บทที่ 5 ยืนหยัดฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น
บัดนั้น เซียวอวิ๋นก็ตัดสินใจแล้วว่าจะรับตี้เทียนเป็อาจารย์
บางที ความสามารถและสถานะของคนผู้นี้อาจไม่สามารถเทียบได้กับบรรดาบรรพชนในวิหาร
แต่ขอเพียงได้กายาฮุ่นตุ้น เซียวอวิ๋นยังจะต้องกังวลว่าพลังจะไม่แข็งแกร่งอีกหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็บุตรเทวะ สถานะเทียบเท่าประมุขสำนัก
แม้เซียวอวิ๋นจะคิดเช่นนี้ แต่บรรดาบรรพชนในวิหารและร่างกระดูกโบราณกลับไม่เห็นด้วย
"น่าขัน!" เสียงเ็าดังขึ้นในวิหาร
เห็นบรรพชนอัสนีเย้ยหยันว่า "ตี้เทียน เ้าไม่รู้หรือว่าการฝึกฝน 'คัมภีร์ฮุ่นตุ้น' นั้นยากเพียงใด ั้แ่โบราณกาล นอกจากจักรพรรดิฮุ่นตุ้นผู้สร้างคัมภีร์นี้แล้ว มีผู้ใดอีกบ้างที่สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์ได้ หากไม่สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์ ก็มิอาจสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้ เ้ากำลังทำให้พร์และเวลาของบุตรเทวะสูญเปล่า"
เซียวอวิ๋นได้ฟังก็เข้าใจบัดดล ที่แท้วิชานี้ยากจะฝึกฝนเช่นนี้เอง แต่ไม่เป็ไร เขามีระบบรู้แจ้งช่วย มีวิชาใดบ้างที่เขามิอาจเข้าใจ?
ยากที่จะฝึกฝนงั้นหรือ? แค่การรู้แจ้งครั้งเดียวก็พอ
หากครั้งเดียวไม่พอ เช่นนั้นก็สองครั้ง สิบครั้ง ร้อยครั้ง...
เซียวอวิ๋นมีการรู้แจ้งมากมาย
กล่าวถึงการรู้แจ้ง เซียวอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะตรวจสอบระบบของตัวเอง
[ระบบรู้แจ้ง
หน้าที่: มอบการรู้แจ้งให้แก่โฮสต์
จำนวนครั้งของการรู้แจ้ง: 3 ครั้ง (ท่องในใจ สามารถใช้ได้ทุกเมื่อ)
ภารกิจ: เข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น สำเร็จ ภารกิจกำลังจะรีเฟรช]
หลังจากดูระบบเสร็จ เซียวอวิ๋นก็ยิ้มกว้างทันที ภารกิจ 'เข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น' ก่อนหน้านี้สำเร็จแล้ว เขาได้รับโอกาสในการรู้แจ้งอีกสามครั้ง
ในขณะที่เซียวอวิ๋นกำลังลอบดีใจที่ตนเองทำภารกิจสำเร็จ ตี้เทียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็เงยหน้ามองไปยังบรรพชนอัสนีที่อยู่ไม่ไกล ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านบรรพชนอัสนี เนื่องจากบุตรเทวะมีพร์ล้ำเลิศ ข้าจึงเห็นว่าบุตรเทวะเหมาะสมที่จะฝึกฝน 'คัมภีร์ฮุ่นตุ้น' มากกว่า บางที เสียงระฆังฮุ่นตุ้นที่ดังเก้าครั้ง อาจเป็การเตือนพวกเราว่า บุตรเทวะคือเ้าของที่แท้จริงในการฝึกฝน 'คัมภีร์ฮุ่นตุ้น'"
ในวิหารนั้น เหล่าบรรพชนและร่างกระดูกโบราณทั้งหลายได้ยินดังนั้นก็เกิดการถกเถียงกันขึ้นทันที
แม้ว่าหลายปีมานี้จะไม่มีผู้ใดสามารถฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นได้สำเร็จ แต่ต้องยอมรับว่ากายาฮุ่นตุ้นนั้นเป็สิ่งล่อใจพวกเขาอย่างมาก
หากเซียวอวิ๋นสามารถสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้จริง การผงาดขึ้นของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเขาก็อยู่แค่เอื้อม
จักรพรรดิคนหนึ่ง โดยเฉพาะจักรพรรดิที่ฝึกฝนกายาฮุ่นตุ้นสำเร็จ แม้แต่ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของใต้หล้านี้ ก็ยังนับเป็จักรพรรดิผู้ล้ำเลิศ สามารถติดอันดับหนึ่งในสิบได้อย่างแน่นอน
สิ่งล่อใจเช่นนี้ ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ทว่าความยากในการฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นก็มีมากเช่นกัน ดังนั้นเหล่าบรรพชนและร่างกระดูกโบราณจึงยังลังเลอยู่
เซียวอวิ๋นเห็นพวกเขาถกเถียงกันครู่ใหญ่ ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ จึงเอ่ยปากขึ้นเองว่า "ท่านบรรพชนและท่านกระดูกโบราณทั้งหลาย ข้ายินดีที่จะรับผู้าุโสูงสุดตี้เทียนเป็อาจารย์ และฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น"
คำพูดของเซียวอวิ๋นดึงดูดสายตาของเหล่าบรรพชนและร่างกระดูกโบราณในวิหารมายังตัวเขา
บรรพชนอัสนีขมวดคิ้วกล่าวว่า "บุตรเทวะ ยามนี้เ้ายังเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา เกรงว่าจะยังไม่เข้าใจถึงความยากในการฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น ในประวัติศาสตร์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเรา เคยมีอัจฉริยะเกิดขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน ในนั้นก็มีบุตรเทวะที่ทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังเจ็ดครั้ง แปดครั้ง หรือแม้กระทั่งเก้าครั้ง แต่พวกเขาล้วนไม่มีข้อยกเว้น ไม่สามารถฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นให้ถึงขั้นสมบูรณ์ได้"
เซียวอวิ๋นกล่าวอย่างจริงจังว่า "ข้าขอลองดูสักตั้ง!"
ในขณะนั้น บรรพชนะก็เอ่ยปากขึ้นว่า "บุตรเทวะ เ้าอาจจะยังไม่รู้ถึงที่มาของผู้าุโสูงสุดตี้เทียนที่อยู่ข้างกายเ้า พร์ของเขานั้นแข็งแกร่งนัก ครั้งหนึ่งเคยทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังถึงหกครั้ง กลายเป็บุตรเทวะที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นก่อนของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเรา
แต่น่าเสียดาย เพราะเขาฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น ทำให้ไม่สามารถฝึกวิชาอื่นได้ จึงสูญเสียเวลาและพลังไปโดยเปล่าประโยชน์ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังติดอยู่ในขอบเขตเหนือสามัญ แม้แต่โอกาสที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตนภาก็ยังริบหรี่ ในขณะที่บุตรเทวะยุคเดียวกับเขา ต่างก็บรรลุขอบเขตนภากันไปนานแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางตี้เทียนที่อยู่ข้าง ๆ เขาไม่คิดว่าคนผู้นี้จะมีที่มายิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็คือบุตรเทวะที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคก่อนของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น
“บุตรเทวะ!”
เมื่อเห็นเซียวอวิ๋นมองมา ตี้เทียนก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม อธิบายว่า "ข้าไม่สามารถฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นให้สำเร็จได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าบุตรเทวะจะไม่สามารถฝึกฝนให้สำเร็จได้เช่นกัน อีกทั้ง แม้ว่าพลังบำเพ็ญของข้าจะไม่สูงนัก แต่ในระดับเดียวกัน ข้าก็สามารถเอาชนะได้ทุกคน หากบุตรเทวะฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้น เ้าก็สามารถไร้เทียมทานในระดับเดียวกันเช่นกัน"
ไม่ไกลออกไป บรรพชนอัสนีแค่นเสียงอย่างเ็า กล่าวว่า "หึ! น่าขัน การไร้เทียมทานในระดับเดียวกันจะมีประโยชน์อันใด? ในเมื่อผู้อื่นต่างก็บรรลุปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์กันหมดแล้ว แต่เ้ากลับติดอยู่แค่ขอบเขตเหนือสามัญ พึงรู้ไว้ว่า ต่ำกว่าขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ลงมา ล้วนเป็เพียงแมลงเท่านั้น"
บรรพชนะก็เห็นด้วย กล่าวว่า "หากไม่สามารถยกระดับพลังบำเพ็ญได้ การไร้เทียมทานในระดับเดียวกันก็เป็เพียงเื่น่าขันเท่านั้น"
เซียวอวิ๋นพยักหน้า เขาก็เห็นด้วยกับประเด็นนี้ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงยืนกรานว่า "ท่านบรรพชน ท่านกระดูกโบราณทั้งหลาย แม้จะเป็เช่นนั้นข้าก็ยังอยากจะลองดูสักครั้ง"
เมื่อเห็นเซียวอวิ๋นยืนกรานที่จะฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นเช่นนี้ ทุกคนในวิหารก็พากันเงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอีกครั้ง
"บุตรเทวะมีพร์เหนือสามัญ ได้รับการยอมรับจากระฆังฮุ่นตุ้น บางทีอาจให้เขาลองดูก็ได้"
"มันอันตรายเกินไป สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเรามิได้มีบุตรเทวะกำเนิดมานานแล้ว ทั้งยังเป็บุตรเทวะที่ทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังถึงเก้าครั้ง นี่คืออัจฉริยะที่มีโอกาสสูงที่จะบรรลุถึงขอบเขตจักรพรรดิ มิอาจสูญเสียไปเช่นนี้ได้"
"กล่าวถูกต้อง หากพลาดบุตรเทวะคนนี้ไป สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเราจะลุกขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานเพียงใด"
"แต่ถ้าหากบุตรเทวะสามารถสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้ล่ะ? พวกเราจะไม่กลายเป็คนบาปของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นหรอกหรือ?"
"ข้ายังคงรู้สึกว่ามันอันตรายเกินไป ความยากในการฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นเป็ที่รู้กันดี พวกเรามิอาจเสี่ยงเช่นนี้ได้"
"กายาฮุ่นตุ้นเชียวนะ หากสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้ ก็จะไร้เทียมทานในใต้หล้า!"
...
ในวิหารฮุ่นตุ้น จากการอภิปรายในตอนแรก จนถึงการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดไม่จบไม่สิ้น
เซียวอวิ๋นรู้สึกอึดอัดใจ ‘เหตุใดไม่มีผู้ใดเชื่อในตัวข้าเลย?’
เขาไม่รู้ว่า พร์ทางร่างกายของเขานั้นธรรมดาเกินไป ทำให้บรรดาบรรพชนและร่างกระดูกโบราณเหล่านี้ไม่มีความมั่นใจในตัวเขาแม้แต่น้อย
แต่เขามีระบบนี่นา!
เซียวอวิ๋นอดมิได้ที่จะมองไปทางประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า "ท่านประมุข ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ข้าจะรับผู้าุโสูงสุดตี้เทียนเป็อาจารย์ ขอท่านประมุขโปรดอนุญาตด้วย"
"เื่นี้..." เมื่อประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นได้ยินเช่นนั้น ก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาอยากจะบอกว่า แม้เขาจะเป็ประมุข แต่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นนี้ เขาไม่มีสิทธิ์มีเสียงแม้แต่น้อย
"ไม่ได้!" ในตอนนั้นเอง บรรพชนอัสนีก็ตวาดขึ้นมา "ข้าไม่อนุญาตให้บุตรเทวะฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นเด็ดขาด เพราะหากบุตรเทวะของพวกเราไม่สามารถบรรลุปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ ทั้งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเราก็จะถูกคนหัวเราะเยาะ"
"หากผู้ที่มีฐานะสูงส่งอย่างบุตรเทวะไม่สามารถบรรลุปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็จะถูกคนหัวเราะเยาะจริง ๆ" บรรพชนะกล่าวเสียงเคร่งขรึม
ขณะที่เซียวอวิ๋นกำลังจะพูด เสียงของระบบก็ดังขึ้นในสมองของเขา
[ภารกิจล่าสุด: สละตำแหน่งบุตรเทวะ รางวัลคือโอกาสในการรู้แจ้งสิบครั้ง]
เมื่อได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในสมอง เซียวอวิ๋นก็ทำหน้าเบื่อหน่าย
‘บ้าเอ๊ย! ข้าเพิ่งจะได้เป็บุตรเทวะ ก้นยังไม่ทันจะอุ่นเลย ก็จะให้ข้าสละตำแหน่งแล้ว นี่มันไม่ใช่การหลอกลวงหรอกหรือ?’
อย่างไรก็ตาม รางวัลของภารกิจครั้งนี้ช่างมากมายเหลือเกิน ถึงกับมีโอกาสรู้แจ้งถึงสิบครั้ง ทำให้เซียวอวิ๋นตาลุกวาว
‘ช่างเถอะ สละก็สละ ระบบเอ๋ย เ้ายิ่งใหญ่ที่สุด พอใจหรือยัง’
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว เซียวอวิ๋นก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังบรรดาบรรพชนและร่างกระดูกโบราณเ่าั้ สายตาของเขาเด็ดเดี่ยวมั่นคง แล้วเอ่ยเสียงดังว่า "ท่านบรรพชนและร่างกระดูกโบราณทั้งหลาย ข้ายังคงยืนกรานที่จะฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นต่อไป เพื่อการนี้ ข้ายินดีสละตำแหน่งบุตรเทวะ และขอเป็เพียงศิษย์ธรรมดาของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ด้วยเหตุนี้ แม้ข้าจะไม่สามารถสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้ ก็จะไม่ทำให้สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นต้องอับอายขายหน้า"