มู่จื่อเซียวะโลงจากหลังม้าเมื่อกลับถึงฐานประจำการกองทัพบูรพาอันเป็เขตแดนของเขา
"อีกหนึ่งเค่อเรียกประชุม" เขากล่าวแก่รองแม่ทัพจาง สหายที่ติดตามรบไปทุกสนามรบ
"ขอรับ"
รองแม่ทัพจางหลานจากไปกระโจมตรงหน้ากว้างใหญ่เกินกว่าจะอยู่คนเดียว มือหนาถอดถุงมือกันหนาวออกบนข้อมือหนามีสร้อยข้อมือถักแปลกตาอยู่หนึ่งเส้น
ดูแล้วช่างไม่เข้ากันกับนักรบหยาบกระด้างเช่นเขา
ั์ตาคมวูบไหวเพียงจิบชามองมันราวกับค้นหาบางอย่างที่เขาก็ไม่รู้ว่า้าค้นหาสิ่งใดกันแน่
และ...ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงยังเก็บสิ่งของไร้ค่านี้เอาไว้ติดตัวตลอดเวลาทั้งที่เ้าของมันก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้
...หิมะโหมกระหน่ำตกลงมา มือสามคู่น้อยๆ ของเด็กจิ๋วผิงอยู่เหนือเตาไฟ
"หลวงพี่!!!"เด็ก ๆ ร้องเสียงดังเมื่อเห็นนักบวชหนุ่มเดินเข้ามาในห้องโถง
นักบวชลู่เหวยฮวน"คารวะท่านแม่ทัพขอรับ" แม้เขาจะเป็นักบวชแต่ก็เป็แค่นักบวชชั้นผู้น้อยทั้งแขกในวันนี้ก็เป็ถึงแม่ทัพผู้มีทั้งศักดิ์และเกียรติ
"ท่านนักบวช"มู่จื่อเซียวรับการทักทายนั้น
"พี่รองเล่า"นักบวชลู่เอ่ยถามกับเด็ก ๆ
"พี่รองพี่รองไปหาผ้าขอรับ" เป็น้องสามอันถงที่ตอบ
"อืมเข้าใจแล้ว" ลู่เหวยฮวนพยักหน้าเบา ๆ"เช่นนั้นอาตมาไปทำมื้อเย็นก่อน" เขาบอกเด็ก ๆ ก่อนหันไปหาแขกผู้มาเยือน"อาตมาขอตัว เชิญท่านแม่ทัพตามสบายขอรับ"
มู่จื่อเซียวตอบรับหนึ่งคำ
ไม่ช้าไม่นานเหวินอวี้ก็กลับมาด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ และในอ้อนแขนก็หอบเอาผ้าห่มผืนหนามาด้วย
"ท่านแม่ทัพนี่ผ้าเช็ดตัวกับผ้าห่มขอรับ" เขาวางไว้บนโต๊ะไม้ตรงหน้าแม่ทัพมู่
"ขอบใจ"
เหวินอวี้ยิ้มกว้างมู่จื่อเซียวปลดผ้าคลุมชั้นนอกออก ใช้ผ้าเช็ดตัวซับผม เช็ดหน้าอย่างขอไปทีในขณะที่เด็กหนุ่มนั่งลงบนพื้นปูพรมเก่า ๆ เล่นกับเด็กจิ๋ว
เมื่อคนพี่มาเด็กน้อยที่เคยตัวลีบเล็กก็ราวกับได้รับพลัง ตัวน้อย ๆ จึงขยายใหญ่สดใสขึ้นและเริ่มส่งเสียงใสแจ๋วราวระฆังออกมาเรื่อย ๆ
"เด็ก ๆวันนี้พี่ชายจะสอนถักสร้อยข้อมือ เอาไว้ขาย" เหวินอวี้นำกล่องอุปกรณ์ขึ้นมาในนั้นมีทั้งเชือกและผ้าผืนเล็กยาว
เหล่าเด็กน้อยต่างเข้าไปรุมล้อมด้วยความสนใจ
เหวินอวี้มองใบหน้ากลม ๆ ดวงตาโต ๆของทั้งสามแล้วหัวเราะเบา ๆ เหมือนลูกหมาเลย เขาหยิบผ้าชิ้นยาวและเชือกในกล่องออกมาแล้วแจกจ่ายให้เด็กๆ
"ทำตามพี่ชายนะ"
"ขอรับ!!!"
ดวงหน้านวลแย้มยิ้มกว้างลงมือสอนเ้าตัวน้อย เด็ก ๆ ก็ตั้งใจเรียนรู้เป็อย่างดี
ในที่สุดสร้อยข้อมือถักร้อยหินกลมก็เสร็จสิ้นเหวินอวี้ลองทาบกับข้อมือตัวเองดูก็พบว่ามันยาวเกินไป เขาวัดความยาวผิดเองแต่ดูเหมือนของเด็ก ๆ จะพอดีกับเ้าตัว
เขาจึงหันไปด้านหลังแล้วลุกขึ้นไปหาแขกฉุกละหุกของวันนี้
"ท่านแม่ทัพลองใส่ดูหน่อยสิขอรับ"
โดยไม่รอคำอนุญาตมือขาวก็จับมือสากกระด้างขึ้นมา ทาบสร้อยข้อมือไร้ราคาลงไป "อืม...พอดีเป๊ะเหมือนของชิ้นนี้จะเกิดมาเพื่อท่านเช่นนั้นข้ายกให้ท่านเลยก็แล้วกันขอรับ" เหวินอวี้พูดไปก็ผูกมันไปด้วยรอยยิ้ม
มู่จื่อเซียวมองสร้อยข้อมือถักที่อยู่กับเขามาหลายปี มันไม่เคยซีดเก่าลงไปเลยสักเพียงนิด
ด้านนอกหิมะกองพะเนินเงาหลายเงาวูบไหวก่อนที่นายกองและที่ปรึกษาทั้งหลายจะทยอยเดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่
...เริ่มพูดคุยหารือ
มู่จื่อเซียวในวันนี้ก็ใกล้จะปลดตัวเองออกจากตำแหน่งแล้วปีนี้สี่สิบเอ็ดแล้ว แก่เกินกว่าจะนำทัพออกศึกในครั้งหน้า
"ลั่วอวิ๋นเฟิงวันมะรืนก็ออกเดินทางไปวังหลวงด้วย" ฎีกาถูกยื่นไปนับเดือนแล้วถึงเวลาส่งต่อตำแหน่งให้คนรุ่นใหม่ที่คู่ควร
"ท่านแม่ทัพ..."รองแม่ทัพลั่ววัยยี่สิบกว่าหนาวครางแ่ เขาติดตามคนผู้นี้มานานไม่คิดว่าเวลาจะผ่านไปเร็วเช่นนี้
"เ้าทำได้แน่นอน"มู่จื่อเซียวตบไหล่ของอีกฝ่ายหนักแน่น
"ขอรับ!"ว่าที่แม่ทัพหนุ่มยืดอกผาย บ่าของเขาหนักอึ้งกระนั้นก็จะไม่ทำให้ครูฝึกต้องผิดหวัง
การประชุมจบลง
มู่จื่อเซียวกลับไปพักผ่อนในที่ส่วนตัวร่างกายหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ออกไป เขาก้าวย่างลงสู่อ่างอาบน้ำอุ่น พิงหลังวางแขนบนขอบอ่างแล้วปล่อยตัว เหม่อมองไป้าไร้จุดหมาย
เสียงระฆังใสแจ๋วทว่าผสานไปด้วยความสงบดังแ่เบาในห้วงความคิดสายน้ำกระเพื่อมเอื่อยเฉื่อย
ปีนั้น...คืนนั้น...ความสัมพันธ์จากคนรู้จักผิวเผินกลายเป็สิ่งที่นิยามไม่ได้หรือเพียงแค่ไม่อยากจะนิยามมันออกไป
มู่จื่อเซียวลูบสร้อยข้อมือถักอย่างเผลอไผลแม้ััของมันไม่นุ่มนวลเท่าเ้าของมัน