รุ่งอรุณที่สี่ของการหวนคืนสู่ภาพอดีต เยี่ยฉินตื่นขึ้นก่อนเสียงระฆังบอกเวลาเพียงอึดใจเดียว เขาััได้ถึงความเย็นเยือกของพลังงานใน "ภูตหยาดน้ำสังหาร" ที่ไหลเวียนอยู่ในจุดชีพจร มันไม่ใช่ความอบอุ่นที่ช่วยเยียวยาเหมือนภูตหยาดน้ำทั่วไป แต่มันคือความเย็นเฉียบที่พร้อมจะแช่แข็งและกัดกร่อนศัตรูจากภายใน
วันนี้คือวันทดสอบภาคสนามครั้งแรก ณ "ป่าหมื่นอสูร" เขตชายขอบ ศิษย์ฝึกหัดทุกคนต้องเข้าไปล่า "หนอนไหมปราณ" เพื่อนำมาแลกกับแต้มรางวัลของสำนัก
เยี่ยฉินเดินออกจากเรือนนอน สายตาของเขาเหลือบเห็นเยี่ยฟานที่กำลังถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มเพื่อนใหม่ที่พยายามประจบประแจงอัจฉริยะระดับ์ เยี่ยฟานดูมีความสุขและเปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งคุณธรรม ซึ่งช่างขัดหูขัดตาเยี่ยฉินเหลือเกิน
‘ความใสซื่อคือยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลกของผู้ฝึกตน เยี่ยฟาน... หากเ้าไม่เรียนรู้ที่จะทำให้มือเปื้อนเื เ้าก็จะเป็เพียงหมากที่ถูกใช้แล้วทิ้ง’
เมื่อขบวนศิษย์ฝึกหัดเดินทางมาถึงเขตป่าหมื่นอสูร บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนเป็กดดัน ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าบดบังแสงอาทิตย์จนเหลือเพียงรำไร ผู้าุโมู่เฉิงสั่งการให้ศิษย์แยกย้ายกันเป็กลุ่มเล็กๆ
เยี่ยฉินจงใจแยกตัวออกมาเพียงลำพัง มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่มี "พฤกษาหยดโลหิต" ขึ้นหนาตา เพราะเขารู้ดีว่านั่นคือที่อยู่อาศัยของหนอนไหมปราณระดับสูง แต่เขาก็รู้เช่นกันว่า... มี "หมาป่า" กำลังสะกดรอยตามเขามา
"ออกมาเถอะ รุ่นพี่จางหู่ การซ่อนตัวของท่านช่างดูถูกสติปัญญาของข้านัก" เยี่ยฉินหยุดเดินหน้าพุ่มไม้หนาม พลางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า
เสียงหัวเราะเยาะดังกังวานออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ จางหู่เดินออกมาพร้อมกับสมุนอีกสองคน ในมือของเขาถือ "ภูตศิลากัมปนาท" ที่เปล่งแสงสีน้ำตาลเข้มออกมา
"หูไวตาไวดีนี่เยี่ยฉิน!" จางหู่ยิ้มแสยะ "ศิลาจิตภูตก้อนเมื่อวานรสชาติดีไม่น้อย แต่วันนี้ข้า้ามากกว่านั้น ส่งศิลาที่เหลือของเ้ามาเสีย แล้วข้าจะยอมให้เ้าไสหัวไปหาหนอนไหมที่เหลือซากจากคนอื่น"
เยี่ยฉินไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว เขาเพียงแค่หยิบถุงผ้าที่บรรจุ "กับดักปราณภูต" ที่เขาเตรียมไว้เมื่อคืนออกมา "รุ่นพี่ท่านนี้ช่างละโมบนัก ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าคือพี่ชายของอัจฉริยะระดับ์ หากข้าได้รับาเ็ ท่านจะอธิบายกับเยี่ยฟานอย่างไร?"
"ฮ่าๆ! เยี่ยฟานน่ะหรือ? ป่านนี้มันคงกำลังยุ่งกับการล่าหนอนไหมเพื่อเอาหน้าอยู่ และต่อให้มันรู้ มันจะกล้าทำอะไรข้าที่มีระดับพลัง ััปราณ ขั้นที่ 3 กันเล่า? ส่งมา!"
เยี่ยฉินโยนถุงศิลาจิตภูตออกไป แต่แทนที่จะโยนให้จางหู่ เขากลับโยนมันลงบนพื้นดินที่มีโคลนแฉะ
"อยากได้ก็มาเก็บเอาเองสิ"
จางหู่สบถด้วยความโมโห เดินเข้าไปตะครุบถุงศิลานั้นทันที ทว่าทันทีที่มือของเขาัักับถุงผ้า แสงสีน้ำเงินเข้มที่ซ่อนอยู่ภายในกลับะเิออกมาอย่างเงียบเชียบ!
ฉึก!
"อ๊ากกกกก!" จางหู่ร้องลั่นด้วยความเ็ป มือของเขาที่ััถุงผ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ พลังจาก ภูตหยาดน้ำสังหาร ที่เยี่ยฉินควบแน่นไว้ในศิลาจิตภูตกำลังแทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจรของเขาอย่างรวดเร็ว
"นี่มันอะไรกัน! เ้าทำอะไรกับศิลาพวกนี้!" จางหู่พยายามเรียกภูตศิลากัมปนาทออกมาป้องกันตัว แต่พลังปราณในร่างของเขากลับปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ น้ำสังหารที่แทรกซึมเข้าไปกำลังกัดกร่อนการเชื่อมต่อระหว่างเขากับภูตของตนเอง
เยี่ยฉินเดินเข้าไปหาจางหู่อย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาไม่มีร่องรอยของอารมณ์ใดๆ "รุ่นพี่... ท่านอาจจะมีระดับพลังที่สูงกว่า แต่ท่านขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือ 'ความระแวง' ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ แม้แต่คำขอยอมแพ้ของขยะอย่างข้า"
สมุนอีกสองคนเห็นท่าไม่ดีพยายามจะเข้ามาช่วย แต่เยี่ยฉินสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณน้ำสีเข้มพุ่งออกไปเกาะกุมที่ดวงตาของพวกมัน ความเ็ปจากการถูกกัดกร่อนทำให้พวกมันล้มกลิ้งลงกับพื้น
เยี่ยฉินเหยียบลงบนมือที่เน่าเปื่อยของจางหู่ น้ำหนักที่กดลงมาทำให้น้ำหนองพุ่งออกมาจากแผล
"ข้าจะสอนบทเรียนหนึ่งให้ท่าน รุ่นพี่จาง..." เยี่ยฉินก้มลงไปกระซิบข้างหู "ความแข็งแกร่งที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครปล่อยหมัดได้หนักกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครจะสามารถทำให้อีกฝ่ายตายใจได้แเีกว่า"
เขาชิงเอาถุงเก็บของของจางหู่มา ภายในนั้นมีศิลาจิตภูตนับสิบก้อนและหนอนไหมปราณที่จางหู่แย่งชิงมาจากศิษย์คนอื่น
"วันนี้ข้าจะไม่ฆ่าท่าน เพราะข้ายัง้าให้ท่านเป็ 'พยาน' ถึงความไร้ค่าของข้าในสายตาผู้อื่นต่อไป" เยี่ยฉินถอนเท้าออก "กลับไปบอกทุกคนว่าท่านถูกอสูรป่าโจมตี และข้าคือคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีไปก่อน... เข้าใจไหม?"
จางหู่ที่สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวพยักหน้าอย่างรัวๆ สายตาที่เขามองเยี่ยฉินเปลี่ยนจากความเหยียดหยามเป็ความสยดสยองอย่างถึงที่สุด เขาไม่ได้เห็นเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีอีกต่อไป แต่เขากำลังเห็นจอมมารในร่างมนุษย์
ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดการทดสอบ เยี่ยฉินเดินกลับมารวมตัวกับกลุ่มศิษย์ด้วยสภาพที่ดูมอมแมมเล็กน้อย เขาโชว์หนอนไหมปราณเพียง 2 ตัว ซึ่งถือว่าเป็ผลงานที่แย่มากสำหรับศิษย์ระดับน้ำ
ในขณะเดียวกัน เยี่ยฟานกลับมาพร้อมกับหนอนไหมปราณถึง 20 ตัว ได้รับคำชมจากผู้าุโมู่เฉิงอย่างล้นหลาม
"ท่านพี่ ท่านไม่เป็ไรนะ? ข้าได้ยินว่ารุ่นพี่จางหู่ถูกอสูรทำร้ายาเ็สาหัส ท่านรอดมาได้ก็ดีแล้ว" เยี่ยฟานเดินเข้ามาตบไหล่พี่ชายด้วยความสงสาร
เยี่ยฉินยิ้มบางๆ "ข้าโชคดีที่วิ่งหนีทันน่ะ... ข้ามันก็แค่คนขี้ขลาดอย่างที่ทุกคนว่าจริงๆนั่นแหละ"
เยี่ยฟานมองพี่ชายด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เขาอยากให้พี่ชายเข้มแข็งกว่านี้ แต่เขาก็ดีใจที่พี่ชายยังปลอดภัย โดยหารู้ไม่ว่าในสาบเสื้อของเยี่ยฉินนั้น มีศิลาจิตภูตที่ปล้นมาจากจางหู่เพียงพอที่จะทำให้เขาเลื่อนระดับเป็ ััปราณ ขั้นที่ 2 ได้ภายในคืนเดียว
‘หัวเราะไปเถอะเยี่ยฟาน... ชื่นชมในเกียรติยศจอมปลอมนั่นไปก่อน’ เยี่ยฉินมองดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน ‘เมื่อพระจันทร์ขึ้นในคืนนี้ พลังของข้าจะก้าวข้ามพวกเ้าทุกคนไปอีกขั้น’
คืนนั้น ณ ห้องพักที่เงียบสงัด เยี่ยฉินนำศิลาจิตภูตทั้งหมดออกมากองตรงหน้า เขาไม่รีรอที่จะเริ่มดูดซับพลังงาน แสงสีขาวนวลจากศิลาถูกเปลี่ยนเป็ไอสีน้ำเงินเข้มและถูกกลืนกินโดย ภูตหยาดน้ำสังหาร ด้วยประสบการณ์การบ่มเพาะห้าร้อยปี เขารู้วิธีการโคจรปราณที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทะเลลมปราณที่เคยแห้งแล้งของเขาเริ่มมีน้ำทิพย์ไหลริน และในส่วนลึกของิญญา ภูตแกนกลางกาลเวลา ก็ดูเหมือนจะหมุนเร็วขึ้นหนึ่งจังหวะ ตอบรับการเติบโตของเ้านายมัน
"ขั้นที่ 2... บรรลุ!"
เยี่ยฉินลืมตาขึ้น พลังวัตรในกายพุ่งพล่าน ระดับความจุของทะเลลมปราณอาจจะจำกัดที่ 42% แต่ด้วยคุณภาพของปราณที่เขาควบแน่น มันหนาแน่นและทรง
พลังยิ่งกว่าคนที่มีความจุ 80% เสียอีก