ตอนที่สี่สิบ Victory taste like defeat
Victory Taste like defeat
ในลอร์ดออฟเดอะริง โฟรโดถามว่าเราจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้อย่างไรในเมื่อเราผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาขนาดนี้
และบางทีคำตอบอาจจะเป็นแค่เรื่องของเวลาและเราต้องรักษาประโยคสุดท้ายของเรื่องที่ว่า
”และพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป”
เอาไว้ให้ได้
“ขอน้ำแข็งไสเพิ่มให้พี่เจิดหน่อยจ๊ะแม่ลำไยคคนสวย”
ไอ้ห้อยไอ้โหนพยายามสั่งน้ำแข็งไสมาเพิ่มจากการที่ผมรู้สึกหดหู่หลังจากที่เอาคุณยายไปทิ้งไว้ที่วัดแล้ว
ผมคิดว่าจะลองปรึกษาหลวงพ่อกับอาจารย์คงในภายหลังดูว่าเราพอจะมีการสร้างที่เก็บพวกสิ่งอาคมหรือภูตผีวิญญาณ ไม่ให้ออกมาทำร้ายชาวบ้านได้อีกหรือไม่
แต่ท่าทางแนวคิดนั้นคงจะไม่เข้าหัวอาจารย์คงหรือหมอผีทั่วไปที่มีนิสัยแบบเด็กเล่นเกมส์ตะลุยด่านเก็บไอเท็ม
ยิ่งมีไอเท็มหรือมอนสเตอร์มากเท่าไรก็แสดงว่าเรายิ่งเก่งกาจมากขึ้นเท่านั้น
หลักการธรรมดา
เหมือนกับเราไปกล่าวห้ามโปเกมอนเทรนเนอร์ที่กำลังจับโปเกมอนในตำนานได้และบอกว่า
“ปล่อยมันไปเถอะ สงสารมันต่างคนต่างอยู่”
บรรดาโปเกมอนเทรนเนอร์ก็คงมองเราแบบงงวยว่านี่เอ็งพูดอะไรกันแน่?
เจอโปเกมอนหรือภูตผีที่เก่งกาจก็ต้องจับมารับใช้เราสิจะปล่อยไปทำไม?
หรือแนวคิดนิยายที่เราอ่านมาว่าพอเจอขุมทรัพย์ที่มีปู่โสมสมบัติพระศุลี อะไรต่างๆแล้ว ต้องไม่โลภจึงจะต้องรอดออกมาได้
ไม่อย่างนั้นหากโลภในทรัพย์สมบัติและอำนาจก็ต้องเสียชีวิตในขุมทรัพย์พระศุลีนั้น
ผมนับถือเจอเก้น คล็อปป์ที่บริหารทีมฟุตบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพว่า
หลักการของคล็อปป์คือ
“หากไม่รู้เรื่องอะไรให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องนั้น ผมทำอย่างนั้นมาโดยตลอด”
ปัญหาคือเรื่องนี้ ภูตผีปีศาจอาจารย์คงเป็นผู้เชี่ยวชาญผมเป็นมือสมัครเล่น
ผมควรจะฟังอาจารย์คง แต่ทว่าผมเองก็เป็นคนเล่นWarhammer มาเยอะเช่นกัน
ว่าการเอาปีศาจมาเป็นโปเกมอนน่ะอาจจะเกิดเหตุที่เราไม่คาดหมายขึ้นก็ได้ แม้ว่าเราจะระวังตัวมากแค่ไหนก็ตาม
และผมคงไม่ขัดขวางไปปล่อยผีออกมา เพราะผมเองก็เล่นWarhammer มาเยอะเช่นกันว่าการทำอะไรบางอย่างลงไปอาจจะเกิดเหตุการณ์ self fulfilling prophecy ขึ้นก็เป็นได้
ว่าการกระทำเพื่อป้องกันผีร้ายออกอาละวาดเป็นการทำให้ผีร้ายออกอาละวาดเสียเอง
“เอามาอีกถ้วยหนึ่งจ้าน้องลำไยที่น่ารักดูสิ พี่เจิดท่าจะชอบทานเสียเยอะเลย”
ไอ้ห้อย ไอ้โหนประสานเสียงกันอีกครั้ง
คนที่มีเงินมากจนกินได้หลายถ้วยคอยจีบสาวไปในตลาดได้เรื่อยๆด้วยวิธีการนั่งแช่ในร้านทั้งวันงานการไม่ทำอย่างนี้มีแต่ไอ้เจิดลูกชายกำนันผู้ร่ำรวยเท่านั้น
คนอื่นหากมานั่งแช่อย่างนี้โดยไม่จ่ายเงินคงโดนไล่ออกจากร้านไปแล้ว
แต่ผมคือไอ้เจิดลูกชายกำนันแจ่ม
ไม่ไปหาเรื่องชาวบ้านในตลาด ชาวบ้านก็จุดธูปขอบคุณพระคุณเจ้ากันแล้ว
มองในแง่หนึ่งที่นงพะงาสามารถด่าไอ้เจิดได้เพราะพ่อของเธอก็เป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นคนร่ำรวย มีอิทธิพลในท้องถิ่นนี้เหมือนกันนั่นเอง
“นั่น-นั่น พี่-พี่”
“นงพะงามานู่นแล้ว”
ผมชะงักจากการทานของหวานเพื่อเพิ่มพลังงาน
การทำบ้าบอในเวลากลางคืนไม่หลับไม่นอนแล้วมาใช้ชีวิตประจำวัน จำทำให้เราเพลียหรือเวียนหัวได้หากพลังงานไม่มากพอ
ผมจึงมาทานน้ำแข็งไสเพิ่มพลังตรงนี้
และคิดว่าเดี๋ยวจะค่อยหาว่านเพิ่มพลังต่างๆในภายหลัง
“ลำไยเก็บเงิน”
ผมควักธนบัตรสีเขียวมาวางเพื่อจ่ายเงินจากการคำนวณคร่าวๆของค่าน้ำแข็งไสต่างๆ
“พี่ไปกันเถอะ ไปหานงพะงากัน”
ไอ้ห้อยไอ้โหนกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ข้าหมดอารมณ์กินแล้วจะไปห้องสมุด”
ผมหันไปบอกกับไอ้ห้อยไอ้โหนที่ทำหน้างงว่าพี่เจิดไม่สนนงพะงาอีกแล้ว
“ไม่ต้องทอนนะ”
ผมหันไปกล่าวพร้อมกับวิ่งไปขึ้นม้า
“ไอ้บ้าเจิด มันพอดีจะไม่ทอนอะไร”
ลูกสาวแม่ค้ากล่าวไล่หลังมา
...