บทที่2
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
หลังจากที่ หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ หลงเหลือเพียงแค่จิติญญาชายหนุ่มก็ได้มาอยู่ที่ดาวดวงแห่งหนึ่ง
แล้วชายหนุ่มก็ได้เห็นเด็กหนุ่มที่ดูแสนจะธรรมดาคนหนึ่งดูไปอายุประมาณ12ปี ไม่มีพลังยุทธ์อยู่เลยแม้แต่น้อยแต่มีดีที่หน้าตาของเด็กหนุ่มหล่อเหลาเอาการเป็อย่างมากดูไปช่างน่าหลงใหลสง่างามเหมือนสตรี ซึ่งกำลังคิดจะฆ่าตัวตายเนื่องจากเหตุผลบางอย่าง
เด็กหนุ่มซึ่งคิดว่าตนเองกำลังจะะโหน้าผาที่สูงชันเป็อย่างมากจู่ๆเกิดได้ยินเสียงส่งผ่านเข้าสมองโดยตรงจากที่ไหนสักแห่งจนทำให้เกิดอาการใ!!
เมื่อจิติญญาของ หนิงหลี่เฟิงโจวชิงเหอ เห็นดังนั้นเลยส่งพลังเสียงผ่านกระแสจิตโดยตรงไปหาเด็กหนุ่มที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตายว่าเ้ามีเื่กลุ้มใจอะไรหรือหนุ่มน้อยทำไมถึงคิดจะะโหน้าผาที่คิดว่าเมื่อตกลงไปเ้าก็จะต้องตายแน่ๆเสียอย่างนั้นกันไหนลองเล่ามาให้ข้าได้ฟังสักหน่อยเผื่อข้าจะสามารถช่วยเ้าได้ไม่มากก็น้อย
หลังจากที่เด็กหนุ่มได้ยินเสียงที่ฟังดูยิ่งใหญ่และทรงพลังราวกับว่า์ได้ทรงโปรด
ชายหนุ่มเลยะโตอบกลับไปว่า ข้าน้อยมีนามว่า ชิวเหวินเจี้ยน ที่ข้าน้อยตั้งใจคิดจะฆ่าตัวตายนั้นเพราะว่าข้าน้อยได้ทำให้เสด็จพ่อและ เสด็จแม่ผิดหวัง เนื่องจากข้าน้อยไร้ความสามารถและอ่อนแอเป็อย่างมากจึงเป็เหตุผลที่ทำให้ เสด็จพ่อ และ เสด็จแม่ โดนขับไล่ออกจากการเป็ผู้นำตระกูลข้าน้อยเลยไม่อยากที่จะเป็ตัวถ่วงของใครอีกต่อไป เลยคิดที่จะมาฆ่าตัวตายที่ หน้าผาแห่งความเงียบนี้
หลังจากที่เด็กหนุ่มได้เล่าเื่ที่ตนเองได้กระทำบาปมากที่สุดในชีวิตนี้เสร็จเด็กหนุ่มก็ได้ ร่ำไห้อยู่สักพักหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้ข้าได้ช่วยเ้าเป็อย่างไรเพียงแค่เ้ายินยอมที่จะมอบร่างกายของเ้ามาให้ข้าควบคุมแทนเ้าตลอดไป ข้าสามารถที่จะสะสางเื่ทุกอย่างที่เ้าทำผิดบาปมาทั้งหมดและจะไม่ทำให้เสด็จพ่อและ เสด็จแม่ของเ้าต้องผิดหวัง ง่ายๆเพียงแค่เ้าลั่นวาจาว่า “ข้าขอยอมรับให้ท่านองค์เทพเข้ามาควบคุมร่างกายของข้าได้ตาม้า” เพียงแค่นั้น
หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอไม่อยากที่จะเข้าควบคุมร่างกายโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม จึงได้ถามความสมัครใจดูก่อน
เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเกิดอาการดีใจจนไม่คิดให้ดีก่อนเลยตอบกลับไปว่า ในเมื่อท่านสามารถช่วยข้าได้จริง ข้าก็จะยอมทิ้งทุกอย่างไม่ว่าจะชีวิตนี้หรือชีวิตไหนๆ
หลังจากที่เด็กหนุ่มกล่าวจบ เด็กหนุ่มก็ได้ลั่นวาจาออกมาว่า“ข้าขอยอมรับ...”พอกล่าวเสร็จชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมากดังมาจากสมองจนแทบจะะเิ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้านี่ช่างว่านอนสอนง่ายเสียจริงนับแต่นี้ข้าจะดูแลร่างกายและจิติญญาแทนเ้าเอง
เมื่อกล่าวจบ จิติญญาของชายหนุ่มก็ได้แทรกแซงเข้าสู่ร่างกายไปจนหมดกระทั่งความทรงจำทุกอย่างล้วนอยู่ครบถ้วน หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ จึงเริ่มตรวจความทรงจำของเด็กหนุ่มเ้าของร่างนี้ดูอย่างละเอียดเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วแน่น เป็เพราะว่า เด็กหนุ่มนามว่า ชิวเหวินเจี้ยน นี้เป็คนที่ขยันหาความรู้เป็อย่างมาก ว่าง่ายๆคือ ฉลาดเป็อย่างมากนั่นเองเพียงแค่ไร้พลังยุทธ์เพียงเท่านั้น ก่อนที่จะโดนขับไล่ออกจากตระกูลมีคนกล่าวหาว่าชายหนุ่มที่มีเพียงแค่สมอง จะสามารถสู้กับผู้ที่มีพลังยุทธ์ได้เยี่ยงไร!!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไหนมาดูกันสิว่าข้าจะแก้แค้นตระกูล ชิว อันสกปรกโสมมนี้ยังไงดี นับจากนี้ ข้าจะปกครองดินแดน และ ดวงดาว แห่งนี้ในนามของข้าคือ “ชิว เหวินเจี้ยน”
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยนได้ร่างที่เป็กายเนื้อแล้ว แต่ว่าพลังของเขาไม่สามารถกลับเข้ามาในร่างได้เขาจึงต้องใช้ชีวิตแบบไร้พลังอยู่แบบนี้ไปสักพักหนึ่ง ชายหนุ่มจึงเริ่มเดินทางกลับไปหาเสด็จพ่อ และ เสด็จแม่
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน กลับมาถึงบ้านที่ดูโทรมเด็กหนุ่มก็เปิดประตูบ้านออกก็ได้พบกับ เสด็จพ่อที่มีพลังยุทธ์ระดับเขตแดนมนุษย์ขั้นที่9ซึ่งถือว่าระดับสูงที่สุดในตระกูลชิว และ เสด็จแม่ที่มีพลังอยู่ที่เขตแดนมนุษย์ขั้นที่5 กำลังร้องห่มร้องไห้ ถามหาเด็กหนุ่มที่ออกไปข้างนอกั้แ่เช้ายันค่ำมืด
เจี้ยนเอ๋อ เ้าไปที่ใดมา พวกข้าได้หาทั่วทั้งเมืองทำไมทั้งพ่อและแม่ ตามหาเ้าไม่พบ
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน ได้ยินดังนั้นเลยตอบกลับไปแบบไม่แสดงท่าทีมีพิรุธว่าเสด็จพ่อ และ เสด็จแม่ ไม่จำเป็ที่จะต้องเป็ห่วง ข้าเพียงไปเดินเล่นแถวนี้แค่นิดหน่อยเท่านั้น
หลังจากที่ชายหนุ่มตอบกลับเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็ได้เดินเข้าห้องและพึมพำข้าจำเป็ที่จะต้องเริ่มสะสมพลังเลย ณ บัดนี้
ชิว เหวินเจี้ยนได้คิดไว้ว่าจะเริ่มเพิ่มพลังธรรมชาติให้ไปสู่จุดที่สูงที่สุดก่อน ถึงจะค่อยกลับมาฝึกพลังยุทธ์เนื่องเพราะพลังธรรมชาติที่ ชิว เหวินเจี้ยน จะฝึกนั้น เป็พลังธาตุที่พิเศษที่สุดในโลกและ จะไม่มีใครเหมือน เพราะว่า ชายหนุ่มสามารถควบคุมได้ทุกธาตุจนถึงขีดสุดเรียกสั้นๆพลังของวิชานี้มีชื่อว่า “หล่อหลอมมหาธาตุทลายจักรวาล”
ซึ่งผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดา กว่าจะสามารถรวบรวมพลังงานธรรมชาติได้นั้นต้องฝึกฝนพลังยุทธ์ ไปถึงขั้น เขตแดนปฐีแท้จริง จึงจะสามารถััถึงพลังงานธรรมชาติได้บางส่วนเท่านั้น
ซึ่ง ชิว เหวินเจี้ยน นั้นแตกต่างออกไปเขาเคยเป็ถึงมหาราชัน ััของเขานั้นเหนือกว่าใคร เกินกว่าที่ผู้ใดในดาวดวงนี้จะเทียบได้
ชิว เหวินเจี้ยนได้นั่งสมาธิรวบรวมพลังงานธรรมชาติอยู่ที่ห้องของตนเอง หลังจากที่ใช้เวลารวบรวมพลังประมาณ 1ชั่วโมง ชิวเหวินเจี้ยน ก็ได้ลืมตาตื่นขึ้น
นี่ข้าได้เปิดด่านพลังมหาธาตุทั้ง5 ขั้นที่ 1กำเนิดธาตุแล้วรึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีจริงๆ
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยน ได้ทะลวงด่านมหาธาตุ ขั้นที่ 1 กำเนิดธาตุ แล้วชายหนุ่มก็ได้เดินออกไปข้างนอกบ้าน ท่าทางเหมือนกำลังจะออกไปหาเื่กับใคร แล้วที่ที่ชายหนุ่มคิดจะไปนั่นก็คือ ที่ก่อตั้งตระกูลชิว!
ชิว เหวินเจี้ยน ตอนนี้สามารถที่จะควบคุมพลังธาตุทุกอย่าง และสามารถ นำพลังธาตุมาเสริมพลังกายตนเองได้อีกด้วย
ชิว เหวินเจี้ยน นั้นได้ใช้พลังธาตุลมพาตนเองบินไปที่ตั้งของ ตระกูล ชิว
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน มาถึง ตระกูล ชิว ก็ได้ร่อนลงมา และเดินตามปกติ
แต่พอถึงหน้าประตูเมือง ก็ได้เจอยามเฝ้าประตู2คน หน้าตาดูเย่อหยิ่ง คนหนึ่งพลังยุทธ์ขั้นที่ 3 เขตแดนมนุษย์ ส่วนอีกคน ขั้นที่4 เขตแดนมนุษย์
ยามเฝ้าประตูได้ถามชายหนุ่มที่ดูไปอายุ 12ปีหน้าตาที่ดูเหมือนสตรีว่า เ้ามีธุระอะไร และมาจากที่ไหน
ชิว เหวินเจี้ยน ทำหน้าตาเ็า แล้วได้ตอบกลับไปว่าข้าเพียงมาเดินเล่นนิดหน่อยเท่านั้น พอข้าเด็ดหัวของผู้นำตระกูลเ้าทิ้งเสร็จข้าก็จะกลับทันที
ยามเฝ้าประตู 2คน เืขึ้นหน้าแสดงให้เห็นถึงความโกรธ ที่เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มาแสดงความโอหังต่อ ตระกูล ชิว
แต่ก่อนที่ยามเฝ้าประตูจะได้ทำอะไร ชิวเหวินเจี้ยน ก็ได้ใช้พลังธาตุไฟอย่างรวดเร็ว เผายามหน้าประตู 2คน หายวับไปในทันที
ใน ตระกูล ชิว มีเพียงแค่ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเท่านั้นที่มีพลังขั้น เขตแดนมนุษย์ ระดับสูงสุด ที่รับรู้ถึงการมาเยือนของแขกมิได้รับเชิญ และยามทั้ง2 คน ที่สิ้นลมหายใจ ภายในไม่ถึงเสี้ยววินาที
ผู้นำ ตระกูล ชิว ได้ป่าวประกาศให้ทหารทั้งหมดมารวมกันที่หน้าประตู เพื่อมารับมือกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ทหารกว่า ห้าพันนาย มารวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูเมืองเรียบร้อยแล้วพลังต่ำสุดอยู่ที่ขั้น 5 เขตแดนมนุษย์ ส่วนพลังสูงที่สุดอยู่เพียงแค่ ขั้นที่ 7 เขตแดนมนุษย์เท่านั้น
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยนเดินเข้ามาในประตูก็ได้เห็นทหารจำนวนมาก อาวุธครบมือ มาดักรอไว้อยู่ก่อนแล้ว ชิวเหวินเจี้ยน จึงเอ่ยปากะโขึ้นมาว่า ไอ้บัดซบ ชิว ซานเฟิง โผล่หัวออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทหารกว่าห้าพันนายก็ได้โกรธถึงขีดสุด ที่ไม่เคารพผู้นำตระกูลพวกมันแถมยังด่าผู้นำตระกูลต่อหน้าผู้คนจำนวนหลายพันอีก
เมื่อ ซิว ซานเฟิง ได้ยินดังนั้น มันก็ไม่โกรธอะไรแถมยังยิ้มด้วยสีหน้าปลื้มปิติอีกด้วยหน้าตาของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันในตอนนี้ ไม่มีสีหน้าตื่นตระหนกแต่อย่างใดมีเพียงแต่รอยยิ้มที่แสนจะยินดีเท่านั้น
ชิว ซานเฟิง ได้เอ่ยขึ้นมาว่า เจี้ยนน้อยข้าภูมิใจในตัวเ้าจริงๆ ข้าไม่เคยคิดเลยว่า เด็กน้อยในวันนั้นจะเติบโตขึ้นมาได้ขนาดนี้ ตอนนี้เ้าคงมีพลังยุทธ์ ที่แม้แต่ข้าก็ััไม่ได้แล้วสินะ
ชิว ซานเฟิง หัวเราะลั่น ฮ่า ฮ่า ฮ่า
นี่ก็ หลายปีมาแล้วนะ เจี้ยนน้อย ท่านพ่อ และท่านแม่ ของเ้าสบายดีหรือไม่ พวกท่านทั้งสองยังโกรธเคืองข้าอยู่รึไม่ที่ข้าขับไล่พวกท่านสองคนออกจากตระกูลั้แ่5ปีที่แล้วเพราะว่าข้านั้นกำลังหาตัวผู้าุโที่คิดฏ ต่อตระกูลเรามันนั้นได้แอบปล่อยข่าวให้ ตระกูลอื่นๆ รู้ว่าตระกูลเรากำลังอ่อนแอลงขนาดไหน
แต่เ้าไม่จำเป็ที่จะต้องเป็ห่วงไปข้านั้นได้จับตัวมันไว้ได้แล้ว ตอนนี้มันอยู่ในคุกใต้ดินที่ไม่เห็นแสงเห็นตะวันมันคือผู้าุโที่อยู่ใกล้ตัวท่านพ่อของเ้าที่สุด มันคือ าุโลำดับที่หนึ่งชิว หนานกง ระดับพลังยุทธ์ของมัน อยู่ที่ ระดับ 9 เขตแดนมนุษย์ ไช่แล้วพลังของมันนั้นเท่ากับข้าและท่านพ่อของเ้า
ตอนนี้ข้ารอวันที่ท่านพ่อของเ้ากลับมายังตระกูลอยู่ตลอดเวลาท่านสมควรที่จะจัดการกับฏ ที่แฝงตัวอยู่ในตระกูลด้วยตนเอง
เมื่อ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน เอ่ยกับเด็กหนุ่มที่ดูอายุ12ปี เบื้องหน้าเช่นนั้นแล้ว เหล่าทหารต่างก้มหัวเคารพแล้วเอ่ยขึ้นมาพร้อมเพียงกันว่า ยินดีต้อนรับกลับสู่ ตระกูล ชิว ขอรับ นายน้อย
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยนได้ฟังเื่ราวทั้งหมดแล้ว ก็พอเข้าใจเื่ที่เกิดขึ้นในตระกูลของตนมากขึ้น จึงเอ่ยขึ้นมาว่าเช่นนั้น ข้าคงเข้าใจผิดไปเอง ขอท่านอา ชิว ซานเฟิง โปรดให้อภัยแก่หลานด้วยแต่ข้าขอวานให้ ท่านอากลับไปหา เสด็จพ่อ และ เสด็จแม่ กับข้าด้วยพวกท่านจะได้รู้ว่าสมควรที่จะกลับมาดูแลตระกูลของตน เช่นเดิมได้แล้ว
ชิว ซานเฟิง กล่าวจึงตอบกลับไป ย่อมได้ข้าจะไปเชิญผู้นำตระกูลคนก่อนมารับตำแหน่ง แต่ข้าสงสัยอยู่ข้อนึง ั้แ่เ้าเข้ามาถึงในตระกูล ชิว ข้ายังไม่สามารถััพลังของเ้าได้เลย เจี้ยนน้อย เ้าพอจะบอกข้าได้รึไม่ว่าพลังเ้าจริงๆแล้ว อยู่ระดับขั้นที่เท่าไร
ชิว เหวินเจี้ยน ยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบกลับไปว่า พลังยุทธ์ของข้านั้นไม่สามารถบอกได้ว่าอยู่ระดับใด แต่ข้าสามารถบอกได้แค่ว่า ในระดับ เขตแดนมนุษย์ไม่มีใครสามารถรับพลังของข้าได้แม้เพียงกระบวนท่าเดียว!!
เมื่อ ชิว ซานเฟิง ได้ยินดังนั้นถึงกับสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มันได้คิดในใจว่า ‘นี่ไช่เด็กที่ ไม่มีพลังยุทธ์เมื่อตอนนั้นแน่หรือทำไมถึงได้เติบโตเป็สัตว์ประหลาดได้ถึงเพียงนี้ เขาเพียงแค่วัย 12 ปีเท่านั้นเองจะเก่งกาจเกินวัยไปแล้วมั้ง’
ชิว ซานเฟิงได้ะโให้ทหารที่นั่งอยู่หลายพันนายได้ยิน ไปนำ ม้าชั้นดีที่สุดมาให้ข้าเร็วที่สุดข้าจะเดินทางไปที่...
แต่ว่าก่อนที่ ชิว ซานเฟิง จะกล่าวจบ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาขัดจังหวะเป็เสียงของใครไปไม่ได้นอกจาก ชิว เหวินเจี้ยน
ไม่จำเป็ ข้ามีวิธีที่จะไปถึง เร็วกว่านั่งม้าไปตั้งหลายร้อยเท่ากว่ารถม้าจะไปถึงที่ ที่ท่านพ่อของข้าพักอาศัยอยู่ คงต้องใช้เวลาประมาณ 7วัน! แต่ท่านอาไม่ต้องเป็ห่วง เพียงแค่ใช้วิธีของข้าพวกเราจะถึงที่หมายภายใน 1ชั่วโมงเท่านั้น ท่านอา โปรดตามข้ามา
ชิว ซานเฟิง เกิดความสงสัยขึ้น ว่ายังมีวิธีอะไรอีกที่ไวไปกว่ารถม้าถึงร้อยเท่า!
แต่ ชิว ซานเฟิง ก็ได้เดินตามไปแบบไม่ถามอะไรต่ออีกเพื่อรอดูว่าหลานตัวน้อยของตนจะยังมีวิธีอะไรที่จะทำให้ท่านอาผู้นี้ใได้อีกหรือไม่
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน พาท่านอาของตนเดินมาถึงหน้าประตูเมืองที่ไม่มีใครอยู่แล้วนั้น ชิว เหวินเจี้ยน จึงเริ่มใช้พลังธรรมชาติธาตุลมขั้นสูงสุดเพื่อที่จะทำให้ไปถึงที่หมายได้รวดเร็วที่สุด
พอ ชิว เหวินเจี้ยน ได้ใช้ธาตุลมถึงขีดสุดตัวของอากับหลาน ทั้งสองคน ก็เริ่มลอยขึ้น แล้วหายวับไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ ชิวซานเฟิง ใตัวแข็งทื่อไปหมด ไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยายังไงดี กับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้