เธอที่ผมเริ่มมอง โดยไม่รู้ตัว

    บทที่ 11: เสียงหัวใจ... ที่ใกล้กันมากขึ้น

    เสียงประกาศจากห้องเรียนในเช้าวันธรรมดาทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นทันที 

    “อีกสองสัปดาห์จะถึงงานวัฒนธรรมของโรงเรียนแล้วนะ นักเรียนทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!” 

    เพื่อนๆที่เถียงกันว่าจะจัดแสดงอะไรก็เสนอกันมาไม่หยุดอย่างเช่น บ้านผีสิง คาเฟ่ ร้านเครป และอื่นๆอีกมาก  

    ผมหันไปมองซาโยะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ 
    แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหน้าต่างกระทบเส้นผมของเธอ ทำให้ดูเหมือนมีออร่าอ่อน ๆ ล้อมรอบ ผมที่รู้สึกสงสัยว่าซาโยะชอบการจัดแสดงก็เลยถาม 

    “ซาโยะ” 

    “ค่ะ?” 

    “คิดว่าการจัดแสดงอันไหนถูกใจซาโยะที่สุดอย่างงั้นหรอ” 

    “ฉันชอบที่ทุกคนเสนอเลย แต่ถ้าจะให้เลือกจริงๆ”ซาโยะทำหน้าครุ่นคิด น่ารักจังผมคิดอยู่ในใจ 

    “คงจะเป็๲เครปละ” 

    ซาโยะยิ้มบาง ๆ ขณะพูด แม้จะบอกว่าไม่มีเหตุผล แต่ในใจเธอกลับนึกถึงภาพร้านเครปที่ได้ทำร่วมกับเพื่อน ๆ โดยเฉพาะกับฮารุกิ... แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยผมมองเธอแล้วก็รู้สึกว่า... บางทีซาโยะอาจจะไม่ได้ชอบแค่ของหวานก็ได้นะ 

    “ทำไมถึงชอบอันนั้นหรอ” 

    “เหตุผลนะไม่มีหรอก แต่ฉันชอบของหวาน” 

    “เห็นแก่กินกว่าที่คิดนะเนี้ย” ซาโยะที่ทำแก้มป่อง น่ารักผมที่ใจลอยก็ลืมไปเลยว่าเธออาจจะงอลผม 

    “ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะว่า” 

    “ไม่หรอกค่ะ แต่ว่าถ้าถึงวันงานต้องเลี้ยงของหวานฉันนะค่ะ” 

    “ดะ..ได้เลย” 

    “ตั้งตารอนะค่ะ” ซาโยะหันมายิ้มให้ผมนึกว่าหัวใจจะหยุดเต้นซะแล้วสิ 

    หลังเลิกเรียน อาจารย์ประจำชั้นประกาศกลุ่มสำหรับเตรียมงาน 
    ผมกับซาโยะถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน โดยสรุปแล้วคนในห้องเรียนอยากจะจัดแสดง “ร้านคาเฟ่” 

    “ดีจังเลยนะ ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน” 

    “อืม... ดีใจเหมือนกัน” 
    ผมที่ได้อยู่กลุ่มตกแต่งห้องกับซาโยะรอยยิ้มบาง ๆ ของเราก็ได้แต่งแต้มใบหน้าของเราทั้งสองคน 

    เย็นวันต่อมา 

    หลังเลิกเรียน เราเริ่มอยู่ช่วยกันเตรียมของตกแต่ง 
    กระดาษสี กรรไกร กาว และกล่องของตกแต่งวางเกลื่อนเต็มโต๊ะ 

    “ตรงนี้ติดดอกไม้เพิ่มอีกนิดดีไหม?” 
    เธอถามขณะถือกาวอยู่ในมือ 

    “อืม... ถ้าซาโยะว่าดี ก็ทำเลย” 
    ผมตอบพลางยิ้ม 

    ระหว่างที่ผมยื่นกรรไกรให้ มือเรา๼ั๬๶ั๼กันโดยไม่ตั้งใจ 
    เป็๲เพียง๼ั๬๶ั๼แ๶่๥เบา... แต่กลับทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ 
    ความรู้สึกอุ่นจากปลายนิ้วของเธอแผ่ซ่านขึ้นมาถึงอก ราวกับเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ 

    เธอชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ 

    “มือฮารุกิคุงอุ่นจังเลยนะคะ” 

    คำพูดของเธอเรียบง่าย แต่กลับทำให้ใบหน้าผมร้อนผ่าว 
    ผมรีบเบือนหน้าหนีทันที พยายามซ่อนความเขินที่ปะทุขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว 

    “อะ... อืม ขอบใจนะ” 

    ผมไม่กล้าสบตาเธอเลยในตอนนั้น แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด 
    แค่เพียง๱ั๣๵ั๱เล็กน้อย... ทำไมถึงมีผลกับผมขนาดนี้กันนะ เวลาได้ผ่านไปซักพักก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น 

    “นี้มีใครว่างบ้างไหม”เพื่อนผู้หญิงที่อยู่ในห้องเอ่ยเสียงที่ได้ยินทั้งห้อง ไม่มีใครยกมือเลยซักคน

    “พึบ”ซาโยะที่อาสายกมือขึ้นเพราะในห้องไม่มีใครยกมือ

    “ขอบคุณน่ะคุณซาโยะ” 

    “อืม..ว่าแต่จะให้ซื้ออะไรบ้างหรอ” 

    “ก็มีปากกาเมจิก,กระดาษสีและก็ของตกแต่งเพิ่มเติมน่ะ” 

    “อืมได้เลย” 

    “แต่ว่านี้ก็ใกล้จะมืดแล้ว มีใครสะดวกไปเป็๲เพื่อนคุณซาโยะไหม” 

    “ผมๆๆ”เสียงของผู้ชายเกือบทั้งห้องดังขึ้น ผมที่กำลังจะเดินเข้าห้องเรียนก็สงสัยว่าทำไมเสียงภายในห้องถึงได้ดังมาก สุดท้ายก็รู้เพราะว่า 

    “ฮารุกิ ว่างไหม” ซาโยะลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยชื่อเขาออกมา เธอรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ ๆ ฮารุกิ และในใจลึก ๆ ก็หวังว่าเขาจะตอบตกลง 

    “อืมว่างสิ”เมื่อได้ยินคำตอบ เธอแอบยิ้มในใจอย่างโล่งอก 

    “อยากให้ไปซื้อของด้วยน่ะ” 

    “ได้สิ”ใครจะปฏิเสธละคนที่ตัวเองแอบชอบชวนไปซื้อของด้วยกันถึงจะเป็๞เวลาสั้นๆผมคิดในใจและลุกตามซาโยะไป 

    วันถัดมา 

    เพื่อน ๆ ทั้งในกลุ่มทั้งนอกกลุ่มเริ่มแซวเราสองคน 

    “เฮ้ ฮารุกิ ซาโยะ เหมือนคู่รักเลยนะ~” 

    “ไหนจะถูกคุณซาโยะเลือกให้ไปซื้อของด้วยกันอีกนี้สิ” 
    “ระวังนะ เดี๋ยวคาเฟ่จะกลายเป็๞คาเฟ่รักแทน!” 

    “๰่๥๹นี้ก็อยู่ด้วยกันบ่อยมากเลยนะ หรือว่าเขาคบกัน” 

    ผมที่ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมชั้นพูดคุยกันก็หน้าแดงทันที แต่ซาโยะกลับยิ้มรับแบบไม่ปฏิเสธ แต่ในใจเธอรู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้อยากปฏิเสธอะไร เพราะความรู้สึกของเธอที่มีต่อฮารุกินั้น... มันค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทุกวัน 

    ภายในใจเกิดคำถามขึ้นว่าผมนะเหมาะสมกับซาโยะจริงๆอย่างงั้นหรอ 
    เธอหันมาหาผมแล้วพูดเบา ๆ 

    “ไม่เห็นต้องปฏิเสธเลยนี่นา... จริงไหม ฮารุกิ” 
    หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาหรือเธอจะยอมรับกรายๆ 

     

    ตอนค่ำ: บนดาดฟ้าโรงเรียน 

    เราทำงานกันจนดึก ห้องเรียนเงียบลง เพื่อนๆที่ทำงานจนดึกดื่นก็เริ่มหมดแรงลงเหลือเพียงแสงไฟจากโคมเล็ก ๆ 

    ซาโยะชวนผมออกไปพักที่ดาดฟ้าของโรงเรียน 

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดาว 
    ลมเย็นพัดเบา ๆ กลิ่นอากาศยามค่ำคืนชวนให้รู้สึกสงบเป็๲บรรยากาศที่ผมชอบมากที่สุด และข้างๆผมก็คือซาโยะอาการประหม่าของผมนั้นไม่ค่อยมีแล้วหรือเพราะว่าเราอยู่ใกล้ชิดกันแทบจะทุกวันร่างกายเลยชินไปเอง 

    “ดาวเยอะจังเลยนะคะคืนนี้” 
    ซาโยะพูดพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า 

    “อืม... สวยดี” 
    ผมตอบ ซาโยะแต่ตัวผมที่มองท้องฟ้าก็พรางนึกถึงเ๱ื่๵๹ที่ถูกนินทาจากคนอื่นกลัวว่าจะทำให้ซาโยะเสียหายกลัวว่าเธอจะเกลียดผม 

    ใบหน้าของเธอสะท้อนแสงจันทร์อ่อน ๆ 
    เธอหันมาสบตาผมพอดี ซาโยะเห็นผมที่แสดงสีหน้าไม่ดีก็ได้ถาม 

    “เป็๲อะไรไปหรอค่ะ ฮารุกิหรือว่ามากับฉันแล้วไม่สนุกหรือเปล่าค่ะ”ซาโยะที่ถามและมองมาที่ฮารุกิก็ถามด้วยนํ้าเสียงเบาๆปนเศร้าเล็กน้อย 

    “เปล่าน่ะ..ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับซาโยะทุกครั้ง” 

    “แล้วทำไมถึงแสดงสีหน้าที่เศร้าขนาดนั้นละค่ะ มีอะไรก็ปรึกษาฉันได้ที่อย่างเลยค่ะ” 

    ผมที่มองซาโยะอยู่ซักพักหนึ่งก่อนตัดสินใจที่จะบอกความทุกข์ที่เกิดจากเสียงนินทาจากรอบข้าง 

    “ซาโยะรู้สึกอย่างไรที่มีคนนินทาเ๱ื่๵๹ที่เราคบกันเป็๲แฟน กับคนที่ดูไม่เหมาะสมอย่างผม...” 

    “อย่าดูแคลนตัวเองสิค่ะ ฉันไม่สนใจเสียงรอบข้างหรอกค่ะว่าจะพูดอย่างไงกับฉันๆสนใจแต่คนที่อยู่ข้างหน้าค่ะ เพราะงั้นอย่าเศร้าไปเลยนะค่ะฉันไม่อยากเห็นฮารุกิทำหน้าแบบนั้น” 

    ซาโยะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง เธอรู้ดีว่าความรู้สึกของตัวเองนั้นชัดเจนแค่ไหน แม้จะมีคนพูดอะไรก็ตาม เธอก็เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่หัวใจบอก 

    ผมมองเธอแล้วก็รู้สึกว่า... ความกล้าของเธอทำให้ผมอยากจะเข้มแข็งขึ้นเหมือนกัน 

    ผมรู้สึกสุขใจและอบอุ่นเมื่อซาโยะยื่นมือมากุมที่มือของผมเอาไว้ทำให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยและความไม่สบายใจเมื่อกี้ ปลิวหายไปตามสายลม 

    “ฉันชอบเวลาที่ได้อยู่กับฮารุกิแบบนี้จังค่ะ” 

    ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกไป 

    “ถ้าเป็๞ไปได้... ฉันอยากให้เรามี๰่๭๫เวลาแบบนี้ไปนาน ๆ” 

    เธอยิ้ม แล้วพยักหน้าเบา ๆ 

    “งั้น... เรามาสร้างความทรงจำด้วยกันเยอะ ๆ นะคะ” 



     

    หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านในตอนดึก 

    เราสองคนเดินกลับบ้านด้วยกัน 
    แสงไฟถนนทอดยาวเป็๲เงาเคียงข้างกัน บรรยากาศยามคํ่าคืนให้ความรู้สึกสงบ แต่ก็มีเสียงที่แทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบ 

    “จ๊อกก”เสียงท้องร้องของฮารุกิดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบ แน่นอนซาโยะได้ยินเสียงนี้ 

    “หิวแล้วอย่างงั้นหรอค่ะ ฮารุกิ” 

    “อืม..”ผมที่เขินอายกับเสียงท้องร้องของตัวเองอยู่ ก็ได้ยินข้อเสนอหนึ่งจากซาโยะ 

    “งั้นเราแวะร้านสะดวกซื้อตรงนั้นไหมค่ะ” 

    “ปะ..ไปสิ”เราทั้งสองคนเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมง ได้ซื้อของกินเล่นเพื่อลดอาการหิว ฮารุกิยื่นซาลาเปาที่ซื้อมาให้กับซาโยะ 

    “ขอบคุณค่ะ"ผมยิ้มให้ซาโยะเพื่อเป็๲การตอบรับ 

    “จะว่าไปเราก็ยังไม่ได้กินอะไรกัน๻ั้๫แ๻่เริ่มประดับห้องเรียนเลยนะค่ะ” 

    “อืม..แต่งานก็ถือว่าเดินไวนะ ตอนแรกฉันนึกว่าจะได้กลับดึกกว่านี้ซะอีก” 

    “ฮิฮิ..งั้นหรอค่ะที่เสร็จแล้วก็เพราะฮารุกิด้วยแหละค่ะ ฉันเห็นด้านที่แปลกใหม่ของฮารุกิเพิ่มอีกแล้ว” 

    “ด้านไหนอย่างงั้นหรอ”ผมที่หันไปหาซาโยะและถามด้วยความสงสัย 

    “ก็ด้านที่จริงจังของฮารุกิตอนที่ทำงาน ให้ความรู้สึกมุ่งมั่นมากเลย ฉันเลยรู้สึกมุ่งมั่นเหมือนกับฮารุกิ และรู้สึกสบายใจที่ได้ทำงานร่วมกับฮารุกิ” 

    “งะ..งั้นหรอชมฉันตรงๆก็อายเหมือนกันน่ะเนี้ย" 

    “ให้ชมมากกว่านี้ก็ได้นะค่ะ ฉันชมฮารุกิได้ทั้งวันเลย” 

    “เกรงใจครับ ถ้าทำแบบนั้นผมได้ตายแน่ๆ” 

    “ไม่หรอกค่ะ”ซาโยะเอามือป้องปากพร้อมกับหัวเราะเบาๆ 

    ผมหัวเราะกลบเกลื่อนความเขิน แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด... บางทีผมอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้ ถ้ามีใครสักคนที่มองเห็นด้านดีของผมแบบนี้ 

    ซาโยะมองผมด้วยสายตาอ่อนโยน เธอรู้สึกว่า... ฮารุกิในตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้นอีกต่อไปแล้ว จากนั้นเราทั้งสองคนก็กินอาหารรองท้องเสร็จ 

    ผมรู้สึกว่า... 
    ความสัมพันธ์ของผมกับซาโยะ 
    กำลังเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง 

    และเสียงหัวใจของเราสองคน... 
    ก็กำลังเต้นไปในจังหวะเดียวกัน