ผู้เป็พระชายาสะดุ้งใหมายจะชักมือกลับ ทว่าถูกมือหยาบของหนิงฟางหรงกำแน่นอย่างรอคำตอบ อีกทั้งผู้คนรอบด้านยังพร้อมใจกันเงียบเพื่อรอฟังเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยหวานเริ่มมีแววตาสับสนระคนใ “ข้า...” นางนึกคำพูดไม่ออก ยิ่งอยู่ในสายตาคนมากมายยิ่งรู้สึกราวกับถูกกดดัน เมื่อเอ่ยตอบคำถามไม่ได้ ใบหน้าที่ดูน่าสงสารในคราแรกจึงแปรเปลี่ยนเป็เหยเกราวกำลังเ็ป “ข้าเจ็บ”
หนิงฟางหรงที่เห็นว่าทหารกำลังเข้ามาใกล้จึงเหยียดยิ้มขึ้นก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มีกระชากมือนั้นเข้ามาอย่างรุนแรง ส่งผลให้คนด้านนอกพุ่งเข้าปะทะกับกรงไม้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ลำแขนขาวเนียนผุดผ่องขูดเข้ากับคมไม้และเศษเสี้ยนจึงสร้างความเ็ปให้กับสตรีสูงส่งด้านนอกจนทำให้นางถึงขั้นร้องออกมาเสียงหลง ทหารที่อยู่ใกล้ที่สุดเร่งรุดเข้ามาแยกผู้เป็พระชายาออกด้วยความรวดเร็ว ถึงกระนั้นยังไม่พอบริเวณข้างแก้มยังรู้สึกถึงความเจ็บแสบ
หญิงสาวยกมือข้างที่ไม่ได้รับาเ็แตะไปที่ใบหน้า ก่อนจะพบกับความเปียกชื้นของโลหิตจำนวนมาก มือสั่นเทาไปด้วยความกลัวก่อนจะเลื่อนลงมาพบว่าเป็เืจริงอย่างที่คิด “หน้าของข้า...”
นางกำนัลรีบเข้ามาประคองทันทีเมื่อเห็นสตรีร่างบางทำทีจะล้มด้วยความตื่นใ ในขณะเดียวกันเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งก็ดังขึ้นสร้างความรู้สึกขนลุกขนพองให้ผู้คนโดยรอบ พวกเขาต่างเอ่ยวาจาสาปแช่งสตรีชั่วช้าในกรงขังอย่างไม่ขาดสาย ทว่าเ้าตัวกลับไม่สะทกสะท้าน
ทันใดนั้นมีชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นช่วยประคองหญิงสาวที่ได้รับาเ็ด้วยแววตาแห่งความเป็ห่วง “ชายาข้า เ้าเป็อะไรหรือไม่” น้ำเสียงทุ้มทว่าอ่อนโยนเอ่ยขึ้น เขามองาแเ่าั้ด้วยความเ็ปแทน “ฟางหรง เยว่เอ๋อร์เป็ห่วงเ้าจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทั้งยังออกหน้าปกป้องเ้าขนาดนี้ ยังกล้าทำร้ายนางได้อีกหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงขุ่นเคือง ทว่าผู้ที่ถูกหมายหัวกลับทำเพียงยิ้มหยัน
“จริงหรือเพคะองค์รัชทายาท” ในน้ำเสียงส่อความไม่เชื่ออยู่เต็มสิบส่วนสร้างความขุ่นข้องให้ผู้คนโดยรอบ พวกเขาต่างคิด แม้ว่าองค์รัชทายาทจะจิตใจดีมีเมตตาเพียงใด แต่พระชายาของพระองค์ได้รับาเ็ถึงเพียงนี้ ย่อมต้องมีคนรับผิดชอบนอกเหนือจากสตรีที่กำลังจะถูกปะาแน่นอน หนึ่งในนั้นคงไม่พ้นทหารคุ้มกันพระชายาและนางกำนัลผู้ติดตาม
หนิงฟางหรงเลื่อนสายตามองไปยังผ้าปิดตาข้างขวาของอีกฝ่ายก็หัวเราะเย้ยหยันขึ้นอีกครั้ง “พวกเ้า ช่างเหมาะสมกันราวผีเน่ากับโลงผุ” แววตาแห่งความอาฆาตปะทุออกมาอย่างปิดไม่มิด ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ในความคิดของนาง แม้แต่นรกก็เกรงว่าจะไม่ต้อนรับ ยิ่งมองสายตาเทิดทูนทั้งสองของคนรอบตัวยิ่งสะท้อนในอก ดีเลวไม่มีสิ่งใดสามารถแบ่งแยกนอกจากชนะหรือพ่ายแพ้ ผู้ชนะมักเขียนเส้นทางให้ตนเองกลายเป็ผู้ที่ถูกต้องเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมก็ย่อมได้ ส่วนนางที่พ่ายแพ้กลับต้องจมลงกับความอัปยศชั่วช้า
ถ้าหากเลือกได้อีกครา นางจะไม่ขอเลือกเป็คนมีคุณธรรม แต่นางจะขอเลือกเป็ผู้ชนะ...
“เอาตัวคนชั่วผู้นี้ไปปะา” ผู้เป็องค์รัชทายาทเอ่ยเพียงเท่านั้นก็หันหลังให้ และจากไปพร้อมกับสตรีในอ้อมแขน
ทหารทั้งสองนายช่วยกันคุมตัวของนักโทษ ระหว่างนั้นมีผู้คนที่โกรธแค้นแทนพระชายากับองค์รัชทายาทเริ่มปาหินใส่หนิงฟางหรง ผู้คุมทั้งสองที่ใส่ชุดเกราะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ทว่ากับสตรีผอมแห้งไม่เหมือนกัน นางถูกกระทำโดยที่ไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ได้ ท่ามกลางพวกคนเ่าั้ไม่มีมูลความจริงแต่กลับขว้างหินใส่นางด้วยความโกรธแค้น แม้จะพยายามทำความเข้าใจ หญิงสาวก็ไม่อาจรับรู้ว่าแท้จริงพวกเขากำลังคิดสิ่งใด หรือพอเห็นนางตกเป็เป้านิ่งจึงนึกอยากกระทำรุนแรงใส่กันเช่นใดก็ได้อย่างนั้นหรือ...
ถ้อยคำด่าทอสาดประโคมมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าสิ่งที่ทำให้หนิงฟางหรงไม่อาจทนฟังได้กลับเป็ถ้อยคำด่าทอบิดาของนาง จากคนผู้หนึ่งที่หญิงสาวเคยให้ความเคารพ
“เ้ามันชั่วช้าเหมือนบิดาของเ้า สมควรแล้วที่จะลงนรกหมกไหม้ไปด้วยกัน” ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างเดือดดาล แท้จริงแล้วเขาคือบิดาของพระชายาในองค์รัชทายาท เมื่อเห็นบุตรสาวเจ็บจึงเกิดความโกรธแค้น
หนิงฟางหรงหันจ้องเขม็งไปทางต้นเสียงด้วยดวงตาเปี่ยมไปด้วยความแค้นมากกว่าอีกฝ่ายหลายเท่า แรงอาฆาตพยาบาทยังส่งตรงไปถึงกระโจมที่มีหมอหลวงวิ่งเข้าออกเพื่อรักษาาแให้พระชายา นางมองไปรอบด้านด้วยความเกลียดชัง มองผู้คนที่มีส่วนรู้เห็นด้วยความเคียดแค้นไร้ซึ่งความกริ่งกลัวในความตายอย่างที่ควรจะเป็ จนแม้แต่มือเพชฌฆาตที่นิ่งสุขุมยังอดหวั่นใจไม่ได้ พวกเขาเริ่มผูกเชือกที่รอบเอวของนางก่อนจะกระชากดึงขึงกับหลักสูงราวหนึ่งจั้ง [1]
เวลาแห่งชีวิตใกล้มอดดับลงขึ้นไปทุกที ทว่าผู้คนก็ยังคงขว้างหินและสิ่งของต่างๆ ใส่ร่างของนาง หญิงสาวหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมาทั้งยี่สิบเจ็ดปี แรกเริ่มทุกสิ่งสวยงาม ครอบครัวรักใคร่ปรองดองและเลี้ยงดูนางมาด้วยความทะนุถนอม หล่อหลอมให้นางกลายเป็สตรีที่ผู้คนเชิดชูยกย่อง มาถึงยามนี้ความดีเ่าั้กลับถูกลืมเลือนจนสิ้น เหลือเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์โดยที่คนเ่าั้ไม่รู้ความจริงประการใด
ทุกสิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้วเมื่อนางมีอายุได้สิบเจ็ดปี ความสูญเสียเริ่มก่อเกิดขึ้นทีละนิดจนบานปลาย นางในยามนั้นไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกไร้วิธีจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หวังพึ่งคนที่ไว้ใจแต่สุดท้ายกลับถูกทรยศหักหลังอย่างไม่มีชิ้นดี ครอบครัวที่เหลือเพียงน้องสาวจึงเป็ที่พึ่งให้นางอดทนต่อสู้ ยอมกระทั่งถูกกดขี่ข่มเหงสารพัดด้วยเพราะยังมีสิ่งที่ต้องปกป้อง นั่นคือน้องสาวที่น่าสงสารของนาง...
กระทั่งวันหนึ่ง ที่ยึดเหนี่ยวหนึ่งเดียวในชีวิตของหนิงฟางหรงพังทลายลง น้องสาวของนางผูกคอดับชีวิตของตนเอง ทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับ เวลานั้นราวกับทั้งโลกพังทลายลงมา นางกลับกลายเป็คนเสียสติบ้าคลั่งถึงขั้นวางแผนทำลายตัวต้นเหตุของเื่ทั้งหมด แต่ไม่ว่ากี่ครั้งก็ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ นางไร้หนทาง ไร้ที่พึ่งพิง ไร้เส้นสายใดๆ มีเพียงสองมือที่ต่อสู้ด้วยความโดดเดี่ยวตามลำพัง
ท้ายที่สุดเื่ทุกอย่างกลับกลายเป็ลงเอยเช่นนี้ หนิงฟางหรงไม่สามารถพรากสิ่งใดไปจากศัตรูได้เลย ในขณะที่ตัวนางเป็ผู้สูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปอย่างอยุติธรรม...
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ความอาฆาตพยาบาทปะทุขึ้นอีกครั้ง ท้องฟ้าสีแดงฉานในคราแรกเริ่มบัดนี้เริ่มใกล้ลาลับขอบฟ้าเต็มที เห็นเป็เพียงริ้วสีจางๆ สายลมเอื่อยเฉื่อยแปรเปลี่ยนเป็กระโชกแรง หมู่เมฆจำนวนมากเคลื่อนตัวปกคลุมรวดเร็วราวกับกำลังจะมีสิ่งใดก่อเกิดขึ้น เพชฌฆาตที่กำลังผูกโซ่ที่ลำคอนักโทษปะาเริ่มรีบเร่งเพราะเกรงพายุจะเข้าถล่มเสียก่อน
ผู้คนเริ่มหันเหทิศทางกรูกันออกมาจากบริเวณใกล้แท่นปะา ทว่าองค์รัชทายาทและพระชายาที่อยู่ในกระโจมราวกับมีสิ่งดลใจให้ออกมาเพ่งพินิจไปยังนักโทษบนหลักปะา ภาพที่เห็นบนนั้นสร้างความประหวั่นพรั่นพรึง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเขม็งมาทางพวกเขา น้ำตาสายหนึ่งของหนิงฟางหรงกำลังไหลออกมาด้วยความคับแค้นจนกลายเป็สีเือย่างน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยเสียงก้องกังวาน
“ข้าขอสาบาน หากมีโอกาสอีกครั้งข้าจะเอาคืนพวกเ้าอย่างสาสม ให้สมกับที่พวกเ้าทำกับข้า กับครอบครัวอันเป็ที่รักของข้า ความแค้นในครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม แม้ร่างกายจะเป็ผุยผง แม้จะกลายเป็ิญญา ก็จะเป็ิญญาร้ายที่ตามรังควานพวกเ้าตลอดไป...”
สิ้นเสียงของหนิงฟางหรง เชือกที่เอวจึงถูกตัด ร่างของหญิงสาวทิ้งตัวลงทำให้โซ่ที่ลำคอรัดแน่น ดวงตาอาฆาตจ้องไปที่ศัตรูทั้งสองเขม็ง แม้สิ้นลมก็ไม่อาจละไปจากคนพวกนั้น
ท้ายที่สุดแล้ว...แสงแห่งดวงอาทิตย์ก็สิ้นสุดลงพร้อมกับชีวิตของสตรีที่เคยเป็ดั่งแสงสว่างสดใส ได้มอดดับดำดิ่งลงไปตามกาลเวลา ทว่าก็ยังรอวันที่จะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...
[1] จั้ง เป็หน่วยวัด 1 จั้ง เท่ากับ 3.3 เมตร
*********************
น้องกลับมาแน่ พวกแกเตรียมตัวรอได้เลย...
ฝากกดติดตาม กดใจ หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะคะ