ยังเช้าตรู่อยู่ คนหิวๆกันจึงแวะเข้าร้านป้าชมพูจนเต็มร้าน ในจำนวนนั้นมีเจ้าอ้วนอี๊ดอยู่ด้วย หมอนี่เป็นคนกินเก่ง กินอาหารอะไรก็อร่อยไปหมด ป้าชมพูผัดหมี่ด้วยหน้าชื่นบาน ส่วนพี่ทรายคอยยกไปเสิร์ฟลูกค้า“วันนี้คนเยอะเลยนะครับป้า” บาสทักทายป้าชมพูตามประสา ก่อนหันไปหาพี่ทราย “นี่...เหนื่อยหรือเปล่า”“ก็ไม่เท่าไหร่นะ ทำไมถามเนี่ยจะช่วยเหรอ?” พี่ทรายเท้าสะเอว ทว่าริมฝีปากกำลังโค้งขึ้น“เปล่าแค่จะมาทำให้เหนื่อยเพิ่มเท่านั้น” จากนั้นหันไปบอกป้าชมพู “ขอผัดหมี่ใส่ไขจานนึงนะป้า”“ได้เลยจ้ะลูก มาๆเข้ามานั่งก่อนเลยลูก” ป่าชมพูยังผัดอยู่ บาสไม่อยากกวนแกแล้ว ส่วนพี่ทรายก็กำลังมองมาอย่างเอาเรื่อง“หาที่นั่งเองนะ” เสียงที่เธอเอ่ยเหมือนกับกำลังแง่งอนเรื่องเมื่อวาน วันที่แพ้ให้กับเขาแล้วเธอต้องจ่าย บาสยิ้มน้อยก่อนจะนั่งข้างเจ้าอ้วนอี๊ด“เฮ้ย ดูมึงสนิทกับพี่ทรายจังวะ?” อี๊ดถาม วันนี้หมอนี่สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงวอร์มสีดำ รองเท้าเเตะคู่ละ 25 บาท“จริงดิกูไม่เห็นจะรู้เลย” “แต่จากสายตาที่พี่ทรายมองมึงและคำพูด มันไม่ใช่อย่างนั้นนะเว้ย” “มึงมั่วแล้วแหละนะ ว่าแต่สั่งอะไรล่ะ” บาสเลี่ยงที่จะตอบ เขาเเละพี่ทรายไม่ได้สนิทกันเลยจริงๆ แต่จากเหตุการณ์เมื่อวานที่เธอแพ้ต่างหาก ทำให้เธอมองค้อนแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องดีเลย “กูก็สั่งผัดหมี่ใส่ไข่กับตำแตง แล้วมึงล่ะ”“กูสั่งผัดหมี่ใส่ไข่อย่างเดียว” ไม่แปลกที่อี๊ดจะสั่งสองอย่าง คนอย่างหมอนี่กินจานเดียวอิ่มซะที่ไหนล่ะ “แล้ววันนี้ไอ้เพลิงไปไหนวะ ปกติมึงตัวติดกันเป็นเกลียวนี่” เพลิงที่ตัวติดกันเป็นตังเมหาย เขาเลยรู้สึกแปลกๆที่เห็นอี๊ดคนเดียว มันเป็นความรู้สึกยากอธิบาย“กูไปชวนมันแล้ว แต่แม่งกำลังดูละครจักรๆวงๆช่องเจ็ด” ก่อนจะมาร้านป้าชมพูอี๊ดได้แวะเข้าไปหาเพลิงแล้ว แต่หมอนั่นดันบอกปัด กำลังนอนดูทีวีอย่างสนุกเชียวบาสถึงกับยิ้มกริ่ม ละครจักรๆวงๆตอนนี้ยังได้รับความนิยมอยู่ อีกทั้งนี่เป็นเด็กบ้านนอกยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ทีวีจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เพลิดเพลิน รองลงมาคงเป็นร้านเกมเพลย์ในตลาดหรือไม่ก็ไปเล่นน้ำคลองผัดหมี่และส้มตำของอี๊ดได้ก่อน ก็แน่ละหมอนี่สั่งก่อนนี่นา “มึงกินกับกูสิ ตำแตงเนี่ยอร่อยนะเว้ย” อี๊ดชอบกินตำแตงเละๆเหมือนกับคนแก่ไม่มีฟัน บาสไม่ได้ปฏิเสธ เพราะกลิ่นหอมของน้ำมะนาวได้ทำให้เขาเผลอกลืนน้ำลายลงไปหลายอึก“อร่อยปะ”“อร่อยดิ ไม่เผ็ดจนเกินไปกลมกล่อมพอดี” ในจังหวะที่ทั้งสองคุยกันพี่ทรายถือจานผัดหมี่มาให้บาสพอดี “แต่ฝีมือแม่ก็สู้ของพี่ไม่ได้หรอกใช่มั้ยบาส ไม่งั้นคงไม่กินซะเกลี้ยงจานหรอก”บาสกลืนน้ำลายก่อนจะบอกว่า “ใช่ฝีมือของพี่ทรายอร่อยที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีรสชาติเดียวก็ตาม”“เดี๋ยวเถอะ!” เธอมองค้อนอย่างเอาเรื่อง บาสรีบหุบรอยยิ้มนั้นแล้วจัดแจงตะเกียบ อี๊ดมองทั้งสองคนแปลกๆ “ทราย นี่มายกไปเสิร์ฟได้เเล้วลูก” เสียงป้าชมพูเรียก“รอดตัวไปนะ!” เธอทำเสียงฮึดฮัดแล้วเดินไปอี๊ดเมื่อเห็นว่าเธอไปแล้วถามว่า “นี่...มึงกินส้มตำที่พี่ทรายตำจนหมดเหรอ?”“เออดิ ทำไม” “เปล่าๆ...นี่กูว่าปากกูกินอะไรก็อร่อยแล้วนะ พอเจอมึงนี่กูยอมแพ้ดีกว่า” จากการสนทนาเมื่อครู่ ทำให้อี๊ดรู้ว่าบาสกินส้มตำฝีมือพี่ทรายจนหมด และนั่นทำให้เขาต้องตะลึง เป็นที่รู้ว่าฝีมือทำอาหารของเธอนั้นแย่มาก ส้มตำก็ตำได้รสชาติเดียว ผัดหมี่ก็ผัดได้รสชาติเดียว ต้องกล้ำกลืนขนาดไหนกันถึงจะกินหมด ตอนนี้อี๊ดนับถือบาสจากใจจริง หากมอบโล่ได้คงมอบให้ไปแล้วบาสไม่ได้สนใจสายตาอี๊ดที่มองมา ตอนนี้กำลังดื่มด่ำไปกับรสชาติตำแตงและผัดหมี่ร้อนๆ“แล้วมึงจะไปไหนต่อ ไปเล่นน้ำที่คลองเหรอ” บาสถาม“สภาพนี้กูคงไหวหรอก“ อี๊ดดูพุงตัวเองพร้อมกับเรอออกมา “กูว่าคงไปนอน...นอนดูรายการเพลงจนถึงบ่าย ถ้าไม่หลับคงไปเล่นบ้านไอ้เพลิง” “เออ” บาสตอบสั้นๆ นี่แหละชีวิตเด็กบ้านนอก ไม่มีอะไรมากนอกจากเที่ยวเล่นตามคลองหรือไม่ก็อยู่บ้าน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่อินเตอร์เน็ตเข้ามาทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เป็นสังคมก้มหน้าจนลืมคนรอบข้าง
อี๊ดลุกขึ้นไปก่อนแล้วตามด้วยบาส แต่ก่อนที่เขาจะออกจากร้านพี่ทรายได้มายืนขวางไว้ “มีอะไรเหรอพี่...” ทั้งสองยืนใกล้กันมาก แม้จะไม่ใส่น้ำหอมแต่ยังได้กลิ่นสาวแรกรุ่น ถึงแม้จะไม่ได้ชอบพี่ทรายแต่บาสอดประหม่าไม่ได้“คืนนี้ว่างมั้ย...” เธอกระซิบเบาๆ บวกกับเสียงควงตะหลิวทำให้คนอื่นไม่ได้ยินพวกเขาคุยกัน“ว่างนะ ทำไมเหรอ?” “ไปดูหนังกัน” “ดูหนัง? ดูที่ไหนนี่เราอยู่บ้านนอกนะพี่” บาสมองพี่ทรายแปลกๆ จะชวนไปดูหนังในเมืองตอนกลางคืนเนี่ยนะ? มันฟังดูบ้า แต่เขารู้ว่าเมื่อพูดไปเเล้วเธอต้องไปให้ได้ ใช่เพราะเธอเป็นคนแบบนั้น “เฮ้ยพี่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะเข้าเมือง แค่จะชวนไปดูหนังกลางแปลงที่บ้านดอนหว่าเท่านั้นเอง” พี่ทรายไม่ได้หลบสายตาแม้แต่น้อย เธอเป็นคนที่มีความมั่นใจจนล้น แม้แต่ชวนหนุ่มไปเที่ยวยังไม่เขินอาย ให้ตายสินิสัยเธอเป็นแบบนี้เหรอ? “หนังกลางแปลง...” ก็ไม่แปลกที่จะมีหนังกลางแปลง พวกนี้มักจะเป็นหนังขายยาที่คั่นโฆษณาแล้วขายยาแผนโบราณต่างๆให้ชาวบ้านซื้อ มักจะฉายเป็นอาทิตย์หรือไม่ก็สามสี่วัน ตอนนี้กิจการหนังกลางแปลงยังไปได้อยู่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่อินเตอร์เน็ตแพร่หลายกิจการเช่นนี้คงมลายหายไปเช่นทีวี“ใช่ไปดูด้วยกันมั้ย”“พี่จะไปยังไง บ้านดอนหว่าอยู่ห่างจากทีนี่ก็...ไกลอยู่นะ” “พี่มีมอไซค์ มีโอไง“ พี่ทรายชี้ให้ดูมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างบ้าน ยามาฮ่ามีโอสีดำ ที่มีพี่แบงค์วงแคลชเป็นพรีเซนเตอร์ ว้าว เท่ชะมัด“แล้ว...มันฉายหนังอะไร”“เดี๋ยวก่อน นึกแป๊บ....” พี่ทรายบุ้ยปากก่อนจะตอบ “เรื่องบอดี้ศพ19 เรื่องที่เป้อารักษ์เป็นพระเอก แม่งโคตรหล่อพี่อยากไปดู” บาสถึงกับมองบน ที่แท้ก็แค่อยากไปดูคนหล่อเท่านั้นเอง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นสำคัญคือหนังที่พี่ทรายชวนเป็นหนังผี...ซึ่งเขาไม่ถูกโรคเอาซะเลย“ว่าไง...จะไปดูมั้ย”“ขอผ่านได้มั้ย....”“ไม่อยากไปดูกับพี่เหรอ? หรือว่ากลัว...ผี” พี่ทรายยิ้มแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ บาสเบือนหน้าไปทางอื่น “ใครบอก? แค่ผีกระจอกๆ ทำอะไรบาสไม่ได้หรอกโถ่”“แล้วว่าไงจะไปหรือเปล่า ถ้าไม่ไปพี่คงต้องชวนคนอื่นไปแทน อาจจะนักเรียนชายม.3คนอื่น หรือไม่ก็อี๊ดล่ะนะ” บาสมองหน้าพี่ทรายอย่างงงๆ เธอต้องการอะไรกันนะ? ทำไมถึงบอกว่าจะไปกับคนอื่นด้วย แต่หากทำอย่างนั้นจริงมันอันตรายไม่ใช่เหรอ แม้จะไม่ได้ชอบเธอแต่เขาที่เป็นคนดีก็ไม่อาจปล่อยให้เธอไปกับคนอื่นได้ ใช่เขาเป็นสุภาพบุรุษที่จะปกป้องหญิงสาวให้พ้นเหล่ามารร้าย เพราะงั้นจึงตอบไปว่า“ไปสิ แล้วพี่จะไปตอนไหน”พี่ทรายเอามือเเตะริมฝีปากก่อนจะบอก “สองทุ่มครึ่ง ประมาณนั้น นี่...แต่งตัวหล่อๆไว้รอเลยนะ” “ทรายยกไปเสริ์ฟได้แล้วลูก” ป้าชมพูเรียก “จ้ะแม่” จากนั้นหันมาบอกบาสอีกครั้ง “สองทุ่มครึ่ง จำไว้นะ” แล้วเธอก็เดินไปยกผัดหมี่เสริ์ฟลูกค้า บาสเดินกลับบ้านไปอย่างงงๆ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกล้าไปรับปากเธอได้ยังไง แถมยังลืมถามอีกว่าจะไปกันกี่คน รู้ตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านตัวเองแล้ว วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่มีตลาดนัดตอนเย็น ตลาดริมสระหยุดถือเป็นวันผักผ่อนของพ่อรุ้ง แกไม่ได้หาปลาหากนอนพักฟังวิทยุเพลินๆ แม่หน่อยกำลังดูทีวีรายการโชว์อะไรสักอย่าง............ “แต่งตัวจะไปไหนเหรอบาส” บาสแต่งตัวลงมาอยู่ใต้ถุนบ้านเป็นเวลาสองทุ่มพอที คนที่ทักไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแม่หน่อยที่กำลังดูทีวีอยู่ พี่น้ำพี่เมย์พ่อรุ้งต่างมองเขาเป็นสายตาเดียวกัน ให้ตายสิมันดูน่าอึดอัดชะมัด อีกอย่างบาสยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน จึงค่อนข้างเคอะเขิน“เอ่อ..คือว่า บาสจะไป...”“ไปไหนลูก?”“เอ่อ...”“อย่ามัวอ้ำๆอึ้งๆดิวะ จะไปไหนก็บอกมา” คนที่เร่งเร้าไม่ใช่ใครอื่น หากเป็นพี่เมย์บาสกัดฟันแล้วพูดออกไป “ไปดูหนังกับพี่ทราย!” พ่อรุ้งที่กำลังเเคะฟันอยู่ถึงกับทำไม้หล่น พี่เมย์อ้าปากกว้างพอที่จะให้แมลงวันเข้าไปทำรังได้ ส่วนพี่น้ำดูตกใจไม่น้อย แม่หน่อยเกือบจะสำลักแมลงกระชอนที่กินเข้าไป“ลูกบอกว่าจะไปดูหนัง...กับใครนะ?” แม่หน่อยถามอีกครั้ง“กับพี่ทรายครับแม่”“ทราย? ทรายไหน” แม่หน่อยทำหน้างงๆ“น่าจะเป็นทรายลูกป้าชมพูนะคะ ใช่มั้ยบาส เมื่อเช้าก็ไปกินผัดหมี่นี่” พี่น้ำถาม แถมยังหัวเราะแปลกๆ“จริงเหรอลูก”“จริงครับ” บาสทำได้แค่เกาหัวแกรกๆ ให้ตายสินี่มันอะไรกัน ก็แค่จะไปดูหนังกับสาวทำไมมันน่าอึดอัด“แล้วดูหนังที่ไหนล่ะ กลางค่ำกลางคืนแบบนี้มันอันตราย ให้พ่อไปส่งมั้ย” พ่อรุ้งเสนอตัว แต่พี่น้ำรีบห้ามไว้ “พ่อ บาสคงไปดูแค่บ้านดอนหว่าเท่านั้นแหละ อีกอย่างนี่เป็นเหมือนกับก้างขวางคอ น้ำว่าเราอยู่บ้านดีกว่านะคะ” บาสแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเพราะพี่น้ำ เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ทราย แต่เผอิญเสียงรถมอไซค์พี่ทรายเข้ามาพอดี“สวัสดีค่ะลุงรุ้งป้าหน่อย” พี่ทรายลงมาจากรถก่อนจะกล่าวสวัสดีอย่างคนมีมารยาท เธอสวมเสื้อกันหนาวสีดำ กางเกงยีนส์ขาเดฟ รองเท้าแตะเผยข้อเท้าขาวๆ ผมหางม้าที่รวบเมื่อเช้าถูกปล่อยลงมา ให้ตายสินี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทุกคนนิ่งงันเพียงเพราะเห็นเธอจากนั้นเหล่ตามามองบาส เขาทำอะไรให้ทุกคนไม่พอใจหรือ? ถึงได้ทำหน้าทำตาแบบนั้น