ค่ำคืนนี้ยาวนานกว่าปกติสำหรับ 'เจตน์' เขาจอดรถส่วนตัวที่ชั้นจอดรถระดับผู้บริหารของคอนโดมิเนียมหรูหรากลางเมืองสาทร เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำรถและใบหน้าของจิตรกรหนุ่มคนพิเศษของเ้าของตึกได้เป็อย่างดี จึงรีบโค้งทักทายและเปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวให้ เจตน์ก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์ ลิฟต์ค่อย ๆ ทะยานขึ้นสู่ชั้นเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุดอย่างเงียบงัน ทว่าในอกของเจตน์กลับอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดขัดแย้งราวกับกำลังดินรนหนีจากบ่วงกรรม ยามที่ประตูเปิดออก เจตน์ก้าวเท้าเหยียบพรมขนสัตว์หนานุ่มเข้าไปยังห้องนอนใหญ่ที่เงียบสงบ
ภายในห้องนอนใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูที่สลัวไปด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากวิวระเบียงภายนอก บรรยากาศเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว เจตน์ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงกว้างสีดำสนิทที่ปูผ้าปูเตียงผ้าฝ้ายอียิปต์ัันุ่มมือ ดวงตากลมโตคู่สวยจดจ้องมองใบหน้าคมคายของ 'อนล' ที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกช้า ๆ อนลโยนเสื้อเชิ้ตทิ้งลงบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มก้าวเท้าเดินสลัดความเงียบงันเข้ามาหาเจตน์ สองมือหนาประคองดวงหน้าหวานเชยขึ้นสบตา ทว่าััเปียกชื้นบนปลายนิ้วกลับทำให้อนลชะงักงันด้วยความใ
"เจตน์... คุณร้องไห้เหรอครับ? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า มีใครรังแกอะไรเธอที่แกลเลอรีใช่ไหม บอกผมสิครับ" อนลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใและห่วงใยจริงจัง ซึ่งมันเป็ปฏิกิริยาที่ออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกในใจโดยที่เขาไม่รู้ตัว
เจตน์รีบยกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำตาเม็ดใสออกจากพวงแก้ม ฝืนกดยิ้มหวานเศร้าส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า ในใจของเจตน์พังทลายไม่มีชิ้นดี เขามองใบหน้าคมคาของคุณอนลที่แสนดีและอบอุ่น แต่เื้ักลับร้ายกาจล่อลวงใช้ความรักของเขาเป็เครื่องมือทำลายครอบครัวมารุต เจตน์เฝ้าโทษตัวเองที่เป็คนโง่เขลา หลงใหลในคำหวานจนนำความฉิบหายมาสู่พี่ชายของตัวเอง ทว่าในยามนี้เขากลับยังดึงดื้อ้าอ้อมกอดอุ่นนี้อยู่
"ไม่มีอะไรหรอกครับคุณอนล... ผมแค่รู้สึกเหนื่อยและอ่อนไหวนิดหน่อยครับ่นี้" เจตน์ช้อนสายตากลมอุ่นเยิ้มขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวคู่เดิมเพื่อเฝ้าถามความในใจ "คุณอนลครับ... ถ้าเกิดวันหนึ่งผมทำอะไรผิดพลาด หรือถ้าครอบครัวของผมกับบริษัทของคุณอนลต้องกลายมาเป็ศัตรูกันเพราะเื่ธุรกิจ... คุณอนลจะยังกอดผมแน่น ๆ แบบนี้ และยังยอมอยู่เคียงข้างผมไหมครับ? ถ้าผมไม่ใช่น้องชายของมารุต... คุณอนลจะยังสนใจจิตรกรธรรมดา ๆ คนนี้อยู่ไหมครับ"
อนลชะงักไปชั่ววินาทีกับคำถามเชิงนัยยะลึกซึ้ง หัวใจอันเยือกเย็นปานหินผาของนักธุรกิจหนุ่มผู้ละโมบไหววูบกระตุกแรง แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดและการเล่นเกมล่อหลอกทางจิตวิทยา อนลขยับรอยยิ้มละมุนละไมปลอบใจกระซิบตอบเสียงนุ่มก้มลงจูบซับน้ำตาที่แก้มใสอย่างอ่อนโยน "ถามอะไรแปลก ๆ อย่างนั้นล่ะครับเจตน์ เื่ธุรกิจก็คือเื่ธุรกิจครับ มันไม่มีวันมาเกี่ยวโยงหรือทำลายความรู้สึกที่ผมมีให้เธอได้หรอกนะ... สำหรับผมแล้ว เจตน์เป็จิตรกรคนพิเศษ เป็แรงบันดาลใจ และเป็เด็กดีของผมเสมอ ไม่มีอะไรเปลี่ยนข้อเท็จจริงนี้ได้ครับ เชื่อใจผมนะ ผมรักเจตน์ที่เป็เจตน์ ไม่ได้เกี่ยวกับมารุตเลยครับ"
เจตน์นิ่งเงียบเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมพลางตัดสินใจถามคำถามคาใจอีกเื่หนึ่ง "แล้ว... คุณดารินล่ะครับ? พวกคุณสองคนกำลังจะแต่งงานกันในไม่ช้าใช่ไหมครับ"
อนลถอนหายใจแ่เบาพลางประคองกอดเจตน์ชิดอกดึงตัวเข้าไปนั่งบนขอบเตียง "การหมั้นหมายกับดารินมันเป็เพียงแค่หน้าที่ทางสังคมและข้อตกลงร่วมกันของสองตระกูลเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจครับเจตน์ พ่อกับปู่ของผมบังคับให้หมั้นและแต่งงานเพื่อสืบทอดกิจการโลจิสติกส์ของตระกูล ถ้าผมไม่ปฏิบัติตาม พวกเขาขู่จะตัดชื่อผมออกจากกองมรดกทั้งหมด ผมเกลียดกฎเกณฑ์พวกนั้นมากเจตน์ แต่ผมจำเป็ต้องยอมเล่นตามเกมเพื่อก้าวสู่อำนาจที่จะทำให้ผมเป็อิสระได้ในอนาคต ระหว่างผมกับดารินไม่มีเื่ชู้สาวหรือความรักเลยแม้แต่น้อย ดารินเองก็มีชีวิตของเธอ และเรามีข้อตกลงกันว่าหลังจากแต่งงานเราต่างคนต่างจะมีอิสระในการใช้ชีวิตคู่แบบห่าง ๆ ไม่มีเซ็กซ์มาเกี่ยวโยง ความรู้สึกที่ผมมีให้เจตน์มันคือความจริงใจชิ้นเดียวที่ผมมีอยู่นะครับ"
คำสัญญาหวานหอมที่พ่นออกจากปากอนลช่างดูแสนดีอบอุ่น ทว่าสำหรับเจตน์ที่ได้ยินความจริงอันดำมืดในห้องทำงานของอนลมาก่อนหน้านี้ คำสัญญาพวกนี้กลับเปรียบเสมือนยาพิษรสหวานหอมที่เคลือบน้ำตาลไว้หนาแน่น เจตน์รู้ดีว่าอนลกำลังโกหกคำโตเพื่อประคองความลับ ทว่าหัวใจดวงน้อยที่พังยับเยินของเขากลับร่ำร้องอยากจะจมดิ่งลงในความอบอุ่นจอมปลอมนี้เป็ครั้งสุดท้าย เจตน์อยากให้บทรักเร่าร้อนของอนลช่วยแผดเผาความจริงอันเ็ปออกไปจากสมองให้สิ้นซากในค่ำคืนนี้
"กอดเจตน์หน่อยครับคุณอนล... จูบเจตน์แรง ๆ... ทำให้เจตน์ลืมทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ทีครับ เจตน์อยากลืมทุกอย่างจริง ๆ" เจตน์เอ่ยกระซิบสะอื้นเสียงสั่นพร่าพลางโถมร่างเข้าหาอ้อมอกแกร่งเบียดกายแนบชิด
อนลไม่รอช้า เขาโอบกอดประคองร่างบางไว้แน่นก่อนจะโน้มใบหน้าลงมามอบจูบอันร้อนแรงและลึกซึ้งทันที ลิ้นร้อนของอนลแทรกซอนเข้าสอดใส่ในโพรงปากของเจตน์ บดจูบอย่างดุเดือดกระหายอยากเพื่อปลอบประโลมและสยบเสียงสะอื้นของเด็กหนุ่ม เจตน์จูบตอบรับด้วยความระทมปนความปรารถนารุ่มร้อนที่แล่นพล่านทั่วร่าง สองมือบางกอดรัดรอบคอหนาจิกเล็บลงบนไหล่แกร่งของอนลแน่นดั่งที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตที่กำลังจะจมน้ำ อนลจูบไซร้ลงมาตามลำคอขาว ขบเม้มรุนแรงจนเกิดรอยรักเด่นชัดบนผิวเนื้อเนียนละเอียดก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นวางราบบนเตียงกว้างนุ่มสีดำสนิท
เสื้อผ้าของทั้งสองถูกสลัดทิ้งอย่างรวดเร็วด้วยปลายนิ้วหนาของอนลที่เปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดสิ้น ทิ้งให้เหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าท้าทายแสงไฟเมืองภายนอกที่ส่องสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ ผิวสีน้ำผึ้งแน่นตึงของอนลทาบทับลงบนผิวขาวเนียนละเอียดดุจหิมะของเจตน์อย่างงดงามลงตัว อนลก้มลงใช้ลิ้นร้อนละเลียดโลมเลียไปตามยอดอกสีหวานบีบเค้นกล้ามเนื้อหน้าอกบางของเจตน์รุนแรงจนเจตน์ต้องแอ่นอกครางกระเส่า สองขาเรียวขาวขยับถ่างแยกกว้างโดยสัญชาตญาณความ้าทางกาย เจตน์กัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดเสียงครางสั่นระริกยามปลายนิ้วหนาของอนลซุกซอนเข้าเบิกทางรักส่วนลึกที่เริ่มฉ่ำน้ำหวานต้อนรับััสั่นไหวที่เสียวสยิวรวดร้าวในใจ
"คุณอนล... เจตน์เจ็บ... ฮึก... แต่รักคุณเหลือเกินครับ อย่าทิ้งเจตน์นะ" เจตน์ปล่อยน้ำตาไหลรินอาบแก้มครางสะอื้นปะปนกับเสียงครางสยิวชวนสั่นสะท้านในลำคอ
อนลกระซิบคำหวานชิดใบหูปลอบโยนว่าเจตน์คือคนสำคัญที่สุด พลางจับขาเรียวขาวพาดบ่าแกร่ง ยกลำตัวของเจตน์ขึ้นรองรับการแทรกซอนของความแข็งแกร่งอันร้อนระอุเข้าสู่ช่องทางรักอย่างหนักแน่นช้า ๆ ในคราวเดียว ััอุ่นร้อนกระทันหันและลึกซึ้งทำเอาเจตน์แหงนศีรษะเบิกตากว้างสะอื้นร้องครางลั่นห้อง อนลเริ่มเคลื่อนไหวสะโพกขยับขยายจังหวะจากช้า ๆ อ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็หนักหน่วงรวดเร็วและลึกซึ้ง บดเบียดสอดใส่บดขยี้จุดกระสันในกายจนเจตน์ต้องสั่นระรัวร้องครางหวานพรั่งพรูตัณหาปะปนเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งสองคนดังระงมผสานกันเร่าร้อน ยิ่งเจตน์มองเงาสะท้อนดวงตาคมของอนลในความมืด เขายิ่งปล่อยให้น้ำตาร่วงไหลด้วยความเ็ปสะท้านจิตใจที่หักหลังครอบครัว ท่ามกลางเสียงขยับเตียงและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่สอดประสานระเรืองรักแสนหวาดเสียวลึกซึ้ง
บทรักแห่งการหักหลังดำเนินไปอย่างยาวนานและกระชั้นจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ อนลบดกระแทกสะโพกสอบสอดประสานถี่รัวในท่าทางที่ลึกซึ้ง ทรงพลัง และเร่าร้อนละเมียดละไม ยามที่กายของพวกเขารวมเป็หนึ่งเดียว อนลกลับรู้สึกแปลกประหลาดในใจ ััของเจตน์ในคืนนี้ช่างแน่นตึงและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาปนความเศร้าห่วงหาจนส่งกระแสความอบอุ่นเข้ามากัดเซาะหัวใจอันโลภโมโทสันของอนลให้เริ่มสั่นไหว อนลเพิ่มความเร็วและน้ำหนักในจังหวะสุดท้ายโถมกายสะโพกสอบกระแทกกระทั้นเน้นย้ำเข้าใส่ส่วนลึกของเจตน์อย่างสุดกำลังเพื่อปลดปล่อยอารมณ์รักใคร่ทั้งหมดอย่างรวดเร็วดุดันสลับกับความอ่อนหวานโยกคลึงประคองร่างบาง
เสียงครางสุดท้ายของเจตน์ดังสะท้านพร้อมกับการหลั่งไหลของน้ำรักอุ่นวาบร้อนแรงเข้าสู่กายรักที่บีบรัดแ่า เจตน์เกร็งตัวกอดรัดอนลไว้แ่าสะอื้นหอบหายใจรดซอกคอชื้นเหงื่อจนร่างกายอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง อนลทิ้งตัวนอนลงข้าง ๆ ดึงร่างบางที่อ่อนระทวยเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอุ่น ใช้ฝ่ามือหนาช่วยเช็ดปัดคราบน้ำตาและเหงื่อบนใบหน้าหวานอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม ก่อนจะจูบขมับบางเบา ๆ "ฝันดีนะครับเจตน์ของผม"
เจตน์ส่งยิ้มหวานแสนเศร้าตอบรับในเงามืด ค่อย ๆ หลับตาลงนอนหลับสนิทในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่รักและโกหกเขาได้อย่างเืเย็น โดยในใจตระหนักดีว่า เช้าวันรุ่งขึ้นความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย และ์จำลองแห่งนี้จะพังทลายลงไปพร้อมชีวิตที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ทว่าหลังจากเจตน์หลับใหลไปแล้ว อนลค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นเดินก้าวเข้าห้องน้ำส่วนตัว เขาเปิดน้ำเย็นจัดล้างใบหน้าพลางจ้องมองใบหน้าคมของตัวเองในกระจกเงา แววตาสับสนวูบไหวสะท้อนความรู้สึกเกลียดชังในความโลภของตัวเองขึ้นมาเป็ครั้งแรก เขาเกลียดตัวเองที่ก้าวเข้ามาล่อลวงความรักอันบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มคนนี้ อนลเดินกลับมานอนเคียงข้างเจตน์บนเตียงหนานุ่ม เขาเอื้อมวงแขนแกร่งดึงรั้งร่างบางที่อ่อนเปลี้ยเข้ามาโอบกอดไว้แน่นเพื่อหาทางหลบลี้หนีความรู้สึกผิดบาปทางศีลธรรมที่กำลังแผดเผาใจ ทว่าในใจลึก ๆ เขากลับรู้ซึ้งดีว่าตนเองได้เริ่มสูญเสียความรักและรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ใสซื่อของคนรักข้างกายคู่นี้ไปอย่างไม่มีวันได้คืนกลับมาอีกชั่วชีวิตเรียบร้อยแล้ว อนลหลับตาลงกระชับกอดเจตน์ไว้แน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างบางจะสลายกลายเป็เพียงเงาสลัวในค่ำคืนราตรีอันแสนมืดมนนี้