บทที่ 2 พระนางคู่จิ้น
“หลีกทางนิดนึงนะคะ น้องริต้าจะเดินค่ะ” เสียงของต้นน้ำผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกเบอร์หนึ่งของช่องในเวลานี้ดังขึ้น พร้อมกับขวางทางไม่ให้บรรดาแฟนคลับที่มาออกันอยู่บริเวณทางเข้าสตูดิโอเข้าใกล้ตัวริต้าได้
วันนี้ริต้าและคิมหันต์มีอัดรายการด้วยกัน แฟนคลับที่รู้ข่าวก็ตามมาให้กำลังใจ แต่แทนที่จะยิ้มแย้มทักทาย ริต้ากลับแสดงท่าทางตรงข้าม เพราะมีแต่ความบึ้งตึงให้เห็น
“คุณริต้าคะ ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ”
“ริต้าไม่สะดวกค่ะ”
“แค่รูปเดียวก็พอค่ะ พอดีว่าพี่สาวพี่แกป่วยหนัก แต่ว่าแกเป็แฟนคลับคุณ...”
“แล้วไงคะ พี่สาวพี่ป่วยก็รีบพาไปหาหมอสิ ไม่มายืนขวางทางริต้าอยู่แบบนี้”
“น้องริต้าค่ะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ วันนี้น้องริต้าคิวแน่นมากจริงๆ คงให้ถ่ายรูปหรือขอลายเซ็นไม่ได้ ไว้โอกาสหน้านะคะ นะคะ” เอ่ยจบต้นน้ำก็รีบพาริต้าเข้าภายในสตูดิโอ เพราะขืนยังอยู่ข้างนอกแบบนั้นอารมณ์จะยิ่งฉุนเฉียวเข้าไปใหญ่
บรรดาแฟนคลับที่ยืนออกันเพื่อถ่ายรูปต่างผิดหวังไปตามๆ กัน นั่นเพราะไม่คิดว่าวันนี้ตนจะมาเสียเที่ยว บางคนก็เข้าใจแต่ทว่าบางคนกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้น โดยเฉพาะคุณแม่ของน้องที่กำลังป่วยหนัก ที่ถึงขนาดก้มหน้ากลับออกไปด้วยความผิดหวัง
เมื่อเดินฝ่าบรรดาแฟนคลับมาได้แล้ว แทนที่จะตรงไปยังห้องแต่งตัวของเธอ แต่ริต้ากลับพุ่งตรงไปยังห้องแต่งตัวของคิมหันต์แทน
“พี่คิม มาถึงนานแล้วหรือยังคะ” น้ำเสียงสดใสของริต้าเอ่ยทักทายคิมหันต์ขึ้นเป็คนแรก โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายผู้จัดการส่วนตัวของชายหนุ่ม หรือแม้แต่ช่างแต่งหน้าทำผมที่อายุมากกว่าซึ่งพากันยืนและนั่งรออยู่ในห้องเวลานี้ด้วย
“สักพักแล้วครับ”
“ทานอะไรมาหรือยังคะ”
“เรียบร้อยแล้วครับ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบกลับไป อันที่จริงคิมหันต์ก็อยากรับงานละครที่เล่นคู่กับนางเอกคนอื่นบ้าง เพราะเื่ล่าสุดที่เล่นคู่กับริต้าก็พึ่งจะลาจอไป แต่อีกไม่กี่วันก็ต้องเริ่มต้นถ่ายละครเื่ใหม่กับเธออีกแล้ว ถึงจะเป็คู่ขวัญคู่จิ้นกัน แต่ก็ควรเปิดโอกาสให้ทั้งเขาและเธอได้ทำงานกับนักแสดงคนอื่นๆ บ้าง แต่ถึงเขาจะแย้งเื่นี้ไปกับทางผู้ใหญ่ สุดท้ายผลที่ออกมาก็ยังคงเหมือนเดิม
“พี่คิมรู้แล้วใช่ไหม ว่าละครฟอร์มั์ของช่อง เราสองคนได้เป็พระเอกนางเอก”
“ทราบแล้วครับ”
“เื่นี้มีคิวไปถ่ายกันถึงญี่ปุ่นด้วยนะคะ”
“ครับ”
“ริต้าอยากไปเร็วๆ จัง” ริต้ายิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม กระทั่งสายตามองไปเห็นอิงอร แม่ของคิมหันต์เปิดประตูห้องแต่งตัวเข้ามา เธอจึงยกมือไหว้พร้อมเอ่ยทักทายเสียงสดใส พลอยทำให้อีกหลายคนที่ถูกนางเอกสาวเมินใส่ก่อนหน้านี้ออกอาการงุนงงไม่น้อย แต่ก็ได้แค่เจียมตัวว่าช่างแต่งหน้าทำผมแม่บ้านอย่างพวกเธอหรือจะสำคัญ
“สวัสดีค่ะป้าอร”
“สวัสดีจ้ะหนูริต้า” อิงอรที่วันนี้มาเป็เพื่อนลูกชายทำงานส่งยิ้มให้ริต้า ที่เธอเอ็นดูเหมือนลูกคนหนึ่ง
“ไม่ได้เจอกันแค่แป๊บเดียว ป้าอรดูสวยขึ้นนะคะ” คำชมจากริต้าถึงกับทำให้อิงอรนั้นยิ้มกว้างออกมา
“ปากหวาน ชมคนแก่ให้ตัวลอยแต่เช้า”
“ริต้าพูดเื่จริง ใช่ไหมคะพี่ลูกน้ำ” ริต้าหันมาถามลูกคู่ ที่ดูจะเออออไปด้วยเสียทุกอย่าง
“ใช่ค่ะ...คุณป้าอรสวยมากจริงๆ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูสดใสขึ้นนะคะ”
“คงต้องขอบคุณตาคิมเขา ที่ชอบสรรหาของบำรุงมาให้ป้ากินบ่อยๆ ไม่กินก็ตื้อให้ป้ากินอยู่นั่นแหละ” อิงอรโยนความดีความชอบให้ลูกชายรับแทน
“ริต้าชอบจัง ผู้ชายที่ดูแลคุณแม่แบบพี่คิม” เอ่ยจบริต้าก็ชายตามองมายังคิมหันต์ ซึ่งพระเอกหนุ่มทำเพียงส่งยิ้มให้เท่านั้นเอง ก่อนจะหันไปคุยกับทีมงานของรายการต่อ โดยมีริต้าคอยฟังอยู่ข้างๆ เธอแสดงออกถึงความสนิทสนมกับพระเอกหนุ่มให้ใครๆ ที่เห็นได้พากันอิจฉา รวมถึงชอบพูดกำกวมให้นักข่าวหรือแฟนคลับเข้าใจผิดว่าเธอกับคิมหันต์นั้นมีอะไรในกอไผ่
แม้แรกๆ เื่คู่จิ้นจะเป็คำสั่งมาจากทางผู้ใหญ่ของช่อง คำว่าคู่จิ้นทำให้ทั้งเธอและคิมหันต์ดังเป็พลุแตกกลายเป็คู่ขวัญที่ยากจะหาใครมาเทียบ เวลานี้เธอกับเขานั้นเปรียบเหมือนดาวค้างฟ้าที่ใครๆ ก็ต่างพูดถึง กระแสคู่จิ้น ของเธอกับเขาไม่มีคำว่าหมดมนต์ขลัง ยังเป็จุดขายได้มาจนถึงตอนนี้
แต่ริต้ากลับไม่อยากเป็แค่คู่จิ้นของคิมหันต์ เพราะเธอพยายามเป็ตัวจริงของพระเอกหนุ่มมาหลายต่อหลายปี แต่เขากลับไม่ยอมใจอ่อนเสียที ส่วนคิมหันต์เองก็พอจะรู้ว่าริต้าคิดและ้าอะไร แต่ทว่าเขากลับไม่ได้ชอบเธอ ที่ทำไปทุกวันนี้ก็เพราะคำสั่งจากผู้ใหญ่ทั้งนั้น อีกอย่างคือทำไปเพราะแม่เขากับเธอเป็เพื่อนสนิทกันด้วย
กระทั่งถึงเวลางาน คิมหันต์ก็โยนเื่ส่วนตัวไว้แล้วตั้งสมาธิทำงาน และวันนี้ก็มีเื่ให้ชายหนุ่มได้เซอร์ไพรส์ เมื่อทีมงานเปิดวีทีอาร์ของนักแสดงดาวรุ่งที่จะมารับบทร้ายของเื่
“เธอที่คาเฟ่วันนั้น” คิมหันต์พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะจ้องมองภาพในวีทีอาร์เพื่อเพ่งสายตามองให้ชัดๆ ว่าเขาไม่ได้จำคนผิด ก่อนจะเกิดความสงสัยว่าถ้าเธอเป็ดาราทำงานในวงการเหมือนตัวเขา แต่ทำไมวันนั้นเธอถึงแสดงท่าทางเหมือนไม่รู้จักเขาแบบนั้นได้ยังไง
คิดแล้วคิมหันต์ก็หงุดหงิดเล็กๆ แม้เขาจะไม่สนใจชื่อเสียงตัวเองว่าจะดังเป็พลุแตกมากขนาดไหน ใครจะรู้จักหรือไม่ แต่ทำไมพอรู้ว่าเธอไม่รู้จักเขาถึงได้รู้สึกเสียเซลฟ์บอกไม่ถูก
ภาพในวีทีอาร์คือปลายฝน ที่เธอส่งข้อความมาเพื่อบอกความรู้สึกว่าตัวเธอนั้นยินดีและภูมิใจมากที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของละครเื่นี้ รวมทั้งจะมีโอกาสได้ทำงานกับพระนางคู่ขวัญคู่จิ้นของวงการอย่างคิมหันต์และริต้า ก่อนจะฝากเนื้อฝากตัวให้แฟนคลับทุกๆ ท่านติดตามละครเื่นี้
ในขณะที่หลายคนกำลังยิ้มไปกับความสดใสตามธรรมชาติของปลายฝน ที่ดูแตกต่างจากบทนางร้ายที่ทำให้เธอนั้นได้แจ้งเกิดเป็นักแสดงอย่างสิ้นเชิง แต่ริต้ากลับไม่ชอบใจที่เห็นทุกคนปลื้มปลายฝนแบบนั้น แม้จะไม่ชอบแต่สีหน้าของเธอก็ยังคงยิ้มแย้ม เพราะตลอด่อัดรายการมีแฟนคลับของทั้งคู่เข้ามารวมรับชมในสตูดิโอเป็จำนวนมาก ทันทีที่เห็นกล้องเห็นนักข่าวริต้าก็ยิ้มแย้มเป็คนเฟรนลี่ ยิ้มเก่ง ร่าเริงทันทีเช่นกัน
“ขอถ่ายรูปคู่หน่อยนะคะ” เสียงนักข่าวและแฟนคลับดังขึ้นทันทีที่สิ้นสุดการอัดรายการ คิมหันต์และริต้าจึงยืนโอบกันเพื่อให้ทั้งหมดได้ถ่ายรูป รวมถึงสัมภาษณ์เล็กๆ น้อยๆ ด้วย
“มองยังไงทั้งสองก็เหมือนคู่รักมากกว่าคู่จิ้นกันเสียอีกนะคะ”
“พี่นักข่าวก็พูดเกินไป ริต้ากับพี่คิม เราเป็แค่พี่น้องกันจริงๆ ค่ะ” ริต้าออกตัว ก่อนจะพยายามโชว์แหวนที่เธอสวมติดนิ้วั้แ่เริ่มอัดรายการ แต่กลับไม่มีใครเอ่ยถาม กระทั่ง่พักเบรกก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ เธอก็ให้ลูกน้ำที่เป็ผู้จัดการส่วนตัวไปจ้างหน้าม้ามาสักคน เพื่อเปิดประเด็นถามถึงเื่นี้
“อุ๊ย! นั่นแหวนอะไรคะน้องริต้า”
“อ้อ...แค่แหวนใส่เล่นๆ แค่นั้นเองคะพี่ๆ ไม่มีอะไร” เอ่ยจบริต้าก็พยายามใช้มืออีกข้างปิดแหวนบนนิ้วไว้
“ใส่เล่นๆ แล้วทำไมต้องใส่นิ้วนางข้างซ้ายด้วยละคะ เอ้!...หรือว่ามันคือแหวนวงพิเศษจากพี่คนสนิทคนข้างๆ เอ่ย” ประโยคชี้แนะที่ได้ดังขึ้น สร้างความฮือฮาให้ทุกคนไม่น้อย
“ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ มันเป็แค่แหวนใส่เล่นๆ ธรรมดาจริงๆ ค่ะ พอดีริต้าชอบใส่แหวนพวกนี้แล้วบังเอิญพี่คิมรู้ ก็เลยซื้อมาฝากแค่นั้นเอง ใช่ไหมคะพี่คิม”
“ใช่ครับ” คิมหันต์เออออรับตามน้ำไป นั่นเพราะคิดเองว่านี่คงเป็คำสั่งในการสร้างกระแสจากทางผู้ใหญ่ในช่องอีกเช่นเคย
“แล้วทำไมน้องริต้าต้องสวมไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายแบบนั้นด้วยละคะเนี่ย”
“พอดีว่า่นี้ริต้าผอมลง ทำให้ใส่แหวนบนนิ้วนางข้างขวาไม่ได้ เลยต้องย้ายมาใส่ข้างซ้ายแทนนะคะ” เอ่ยจบเสร็จ นางเอกสาวก็โปรยยิ้มให้ทุกๆ คน
“เอ้! ชักจะยังไงๆ แล้วนะครับเนี่ย”
“ก็เป็อย่างที่ริต้าบอก ว่าเขาชอบแหวนน่ารักๆ พวกนี้ ผมเห็นก็เลยนึกถึงเลยซื้อมาฝาก เหมือนพี่ซื้อให้น้องทั่วไป ไม่มีอะไรครับ” ประโยคแรกๆ ของคิมหันต์ถึงกับทำให้ริต้ายิ้มกว้าง แต่ทันทีที่ได้ยินประโยคท้ายๆ รอยยิ้มของเธอก็ลดลงไปเล็กน้อย ความที่เธอเป็นักแสดงมืออาชีพจึงไม่มีใครจับพิรุธได้
“แต่ถ้ามีอะไรก็รีบแจ้งพวกพี่ๆ นะคะ จะได้แสดงความยินดีกัน”
“ค่ะ” ริต้าเอ่ยรับ จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ผู้จัดการส่วนตัวเข้ามายุติการสัมภาษณ์ลง เธอกับคิมหันต์จึงถือโอกาสนั้นไหว้ขอบคุณทุกๆ คนแล้วกลับเข้าห้องพัก
แม้จะไม่พอใจที่คิมหันต์พูดหักหน้าตัวเอง แต่ริต้าก็เก็บอาการไม่งอแงให้ชายหนุ่มได้เห็น นั่นเพราะเธอขอให้คิมหันต์ซื้อแหวนวงนี้ให้ต่างหาก ปล่อยให้เื่แหวนเลยตามเลยไม่ได้เอ่ยถึงอีก
ซึ่งหลังจากอัดรายการเสร็จ แทนที่จะได้กลับไปพักผ่อน แต่คิมหันต์กลับต้องพาแม่ไปทานอาหารกับโสภาเพื่อนสนิท ซึ่งก็คือแม่ของริต้านั่นเอง กว่าจะได้แยกย้ายก็กินเวลาไปเกือบสามชั่วโมง คิมหันต์กลับไปส่งแม่ที่บ้านจากนั้นเขาก็ตรงไปฟิตเนสทันที แต่ระหว่างที่กำลังเตรียมตัวก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จากนั้นก็ใส่รายละเอียดสิ่งที่อยากรู้ลงไป
“ปลายฝน นางร้ายดาวรุ่ง” คิมหันต์พึมพำออกมา ก่อนจะกดเข้าไปอ่านเนื้อข่าวว่ามีอะไรบ้าง สิ่งแรกที่เห็นคือรูปของปลายฝนที่แสดงออกทางสีหน้าและแววตาได้อย่างดุดัน สมกับบทบาทนางร้ายมือตบที่เธอได้รับ และตอนนี้เธอก็กำลังโด่งดังมากเสียด้วย
คิมหันต์นั้นยังไม่เคยได้ร่วมงานกับปลายฝน รู้จักเธอก็จากข่าวในมือที่ทำการค้นหาและข่าวก็ขึ้นมาให้เขาได้อ่านเยอะมาก โดยเฉพาะข่าวเสียๆ หายๆ เขาก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เสพข่าวจนคิดว่าปลายฝนจะเป็ตามข่าวที่ออกมา แต่ถึงอย่างนั้นคิมหันต์ก็ไม่ฟันธง จนกว่าจะได้รู้จักตัวตนของอีกฝ่ายเสียก่อน เพราะตัวอย่างใกล้ตัวเขาก็มีให้เห็น ต่อหน้าใสซื่อแต่ลับหลังกลับไม่ใช่แบบนั้น...
พระเอกหนุ่มวางโทรศัพท์ลงแล้วคว้าบทขึ้นมาอ่านแทน ไล่สายตาอ่านเฉพาะฉากที่เขาต้องเข้ากับปลายฝนเป็หลักก่อน ซึ่งบทที่เธอได้รับแรงและเปลืองตัวอยู่ไม่น้อย เพราะมีบทจูบอยู่หลายบทรวมถึงบทที่เธอต้องปลุกปล้ำเขาด้วย
“อยากรู้นักว่าเธอจะทำได้ไหม” พระเอกหนุ่มเอ่ยออกมา อยากรู้เหมือนกันว่านักแสดงหน้าใหม่อย่างเธอจะตีบทแตกได้มากน้อยแค่ไหน
รวมทั้งถ้าได้เจอกัน เขาก็จะถามว่าเธอรู้จักเขามาก่อนหน้านี้ไหม ทำไมที่คาเฟ่วันนั้นเธอถึงได้ทำเหมือนไม่รู้จักเขามาก่อน
“แล้วทำไมเราต้องอยากได้คำตอบจากเธอด้วย” คิมหันต์เอ่ยถามตัวเอง ก่อนจะหยุดคิดเื่นี้แล้ววางบทในมือลง เพราะต่อให้ปลายฝนจะรู้จักเขาหรือไม่ก็ไม่จำเป็ต้องไปเซ้าซี้ถามเอาคำตอบไม่ใช่หรือ
จากนั้นก็เดินไปออกกำลังกายรีดไขมันเสียหน่อย เพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางไปถ่ายละครที่ญี่ปุ่นแล้ว จึงอยากไปแบบหุ่นฟิตและเฟิร์มจะได้ไม่ป่วยกลับมา แต่ก็ไม่วายวกกลับมาคิดเื่ปลายฝนอีกจนทำให้เสียสมาธิอยู่หลายครั้ง
เื่นี้ยังคงเป็นิยายอีโรติก ผสม โรแมนติก ผสม โคแก่กินหญ้าอ่อน และที่ขาดไม่ได้คือ 25+ นะคะ
'เธอถูกตราหน้าว่าของเหลือเดน
ส่วนเขาคือมาเฟียที่รับซื้อเธอมาและกำลังรับรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือเพชรแท้ที่สวยงาม'
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTc4MTY0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiOTcwNjYiO30
3. ซ่านปรารถนา
'หาก้าเป็ผู้หญิงของเขา ก็ต้องทำตามกฎที่เขาตั้ง ซึ่งมันมีแค่ไม่กี่ข้อเท่านั้น
หนึ่ง...คุณต้องเปลือยเวลาเราอยู่ด้วยกันเสมอ
สอง...เขาต้องจูบคุณได้ตลอดเวลา
สาม...ถ้าคุณไม่เข้าใจหรือมีข้อแม้กลับไปอ่านข้อหนึ่งกับสอง
เขาเป็คนไม่ชอบเซ้าซี้ แต่ชอบ...เปลื้องผ้าคุณและรุกคุณ จนคุณร้อนรุ่มได้เสมอ'
ลิงก์ดาวโหลดค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTc4MTY0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiOTgxMjYiO30
ขอบคุณค่ะ
วรนิษฐา