
ตอนที่ 5
มันเป็น้ำตาแห่งความคิดถึงซึ่งซ่อนอยู่ในรูปของความเ็ป!
สิบเอ็ดปีกับการไม่ได้เห็นหน้ากันนับว่ายาวนานที่จะทำให้ใครต่อใครอาจลืม แต่สำหรับเธอ ความรู้สึกอันดีต่อสูรย์มันเป็ความทรงจำที่ฝังหัวใจเธอให้จมอยู่กับการ ‘รอ’ ทั้งที่มันเป็เพียงความว่างเปล่าแต่เธอก็ยังคงรู้สึกเช่นนั้นอยู่เสมอมา
‘พี่ไปไม่นานหรอกทำไมปีถึงได้ขี้แยนักล่ะ’
หล่อนทอดถอนใจกับตัวเอง...นี่น่ะหรือที่บอกกันว่าไม่นาน แต่ที่ผ่านมา เธอได้รับการติดต่อทางจดหมายจากเขาเพียงฉบับเดียวทั้งที่ก่อนจะไปเรียนต่อที่อเมริกา เขารับปากกับเธอ
‘พี่สัญญา...พี่จะเขียนจดหมายมาหาปีทุกอาทิตย์’
แต่ ‘สัญญา’ นั้นมันเป็เพียงแค่ลมปาก...ลมแห่งความเวิ้งว้างซึ่งผูกพันเอาหัวใจของเธอเป็เครื่องบรรณาการ แต่เธอจะไปโทษใครกันเล่าในเมื่อเธอเป็ฝ่ายเดียวมิใช่หรือ ที่รู้สึก ‘พิเศษ’ เกินกว่าความเป็พี่ชายกับน้องสาวระหว่างเขากับเธอ
ความทรงจำอันปวดร้าวในวัยเด็กค่อยๆปรากฏชัดในมโนภาพเมื่อตอนที่เธอเพิ่งย้ายตามมารดามาอยู่ที่เกาะมุกแก้วแห่งนี้ ด้วยวัยเพียงสิบสองปีเธอโตพอที่จะรับรู้ความเป็ไปของชีวิตก็จริง ว่าคุณชีวา ผู้เป็บิดาฆ่าตัวตายเพื่อ ‘หนี’ ปัญหาหนี้สินโดยทิ้งเธอกับแม่ให้เผชิญความทุกข์ที่เหลืออยู่ตามลำพังแต่เธอก็ไม่อาจรู้เื่ราวอันซับซ้อนกว่านั้นได้เลย ว่าการตายของบิดามีเงื่อนงำและการมาลงหลักปักฐานอยู่ที่เกาะแห่งนี้มันไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของมารดาเธอสักนิด แต่มันเกิดจากการบีบบังคับ
นางปราณีผู้เป็ช้างเท้าหลังตามสามีมาตลอดมีบทบาทในครอบครัวเป็เพียงแม่บ้าน คอยปรนนิบัติสามีอย่างภรรยาที่ดีพึงกระทำเมื่ออ่อนต่อโลก จึงกลายเป็ ‘เหยื่อ’ ให้ผู้ที่ฉลาดกว่าได้ตักตวงผลประโยชน์...ท่านหลงคารมเสี่ยสวัสดิ์ ผู้เป็เพื่อนรักของสามีได้ฝ่ายนั้นคอยช่วยเหลือ พลิกฟื้นธุรกิจของครอบครัว โดยหารู้ไม่ว่าเสี่ยสวัสดิ์มีเื้ัแอบแฝง และการคิดคดของเพื่อนสามีรายนี้มันกระจ่างชัดขึ้นตามวันเวลา
คุณชีวาตายไปไม่ถึงครึ่งเดือนธุรกิจที่ล้มไม่เป็ท่า ได้เสี่ยสวัสดิ์เป็ผู้ที่กอบกู้พลิกฟื้นให้มันคงอยู่...จากคำบอกเล่าของเขา ทำให้นางปราณีเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจเหมือนเรือน้อยลำหนึ่งที่ลอยคว้างกลางทะเล แล้วมีเรือลำที่ใหญ่กว่าเข้ามาเทียบช่วยชีวิตเธอกับลูกสาว จึงไม่แปลกที่ระยะหลัง ฝ่ายนั้นแนะนำสิ่งใดนางปราณีก็จะทำตามเสมอ
มารู้ตัวอีกที...ธุรกิจของครอบครัวก็ถูกอีกฝ่ายฉ้อโกงไปเรียบร้อย...ทั้งที่ฝ่ายนั้นเองก็ไม่ใช่คนจนตรอกไม่มีอันจะกิน แต่นางปราณีก็ไม่นึกว่าเขาจะกล้าฮุบธุรกิจของเธอกับสามีเป็ของตัวเองหน้าตาเฉย
แต่นั่นมันก็ยังไม่เท่ากับที่เสี่ยสวัสดิ์ทำลายชีวิตของนางปราณี ด้วยการรังแก ข่มเหงฉกชิงอิสรภาพของแม่ม่ายยังสาว ด้วยการขืนใจ...
ปีวรานึกถึงเื่ที่เธอรับรู้แม้เพียงครึ่งเดียวหัวใจของผู้เป็ลูกก็เจ็บช้ำเสียยิ่งกว่าถูกเอามีดกรีดลงบนผิวเนื้อแล้วเอาเกลือทาจนแสบสันต์
ทำไมเื่ราวสกปรกเช่นนี้มันจึงถูกซ่อนซุกอยู่กับมารดามายาวนานตั้งสิบกว่าปีโดยที่เธอไม่เคยระแคะระคายเลย...และมันเลวร้าย อย่างที่เธอไม่เข้าใจมารดาเช่นกันว่าทำไมท่านถึงต้อง ‘ทน’ อยู่กับความเ็ปแบบนี้
แล้วการต้องมาอยู่ที่นี่ผลพวงของความเ็ป มันคือการที่หัวใจของเธอตกหลุมรัก ‘พี่ชาย’ ผู้ที่ใครๆบนเกาะแห่งนี้ต่างรู้จักกันดี ว่าเขาคือทายาทหนุ่มเพียงคนเดียว ของฟาร์มไข่มุกชื่อดัง
ในตอนนั้นเธออายุสิบสอง...สูรย์อายุสิบห้าด้วยวัยไล่เลี่ยกัน ทำให้ความสนิทสนมก่อตัวขึ้นแบบเงียบๆ ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งคู่ได้แต่ปฏิบัติตัวนิ่ง ไม่เคยแสดงความรู้สึกต่อกันทว่า...เมื่อมีโอกาสหลายครั้งที่ได้อยู่กันสองต่อสอง การเติบโตเป็หนุ่มเป็สาวสอนให้เธอเองได้รู้ว่า เขาคือผู้ชายที่ ‘พิเศษ’ สำหรับเธอคนเดียว
ธรรมชาติสอนให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าสูรย์คือผู้ชายที่โอบอ้อมอารี ใจดี คอยช่วยเหลือแบ่งปันความทุกข์ของเธอเหมือนครั้งหนึ่งที่เธอแอบมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวภายใต้ร่มเงาความโปร่งสูงของทิวมะพร้าว เขาก็ยังตามมาเจอ
‘แอบมาร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกแล้ว...โตจนจะขึ้นมัธยมปลายอยู่แล้วนะ’ เขาพูดแบบมีหลักการดูโตกว่าอายุจริง ทั้งที่เขาเองก็เพิ่งจะขยับชั้นเรียนมัธยมปลายได้แค่ปีเดียว
เธอจำได้ว่า...เขาส่งกำลังใจในครั้งนั้นให้ด้วยการนำดอกเข็มมาร้อยต่อกันเป็พวง พอที่จะสวมคาดศีรษะ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวดเป็ดอกไม้ที่ขึ้นอยู่เป็กอข้างบ้านแต่เขากลับจำความเพ้อเจ้อของเธอตามประสาเด็กผู้หญิงได้เมื่อครั้งหนึ่งเธอเคยบอกว่า เธออยากเป็เหมือนเ้าหญิงในนิทานมีดอกไม้มาสวมแทนมงกุฎ
เื่เล็กๆ...ทีละเื่สองเื่ค่อยๆร้อยเรียงไม่ต่างไปจากดอกเข็มเ่าั้จนมันสะสมกลายเป็วงขนาดใหญ่อยู่ในใจเธอ
แต่แล้ว โชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาต้องพรากจากกัน เมื่อคุณนายใหญ่ผู้เป็แม่ของสูรย์ออกคำสั่งให้เขาย้ายไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ...การจากกันโดยไม่ทันตั้งตัวมันคือความทรมาน แต่เธอเล่า จะสามารถเอ่ยถ้อยความในใจได้อย่างไรในเมื่อฐานะที่ทุกคนมอบให้เธอกับเขา ความเป็ลูกเลี้ยงที่นายหัวผู้เป็บิดาของสูรย์ให้ยึดถือคอยค้ำขวางความสัมพันธ์ในหัวใจก็คือความเป็พี่น้องกัน
ซ้ำร้าย การไปอเมริกาครั้งนั้นเขาไม่เคยมีโอกาสได้กลับมาเยือนที่แห่งนี้อีกเลย มีเพียงแต่เสี่ยสวัสดิ์กับคุณนายใหญ่เป็ฝ่ายเดินทางไปเยี่ยมเยียนเขา
เธอจึงได้แต่รอคอย...ด้วยความเ็ปตลอดมา
มันนานเสียจนเธอนึกไม่ออกแล้วด้วยซ้ำว่าตอนนี้เด็กหนุ่มซึ่งตัวผอมกะหร่อง ตัดผมเกรียน ใส่แว่นหนา ในปัจจุบันเขายังคงเอกลักษณ์เดิมหรือไม่...และเมื่อคิดกลับกัน เขาเองก็คงจำเธอไม่ได้เช่นกันในเมื่อสมัยยังเป็เด็กหญิง ่นั้นเธอไว้ผมหน้าม้า ตัดสั้นแค่ติ่งหู และจัดฟันแถมร่างกายยังหนักไปทางเ้าเนื้อ ติดจะอวบเสียด้วยซ้ำ
นี่เธอกำลังคาดหวังสิ่งใดกันนะ...
ความคิดของปีวราหยุดลงฉับพลันเมื่อมีเสียงเรือเร็วแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า บริเวณปลายสะพานไม้ที่ทอดยาวออกไปเธอจึงเพิ่งสังเกตรอบตัว ในเวลานี้ฟ้าได้ผลัดสีจากครามเป็มืดแสงจันทร์ที่ลอยเด่นสีนวลกระจ่างชัดกว่าเก่าแถมหมู่ดาวที่โรยตัวเคลื่อนคล้อยมารวมตัวกันมากขึ้น
เสียงเรือเร็วแล่นออกไปแล้วแต่เธอกลับยืนสังเกตสังกายังจุดเดิม จนกระทั่งเห็นร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งกำลังเดินจากปลายสะพานเข้ามา...แม้จะมืดมองไม่ถนัดตานักแต่แสงจากดวงจันทร์สว่างพอที่จะกระทบให้เห็นเสี้ยวหน้าความคมเข้มของฝ่ายนั้น
เธอจำเขาได้แม่นยำ!
ผู้ชายที่ข่มเหงเธอเมื่อคืนนี้ไม่ผิดตัวแน่...เท้าไวกว่าความคิด จึงก้าวเดินกึ่งวิ่งย่ำผ่านรอยทรายมุ่งตรงไปยังผู้ชายคนนั้น โดยไม่ได้นึกกลัวเกรงแต่อย่างใด
หญิงสาวปรี่ไปถึงตัวเขาต่างฝ่ายต่างหยุดชะงักค้างอยู่กับที่ ยืนประจันหน้ากันห่างสอง่ตัวในใจเธอเดือดปุดๆ ไม่นึกว่าจะมาพบหน้าเขาที่นี่
“แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...ไอ้...”
......................................................................