บทที่ 38
ซากเทวะทองแดงถึงระดับสมบูรณ์
เครื่องครัวพวกนี้ใช้งานได้สะดวกมาก เพียงแค่ถ่ายเทปราณวิญญาณเข้าไปเพียงเล็กน้อย ก็สามารถจุดไฟวิญญาณขึ้นมาได้ แถมตัวของเครื่องครัวยังต้านทานไฟวิญญาณพวกนั้น ทำให้ใช้มันในการทำอาหารจากเนื้อสัตว์อสูรได้ง่ายๆ
เนื้อสัตว์อสูรนั้นมีความทนทานค่อนข้างสูง เพราะแบบนั้นไฟธรรมดานั้นแทบจะเผามันไม่ได้ แต่สำหรับเครื่องครัวประเภทนี้กับสามารถทำให้เนื้อสัตว์อสูรพวกนี้สุกได้รวดเร็วไม่ต่างจากพวกเนื้อสัตว์ธรรมดา
เพราะแบบนั้นจางหยุนจึงค่อนข้างเพลิดเพลินกับการทำอาหาร ผ่านไปครู่นึงอาหารหลายจานก็ถูกวางบนโต๊ะ
จางหยุนเริ่มกินอาหารพวกนั้นอย่างเอร็ดอร่อย มันไม่เพียงแค่ความอร่อยของเนื้อสัตว์อสูรเท่านั้น แต่ยังได้รับปราณวิญญาณเพิ่มขึ้นมาภายในร่างกายจากการกินเนื้อสัตว์อสูรพวกนั้นอีกด้วย
จางหยุนค่อนข้างพึงพอใจกับอาหารมื้อนี้ เพียงแต่ว่าดูเหมือนว่าพวกเครื่องปรุงในโลกบำเพ็ญจะไม่ได้มีมากมายอะไร ทำให้การปรุงเนื้อสัตว์อสูรพวกนี้ทำได้อย่างซ้ำซากไม่ได้หลากหลาย
จางหยุนยังไม่มีเวลาว่างในการค้นหาพวกสมุนไพรมาทำเป็นพวกเครื่องปรุง เขาคิดว่าถ้าเกิดว่าเขาตั้งตัวได้อย่างมั่นคงแล้วอาจจะเพิ่มปัจจัยในข้อนี้เข้ามา
เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จแล้ว จางหยุนก็เริ่มฝึกฝนในช่วงยามราตรี
เขาไม่ได้ฝึกฝนภายในห้องนอนแต่เลือกห้องว่างอีกห้องนึง นำเอาเบาะมารองนั่งง่ายๆหลังจากนั้นก็เริ่มทำการฝึกฝน
จางหยุนโคจรวิชาการกลืนมรณะของตนเอง จากนั้นก็โคจรวิชาซากเทวะของตนเองไปด้วย ทั้งสองวิชาสามารถฝึกฝนร่วมกันได้ แทบจะไม่มีความขัดแย้งกันเลยเพราะมันมีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน
จางหยุนสัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณ ที่หลั่งไหลเข้ามาภายในร่างกายของเขาเป็นจำนวนมาก ความหนาแน่นของปราณวิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามาภายในร่างกาย มันหนาแน่นกว่าตอนที่เขาฝึกภายในโรงเตี๊ยมนภาสงบหลายเท่า
เพียงแค่สัมผัสถึงปราณวิญญาณพวกนี้ จางหยุนก็รู้สึกพึงพอใจมากเลยรู้สึกว่าเงินที่ตนเองเสียไปมันไม่เสียเปล่าเลย
จางหยุนรวบรวมสมาธิของตนเองกลับมา จากนั้นก็เริ่มฝึกฝนต่อ เขาต้องทำการหลอมศพของผู้บำเพ็ญที่เป็นโจรดักปล้นทั้งสามคนนั้นให้กลายเป็นซากเทวะด้วย
ถ้าเกิดว่าเขาทำสำเร็จเขาก็จะมีซากเทวะ ภายใต้การควบคุมถึงหกตนนี่เทียบเท่ากับว่าพลังรบของเขาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าความปลอดภัยเองก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
ใช้เวลาหนึ่งคืนเต็มในการหลอมร่างของพวกโจรพวกนั้นให้กลายเป็นซากเทวะได้สำเร็จ ทำให้จางหยุนได้รับซากเทวระดับทองแดงขั้นกลางมาสองตน แล้วก็ซากเทวะระดับทองแดงขั้นต้นอีกหนึ่งตน เพิ่มเข้ามา
เพียงแต่ว่าความยินดีมันไม่ได้มีเพียงแค่นั้น จางหยุนก็ได้รับข่าวที่น่ายินดีอีกอย่าง นั่นก็คือหลังจากที่ได้ฝึกฝนวิชาซากเทวะเมื่อคืน
ซากเทวะตนแรกที่เขาได้รับมา นั่นก็คือซากเทวะของชายชราที่น่าจะเป็นผู้ฝึกตนชั่วร้ายผู้นั้น ในตอนนี้ก้าวเข้าสู่ระดับซากเทวะระดับทองแดงขั้นสมบูรณ์แล้ว
ถ้าเกิดว่าจะให้เปรียบเทียบสร้างเทวะระดับทองแดงขั้นสมบูรณ์ มันก็คงจะเป็นระดับผลึกตันเถียนขั้นสิบ ที่ว่าเป็นที่ถือได้ว่าเป็นระดับที่สูงสุดของระดับผลึกตันเถียน
เพียงแต่ว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด ถึงแม้ว่าซากเทวะระดับทองแดง จะไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ระดับเงินได้ แต่ว่าเมื่อมาถึงระดับสมบูรณ์มันสามารถก้าวเท้าไปอีกหนึ่งก้าวได้
ภายในความรู้ของวิชาซากเทวะที่จางหยุนได้รับมา ถ้าเกิดว่าซากเทวะระดับสมบูรณ์สะสมไปเรื่อยๆ ผ่านไปสักพักนึงมันก็จะสามารถก้าวก้ำกึ่งไปสู่อีกระดับ
หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นซากเทวะที่ก้าวเข้าไปสู่กึ่งระดับเงิน แต่ว่าจะหยุดได้เพียงแค่นั้นไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ถึงระดับเงินจริงๆ
จางหยุนในตอนนี้มีความตั้งใจ ที่อยากจะหล่อหลอมให้ซากเทวะตอนนี้ไปสู่กึ่งระดับเงินโดยไว้
เพราะว่าถ้าเกิดว่าไปถึงระดับนั้น พลังของมันก็จะเทียบเท่าผู้บำเพ็ญขอบเขตครึ่งก้าวสู่หลอมกระดูก
เพียงแต่ว่าจางหยุนก็ยังคงคาดหวังกับซากเทวะตัวที่เหลือ เพราะว่าเขาเองก็ต้องการให้พวกมันไปถึงระดับนั้นโดยไวเช่นเดียวกัน
จางหยุนที่ฝึกฝนมาทั้งคืนเมื่อได้ผลสำเร็จเช่นนี้ก็รู้สึกเบิกบานใจ เขาทำอาหารง่ายๆเมื่อกินจนหมดแล้วก็เริ่มพักผ่อน
การฝึกฝนในช่วงยามราตรีแล้วพักผ่อนในช่วงยามเช้าเช่นนี้ เขาแทบจะทำจนคุ้นชินแล้วตั้งแต่ภายในเมืองเป่ยอัน
เพราะว่าจางหยุนยังไม่มีแผนการที่จะ ออกไปล่าสัตว์อสูรในตอนนี้ เขาต้องการเก็บตัวฝึกฝนไปก่อน
เพราะว่าจางหยุนสัมผัสได้ถึงการทะลวงขอบเขต ถ้าเกิดว่าทะลุขอบเขตในครั้งนี้เขาก็จะสามารถก้าวเข้าไปสู่ผนึกตันเถียนขั้นสี่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นกลางแล้ว
หลังจากนั้นวันเวลาก็ผ่านไปอีกสี่วัน
ท่ามกลางยามราตรี
ภายในห้องที่จางหยุนใช้ในการฝึกฝน ในยามนี้อยู่ๆภายในร่างกายของจางหยุน ก็มีเสียงสั่นสะเทือนดังออกมาจากภายใน
เสียงนั้นราวกับว่ามีบางอย่างที่มันกำลัง ระเบิดปะทุอยู่ภายในร่างกายของเขา ในขณะเดียวกันปราณวิญญาณภายในห้องแห่งนี้เริ่มค่อยๆปั่นป่วน
ไม่นานนักปราณวิญญาณทั้งหมดก็ถูกดูดกลืนเข้าไปภายในร่างกาย ความรุนแรงในการดูดกลืนปราณวิญญาณนี้เริ่มจากภายในห้อง จากนั้นก็เริ่มออกไปนอกห้อง ไม่นานนักปราณวิญญาณของเรือนพักทั้งหลังก็ถูกดูดกลืนเข้ามาภายในร่างของจางหยุนอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินไปสักพักใหญ่ๆ ภายในร่างกายของจางหยุนราวกำลังมีหลุมดำขนาดใหญ่ที่กำลังดูดกลืน ปราณวิญญาณพวกนี้อย่างไม่รู้จักอิ่ม
และในที่สุดหลังจากที่ปราณวิญญาณ พวกนั้นโดนดูดกลืนเข้าไปภายในร่างกายจนเต็มที่แล้ว ภายในร่างของจางหยุนก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในที่สุด
แต่ตอนนี้ตันเถียนที่หลับไหลอยู่ภายในร่างกาย มันเกิดรอยปริร้าวขึ้นอีกครั้งจากนั้น มันก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดตันเถียนภายในร่างกายก็เหมือนจะไม่สามารถทนทานกับสิ่งที่อยู่ภายในได้ มันเกิดการระเบิดแตกจากด้านใน
เพียงแต่ว่าเมื่อมันระเบิดแตกแล้วสิ่งที่กลับมาแทนที่ มันก็คือตันเถียนที่ใหญ่กว่าเดิม ไม่เพียงแค่นั้นตันเถียนที่ก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่ มันดูดกลืนเศษตันเถียนที่แตกไปแล้วพวกนั้นเข้ามา จากนั้นก็หลอมรวมเข้ากับตนเองทำให้ขนาดของมันยิ่งใหญ่เพิ่มขึ้นอีก
ทำให้ในตอนนี้ตันเถียนที่ผนึกอยู่ภายในร่างกายของจางหยุน มีขนาดเพิ่มขึ้นหลายเท่า
จางหยุนที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมา บรรยากาศรอบร่างกายของเขาในยามนี้เปลี่ยนไปแล้วกับเป็นคนละคน ปราณวิญญาณที่หนักแน่นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย เพิ่มแรงกดดันให้พื้นที่บริเวณรอบๆ
จางหยุนลองสูดหายใจเข้าออกแล้วก็ลองสำรวจร่างกาย ในตอนนี้เขานั้นทะลวงขอบเขตแล้ว ก้าวเข้าไปสู่ขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นสี่ ถือว่าเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นกลางอย่างเต็มตัวแล้ว
จบเล่ม 1