ตอนที่ 13 พี่หญิง (2)
เยี่ยสุยมองเขาจากไป ใบหน้าเผยความผิดหวังหนัก ทว่าไม่ได้เอ่ยอะไร กระทั่งร่างของฉิวเอินหายลับไป นางถึงได้ยิ้มออกมาบางเบา
ประจวบเหมาะกับที่ในมือนางยังไม่มีชาซ่านซีเช่นกัน ที่เพิ่งพูดไปนั้นก็เพียงเพื่อสร้างความประทับใจแก่ฉิวเอิน อย่างไรก็ดี ในเวลานี้การซื้อชาซ่านซีสักสองสามจินย่อมไม่ใช่เื่ยาก ส่งให้ถึงมือฉิวเอินได้ตลอดเวลา...
นางไม่รู้ว่าชาตินี้ฉิวเอินจะมีโชคเช่นเดียวกับชาติก่อนหรือไม่ ทว่าชาซ่านซีแค่สองสามจินนี้ก็อาจพอทำให้นางมีอำนาจขึ้นมาได้ ต่อให้ในวันหน้าเปลี่ยนแปลงก็ไม่นับว่ามีความเสี่ยงอะไร
เมื่อเห็นนางยิ้มแบบนี้ เถาซื่อก็รู้ว่านางกำลังคิดพิเรนทร์อะไรอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยดุ “อาหนิง ในจวนมีชาซ่านซีที่ไหน เมื่อครู่เ้าเรียกท่านขันทีไว้เช่นนั้น จะบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว!”
เยี่ยสุยเพียงยิ้มไร้เดียงสาไม่รู้เื่รู้ราว แสร้งโง่ไม่ตอบคำและจงใจหัวเราะกลบเกลื่อนเื่นี้
ไม่ใช่ว่าเถาซื่อจะถูกหลอกง่ายๆ เพียงแต่เมื่อนางเห็นของกำนัลจากในวังก็นึกถึงเยี่ยซวี่ บุตรสาวคนโตที่อยู่ในวังหลวง จิตใจพลันตกสู่ห้วงภวังค์
เถาซื่อยื่นมือไปลูบผ้าไหมดิ้นทองซึ่งเป็ของกำนัลแ่เบา พร้อมกับเอ่ยพึมพำ “อีกไม่นานจะได้เข้าวังไปหาซวี่เอ๋อร์แล้ว เกือบปีแล้วที่ไม่ได้พบหน้า...”
ใบหน้านางทั้งเศร้าทั้งยินดี ระคนด้วยความเสียใจยากจะอธิบายสายหนึ่ง ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตา ทว่าไม่ได้หลั่งรินลงมา
เยี่ยสุยนิ่งเงียบ ปรี่เข้าไปให้มารดาอย่างอดไม่ได้ พลางปลอบโยนนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านแม่ อย่ากังวลไปเลย พี่หญิงจะไม่เป็อะไร ต่อไปในอนาคตก็จะสุขสบายอย่างมากด้วย...”
แม้นางจะพูดอย่างนั้น แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าโศกระคนหดหู่จางๆ
พี่หญิง...ไม่ทันอายุยี่สิบก็จากไป ตอนที่พี่หญิงจากไป นางไม่ทันได้เห็นหน้าลูกตนเองก็หลับใหลไปตลอดกาล
นี่คือความเ็ปและความเสียใจชั่วนิรันดร์ ไม่ว่าจะต่อพี่หญิงหรือลูกของนาง แม้ในเวลาต่อมาพี่หญิงจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็อี้เต๋อไทเฮาก็ชดเชยไม่ได้
แม้นางจะเคยบรรยายรูปลักษณ์ของพี่หญิงนับครั้งไม่ถ้วน แต่ฮ่องเต้เยาว์วัยผู้เฉลียวฉลาดยังคงซักถามเป็การส่วนตัวหลายต่อหลายครั้ง “ท่านน้าหญิง เสด็จแม่ของข้าหน้าตาเป็เช่นไรหรือ นางงดงามมากเลยใช่หรือไม่ นางอ่อนโยนมากใช่หรือไม่”
ทุกครั้งนางจะพยักหน้า แต่ในใจกลับเ็ปจนแทบทนไม่ไหว น้ำตาหลั่งรินทุกครั้งไป
พี่หญิงเข้าวังั้แ่อายุสิบห้าปีเพื่อพวกนางเรือนสาม ก่อนสิ้นชีพ นางยังได้ปูเส้นทางในวังหลวงไว้เป็ขั้นเป็ตอน แม้หลังจากสิ้นชีพไปแล้วจะได้รับการยกย่องเกียรติยศภายหลัง ทว่าชีวิตของพี่หญิงเรียกได้ว่าเป็โศกนาฏกรรมอย่างแท้จริง
ไม่นานเยี่ยสุยก็สงบลง ในเมื่อตอนนี้นางกลับมาแล้ว จะไม่มีวันยอมให้โศกนาฏกรรมเ่าั้เกิดขึ้นอีก ยังนับว่าดีที่ตอนนี้เป็รัชศกหย่งเจาปีที่สิบแปด ที่สำคัญกว่านั้นคือตอนนี้ยังไม่เลยเทศกาลไหว้พระจันทร์!
นับจากนี้ อีกครึ่งเดือนให้หลังพี่หญิงถึงจะรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ และยังมีเวลา...อีกสามเดือนก่อนตระกูลกู้จะมาสู่ขอนาง!
เมื่อนึกถึงตระกูลกู้ ไอสังหารพลันฉายวาบขึ้นในใจของเยี่ยสุย แต่เมื่อหวนนึกถึงเด็กในครรภ์ของพี่หญิง หัวใจของนางก็อ่อนลง ‘พี่หญิง นางต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ได้ ต้องปกป้อง...ไท่หนิงฮ่องเต้ในภายภาคหน้า!’
คนตระกูลกู้อยู่ห่างไกลถึงหนานผิง ยังเลื่อนเวลาออกไปได้อีกเล็กน้อย ทั้งยังมีเวลาอีกสิบวันก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์จะมาถึง ่เวลาที่พี่หญิงพบว่าตนเองตั้งครรภ์ใกล้จะมาถึงแล้ว นางต้องหาวิธีช่วยเหลือพี่หญิงให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ให้ได้!
เพื่อพี่หญิง เพื่อหลานชายที่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมา ต้องคิดวิธีให้ออก!
ผ่านไปนานกว่านางจะถอนหายใจโล่งอก ยังไม่สายเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างยังไม่สายเกินไป ในเมื่อนางทำให้ท่านพี่เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนได้สำเร็จแล้ว ก็ต้องปกป้องพี่หญิงให้ปลอดภัยได้ นางต้องทำได้!
สามวันต่อมา ถึงเวลาที่เข้าวังได้แล้ว เถาซื่อยืนรออยู่หน้าประตูวังั้แ่เช้าตรู่ ด้านหลังนางมีเยี่ยสุยยืนหลุบตาสำรวมท่าทีติดตามมาด้วย