ข้านี่แหละภูตพันปี

    ตอนที่ 8 บังเอิญเจอ//เจรจาการค้า

    เช้าวันรุ่งขึ้น


    หรงเฟยฮวา หรงหย่งสือ และหรงหย่งฉือสามพี่น้องก็ได้ออกเดินทางไปยังในตัวเมือง ระยะทางจากหมู่บ้านนั้นไม่ได้ห่างกันไกลเท่าใดนัก เพียงแค่เดินมาไม่กี่ชั่วยาม[1]ก็ถึงแล้ว


    [1]1ชั่วยาม คือ 2ชั่วโมง


    ตามถนนสายใหญ่คับคั่งไปด้วยผู้คนอีกทั้งยังมีรถเทียมม้า รถเทียมวัว[2]เดินสวนกันไปมาจนเต็มตลอดสองข้างทาง โดยส่วนมากแล้วชาวบ้านส่วนใหญ่จะนำสิ่งของมาขายแลกเป็๲เงินเพื่อเก็บไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หากผู้ใดมีเงินทองร่ำรวยมากหน่อยก็จะพากันมาจับจ่ายใช้สอยอย่างมือเติบ


    [2]รถเทียมม้า, วัว คือ พาหนะเดินทางที่มีตู้โดยสาร


    เมื่อเดินผ่านหน้าร้านภัตตาคารหรูหราแห่งหนึ่ง หรงเฟยฮวาก็ยกเท้าก้าวเดินเข้าไปในทันที


    เสี่ยวเอ้อ[3]ที่วิ่งออกมาต้อนรับเมื่อมองเห็นว่าเป็๲เพียงชาวบ้านยากจนเขาก็ตั้งท่าจักเอ่ยปากไล่ไปโดยพลัน แต่ทว่ายังมิได้เอ่ยปากอันใดก็ได้ยินเสียงเรียกขัดเอาไว้เสียก่อน


    [3]เสี่ยวเอ้อ คือ บริกร


    “น้องหรงนั่นเ๽้าหรือ?” หนิวซานที่มองเห็นเด็กสาวอยู่ก่อนแล้วร้องเรียกมาแต่ไกล


    หรงเฟยฮวามองเห็นเพียงชายหนุ่มผู้หนึ่ง รูปร่างสูงเพรียวเครื่องหน้าหล่อเหลาดวงตากระจ่างใสดูไร้เดียงสา จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากบางเล็กๆ นั้นได้เป็๲อย่างดี ‘ผู้ใดกัน! เหตุใดจึงเรียกอย่างกับรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว?’ นางรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นคนผู้นี้มาจากที่ใด….


    “คุณชายท่านเรียกข้าเช่นนี้ หากผู้มิประสงค์ดีมาได้ยินเข้าคงจะไม่ดีนัก” เด็กสาวเอ่ยพูดออกไปอย่างมิรีบร้อน คนผู้นี้นางรู้สึกไม่อยากข้องเกี่ยวด้วยเท่าใดนัก


    หนิวซานยิ้มค้างเติ่งอยู่เป็๲นานกว่าจะดึงสติของตนเองกลับมาได้ “แฮ่ม! ขออภัยแม่นางน้อยข้าเพียงแต่ดีใจที่ได้เจอเ๽้าอีกจึงได้พลั้งปากไป เช่นนี้ดีหรือไม่เพื่อเป็๲การไถ่โทษให้ข้าได้เลี้ยงข้าวเ๽้าสักมื้อเถิด” ชายหนุ่มพูดพลางยกยิ้มบาง


    “จะเป็๲การมิควรนะขอรับ คุณชายเชิญท่านไปกินคนเดียวจะดีกว่าอย่าทำให้น้องสาวข้าลำบากใจเลย” หรงหย่งสือเอ่ยขัดชายหนุ่มตรงหน้าในทันที


    เมื่อเห็นว่าหรงหย่งฉือตั้งท่าจะพูดเช่นกัน เด็กสาวก็รีบร้ังแขนเขาไว้พลางเอ่ยพูดกับคนตรงหน้า “คุณชายเช่นนี้ดีหรือไม่ วันนี้ข้าประสงค์อยากทำการค้ากับภัตตาคารแห่งนี้ หากท่านช่วยพาข้าไปพบหลงจู๊ก็จักเป็๲พระคุณอย่างมากเ๽้าค่ะ” หรงเฟยฮวาเอ่ยพร้อมฉีกยิ้มกว้างเสียจนเห็นฟันเรียงสวย


    หนิวซานได้ยินดังนั้นก็รีบร้อนรับปากในทันที “น้องหรง….แคกๆ แม่นางน้อยเชิญด้านใน” เมื่อยามที่เอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมก็พลันถูกสายตาจับจ้องมาเขม็ง เขาจึงรีบร้อนเปลี่ยนคำเรียกขานโดยพลัน


    เสี่ยวเอ้อเมื่อเห็นว่าคนทั้งสามรู้จักคุณชายหนิวผู้นั้นก็รีบปั้นหน้ายิ้มวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น “แม่นางน้อย คุณชายทั้งหลายเชิญด้านในขอรับ”


    คล้อยหลังกลุ่มของหรงเฟยฮวาที่เข้าไปแล้ว ด้านนอกฝั่งตรงข้ามกันของภัตตาคารกลับมีคนกลุ่มหนึ่งยืนมองดูพวกเขาอยู่ไม่ไกล


    หรงผู่เย่วผู้เห็นชายหนุ่มที่ตนรักเดินเข้าไปกับน้องสาวซึ่งเป็๞ลูกผู้น้องของตนก็โมโหเป็๞ฟืนเป็๞ไฟ ใบหน้างามถลึงตาออกกว้างด้วยความโกรธจัด มือเรียวกำเข้าหากันแน่นเสียจนมิมีพื้นที่ให้แมลงได้หายใจ


    “นังแพศยา!!! ขนาดตกน้ำเกือบตายก็ยังมิสำนึกอย่างนั้นรึ!!” หรงผู่เย่วคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ‘ในวันนั้นเหตุใดข้ามิจับเ๯้ามัดแขนขาแล้วฉีกใบหน้านั่นออกไปกันนะ!!’ นางได้แต่คิดอย่างโมโห


    หรงผู่เย่วจากที่ตั้งใจมาเดินเที่ยวเล่น ยามนี้กลับรู้สึกเพียงดั่งมีไฟคุกรุ่นอยู่ภายในอกมิยอมมอดดับไปเสียที ผ่านไปเป็๞นานร่างของเด็กสาวก็ได้หายลับไปจากตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว


    นางคิดเพียงแต่ว่าจักต้องให้มารดาช่วยคิดหาทางกำจัดเสี้ยนหนามตำใจนี้ออกไปให้พ้นตาเสียที จึงได้รีบร้อนจากไปในที่สุด


    ..........


    “เ๯้าไปเรียกหลงจู๊ให้ข้าหน่อย แม่นางน้อยผู้นี้อยากเจรจาการค้ากับเขา” หนิวซานเอ่ยพูดพลางเดินนำหรงเฟยฮวาไปยังห้องรับรองชั้นบน


    สองพี่น้องหรงหย่งสือ หรงหย่งฉือเองยังมิเคยเข้าไปยังภัตตาคารมาก่อนเลย ด้วยสภาพทางการเงินของบ้านเขานั้นหากมีเนื้อหมูให้กินก็ดีมากโขแล้ว จักเคยเหยียบย่ำภัตตาคารหรูหราเช่นนี้ได้อย่างไร


    ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตื่นเต้นมากเช่นไรก็มิได้แสดงออกมาให้ผู้อื่นเห็น ทั้งสองเดินไปมาอย่างสง่าผ่าเผย หากเห็นสิ่งน่าสนใจก็เพียงแค่ปรายตามองดูเท่านั้น


    ลักษณะเช่นนี้ของพวกเขาทำให้หรงเฟยฮวาแปลกใจจริงๆ หากพูดในมุมของตนแล้วการที่ได้ไปเยือนยังสถานที่อันแปลกใหม่จักต้องรู้สึกตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้าเป็๞แน่ กลับกันหากมิได้ตื่นเต้นก็ยังต้องหวาดกลัวหรือประหม่าอยู่บ้างแล้ว


    เมื่อเดินเข้ามายังห้องรับรองส่วนตัวในภัตตาคารอันหรูหราก็ได้เจอกับสิ่งอัศจรรย์เข้าให้แล้ว บรรยากาศภายในห้องล้วนถูกตกแต่งด้วยความประณีต มีทั้งต้นไม้ที่ออกดอกส่งกลิ่นหอมพวยพุ่งมาไม่ขาดสายทั้งยังมีบ่อน้ำขนาดเล็กอีกด้วย นอกจากจะผ่อนคลายแลสดชื่นแล้วก็ยังเย็นสบายเป็๞อย่างมาก


    “แม่นางน้อยเ๯้าอยากลองลิ้มรสอาหารใดดูบ้างหรือไม่? มื้อนี้ข้าเลี้ยงเองตอบแทนที่เ๯้าเคยช่วยข้าในครั้งก่อน” ทุกคนพึ่งจะนั่งลงหนิวซานก็เอ่ยปากพูดออกมาด้วยความใจกว้าง


    ถึงแม้เ๹ื่๪๫ราวในคราวนั้นเป็๞เพราะคนของเขาที่สะเพร่าเกือบทำพลาดจนไปโดนเด็กสาวผู้นี้ แต่ทว่านางกลับเข้าใจผิดคิดว่าตนกำลังถูกลอบทำร้ายจึงได้นำตะกร้าโยนใส่องครักษ์แล้วลากเขาหนีออกมาทั้งอย่างนั้น เมื่อเ๹ื่๪๫ราวกลายเป็๞เช่นน้ีแล้วเขายังจะกล้าเอ่ยบอกความจริงกับนางไปงั้นหรือ มิกล้าเสียหรอก!


    “คุณชายท่านช่างใจกว้างเสียจริง ทำเช่นนี้คงจักมิได้คาดหวังสิ่งใดอยู่ใช่หรือไม่?” หรงเฟยฮวาเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย นางหรี่ตาลงมาเล็กน้อยยามจ้องมองใบหน้าของคุณชายรูปงามผู้นี้


    “ฮวาเอ๋อร์เสียมารยาท!” หรงหย่งฉือแสร้งดุน้องสาวของตน ในใจพลันอยากยกนิ้วโป้งให้กับคำถามนั้นของเด็กน้อยเสียสักสองนิ้ว เขามิค่อยถูกชะตากับคนตรงหน้าเท่าใดนักไม่รู้ว่าเป็๞เพราะสิ่งใดเช่นกัน เวลานี้เขาจึงรู้สึกมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นยิ่งนัก


    “คุณชายขออภัยแทนน้องสาวของผู้น้อยด้วย หวังว่าท่านจะไม่ถือสา” หรงหย่งสือเองก็เอ่ยสำทับขึ้นมาบ้างเช่นเดียวกัน

    หนิวซานไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย เขากลับดีใจเสียมากกว่าที่เด็กน้อยยอมเปิดปากพูดคุยกับเขาสักที


    “มิกล้าๆ จะโทษนางได้อย่างไรกัน เป็๲ข้าเองก็เสียมารยาทเช่นนี้ก็ถือว่าหายกันแล้วหรือไม่?” เขาพูดพร้อมด้วยรอยยิ้ม ก็พูดเกินไปแล้วจริงๆ เขาจักโกรธนางได้ลงคอเชียวหรือ


    ก่อนที่หรงเฟยฮวาจะได้เริ่มสั่งอันใดก็มีเสี่ยวเอ้อเดินเข้ามาเรียกนางไว้เสียก่อน กล่าวว่าหลงจู๊ได้ยินว่าแม่นางจะพูดคุยการค้าเขาก็เลยไปรอที่ห้องครัวอยู่ก่อนแล้ว หากว่าจำเป็๲ต้องใช้อุปกรณ์ใดก็จักสะดวกสบาย


    หรงเฟยฮวาเองก็มิขัดข้องรีบมุ่งหน้าไปยังห้องครัวด้านในอย่างรวดเร็ว ยามที่เข้ามาถึงเด็กสาวก็เห็นวัตถุดิบมากมายวางเรียงรายอยู่ก่อนแล้ว ทุกอย่างล้วนดูสดใหม่ถูกใจนางยิ่งนัก


    “แม่นางน้อยเ๽้ามาแล้วหรือ ไหนเล่าจักพูดคุยการค้าใด” หลงจู๊รู้สึกสงสัยเป็๲อย่างมาก แม่นางน้อยจากครอบครัวยากจนนางนี้ไปบังเอิญรู้จักกับคุณชายหนิวได้อย่างไร เมื่อได้ยินว่ามาพร้อมกับคุณชายหนิวเขายังจะกล้าอืดอาดหรือ? เช่นนั้นคงจักโดนเถ้าแก่ไล่ตะเพิดออกไปแล้วกระมัง


    “สวัสดีหลงจู๊ วันนี้ข้าเพียงแค่มาเสนอขายสูตรอาหารทานเล่นเท่านั้นเ๽้าค่ะ” หรงเฟยฮวามิพูดพร่ำทำเพลงก็หยิบเอาของที่ตนเตรียมไว้แล้วออกมาให้ทุกคนได้เห็น


    หลงจู๊งุนงงยิ่งนัก นี่มันคืออาหารงั้นหรือ? นางคงจักมิได้หลอกนำอาหารหมูมาขายให้เขาหรอกกระมัง


    “แม่นางน้อยนี่คือสิ่งใดหรือ?” หลงจู๊ตัดสินใจเอ่ยถามออกไปในที่สุด แม้ว่าในใจเขาจะตัดสินไปแล้วว่าของตรงหน้าคืออาหารสัตว์ก็ตามที


    “นั่นน่ะสิ! น้องหรงนี่คือสิ่งใดกันเหตุใดข้าจึงมิเคยเห็นมาก่อน” หนิวซานเองก็อยากรู้มากเช่นกันว่าผงขาวๆ นั้นคือสิ่งใด


    “สิ่งนี้ทำมาจากรากบัวเ๽้าค่ะ สามารถใช้ทำเป็๲ของทานเล่นไว้กินคู่กับถั่วและธัญพืชต่างๆ เมื่อนำมาทำตามกระบวนการที่ข้าจักขายให้ท่านก็จะได้ผงสีขาวเนียนละเอียดเช่นนี้ออกมา หากเก็บไว้ในโถปิดฝาให้สนิทมิดชิดก็สามารถเก็บไว้ได้นานเป็๲อย่างมาก อีกทั้งยามถึงฤดูหนาวก็ยังนำออกมากินร้อนๆ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายดีทีเดียวล่ะเ๽้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะทำให้พวกท่านลองทานดูหากถูกใจก็สามารถเสนอราคามาได้” หรงเฟยฮวาอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะเดินไปยังหน้าเตา


    นางหยิบเอากระทะก้นลึกออกมาหนึ่งใบเมื่อใส่น้ำเข้าไปมากพอสมควรแล้วก็รอจนเดือด ยามนี้นางได้หันไปเลือกเอาพุทรา ลูกพลับ เม็ดบัว และธัญพืชอีกสามสี่อย่างมาหั่นเตรียมเอาไว้


    “ฉับๆ ฉับๆ” เสียงมีดสับกระทบไปมาจนเกิดเสียงดัง ทักษะการใช้มีดของหรงเฟยฮวานั้นถือได้ว่าอยู่ในระดับเชี่ยวชาญเลยก็ว่าได้ ทุกเสียงดังกระทบเสมอกันอย่างมิมีหลุดเลยแม้แต่น้อย


    หลงจู๊เมื่อเห็นทักษะการใช้มีดของเด็กสาวแล้วเขาก็มิกล้าดูถูกนางอีก ตัวเขานั้นมักชื่นชอบผู้มีความสามารถอีกทั้งยังถ่อมตนเมื่อได้พูดคุยด้วยก็ให้ความรู้สึกสบายหูยิ่ง ในเวลานี้เขาจึงพึงพอใจในตัวเด็กสาวเป็๲อย่างมาก


    เมื่อน้ำเดือดแล้วหรงเฟยฮวาก็จัดการตักผงสีขาวนวลใส่ลงไปในกระทะพร้อมทั้งใช้อีกมือถือตะหลิวกวนไปพร้อมๆ กัน จากน้ำสีขาวขุ่นผ่านไปเพียงไม่นานก็มองเห็นเป็๲สีใสเงาวับน่าลิ้มลอง เด็กสาวหยิบผลไม้และธัญพืชที่เหลือใส่ลงไปเคี่ยวจนข้นหนืดดีก็เป็๲อันเสร็จสมบูรณ์


    นางจัดการตักออกมาให้ทุกคนได้ลองชิมดู “หลงจู๊เสร็จแล้วเ๽้าค่ะ พวกท่านลองชิมแล้วดูว่าชอบหรือไม่”


    ทั้งสี่คนรับถ้วยมาพลางค่อยๆ ลิ้มลองรสชาติด้วยความตั้งใจ รสชาติของมันนั้นช่างแปลกประหลาด ๼ั๬๶ั๼แรกทั้งอ่อนนุ่มละมุนลิ้นอีกทั้งยังมีรสหวานอ่อนๆ ชวนให้อยากกินเพิ่มอีกอยู่ร่ำไป เมื่อกัดโดนผลไม้และธัญพืชก็เพิ่มรสชาติทั้งหวาน หอม กรุบกรอบไปในเวลาเดียวกัน ยามที่กินตอนร้อนนั้นก็ช่วยทำให้รู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งร่างกาย


    “อร่อย!!” บุรุษทั้งสี่ต่างก็อุทานออกมาพร้อมๆ กัน ตกตะลึงเสียจนดวงตาโตเท่าไข่ห่าน


    เพียงครู่เดียวกระทะใบใหญ่ที่นางได้ทำออกมานั้นกลับเหลือเพียงแต่ความว่างเปล่าไปเสียแล้ว


    “ดีๆ แม่นางน้อยข้าชอบของสิ่งนี้ยิ่งนัก! มิทราบว่าท่านจักขายให้เท่าใดหรือ” หลงจู๊พึงพอใจเป็๲อย่างมาก อาหารจานนี้นอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นได้แล้วยังอิ่มท้องอีกด้วย หากนำไปขายให้กับเหล่าคุณหนูผู้ชื่นชอบในการรักษารูปร่างและผิวพรรณจักต้องขายดีเป็๲เทน้ำเทท่าแน่นอน


    “ตามแต่หลงจู๊จักเห็นสมควรเถิดเ๽้าค่ะ ส่วนที่เหลือนี้ข้ายกให้ท่านแล้วกัน….ข้าขายเพียงแต่กระบวนการทำเท่านั้นหากท่านอยากได้รากบัวจำนวนมาก ลองป่าวประกาศไปยังหมู่บ้านต่างๆ ก็ได้แล้ว เนื่องจากยามนี้ยังไม่มีคนนิยมกินมันนอกจากจะหาง่ายแล้วก็ยังราคาถูกด้วยนะเ๽้าคะ” หรงเฟยฮวาพูดตอบกลับหลงจู๊ด้วยรอยยิ้มหวาน อีกท้ังยังมิลืมบอกวิธีการหาซื้อรากบัวให้กับเขาอีกด้วย


    “น้องหรงข้าเองก็อยากเอาไปให้สหายได้ลิ้มลองดูบ้างจักขอแบ่งไปซักเล็กน้อยได้หรือไม่?” หนิวซานเอ่ยถามด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน เขาเอาแต่คิดว่าสหายทั้งสองยามนี้ต่างก็ฝึกฝนพลังกันอย่างหนักหากได้ของบำรุงกินบ้างก็คงจะดีจึงได้พูดออกไปโดยไม่ทันคิด เวลานี้เขาจึงรู้สึกเพียงแต่ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาจนมิกล้าสบตากับเด็กสาวตรงหน้าไปเสียแล้ว


    “ข้าให้หลงจู๊ไปแล้วท่านก็ขอเขาเองเถิดเ๽้าค่ะ หากท่านยังคิดว่ายังไม่เพียงพอที่บ้านข้ายังมีอยู่บ้างประเดี๋ยวท่านก็ส่งคนไปเอาก็ได้แล้ว ถือเป็๲น้ำใจที่ท่านช่วยพูดกับหลงจู๊ให้เ๽้าค่ะ” หรงเฟยฮวาเอ่ยขอบคุณเขาพร้อมรอยยิ้ม การค้าในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็เพราะเขาช่วยไว้หากคุณชายท่านนี้มิได้ยืนมองอยู่คาดว่าหลงจู๊คงจะไม่ยินยอมให้นางได้แม้แต่ลงมือทำอาหารกระมัง


    แต่หรงเฟยฮวานั้นคิดมากเกินไปจริงๆ หลงจู๊หวงเขาเป็๲คนตรงไปตรงมา หากของสิ่งนั้นถูกใจเขาและดีมีหรือที่จะกล้าไล่คนออกไป


    “ขอบคุณน้องหรง เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจักส่งคนไปหาเ๽้าก็แล้วกัน” หนิวซานเอ่ยพูดอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยยังต้องจัดการธุระต่อชายหนุ่มจึงได้ขอตัวจากไป