ภายใต้บรรยากาศที่เงียบงันอย่างสงบนั้นเอง เสียง “กึก” ดังขึ้น
ทุกคนหันไปมองทางห้องหลอมยา
ชิงชิงที่นั่งอยู่ใต้ศาลาค่อย ๆ ลุกขึ้น รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ดูเหมือนว่า…”
นางเอ่ยเบา ๆ
“คุณชายหลิน จะใกล้ออกมาแล้วจริง ๆ”
ประตูค่อย ๆ แง้มออก
แต่สิ่งที่ก้าวออกมานั้น…ไม่ใช่ร่างของหลินเทียน
กลับเป็มือเล็ก ๆ สีดำ มันจับขอบประตู ก่อนจะโผล่หน้าออกมามองไปรอบ ๆ แล้วเดินออกมาช้า ๆ
ตามมาด้วยร่างที่คุ้นเคยของหลินเทียน ที่เดินยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ท่านอาจารย์! ท่านออกมาแล้ว!”
เสียงทักดังขึ้น
หลินเทียนหันไปมองทางต้นเสียง เห็นทุกคนนั่งมองมาทางเขา
เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาจึงเดินเข้าไปหาทุกคน
ส่วนเ้าดำก็ะโขึ้นไหล่หลินเทียนตามมาด้วย
หลินเทียนนั่งลง ก่อนจะเอามือลูบหลัง แล้วบ่นเบา ๆ
“โอ๊ย นั่งนาน ๆ แล้วเมื่อยไปทั้งตัวเลย สงสัยข้าจะแก่แล้วกระมัง”
ผู้าุโหานซือเอ่ยขึ้น
“ท่านอยู่ในห้องนานขนาดนี้ คงสำเร็จแล้วสินะ ท่านเ้าสำนัก”
หลินเทียนยิ้ม ก่อนจะโบกมือเบา ๆ
ทันใดนั้น เม็ดยาจำนวนหลายร้อยเม็ดก็ลอยปรากฏขึ้นกลางอากาศ
พวกมันส่องแสงระยิบระยับ กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยฟุ้งไปทั่ว
ทุกคนที่เห็นต่างนิ่งอึ้งไปตาม ๆ กัน
หลินเทียนเอ่ยขึ้นอย่างสบาย ๆ
“ใช้เวลาไปพอสมควร แต่ผลก็ถือว่าพอใช้ได้ ข้าหลอมหนึ่งเตาได้สองถึงสี่เม็ด ตอนนี้…”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“ยาระดับหนึ่งมีทั้งหมดสี่ร้อยสิบเม็ด ระดับสองสองร้อยเม็ด ระดับสามหนึ่งร้อยสี่สิบเม็ด ส่วนระดับสี่ได้มาแค่สามสิบสองเม็ด”
เขายักไหล่เล็กน้อย
“เท่านี้ก็พอขายแล้ว พรุ่งนี้พวกเราเปิดร้านกันเลย”
พูดจบ เขาก็เก็บเม็ดยาทั้งหมดเข้าไปในมิติ ก่อนจะเอนตัวลงนอนอย่างสบายใจ
จินซีเอ่ยถามขึ้น
“ท่านอาจารย์ ยาของท่านมีแบบใดบ้างหรือขอรับ ทำไมถึงมากมายเช่นนี้”
หลินเทียนลืมตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม
“ดีที่เ้าถาม ข้าจะได้อธิบายไว้ก่อน เวลาขายจะได้ไม่สับสน”
เขาพูดต่ออย่างเป็ระบบ
“ยาระดับหนึ่ง ใช้ขับของเสียในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ฝึกตนที่มีสิ่งสกปรกสะสม”
“ยาระดับสอง ช่วยเร่งพลังปราณ ทำให้การฝึกราบรื่นขึ้น”
“ยาระดับสาม ใช้ฟื้นฟูร่างกาย รักษาาแ และเติมเต็มพลังปราณที่สูญเสียไป”
“ส่วนยาระดับสี่…ช่วยให้ทะลวงระดับได้ง่ายขึ้นเจ็ดส่วน”
ทุกคนตั้งใจฟังอย่างไม่ละสายตา
ไป๋ซีหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจดทันที
เช้าวันใหม่อันสดใส
ทุกคนตื่นกันั้แ่เช้า เพื่อเตรียมเปิดร้านอย่างตั้งใจ
่สาย ซือเหยาแวะมาดูอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะขอตัวไปทำธุระต่อ
เวลาผ่านไป ผู้คนเดินผ่านไปมา
มีเพียงแวะมอง…แต่ยังไม่มีใครซื้อ
จินซีถอนหายใจ
“เห้อ…ท่านอาจารย์ ทำไมพวกเรายังขายไม่ได้เลยขอรับ มีแต่คนมาดูแล้วก็ไป แบบนี้จะรอดหรือ”
เฉินเฟิงก็นั่งคอตกไม่ต่างกัน
หลินเทียนที่นอนอยู่มุมหนึ่งตอบอย่างสบาย
“ไม่ต้องห่วง ่แรกก็แบบนี้ พวกเขายังไม่เชื่อในสินค้า แต่ถ้ามีคนซื้อไปแล้ว…พวกเขาจะกลับมาเอง”
ผู้าุโหานซือพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
จนกระทั่ง่บ่าย
ขณะที่พวกเขากำลังจะปิดร้าน
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา
เขาหอบหายใจแรง ก่อนจะพูดเสียงรัว
“เดี๋ยวก่อน! ร้านของท่านมียาที่รักษาาแหรือไม่ ข้า้าด่วน ราคาเท่าไหร่ข้าก็ยอม!”
หลินเทียนลุกขึ้นเดินเข้าไป
“มีสิ แล้วท่านาเ็จากที่ใดมา”
ชายคนนั้นส่ายหน้า
“ไม่ใช่ข้า แต่ลูกชายของข้า เขาไปล่าสัตว์อสูรในป่า อาการหนักมาก ข้าไปมาหลายร้านแล้ว แต่พวกเขาบอกว่ายาของพวกเขารักษาได้แค่แผลเล็กน้อย…ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่น
หลินเทียนนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องไม้ใบหนึ่ง
เขาวางมันลงบนโต๊ะ
“นี่คือยาระดับสาม รักษาาแได้ดี แต่ถ้าแขนขาขาดหรืออวัยวะภายในแหลก ก็ช่วยไม่ได้”
เขาพูดเรียบ ๆ
“ราคา สามร้อยหินิญญาระดับต่ำ รับหรือไม่”
ชายคนนั้นพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะรีบวางหินิญญาลง
“เอา! ข้าเอา!”
จากนั้นเขาก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยความสงสัย
“แต่…ทำไมยาของท่านถึงถูกกว่าร้านอื่น ยาระดับสามร้านอื่นขายตั้งสี่ร้อยขึ้นไป”
หลินเทียนเพียงยิ้มบาง ๆ
สายตานิ่งเหมือนเก็บคำตอบไว้ในใจ
ชายคนนั้นไม่ได้ถามต่อ รีบคว้ายาแล้วกล่าวขอบคุณ ก่อนจะวิ่งออกจากร้านไปอย่างรีบร้อน
ไป๋ซีเอ่ยถามขึ้นหลังชายคนนั้นจากไปได้สักพัก
“ท่านอาจารย์…เหตุใดท่านถึงขายยาให้เขาถูกกว่าร้านอื่นหรือเ้าคะ”
หลินเทียนเดินกลับไปนั่งที่มุมเดิม เอนตัวพิงเสาอย่างสบาย ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ข้าไม่เคยคิดจะเอาเปรียบใครอยู่แล้ว ในเมื่อเขามาขอความช่วยเหลือ เราก็ช่วย ไม่จำเป็ต้องกดราคาให้สูงเกินจริง”
เขาพูดจบก็หลับตาลงราวกับเื่นั้นเป็เื่เล็กน้อย
ไป๋ซีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง
ไม่นาน หลินเทียนก็ลุกขึ้น เดินไปด้านหลังร้านตรงลานประลอง จากนั้นก็ไปนอนใต้ต้นไม้ เอามือหนุนหัว ไขว้ขาอย่างสบาย
สายลมพัดผ่านเบา ๆ ใบไม้ร่วงหล่นจากกิ่ง ลอยหมุนไปตามลมเหมือนกำลังเต้นรำ
แต่แล้ว—
สายตาของหลินเทียนก็เปลี่ยนไป เขาลุกขึ้นนั่งทันที มองไปยังทิศหนึ่ง
แสงสีฟ้าอมทองพุ่งขึ้นจากพื้นสู่ท้องฟ้า
เมฆบริเวณนั้นมืดลงทันตา สายฟ้าฟาดลงมาไม่ขาดสาย เสียงดังแปร๊บปร๊าบราวกับฟ้าจะฉีกออกเป็ชิ้น ๆ
คนอื่น ๆ รีบวิ่งเข้ามาหา
จินซีเอ่ยขึ้นอย่างใ
“ท่านอาจารย์! เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงมีปรากฏการณ์เช่นนี้!”
ผู้าุโหานซือหรี่ตา มองภาพตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด ก่อนจะกล่าว
“ไม่ผิดแน่…นี่คือด่านเคราะห์์ของผู้ที่กำลังก้าวผ่านระดับ”
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว
“ก้าวผ่านระดับ…คืออะไรหรือท่านอาจารย์”
ผู้าุโหานซืออธิบายอย่างช้า ๆ
“เมื่อผู้ฝึกตนอยู่ในระดับหนึ่งจนถึงขีดสุด เช่น ระดับก่อกำเนิดขั้นเก้า และกำลังจะทะลวงไปสู่ระดับแก่นทองคำ…์จะทดสอบเขา”
“เรียกว่าด่านเคราะห์์ หากผ่านได้ จะก้าวสู่ระดับใหม่ทันที แต่ถ้าล้มเหลว…จิติญญาจะเสียหาย พลังถดถอย บางคนถึงขั้นสิ้นชีวิต”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งสามหน้าซีดลงเล็กน้อย
เฉินเฟิงถามต่อ
“แล้วเหตุใดตอนข้าเลื่อนระดับถึงไม่เจอด่านเคราะห์เช่นนี้”
ผู้าุโหานซือยิ้มบาง
“ระดับต่ำยังไม่ถึงขั้นถูก์จับตามอง แต่ยิ่งสูง…ด่านเคราะห์ยิ่งรุนแรง”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่จากพลังที่ข้าััได้…คนผู้นี้เพียงระดับก่อกำเนิดขั้นเก้า แต่ด่านเคราะห์ของเขา…กลับรุนแรงเกินปกติ”
“เขาต้องเป็อัจฉริยะจากที่ใดสักแห่งแน่”
ในเมือง ผู้คนต่างหยุดสิ่งที่ทำ หันไปมองท้องฟ้าด้วยความตื่นตะลึง
แม้แต่ท่านเ้าเมืองเองก็ยืนอยู่ที่ระเบียง มองออกไปไกล ก่อนจะพึมพำ
“ผู้ใดกัน…ถึงสามารถเรียกฟ้าดินให้สั่นะเืได้เช่นนี้”
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นอีกครั้ง
สายฟ้าฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง แสงสว่างวาบขึ้นทุกครั้งที่มันกระทบพื้น ดินสั่นะเืราวกับแผ่นดินกำลังหายใจแรง
หลินเทียนยืนมองเงียบ ๆ ดวงตานิ่งสงบ
ไม่มีความหวาดกลัว…มีเพียงแววสนใจ
จากนั้น—
สายฟ้าสุดท้ายก็ก่อตัวขึ้น
เมฆหมุนวนเป็เกลียว พลังทั้งหมดรวมกันเป็สายฟ้าขนาดมหึมา
“ตูม!!!”
เสียงะเิดังสนั่นยิ่งกว่าครั้งใด
พื้นดินะเือย่างรุนแรง
แสงสีฟ้าสว่างวาบ ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป
เมฆสลาย สายฟ้าหยุด ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ
หลินเทียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ชิงชิงมองเขาแปลก ๆ
“คุณชายหลิน…ท่านยิ้มอะไรหรือ”
หลินเทียนเพียงส่ายหน้า
“ไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าด่านเคราะห์์นี่…น่าสนุกกว่าที่ข้าคิด”
ทุกคนพากันกลับมานั่งพักใต้ศาลา
หลินเทียนหยิบถ้วยชาขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี
ทันใดนั้น—
“ติ้ง! ท่านได้รับ 3000 แต้ม”
เสียงของเสี่ยวเอ๋อดังขึ้นในหัว
หลินเทียนเพียงยิ้มเย็น ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ทางด้านจินซีที่ยังคงตื่นเต้น เอ่ยขึ้นด้วยแววตาเป็ประกาย
“ท่านอาจารย์…สักวันข้าจะต้องแข็งแกร่งถึงขั้นนั้นให้ได้!”
เฉินเฟิงพยักหน้าแรงราวกับกลัวความตั้งใจจะหล่นหาย
“ข้าก็เช่นกัน!”
ไป๋ซีแม้ไม่ได้เอ่ยคำใด แต่แววตาที่นิ่งสงบนั้นกลับแน่วแน่ยิ่งกว่าใคร
ผู้าุโหานซือมองภาพนั้น ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“ดี…มีเป้าหมายก็เป็เื่ดี แต่จำไว้ว่าหนทางนี้ไม่ง่าย”
หลินเทียนลุกขึ้น บิดี้เีเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงสบาย
“เอาล่ะ เลิกมองฟ้ากันได้แล้ว พรุ่งนี้ยังต้องขายของต่อ ถ้าไม่มีเงิน…ฝันจะเป็อัจฉริยะก็คงได้แค่ฝัน”
คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงทันที
ไม่นาน เวลาก็ล่วงเลยไปอย่างสงบ เสียงแมลงยามค่ำคืนร้องแทรกไปกับสายลม บางครั้งก็มีเสียงผู้คนเดินผ่านดังมาเป็ระยะ
จนกระทั่งเช้าวันใหม่มาเยือน
ทุกคนตื่นกันั้แ่ฟ้ายังไม่สาง เพื่อเตรียมเปิดร้านขายยา
หลินเทียนนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่ง เขาก้มหน้าก้มตาเขียนบางอย่างลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ เ้าดำก็นอนหงายเกาพุงอยู่ข้าง ๆ อย่างสบายใจราวกับโลกนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล
หลังจากเขียนอยู่พักใหญ่ หลินเทียนก็ลุกขึ้น เดินเอากระดาษไปยื่นให้จินซีที่กำลังนั่งขัดกระบี่อยู่มุมหนึ่ง
“นี่คือวรยุทธใหม่ เอาไปฝึกกับไป๋ซีและเฉินเฟิง ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามข้าได้”
จินซีรีบลุกขึ้น คำนับก่อนรับไปด้วยสีหน้าตื่นเต้น เขาก้มดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งไปหาไป๋ซีกับเฉินเฟิงที่กำลังฝึกวิชาคำนวณกับผู้าุโหานซือ
ไม่นาน ทั้งสามก็ขอตัวไปฝึกวิชาใหม่ด้านหลังร้านด้วยความกระตือรือร้น
หลินเทียนมองตาม ก่อนจะเดินไปนั่งตรงข้ามผู้าุโหานซือ แล้วยื่นตำราเล่มหนึ่งให้
“ผู้าุโหานซือ นี่คือตำราวรยุทธระดับสูง ท่านลองเอาไปฝึกดู ข้าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์”
ผู้าุโหานซือชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรับมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเปิดดูเพียงคร่าว สีหน้าก็เปลี่ยนทันที
“นี่…วรยุทธระดับสูงจริงด้วย!”
เขาเงยหน้ามองหลินเทียนด้วยความตกตะลึง
“ท่านเ้าสำนัก…ท่านได้สิ่งล้ำค่าเช่นนี้มาจากที่ใด แม้แต่สำนักใหญ่หรือราชวงศ์ยังมีไม่มาก แต่ท่านกลับมีอยู่หนึ่งเล่ม!”
หลินเทียนเพียงยิ้ม ไม่ตอบอะไร
ผู้าุโหานซือไม่ถามต่อ เขารีบคำนับก่อนจะขอตัวไปฝึกทันที
แม้เขาจะอยู่ระดับหลอมกาย แต่กลับไม่เคยมีวรยุทธระดับสูงในมือเลย
หลินเทียนเดินกลับมานั่งที่เดิม มองเ้าดำที่ยังคงนอนเกาพุงอย่างสุขใจ
“แกมันตัวอะไรกันแน่เนี่ย…ทั้งวันเห็นแต่กินกับนอน ไม่ทำอะไรเลย”
เขาบ่นเบา ๆ ก่อนจะใช้กิ่งไม้เขี่ยมันเบา ๆ
เ้าดำเพียงขยับตัวนิดเดียว แล้วพลิกตัวไปนอนต่อเหมือนไม่สนใจโลก
หลินเทียนถอนหายใจ ก่อนจะลุกไปนอนเอนกายบนม้านั่งโยก เอาหนังสือปิดหน้า แล้วปล่อยตัวเข้าสู่ความง่วงอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน…
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังขึ้นอย่างรีบร้อน
“เถ้าแก่! อยู่หรือไม่!”
หลินเทียนสะดุ้งตื่น เขาลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันมองไป
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ในร้าน สีหน้าทั้งร้อนรนทั้งตื่นเต้น
หลินเทียนลุกขึ้น เอามือปิดปากหาว
“อยู่ ๆ มีอะไรรึ”
เมื่อสายตาเขาโฟกัสชัดขึ้น ก็จำได้ทันที
ชายคนนี้…คือคนที่มาซื้อยาเมื่อวาน
ชายคนนั้นเห็นหลินเทียน รีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เถ้าแก่! ยาของท่านได้ผลจริง ๆ!”
เขาพูดรัวเร็วแทบไม่หายใจ
“ข้าให้ลูกข้ากินเข้าไป เพียงข้ามคืน อาการก็ดีขึ้นมาก ตอนนี้เขาลุกนั่งได้แล้ว!”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ
“ข้าขอบคุณท่านมากจริง ๆ!”
หลินเทียนยิ้มกว้างทันที แถมยืดอกเล็กน้อยอย่างภูมิใจ
“แน่นอน ยาของข้าคุณภาพดีอยู่แล้ว”
เขาพูดพร้อมทำท่าแอ็คเล็ก ๆ
“อาการลูกท่านดีขึ้นก็ดีแล้ว แล้ววันนี้ท่านมามีเื่อะไรให้ข้าช่วยหรือ”
ชายคนนั้นยิ้ม ก่อนจะตอบ
“ข้าเห็นว่าร้านของท่านคงเปิดใหม่”
เขาหันไปมองด้านนอกเล็กน้อย
“ข้าเลยไปชวนสหายหลายคนมาอุดหนุน”
จากนั้นก็หัวเราะเบา ๆ
“ป่านนี้…พวกเขาคงใกล้มาถึงแล้ว”
หลินเทียนเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นอย่างพอใจ
“งั้นหรือ…ก็ดีสิ”
เขาพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับมีประกายบางอย่างวูบผ่าน
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ—
เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“ใช่ร้านนี้หรือไม่?”
“ข้าได้ยินว่ามียาระดับสามราคาถูก”
“รีบเข้าไปเถอะข้า้ายาให้ลูกข้าเช่นกัน”
ไม่นาน ชายกลุ่มหนึ่งราวหกเจ็ดคนก็เดินเข้ามาในร้าน
บางคนมีผ้าพันแผล บางคนมีสีหน้าซีดเซียว บางคนเพียงมองสำรวจรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
จินซีที่อยู่ด้านหลังรีบวิ่งเข้ามา
“ท่านอาจารย์ มีลูกค้า!”
น้ำเสียงเขาตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ
เฉินเฟิงกับไป๋ซีก็ตามเข้ามา ทั้งสามยืนประจำตำแหน่งอย่างคล่องแคล่วราวกับฝึกกันมาแล้ว
หลินเทียนเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้า เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางสบาย ๆ
“้ายาประเภทใด ว่ามาเลยทุกท่าน”
เสียงเขาไม่ดัง แต่ชัดเจน
ชายคนหนึ่งก้าวออกมา
“ข้า้ายาฟื้นฟูระดับสาม มีหรือไม่”
ไป๋ซีตอบทันที
“มีเ้าค่ะ ราคา 300 หินิญญาระดับต่ำ”
อีกคนเอ่ยขึ้น
“ข้าขอยาเร่งพลังปราณ ระดับสอง”
เฉินเฟิงพยักหน้า
“มีขอรับ ราคา 150 หินิญญา”
บรรยากาศในร้านเริ่มคึกคักขึ้นอย่างรวดเร็ว
เสียงพูดคุย เสียงหินิญญากระทบกันเบา ๆ ดังเป็จังหวะ
กลิ่นสมุนไพรลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นเหงื่อของผู้คนที่เพิ่งเดินทางมา
ชายวัยกลางคนคนเดิมยืนกอดอก มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม
“ข้าบอกแล้ว ร้านนี้ไม่ธรรมดา”
หนึ่งในสหายพยักหน้า
“ยาคุณภาพดี แถมราคายังยุติธรรม แบบนี้ไม่ดังได้อย่างไร”
หลินเทียนนั่งมองเงียบ ๆ มือเคาะโต๊ะเป็จังหวะเบา ๆ
เ้าดำที่นอนอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ก่อนจะหาวหนึ่งทีแล้วนอนต่อเหมือนไม่สนใจอะไร
ไม่นาน ยาชุดแรกก็ถูกขายออกไป
จินซีรับหินิญญาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ขายได้แล้ว!”
เฉินเฟิงหัวเราะ
“ในที่สุดก็มีคนซื้อจริง ๆ สักที”
ไป๋ซีแม้จะยังสงบ แต่แววตาก็เปล่งประกายเล็กน้อย
ลูกค้าบางคนยังไม่รีบออกไป พวกเขาเปิดขวดยา สูดกลิ่นเบา ๆ บางคนถึงกับลองใช้ทันที
ไม่นาน—
“ยานี่…คุณภาพดีจริงๆ”
“พลังบริสุทธิ์มาก”
เสียงชื่นชมเริ่มดังขึ้นทีละนิด
เหมือนก้อนหินถูกโยนลงในสระน้ำ คลื่นเล็ก ๆ เริ่มแผ่กระจายออกไป
หลินเทียนยิ้มบาง ๆ
“เห็นหรือยัง” เขาเอ่ยเบา ๆ
“ของดี…ไม่ต้องะโขายก็มีคนตามหาเอง”
ผู้าุโหานซือที่เดินออกมาจากด้านหลัง พยักหน้าเห็นด้วย
“จริงดั่งที่ท่านกล่าว”
ไม่นาน ลูกค้ากลุ่มแรกก็ทยอยออกจากร้านไป
แต่ก่อนจะจากไป หนึ่งในนั้นหันกลับมา
“ข้าจะกลับมาอีกแน่นอน”
อีกคนเสริม
“ข้าจะบอกคนรู้จักให้มาที่นี่เองท่านไม่ต้องห่วง”
เสียงเ่าั้เหมือนเมล็ดพันธุ์ถูกหว่านลงดิน
เงียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังที่จะเติบโต
จินซีหันไปมองหลินเทียนด้วยสายตาเคารพ
“ท่านอาจารย์…ดูเหมือนร้านของพวกเราจะไปได้สวยจริง ๆ”
หลินเทียนยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอนตัวลงบนเก้าอี้
“นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”
เขามองออกไปนอกประตูร้าน
ผู้คนยังคงเดินผ่านไปมา
และบางคน…เริ่มหันมามองป้าย “ตำหนักโอสถนิรันดร์” ด้วยความสนใจ