของเราก็ได้แต่งแต้มใบหน้าของเราทั้งสองคน
เย็นวันต่อมา
หลังเลิกเรียน เราเริ่มอยู่ช่วยกันเตรียมของตกแต่ง
กระดาษสี กรรไกร กาว และกล่องของตกแต่งวางเกลื่อนเต็มโต๊ะ
“ตรงนี้ติดดอกไม้เพิ่มอีกนิดดีไหม?”
เธอถามขณะถือกาวอยู่ในมือ
“อืม... ถ้าซาโยะว่าดี ก็ทำเลย”
ผมตอบพลางยิ้ม
ระหว่างที่ผมยื่นกรรไกรให้ มือเราัักันโดยไม่ตั้งใจ
เป็เพียงััแ่เบา... แต่กลับทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ความรู้สึกอุ่นจากปลายนิ้วของเธอแผ่ซ่านขึ้นมาถึงอก ราวกับเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ
เธอชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“มือฮารุกิคุงอุ่นจังเลยนะคะ”
คำพูดของเธอเรียบง่าย แต่กลับทำให้ใบหน้าผมร้อนผ่าว
ผมรีบเบือนหน้าหนีทันที พยายามซ่อนความเขินที่ปะทุขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อะ... อืม ขอบใจนะ”
ผมไม่กล้าสบตาเธอเลยในตอนนั้น แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
แค่เพียงััเล็กน้อย... ทำไมถึงมีผลกับผมขนาดนี้กันนะ เวลาได้ผ่านไปซักพักก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“นี้มีใครว่างบ้างไหม”เพื่อนผู้หญิงที่อยู่ในห้องเอ่ยเสียงที่ได้ยินทั้งห้อง ไม่มีใครยกมือเลยซักคน
“พึบ”ซาโยะที่อาสายกมือขึ้นเพราะในห้องไม่มีใครยกมือ
“ขอบคุณน่ะคุณซาโยะ”
“อืม..ว่าแต่จะให้ซื้ออะไรบ้างหรอ”
“ก็มีปากกาเมจิก,กระดาษสีและก็ของตกแต่งเพิ่มเติมน่ะ”
“อืมได้เลย”
“แต่ว่านี้ก็ใกล้จะมืดแล้ว มีใครสะดวกไปเป็เพื่อนคุณซาโยะไหม”
“ผมๆๆ”เสียงของผู้ชายเกือบทั้งห้องดังขึ้น ผมที่กำลังจะเดินเข้าห้องเรียนก็สงสัยว่าทำไมเสียงภายในห้องถึงได้ดังมาก สุดท้ายก็รู้เพราะว่า
“ฮารุกิ ว่างไหม” ซาโยะลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยชื่อเขาออกมา เธอรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ ๆ ฮารุกิ และในใจลึก ๆ ก็หวังว่าเขาจะตอบตกลง
“อืมว่างสิ”เมื่อได้ยินคำตอบ เธอแอบยิ้มในใจอย่างโล่งอก
“อยากให้ไปซื้อของด้วยน่ะ”
“ได้สิ”ใครจะปฏิเสธละคนที่ตัวเองแอบชอบชวนไปซื้อของด้วยกันถึงจะเป็เวลาสั้นๆผมคิดในใจและลุกตามซาโยะไป
วันถัดมา
เพื่อน ๆ ทั้งในกลุ่มทั้งนอกกลุ่มเริ่มแซวเราสองคน
“เฮ้ ฮารุกิ ซาโยะ เหมือนคู่รักเลยนะ~”
“ไหนจะถูกคุณซาโยะเลือกให้ไปซื้อของด้วยกันอีกนี้สิ”
“ระวังนะ เดี๋ยวคาเฟ่จะกลายเป็คาเฟ่รักแทน!”
“่นี้ก็อยู่ด้วยกันบ่อยมากเลยนะ หรือว่าเขาคบกัน”
ผมที่ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมชั้นพูดคุยกันก็หน้าแดงทันที แต่ซาโยะกลับยิ้มรับแบบไม่ปฏิเสธ แต่ในใจเธอรู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้อยากปฏิเสธอะไร เพราะความรู้สึกของเธอที่มีต่อฮารุกินั้น... มันค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทุกวัน
ภายในใจเกิดคำถามขึ้นว่าผมนะเหมาะสมกับซาโยะจริงๆอย่างงั้นหรอ
เธอหันมาหาผมแล้วพูดเบา ๆ
“ไม่เห็นต้องปฏิเสธเลยนี่นา... จริงไหม ฮารุกิ”
หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาหรือเธอจะยอมรับกรายๆ
ตอนค่ำ: บนดาดฟ้าโรงเรียน
เราทำงานกันจนดึก ห้องเรียนเงียบลง เพื่อนๆที่ทำงานจนดึกดื่นก็เริ่มหมดแรงลงเหลือเพียงแสงไฟจากโคมเล็ก ๆ
ซาโยะชวนผมออกไปพักที่ดาดฟ้าของโรงเรียน
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดาว
ลมเย็นพัดเบา ๆ กลิ่นอากาศยามค่ำคืนชวนให้รู้สึกสงบเป็บรรยากาศที่ผมชอบมากที่สุด และข้างๆผมก็คือซาโยะอาการประหม่าของผมนั้นไม่ค่อยมีแล้วหรือเพราะว่าเราอยู่ใกล้ชิดกันแทบจะทุกวันร่างกายเลยชินไปเอง
“ดาวเยอะจังเลยนะคะคืนนี้”
ซาโยะพูดพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า
“อืม... สวยดี”
ผมตอบ ซาโยะแต่ตัวผมที่มองท้องฟ้าก็พรางนึกถึงเื่ที่ถูกนินทาจากคนอื่นกลัวว่าจะทำให้ซาโยะเสียหายกลัวว่าเธอจะเกลียดผม
ใบหน้าของเธอสะท้อนแสงจันทร์อ่อน ๆ
เธอหันมาสบตาผมพอดี ซาโยะเห็นผมที่แสดงสีหน้าไม่ดีก็ได้ถาม
“เป็อะไรไปหรอค่ะ ฮารุกิหรือว่ามากับฉันแล้วไม่สนุกหรือเปล่าค่ะ”ซาโยะที่ถามและมองมาที่ฮารุกิก็ถามด้วยนํ้าเสียงเบาๆปนเศร้าเล็กน้อย
“เปล่าน่ะ..ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับซาโยะทุกครั้ง”
“แล้วทำไมถึงแสดงสีหน้าที่เศร้าขนาดนั้นละค่ะ มีอะไรก็ปรึกษาฉันได้ที่อย่างเลยค่ะ”
ผมที่มองซาโยะอยู่ซักพักหนึ่งก่อนตัดสินใจที่จะบอกความทุกข์ที่เกิดจากเสียงนินทาจากรอบข้าง
“ซาโยะรู้สึกอย่างไรที่มีคนนินทาเื่ที่เราคบกันเป็แฟน กับคนที่ดูไม่เหมาะสมอย่างผม...”
“อย่าดูแคลนตัวเองสิค่ะ ฉันไม่สนใจเสียงรอบข้างหรอกค่ะว่าจะพูดอย่างไงกับฉันๆสนใจแต่คนที่อยู่ข้างหน้าค่ะ เพราะงั้นอย่าเศร้าไปเลยนะค่ะฉันไม่อยากเห็นฮารุกิทำหน้าแบบนั้น”
ซาโยะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง เธอรู้ดีว่าความรู้สึกของตัวเองนั้นชัดเจนแค่ไหน แม้จะมีคนพูดอะไรก็ตาม เธอก็เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่หัวใจบอก
ผมมองเธอแล้วก็รู้สึกว่า... ความกล้าของเธอทำให้ผมอยากจะเข้มแข็งขึ้นเหมือนกัน
ผมรู้สึกสุขใจและอบอุ่นเมื่อซาโยะยื่นมือมากุมที่มือของผมเอาไว้ทำให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยและความไม่สบายใจเมื่อกี้ ปลิวหายไปตามสายลม
“ฉันชอบเวลาที่ได้อยู่กับฮารุกิแบบนี้จังค่ะ”
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกไป
“ถ้าเป็ไปได้... ฉันอยากให้เรามี่เวลาแบบนี้ไปนาน ๆ”
เธอยิ้ม แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“งั้น... เรามาสร้างความทรงจำด้วยกันเยอะ ๆ นะคะ”

หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านในตอนดึก
เราสองคนเดินกลับบ้านด้วยกัน
แสงไฟถนนทอดยาวเป็เงาเคียงข้างกัน บรรยากาศยามคํ่าคืนให้ความรู้สึกสงบ แต่ก็มีเสียงที่แทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบ
“จ๊อกก”เสียงท้องร้องของฮารุกิดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบ แน่นอนซาโยะได้ยินเสียงนี้
“หิวแล้วอย่างงั้นหรอค่ะ ฮารุกิ”
“อืม..”ผมที่เขินอายกับเสียงท้องร้องของตัวเองอยู่ ก็ได้ยินข้อเสนอหนึ่งจากซาโยะ
“งั้นเราแวะร้านสะดวกซื้อตรงนั้นไหมค่ะ”
“ปะ..ไปสิ”เราทั้งสองคนเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมง ได้ซื้อของกินเล่นเพื่อลดอาการหิว ฮารุกิยื่นซาลาเปาที่ซื้อมาให้กับซาโยะ
“ขอบคุณค่ะ"ผมยิ้มให้ซาโยะเพื่อเป็การตอบรับ
“จะว่าไปเราก็ยังไม่ได้กินอะไรกันั้แ่เริ่มประดับห้องเรียนเลยนะค่ะ”
“อืม..แต่งานก็ถือว่าเดินไวนะ ตอนแรกฉันนึกว่าจะได้กลับดึกกว่านี้ซะอีก”
“ฮิฮิ..งั้นหรอค่ะที่เสร็จแล้วก็เพราะฮารุกิด้วยแหละค่ะ ฉันเห็นด้านที่แปลกใหม่ของฮารุกิเพิ่มอีกแล้ว”
“ด้านไหนอย่างงั้นหรอ”ผมที่หันไปหาซาโยะและถามด้วยความสงสัย
“ก็ด้านที่จริงจังของฮารุกิตอนที่ทำงาน ให้ความรู้สึกมุ่งมั่นมากเลย ฉันเลยรู้สึกมุ่งมั่นเหมือนกับฮารุกิ และรู้สึกสบายใจที่ได้ทำงานร่วมกับฮารุกิ”
“งะ..งั้นหรอชมฉันตรงๆก็อายเหมือนกันน่ะเนี้ย"
“ให้ชมมากกว่านี้ก็ได้นะค่ะ ฉันชมฮารุกิได้ทั้งวันเลย”
“เกรงใจครับ ถ้าทำแบบนั้นผมได้ตายแน่ๆ”
“ไม่หรอกค่ะ”ซาโยะเอามือป้องปากพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ผมหัวเราะกลบเกลื่อนความเขิน แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด... บางทีผมอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้ ถ้ามีใครสักคนที่มองเห็นด้านดีของผมแบบนี้
ซาโยะมองผมด้วยสายตาอ่อนโยน เธอรู้สึกว่า... ฮารุกิในตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้นอีกต่อไปแล้ว จากนั้นเราทั้งสองคนก็กินอาหารรองท้องเสร็จ
ผมรู้สึกว่า...
ความสัมพันธ์ของผมกับซาโยะ
กำลังเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง
และเสียงหัวใจของเราสองคน...
ก็กำลังเต้นไปในจังหวะเดียวกัน