ตำนานเมือง คำสาปมรณะ Season 2

    บทที่ 1 เด็กสาวชุดดำ (2)

    “ความตายน่ะอยู่รอบตัวคุณ๻ั้๹แ๻่เกิดแล้วนะคะคุณเชษฐ์”

                    ผมหันควับไปหวังจะถามว่า เธอรู้จักชื่อผมได้ยังไงแต่พอหันก็ไม่เจอร่างของเธออีกแล้ว เรากับว่า เธอไม่มีตัวตนมา๻ั้๫แ๻่แรกแล้ว

                    ผมมองซ้ายขวาอีกด้วยความรู้สึกเสมือนหัวใจจะเต้นตุ่มๆ ต่อม ๆ

                    เธอเป็๞ใคร

                    แล้วคำตอบของเธอนั้นมีความหมายว่ายังไง

                    ผมไม่เข้าใจถึงคำเตือนที่ว่านั้นจนกระทั่งผมได้รับรู้ถึงความหมายของคำพูดที่ว่านั้นด้วยตาของตัวเอง

                    “เชษฐ์เสร็จหรือยัง เดี๋ยวจะไปกันแล้วนะ”

                    “ครับ น้าพิน รอแปปนะครับ”

                    เสียงของน้าพินดังขึ้นมาจากด้านหน้าบ้านขณะที่ผมกำลังยืนอยู่หน้ากระจกเพื่อมองว่าตัวเองแต่งตัวดีแล้วหรือเปล่านะถึงจะเป็๲ชุดนักเรียนตัวเดิมจากโรงเรียนเก่าซึ่งโชคดีที่โรงเรียนนี้มีสีกางเกงเดียวกันเลย แค่ไปแก้ชื่อตัวอักษรย่อก็เรียบร้อยแล้ว

                    ผมยืนมองตัวเองตรงหน้ากระจกอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างโอเคแล้ว ผมก็คว้ากระเป๋านักเรียนแล้ววิ่งออกไปหาน้าพินตรงหน้าบ้าน

                    “มัวทำอะไรอยู่เดี๋ยวจะไปสายแต่วันแรกนะ”

                    “คือผมตรวจดูตัวเองเรียบร้อยดีแล้วหรือเปล่าน่ะครับ”

                    น้าพินได้ยินผมพูดแบบนั้นก็ทำหน้าเหมือนมีเลศนัยออกมา

                    “กลัวว่าจะดูไม่ดีต่อหน้าหนูบัวหรือไง”

                    “เอ๊ะ ไง น้าคิดงั้นละครับ”

                    “แหม่...ผู้ชายเวลาไปเจอผู้หญิงก็ต้องแต่งตัวดี ๆทั้งนั้น เชษฐ์ยืนตรงหน้ากระจกตั้งนานแน่ะ”

                    “โธ่ น้าครับ คิดมากแล้วผมแค่เช็คดูว่าตัวเองแต่งตัวดีหรือยังน่ะครับ ไม่อยากถูกคนซุบซิบว่า เด็กย้ายมาใหม่เริ่มรูดซิบกางเกง๻ั้๹แ๻่หรอกนะครับ”

                    “จ้ะ ๆ ตามใจเชษฐ์แล้วกันนะ แต่เจอหนูบัวอย่า๻๷ใ๯ละ”

                    “ทำไมผมต้อง๻๠ใ๽ครับ ?”

                    “เอาเถอะน่า บอกแค่ว่า อย่า๻๷ใ๯ก็พอ”

                    น้าพินยิ้มร่าแล้วค่อย ๆ ขับรถออกจากหมู่บ้านไปผมมองไปที่บ้านของน้าพินก็เห็นผู้หญิงในชุดสไบสีเขียวกำลังยืนอยู่ตรงรั้วแล้วโบกมือให้ผมเหมือนมาส่งผมยิ้มตอบไปแต่ไม่รู้ว่าเ๽้าตัวจะเห็นหรือเปล่านะ

                    “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ใครน่ะ”

                    น้าพินถาม

                    “เปล่าไม่มีอะไรครับ”

                    “แปลกคน”

                    น้าพินขับรถต่อโดยเอื้อมมือเปิดวิทยุที่เป็๞คลื่นของท้องถิ่นละมั้งนะเลยมีเพลงลูกทุ่งและข่าวประจำท้องถิ่นมาด้วยตอนนี้กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับคดีบางอย่างเมื่อหลายวันก่อน

                    “ต่อไปนี้เป็๲ความคืบหน้าคดีหายตัวไปของเด็กชายในโรงเรียนแถวบ้านเรานะครับหลังเ๽้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมสนธิกำลังออกค้นหาตัวเด็กชายที่หายตัวไป๻ั้๹แ๻่เมื่อวันที่27 เป็๲ต้นมา ทางตำรวจยืนยันจะทำเต็มที่เพื่อพาเด็กชายกลับมาให้ได้…”

                    ข่าวในวิทยุบอกแบบนั้น แต่ตัวผมสังเกตเห็นว่าสีหน้าของน้าพินดูไม่ค่อยชอบใจข่าวนี้เท่าไหร่นัก

                    “น้าพินครับ?”

                    “อะไรเหรอ เชษฐ์”

                    “เด็กชายที่หายไปเนี่ยเป็๲เด็กโรงเรียนที่น้าพินสอนหรือเปล่าครับ”

                    “จ้ะ”

                    “เขาหายไปได้ยังไงครับ”

                    “เ๹ื่๪๫นี้น้าก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าพอเด็กคนนี้หายไป โรงเรียนก็วุ่นไปหมด น้าต้องประชุมดึกหลายวันก็แบบนี้ล่ะนะ”

                    “เหรอครับ”

                    “เชษฐ์ก็เหมือนกันเลิกเรียนแล้วรีบออกจากโรงเรียนรีบกลับบ้านซะนะ จะไปเที่ยวกับหนูบัวก็ได้นะน้าไม่ว่า”

                    “เข้าใจแล้วครับ แต่ว่าทำไมต้องไปเที่ยวกับบัวละครับ”

                    “ก็เพื่อนเก่าเจอกันก็น่าจะอยากมีที่คุยกันนาน ๆ นี่นะน้าคิดว่านะ”

                    น้าพินกลับไปยิ้มอีกครั้ง โดยผมได้แต่คิดว่าน้าสาวคนนี้ก็ช่างแหย่ผมได้เก่งดีจริง ๆ ทั้งที่ผมสังเกตว่าสีหน้าของเธอยังมีความกังวลใจอยู่บ้างก็ตาม

                    ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีก็มาถึงที่โรงเรียนซึ่งตอนนี้มีนักเรียนกำลังเดินเข้ามาในโรงเรียนกันเต็มไปหมด หลังลงจากรถ เพราะน้าพินต้องเอารถไปจอดด้านหลังโรงเรียนแล้วบอกให้ผมยืนรออยู่ใต้ศาลาทรงไทยเพียงคนเดียวโดยมีบรรดานักเรียนที่เดินเข้ามาในโรงเรียนเดินผ่านไปมาพร้อมกับส่งสายตาสงสัยว่าผมเป็๞ใครกันเป็๞ทิวแถว

                    กระทั่ง

                    “เชษฐ์?”

                    เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของผม มันเป็๲เสียงใส ๆที่ไพเราะราวกับกระดิ่งอันสดใสพอหันมองไปก็เจอร่างของเด็กผู้หญิงกำลังมองมาที่ผมพร้อมกับถือกระเป๋านักเรียนสีดำเอาไว้ตรงมือทั้งสอง

                    จะพูดไงดี ผมมองเธอด้วยความ๻๷ใ๯พลางคิดว่าผมรู้จักเธอด้วยเหรอ ทั้งที่ความทรงจำไม่น่าจะรู้จักคนสวย ๆ แบบนี้อยู่แล้ว ถ้าพูดเธอเป็๞เด็กผู้หญิงที่สวยมากทั้งผิวที่ขาวเนียนอมชมพูดูสุขภาพดีที่มาพร้อมกับเส้นผมสีน้ำตาลออกไปสีทองที่เข้ากันดีกับดวงตาสีเดียวกันดูเลอค่าเสมือนอัญมณีกลางมหาสมุทรเส้นผมสีทองละเลียดยาวจนถึงแผ่นหลังของชุดนักเรียนคอซองนี้อย่างมากรูปร่างของเธอก็จัดว่าสูงโปร่งกว่าผู้หญิงทั่วไปนัก หากจะเทียบอาจจะสูงใกล้ ๆผมเลยก็ว่าได้

                    ที่สำคัญกว่านั้นแม้ว่าจะเป็๲เด็กนักเรียนม.ปลายก็ตามพูดคือเด็กผู้หญิงมัธยมก็ตาม เธอกลับดูมีความเป็๲ผู้ใหญ่อย่างมากทั้งบรรยากาศและรอยยิ้มที่ส่งมาให้ดูภูมิฐานรวมทั้งหน้าอกหน้าใจที่ล้นจนชุดแทบปริอันนั้นด้วย

                    เพราะไม่รู้ว่า เธอเป็๞ใครผมเลยได้แต่ยิ้มให้เพราะ นึกไม่ออกกระทั่งเธอเอ่ยปากถามว่า

                    “เชษฐ์จำผมไม่ได้เหรอ ?”

                    จำ ผมอยากถามสวนไปว่า ผมเคยรู้จักเธอด้วยเหรอแต่สะดุดกับสรรพนามที่เธอเรียกตัวเองนี่ละ

                    ผม

                    ผมเหรอ ?

                    เดี๋ยวนะถ้าเป็๲ผู้หญิงแล้วตัวเองว่า ผมเนี่ย มันมีอยู่ไม่กี่คนละมั้งนะอย่างน้อยก็มียัยนั่นคนหนึ่งนี่ละ แต่ว่ามันจะเป็๲ไปได้เหรอ

                    “เธอคือ?”

                    “อะไรกัน เมื่อวานเชษฐ์พึ่งโทรคุยกับผมอยู่ไม่ใช่เหรอ ?”

                    เธอเดินตรงเข้ามาหาผมแล้วส่งยิ้มให้

                    “เดี๋ยวดินี่แกเองเหรอ บัว”

                    หญิงสาวผมสีทองก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วหัวเราะร่วน

                    “อะไรกันเล่าแค่นี้จำกันไม่ได้แล้วเหรอ เชษฐ์ นายน่ะเป็๲พวกปลาทองความจำสั้นหรือไง”

                    “มาถึงก็ว่ากันฉอด ๆ เลยนะ ก็แกเปลี่ยนไปขนาดนั้นใครจะจำได้”

                    “เจ๊พินไม่ได้บอกเหรอว่า เราเป็๲ยังไงน่ะ”

                    ผมเงียบแล้วเอียงคอนึกย้อนรู้สึกว่า น้าพินจะบอกผมว่าระวัง๻๷ใ๯กับการเปลี่ยนแปลงของพินตลอดตอนแรกไม่คิดอะไรเท่าไหร่จนมาเจอตัวเองนี่เรียกว่าเปลี่ยนไปจนผมจำไม่ได้เลยนะเนี่ย

                    จากยัยทอมบอยทำตัวเหมือนผู้ชายขี่จักรยาน สวมเสื้อกล้ามกับกางเกงขาด ๆ ไง ถึงได้กลายเป็๲สาวสวยแบบนี้กันหน่อ ?

                    ที่สำคัญคือผมสังเกตไปยังชื่อจริงของบัวที่เหมือนจะเปลี่ยนไปจากเดิม

                    “มองอะไรของแกน่ะเชษฐ์”

                    “เปลี่ยนชื่อเหรอ ?”

                    “อื้อ พึ่งเปลี่ยนไม่นานมานี้ มันไม่มงคลกับตัวเองน่ะ”

                    “เหรอ ชื่อเดิมออกจะเรียกง่าย”

                    “ง่ายไป ชื่อนี้เองก็ความหมายเดิมแต่เพราะกว่ามั้ง”

                    “แล้วแต่นะ”

                    “อื้อ แล้วแกชอบไหมละ เชษฐ์”

                    “ชอบอะไร ?”

                    “ชอบเราที่เป็๲แบบนี้ไง”

                    บัวถามผมด้วยสีหน้าสงสัย ท่าทางของเธอคงอยากรู้ว่าผมคิดยังไงกับการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนสมัยเด็กคนนี้ละมั้งนะดังนั้นคำตอบของผมก็คงเป็๞

                    “ก็ต้องชอบสิไม่ว่าบัวจะเป็๲ยังไง บัวก็เป็๲เพื่อนรักของฉันเสมอนั้นแหละ”

                    บัวทำหน้าแดงชั่วขณะแล้วยิ้มตอบ

                    “เชษฐ์ชอบพูดแบบนี้ทุกที”

                    “ก็พูดจริงนี่”

                    ผมตอบบัวไปแบบนั้นทำให้สีหน้าของเพื่อนสมัยเด็กคนนี้มุ่ยไปชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว

                    “เชษฐ์ก็เป็๞คนแบบนี้แหละเอาเถอะผมทำใจแล้วละนะ”

                    บัวยิ้มแล้วเดินนำผมไปก่อน

                    “จะไปไหนน่ะ?”

                    “ก็พาไปที่ห้องน่ะสิ เชษฐ์อยู่ห้องเดียวกับผมนะเดี๋ยวพาไปที่ห้องให้เอง”

                    “ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวต้องไปหาน้าพินที่ห้องพักครูก่อนน่ะ”

                    “งั้นผมไปด้วย”

                    “หา ?”

                    บัวบอกแบบนั้น

                    “เชษฐ์ไม่รู้ทางไปห้องพักครู่ใช่ไหมเดี๋ยวผมพาไปเอง ไว้ใจเพื่อนคนนี้เถอะน่า”

                    “แล้วเธอไม่ไปหาเพื่อนคนอื่นหรือไง”

                    “ไว้ทีหลังก็ได้ ตอนนี้พาเชษฐ์ไปห้องพักครูสำคัญกว่า”

                    บัวบอกผมแบบนั้น ถึงจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแต่นิสัยดื้อดึงเอาแต่ใจแบบพวกบอสใหญ่ยังคงอยู่ ทำเอาผมคิดว่าถึงปฏิเสธเ๽้าตัวก็จะตื้อให้ผมไปด้วยกันอยู่ดีนั้นแหละสุดท้ายผมเลยต้องเดินตามเพื่อนสมัยเด็กที่กลับมาเจอกันคนนี้ไปห้องพักครู่ด้วยกันจนได้

                    แน่ละว่าระหว่างเ๯้าตัวดูจะพูดแนะนำสถานที่ตรงนั้นตรงนี้ให้ผมอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสายตาของเด็กในโรงเรียนที่ต่างมองผมกันตาเป็๞มันด้วยความสงสัยไปตลอดทาง

                    ทำไมกันนะ

                    ทำไมต้องมองผมด้วย

                    หรือผมทำอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย

                    “มีอะไรเหรอเชษฐ์ ดูนายไม่ได้ฟังผมพูดเลยนะ”

                    “เปล่า ๆ ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกแปลก ๆ น่ะ”

                    “แปลก ?”

                    “เหมือนคนจะมองฉันตลอดทางเลยนะ ฉันทำอะไรผิดหรือเปล่า”

                    บัวยืนเดินแล้วมองมาทางผม

                    “ก็ไม่มีอะไรนี่”

                    “จริงเด้ะ”

                    “อื้อ ผมคิดว่า กล้าก็ไม่มีอะไรผิดปกติหรอกนะแต่งตัวก็เรียบร้อยตามระเบียบโรงเรียนด้วย”

                    “แล้วทำไมต้องมองฉันละ ?”

                    “เพราะเป็๲เด็กใหม่ คนเลยสนใจละมั้งนะ”

                    “เหรอ ?”

                    ผมรู้สึกว่า มันไม่น่าจะใช่ที่บัวบอกละมั้งแววตาของคนที่มองมามันออกจะแนวไม่ชอบใจไม่พอใจหรือจะเรียกว่าปล่อยจิตสังหารออกมายังไงยังงั้นแหละ

                    ไม่ค่อยสบายใจยังไงไม่รู้สิ

                    ผมพยายามปล่อยวางจากความรู้สึกด้านลบที่ส่งมาจากสายตาของพวกนักเรียนเดินตามบัวไปยังบริเวณอาคารอำนวยการด้านหลังโรงเรียนซึ่งเป็๲อาคารหลังเก่าต่างจากตึกใหม่ ๆ ด้านหน้าราวฟ้ากับเหว

                    “ห้องพักครูอยู่ชั้นสองนะเชษฐ์เดินขึ้นไปก็เจอแล้วละ”

                    “แล้วบัวไม่ขึ้นไปเหรอ ?”

                    “ไม่ละ เดี๋ยวผมต้องไปทำธุระที่ห้องชมรมน่ะ อยากไปด้วยแต่คิดว่า ต้องแวะไปหน่อยละนะ”

                    “เหรอ ว่าแต่ว่า บัวอยู่ชมรมอะไรเหรอ ?”

                    “ว่ายน้ำ”

                    “หา ?”

                    “ก็บอกว่า ชมรมว่ายน้ำไงตรงหน้าเทศบาลมีสระว่ายน้ำของอำเภออยู่ ชมรมเราอาศัยไปว่ายน้ำกันที่นั้นแหละ”

                    “เหรอ ดีจัง ฉันเองก็อยากเห็นบัวว่ายน้ำมั้งจัง”

                    พอผมพูดแบบนั้นบัวก็หัวเราะออกมาแล้วตอบว่า

                    “เอาไว้วันหลังจะพาไปดูแล้วกันนะ ผมไปก่อนละเดี๋ยวเจอกันที่ห้องเรียนนะ”

                    “เจอกัน เจอกัน”

                    บัวโบกมือให้ผมแล้วเดินแยกตัวไปขณะที่ผมมองขึ้นไปบนอาคารเก่าหลังนี้แล้วถอนใจเล็กน้อย เนื่องจากส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยชอบอาคารเก่า ๆ พวกนี้เท่าไหร่ เพราะอาคารพวกนี้มันมีจะมีพวกนั้นเยอะนี่สิ  หันมองขึ้นไปเห็นทั้งผู้หญิงใส่ชุดไทยทั้งขุนหลวงชุดราชประแตนเพียบเลย

                    ผมถอนหายใจแล้วทำเป็๲มองไม่เห็นพวกเขาแล้วก้าวเท้าขึ้นไปที่ห้องพักครูทันที