อ๋องชิงรั่วเฟิงนั่งรถม้ากลับถึงจวน ทันใดนั้น หลี่หลงองครักษ์ก็รีบวิ่งมารายงาน
"ท่านอ๋อง แม่นางเสี่ยวอี้มารอท่านนานแล้วพะยะค่ะ" องครักษ์หลี่รีบรายงาน
"นางอยู่ที่ใด" ชิงรั่วเฟิงถาม
"นางรอท่านอยู่ห้องรับรองเรือนหลัง พะยะค่ะ" องครักษ์หลี่ตอบ
"ข้ามีงานให้เ้าทำ" ชิงรั่วเฟิงนึกขึ้นได้
"งานอันได พะยะค่ะ" องครักษ์หลี่ถาม
"ข้าให้เ้าไปเฝ้าดู กู้ปิงฉาง แล้วคอยมารายงานข้า" ชิงรั่วเฟิงครุ่นคิด
"แม่นางกู้ปิงฉาง เหตุอันใดต้องสะกดรอยตามนางด้วยพะยะค่ะ" องครักษ์หลี่ทำหน้างง
"ข้า อยากรู้ ว่าใครวางยาข้า ข้าสงสัยนาง" ชิงรั่วเฟิงทำหน้าเครียด
"พะยะค่ะ กระหม่อมจะทำตามที่ท่านสั่ง" องครักษ์หลี่รับคำแล้วรีบจากไปทำหน้าที่
อ๋องชิงรั่วเฟิง ก็เดินไปหาคนรักที่มานั่งรออยู่ห้องรับรองท้ายวัง
"ท่านอ๋อง ข้ามาเยี่ยมอาการของท่าน" เสี่ยวอี้รีบลุกทักทาย
"ข้าดีขึ้นแล้วแหละ" ชิงรั่วเฟิงกล่าว
"คนรับใช้บอกว่าฮ่องเต้สั่งท่านเข้าวังด่วน มีอะไรหรือไม่เพคะ" เสี่ยวอี้สงสัย
"ไม่มีอะไรมากแค่ถามถึงอาการป่วยของข้า" ชิงรั่วเฟิงไม่อยากให้คนรักไม่สบายใจจึงปกปิดพิธีอภิเษกที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้
ทั้งสองก็นั่งคุยกันเรื่อยๆ
.....ฝั่งหมอหลวงเข้าวังมารายงานอาการป่วยของกู้ปิงฉางที่ได้รับมอบหมาย....
"ถวายบังคมฮ่องเต้ ถวายบังคมฮองเฮา " หมอหลวงทำการคำนับ
"อาการของกู้ปิงฉางเป็อย่างไรบ้าง"ฮองเฮารู้สึกเป็ห่วง
"กราบทูลฮองเฮา พอฟื้นสติก็มีอาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาด รวมถึงนิสัยและการกระทำและคำพูดด้วยพะยะค่ะ" หมอหลวงตอบ
"เป็เช่นไรรึ เล่าให้ข้าฟังหน่อย"ฮ่องเต้รู้สึกสนใจขึ้นมา
"กระหม่อมจะทูลให้พระองค์ เท่าที่กระหม่อมได้พบเจอด้วยตัวเองพะยะค่ะ"
"แปลกประหลาดอย่างเช่น คำพูด ว่า สวัสดี และที่แปลกกว่านั้นนางได้เข้าครัวทำอาหารว่างด้วยตัวเอง" หมอหลวงกล่าวด้วยความตื่นเต้น
"เข้าครัวเอง ทำของว่างให้กินรึ" ฮองเฮารู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
ั้แ่ที่ฮองเฮารู้จัก รู้สึกถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของปิงฉาง ก็เป็แค่เด็กสาวเล็กๆที่ยังไม่รู้ความคนหนึ่งเท่านั้น ไม่คิดว่าเวลาสั้นๆ เธอจะโตเป็ผู้ใหญ่ได้เพียงนี้"
"ถ้าเป็เช่นนี้เราคงต้องพิสูจน์ว่าที่ลูกสะไภ้หน่อยแล้วเพคะเสด็จพี่" ฮองเฮาถามความคิดเห็นจากฮ่องเต้
"ฮองเฮาจะทำการใด"ฮ่องเต้รู้สึกสนพระทัย
"จากคำเล่าของท่านหมอหลวง ในเมื่อนางเข้าครัวเอง เราจะให้นางทำครัวในวัง จัดงานเลี้ยงฉลองให้กับกู้ปิงเยี่ย พี่ชายที่ชนะศึกกลับมาครั้งนี้ ดีไหมเพคะ" ฮองเฮาถามความคิดเห็นจากฮ่องเต้
"ก็ดี"ฮ่องเต้สนใจขึ้นมา
"บัวลอยไข่หวาน ใช่ไหม ท่านหมอ"ฮองเฮาย้ำถาม
"ทูลฮองเฮา ใช่ พะยะค่ะ บัวลอยไข่หวาน" หมอหลวงตอบ
"งานเลี้ยงจัดขึ้นพรุ่งนี้ เย็นนี้มีราชโองการไปจวนตระกูลกู้เลยแล้วกัน
"ไม่รบกวนท่านหมอแล้วแหละ" ฮ่องเต้กล่าว
"กระหม่อมถวายบังคมลาพะยะค่ะ" หมอหลวงโค้งคำนับแล้วเดินจากไป
.......จวนตระกูลกู้.....
"คุณหนู คุณหนู" สาวใช้รีบวิ่งมาหานิชา
"มีอะไรตื่นเต้นรึฉู่เฉ" นิชาหันไปมองสาวใช้
" คุณชายกู้ปิงเยี่ยกลับมาถึงจวนแล้วเ้าค่ะ" สาวใช้รีบรายงาน
"ดีจังเลย ฉันจะไปหาพี่ชาย" นิชารีบวิ่งออกไป
"คำนับท่านพ่อ คำนับท่านแม่ ลูกอกตัญญูไม่ได้อยู่ดูแลท่าน"
" ไม่เป็ไรไม่เป็ไร ปลอดภัยก็ดีแล้ว มาๆ ให้พ่อกอดหน่อย" กู้เกาหลางดีใจ
" พระคุ้มครอง มาให้แม่กอดหน่อย" กูหวานหว่านยิ้ม
"ฮูหยินของข้าเป็เช่นไรบ้าง อยู่นี่เ้าสบายดีไหม" กู้ปิงเยี่ยหันไปถามฮูหยินของตนด้วยความรัก
"พี่ชาย" นิชาะโร้องวิ่งมากอดด้วยความดีใจ
"เป็อย่างไรบ้าง รู้ข่าวว่าน้องตกน้ำพี่ไม่สบายใจเลย รีบเร่งกลับจวน เห็นน้อง ฟื้นก็ดีแล้ว หายก็ดีแล้ว" ปิงเยี่ย กอดน้องสาวด้วยความดีใจ
"น้องคิดถึงท่าน พี่สะใภ้ก็คิดถึงท่าน พ่อและแม่ก็คิดถึงท่าน" นิชาพูดด้วยความดีใจอย่างบอกไม่ถูก คงเป็เพราะสายสัมพันธ์พี่น้องด้วย นิชาจึงได้รู้สึกเช่นนี้
ถึงปิงเยี่ยจะรู้สึกแปลกๆในคำพูดของน้องสาวแต่ก็ไม่อยากขัดน้องให้เสียความรู้สึก
และแล้ว...
เสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"แม่ทัพกู้ รับราชองค์การ" เสียงขันทีหน้าพระตำหนักดังขึ้น
ทุกคนรีบลุกแล้วเดินไปก้มรับราชองค์การ