ชีฟองนิ่งไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้นั์ตาเธอหลุกหลิกไปมาเหมือนกำลังคิดอะไรว้าวุ่นในใจ จนกระทั่งเสียงเรียกของเพื่อนเธอดังขัดขึ้น
“ชีฟอง เธอไปยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ”เพราะอย่างนั้นร่างบางถึงได้เดินผละออกไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาผมมองตามหลังเธอไปรู้ดีว่าคำพูดเมื่อกี๊มันทำลายหัวใจเธอ
แต่ผม...ไม่อยากให้เื่ทุกอย่างมันค้างคาอีกต่อไปแล้ว
[End of Pex’s part]
[Milin’s part]
...หลังจากวันนั้นฉันก็ถูกพี่บัลลังก์ดุยกใหญ่
หมายถึงวันที่ฉันหนีออกจากโรงพยาบาลมาหาคุณแวมพ์ที่บ้านน่ะตอนที่ฉันเผลอหลับไปอีกรอบพอตื่นมาอีกทีก็มีพวกพี่ๆอยู่กันเต็มห้องไปหมดแน่นอนว่าฉันถูกดุและคุณแวมพ์ก็ช่วยไกล่เกลี่ยให้ฉันถึงได้รอดตายมาอย่างหวุดหวิด
แต่พอเื่ทุกอย่างจบลง...ฉันก็รู้สึกเหมือนชีวิตดำเนินไปอย่างไร้จุดหมายความคิดที่ว่าฉันอยู่เพื่ออะไรมันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจของฉันได้สักอย่างทุกวันนี้ฉันเหมือนอยู่แต่กับตัวเอง แค่ตัวเอง... คนเดียวเท่านั้น
“มีใครกลับบ้านมารึยังน้า”เทนเอ่ยขึ้นพร้อมกับชะโงกหน้ามองเข้าไปในบ้านของฉันเขาเพิ่งขับรถมาส่งฉันที่บ้านหลังจากที่เราไปทานเค้กกันมาน่ะและเพราะมันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนิดหน่อยคนตัวโตถึงได้เปลือยท่อนบนอยู่แบบนี้
“เข้าบ้านมาก่อนสิ ลินจะได้ทายาให้”ฉันเอ่ยพร้อมกับมองไปยังผิวขาวๆที่แดงเป็ปื้นของเทน เขายกมือเกาแก้มนิดหน่อยเหมือนกำลังอายที่ฉันมองไปตรงๆแบบนั้น
“เข้าไปสภาพนี้อ่ะนะมีหวังพี่ชายลินได้กระทืบเทนแน่”คนตัวโตเอ่ยกลั้วหัวเราะฉันจึงได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในรถแบบนั้นเพราะไม่รู้จะทำยังไงจะปล่อยให้เทนกลับไปทั้งอย่างนี้ฉันก็รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยอย่างน้อยฉันควรหายามาทาให้เขาก่อน
“เข้ามาเถอะ กว่าพี่บัลลังก์จะกลับมาก็่ค่ำๆนั่นแหละ” ฉันเอ่ยก่อนจะเปิดประตูรถแล้วหันไปมองเทนที่มีท่าทางลังเลอีกครั้งพอฉันพยักหน้าเรียก... ร่างสูงถึงได้ยอมเดินตามเข้ามาในบ้านพร้อมกับกวาดมองไปรอบๆเพื่อสำรวจนู่นนี่
“เทนนั่งรออยู่นี่ก่อนนะเดี๋ยวลินจะขึ้นไปเอากล่องยากับเสื้อบนห้องมาให้”ฉันเอ่ยขึ้นพร้อมกับดุนดันแผ่นหลังหนาเพื่อให้เขาหยุดซนกับของตั้งโชว์รอบๆแล้วไปนั่งรอที่โซฟาในห้องนั่งเล่น
“เสื้อหรอ... ของใครอ่ะ”เทนถามเหมือนไม่เห็นเป็เื่สำคัญนักแต่ฉันกลับรู้สึกอึดอัด ไม่อยากจะพูดชื่อของเ้าของเสื้อออกมา
“ของพี่เป็กซ์น่ะ...โอเครึเปล่า”จบประโยคเทนก็เหมือนจะนิ่งไปเล็กน้อย เขาสบตาฉันด้วยความเป็ห่วงเพราะรู้ดีว่าชื่อของคนๆ นี้มีอิทธิพลกับฉันมากเพียงใด
“ไม่มีปัญหา เทนใส่ได้หมดแหละ”คนตัวโตเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มส่งมาให้เหมือน้าให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นแต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
ฉันหมกมุ่นกับเื่ของเขามากเกินไปแค่ได้ยินชื่อหรือคนพูดถึงฉันก็รู้สึกอึดอัดจนเหมือนจะหายใจไม่ออกแล้วฉันรู้สึกทรมานจนถึงขั้นที่อยากให้ความทรงจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขามันลบหายไปถ้าเป็แบบนั้นได้จริงๆ ฉันคงไม่ต้องมาเ็ปแบบนี้
[End of Milin’s part]
[Pex’s part]
“แล้วสรุปนี่พี่ชายลินจะแต่งงานจริงๆ หรอในเวลาที่ลินเป็แบบนี้เนี่ยนะ”เสียงหวานของปั้นหยาดังขึ้น ขณะที่เธอและมิลินกำลังนั่งเล่นอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียน
แน่นอนว่าผมรู้จักเธอ...ก็ผมตามติดมิลินมาทั้งอาทิตย์นี่ ปั้นหยาเป็เพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่มิลินสนิทด้วยส่วนอีกสองคนที่เป็ผู้ชายผมไม่ขอพูดถึงแล้วกันแค่นึกถึงหน้ามันก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว โดยเฉพาะไอ้เด็กที่ชื่อเทนนั่น
“สองคนนั้นเค้าวางแผนกันไว้นานแล้วน่ะแล้วอีกอย่าง... ลินก็ไม่อยากให้ตัวเองไปขัดขวางความสุขของใครด้วยยิ่ง่นี้คุณพ่อของพี่อลิสดูเหมือนจะหาผู้ชายคนอื่นมาแนะนำให้เธอฉันว่ารีบแต่งกันไปน่ะดีแล้วแหละ... อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสอยู่”มิลินเอ่ยเสียงเรียบแววตาของเธอมันว่างเปล่าไปหมด ผมอยู่กับเธอเกือบตลอดเวลาและผมไม่เคยเห็นเธอยิ้มเลยสักครั้งเดียว
แม้แต่ตอนนี้... ตอนที่เธออยู่กับเพื่อนผมก็ยังไม่เห็นสิ่งที่เรียกว่าความสุขในแววตาของเธอเลย
“โธ่... ลิน”ปั้นหยาเอ่ยเสียงอ่อนอย่างไม่รู้จะทำยังไงดวงตาคู่โตมองไปที่มิลินด้วยความสงสาร ก่อนที่เสียงทะเล้นๆของใครคนหนึ่งจะดังแทรกขึ้น
“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ”นั่นไง...ไอ้ตัวมารผจญมันมาแล้ว ผมเบะปากทันทีที่เห็นหน้าเทน แถมมันยังเสนอหน้ามานั่งข้างๆมิลินทั้งที่ผมกำลังนั่งอยู่ด้วย
ผมรีบลุกออกทันใด...ถึงแม้ตัวมันจะทะลุผ่านผมไปก็เหอะ แต่ผมรู้สึกขนลุกที่ต้องไปอยู่ในตัวมัน
“เื่งานแต่งของพี่ชายลินน่ะพวกนายจะไปหรือเปล่า” ปั้นหยาเอ่ยถามเพื่อนรักอีกสองคนที่เพิ่งเข้ามาร่วมวงสนทนาพร้อมๆ กับมองห่อขนมที่ถูกวางจนเต็มโต๊ะไปหมด
“ฉันต้องไปอยู่แล้ว”เดวิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามแบบฉบับเ้าตัวเท่าที่ผมเห็นมันเป็คนพูดน้อย แต่การกระทำเนี่ยไม่เบาเหมือนกันผมคิดว่ามันชอบปั้นหยา แต่กับมิลินผมไม่รู้มันคิดยังไงเห็นเอาใจใส่อยู่พอประมาณเลย
ที่จริงผมไม่ได้อยากจะมาสอดรู้สอดเห็นเื่รักๆใคร่ๆ ของเด็กมอปลายอะไรแบบนั้นหรอกนะแต่มิลินอยู่ที่นี่มันก็เลยเป็ผลพลอยได้ของผมถ้าผมไม่มาหาเธอผมก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน จะให้อยู่บ้านเฉยๆ ก็น่าเบื่อตอนนี้ผมทำได้แค่รอ... จนกว่าไอ้คนที่ชื่อครูซนั่นจะโผล่หัวออกมาสักที
“ถ้าพวกนายไปฉันก็ไป”เทนเอ่ยตอบคำถามของปั้นหยาก่อนจะหันมามองหน้ามิลินเสียจนแทบติดหนอย... ไอ้เวรนี่ เอาหน้าออกไปห่างๆ จากเมียกูนะโว้ย
“แล้วนี่ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย”ปั้นหยาว่าพร้อมกับปรายตาไปยังกองขนมมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะในขณะที่เทนก็เสนอหน้าหยิบขนมซองหนึ่งออกมาแกะ แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของมิลิน
“ทานนี่สิลินของโปรดของลินทั้งนั้นเลยนะ”มันพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าหงึกหงักราวกับว่ามันน่ารักนักหนา
“ขอบใจนะแต่ลินไม่ค่อยหิว”คนตัวเล็กเอ่ยตอบมันด้วยสีหน้านิ่งๆ จนผมถึงกับปรบมือแปะๆอย่างถูกใจ หึ... สมน้ำหน้า
“ทานสักหน่อยเหอะนะ เทนกับไอ้เดอุตส่าห์ไปซื้อมานะๆ”เทนยังคงตื๊อ แต่มิลินก็ส่ายหน้าลูกเดียว อันที่จริงผมว่าเธอควรทานสักหน่อยข้าวกลางวันเธอก็ไม่ยอมทาน ผมไม่รู้ว่าเมื่อเช้าเธอได้กินอะไรมาจากบ้านบ้างรึเปล่าเพราะปกติซันมักจะทำอาหารเช้าเอาไว้ให้
แล้วนี่... ผมรู้ได้ยังไงวะหรือว่าบางทีความทรงจำของผมคงค่อยๆเริ่มกลับมาแล้ว
ฟุ่บ!
“ทานเถอะ เขาฝากให้ฉันดูแลเธอ... ลืมไปแล้วรึไง”เดวิลเอ่ยพร้อมกับยัดขนมปังห่อหนึ่งใส่มือมิลินและน่าแปลกที่เธอยอมทำตามอย่างว่าง่าย
เขาที่มันว่าเนี่ย เขาไหนวะ... ใช่ผมรึเปล่า
น่าจะใช่มั้ง... ผมคิดก่อนจะยักไหล่เล็กน้อยเมื่อภาพๆ หนึ่งแวบเขามาในหัว มันเป็สถานที่ๆ เหมือนตึกร้าง มีผม มีน้องลินแล้วก็เดวิล ผมไม่รู้ว่าพวกเราไปทำอะไรที่นั่นเพราะผมเห็นแค่นั้นมันก็ตัดฉับหายไปเลย
“ไง” จู่ๆเสียงทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจนทุกคนต้องหันไปมองผมนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงของคนตรงหน้ากำลังเดินเอามือล้วงกระเป๋าเข้ามา
“คุณแวมพ์...มาทำอะไรที่นี่คะ”มิลินเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจในขณะที่เพื่อนของเธอก็นิ่งเงียบเหมือนกำลังรอฟังคำตอบจากคนตรงหน้าแวมพ์ตวัดสายตามามองผมแวบหนึ่งก่อนจะเลิ่กคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“มารับเธอกลับบ้านนั่นแหละพี่ชายเธอติดประชุมอยู่กับบอส”จบประโยคแวมพ์ก็หันมามองผมอีกรอบเหมือนมีอะไรจะพูดด้วย แต่เพราะมีคนอยู่ตรงนี้เยอะและไม่มีใครมองเห็นผมนอกจากมัน... มันเลยทำไม่ได้
“งั้นหรอคะ”มิลินเอ่ยก่อนจะเก็บข้าวของใส่กระเป๋าในขณะที่แวมพ์ก็หันไปทักทายเดวิลที่อยู่ข้างๆ แทนเหมือนว่าสองคนนี้รู้จักกันมานาน
“ไงไอ้เดใส่ชุดนักเรียนแล้วกูไม่ชินเลยว่ะ”แวมพ์ว่าก่อนจะหัวเราะในลำคอจนเดวิลได้แต่ลูบแผงคอตัวเองไปมาเหมือนกำลังเก้อเขิน
ผมก็เพิ่งรู้... ว่าสองคนนี้รู้จักกันด้วย
“เฮียก็ อย่าแซวดิ”เดวิลยิ้มมุมปากก่อนจะใช้มือจัดเสื้อนักเรียนของตัวเองไปมา
“แล้วเทมป์อ่ะพี่แวมพ์มันประชุมด้วยป่ะ”เทนถามขึ้นบ้างเหมือนว่าสองคนนี้ก็คุ้นเคยกันพอประมาณแถมยังพูดถึงคนชื่อเทมป์ที่ผมนึกไม่ออกด้วยว่าเป็ใครแต่ผมคิดว่าตัวเองต้องรู้จักแน่ๆ
“อืม หมดเลย... ทั้งคาซิบโชลและก็อาเซติค”
“แล้วเฮียหลุดออกมาได้ไงเนี่ย”เดวิลถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะทุกคนหัวเราะกันหมดยกเว้น... มิลิน และผมไม่ชอบเลยที่เธอมักจะปิดกั้นตัวเองแบบนี้มันเหมือนว่าเธอเอาแต่อยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง โลกที่แสนเศร้าและโดดเดี่ยว
“นี่ไงภารกิจ... ส่งให้ถึงบ้าน อาบน้ำ กินนมนอน”แวมพ์ตอบพร้อมกับวางมือลงบนศีรษะของมิลินอย่างเอ็นดูเธอเงยหน้าขึ้นสบตามันพร้อมกับอมยิ้มที่มุมปากน้อยๆก่อนจะกลับไปทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมอีกครั้ง
“ลินไม่ใช่เด็กสักหน่อยนะคะ พี่บัลลังก์น่าจะโทรบอกให้ลินกลับเองก็ได้นี่นา”
“มันเป็ห่วงเธอน่ะ หลังจากเื่นั้น...มันก็ยิ่งห่วงมากกว่าเดิม”แวมพ์อธิบายเสียงนุ่ม และตอนที่มันพูดคำว่า ‘หลังจากเื่นั้น’ ก็ปรายตามามองผมด้วยผมรู้ว่าที่มิลินต้องมาเป็แบบนี้ก็เพราะผม... ผมไม่ได้้าให้เธอเ็ปเลยพอได้ฟังดังนั้นมิลินก็เงียบไปสักพัก เธอพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปพร้อมกับแวมพ์
“มาด้วยกัน”หมอนั่นพูดขึ้นเสียงเบาพร้อมกับหันมาสบตาผมที่เอาแต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนที่มิลินจะหันมาถามเพราะเธอคงได้ยินอะไรแว่วๆ
“อะไรนะคะ”
“อ๋อ เปล่า” เอ่ยจบมันก็ดันหลังเธอให้เดินต่อแต่ไม่วายหันมาพยักหน้าน้อยๆ ให้ผมเดินตามมันไป
อะไรของมัน... คิดจะทำอะไรกันแน่
“ขอบคุณมากนะคะที่มาส่งจะแวะเข้าไปพักทานอะไรสักหน่อยมั้ยคะ”มิลินเอ่ยขึ้นทันทีที่รถของแวมพ์เคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าบ้านผมเคยตามเธอมาที่นี่หลายครั้งแล้ว บนห้องนอนของเธอมีแต่รูปคู่ของเราเต็มไปหมดแถมยังมีกลิ่นหอมมากๆ ด้วย
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวฉันต้องไปประชุมต่อถ้ามีอะไรก็โทรหาพวกพี่ชายเธอหรือไม่ก็ฉันได้ตลอดนะเข้าใจรึเปล่า”แวมพ์เอ่ยเชิงออกคำสั่งกลายๆ
“ค่ะ งั้น... ขับรถดีๆ นะคะ”มิลินเอ่ยลาพร้อมกับค้อมตัวลงเล็กน้อยผมมองตามหลังเธอจนกระทั่งแผ่นหลังเล็กหายเข้าไปในบ้าน ถึงได้หันกลับมามองหน้าแวมพ์อีกครั้ง
“สรุปมีไร”ผมถามขึ้นเป็ประโยคแรกเมื่อมันเอาแต่จ้องผมกลับแล้วปิดปากเงียบ
“บอสอยากเจอมึง...พรุ่งนี้”แวมพ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นั่นกลับทำให้ผมถึงกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างงุนงง บอสนี่... คือใครวะ
“ใครนะ”ผมเอ่ยเสียงสูงพร้อมกับสบตามันอีกรอบอย่างคน้าคำอธิบายแวมพ์ถึงสูดหายใจลึกก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างรำคาญ
“เอาเป็ว่าพรุ่งนี้ก็มาเหอะเดี๋ยววันนี้จะพาไปทัวร์ที่ฐานทัพก่อนมึงจะได้ไปเองถูก” ฐานทัพ...คืออะไรอีกวะเนี่ย ถ้าผมถามมันอีกรอบจะโดนถีบออกจากรถหรือเปล่าคิดอย่างนั้นผมก็เลยไม่ถามอะไรออกไปแต่เลือกที่จะพูดประโยคที่น่าจะมีความเป็ไปได้แทน
“ไปเจอแล้วจะมีประโยชน์อะไรยังไงก็มองไม่เห็นอยู่ดี”จบประโยคของผมแวมพ์ก็เลิ่กคิ้วขึ้น ก่อนจะอมยิ้มน้อยๆเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
“ก็ไม่แน่หรอกกูคิดว่างั้นนะ”คำพูดของแวมพ์ทำให้ผมต้องหันกลับไปมองหน้ามันอย่างแปลกใจแล้วแทนที่มันจะพูดออกมาเลยก็ดันไม่พูด มัวแต่อมพะนำให้ผมสงสัยอยู่ได้
“ทำไม”ในที่สุดผมก็หลุดถามออกไปเพราะทนความอยากรู้ไม่ไหว
“เพราะบอสกับกูมีบางอย่างที่เหมือนกันไว้อีกหน่อยมึงก็เข้าใจเองแหละเป็กซ์... ถามมากจริง”ท้ายประโยคมันบ่นผมเบาๆก่อนจะขับรถเคลื่อนออกไป
ถามจริงนี่ผมผิดตรงไหนวะก็คนมันจำไม่ได้นี่หว่า...
“เอ้า เออๆ จะพาไปไหนก็ไป”ผมพูดก่อนจะเอนตัวพิงเบาะรถอย่างสบายใจ ฐานทัพ... ฐานทัพงั้นหรอ คุ้นจังแฮะ
เพียงไม่นานรถราคาแพงของแวมพ์ก็พาเราทั้งคู่เข้ามาในคฤหาสน์หลังหนึ่งมันสวยและมีพื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตาแถมยังมีสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยผีเสื้อนับร้อยบินว่อนราวกับภาพในความฝัน
แน่ใจนะว่านี่เป็พื้นที่ของพวกมาเฟีย...ทำไมมันดูแตกต่างกับที่ผมคิดจังวะ
“สวนพวกนั้นบอสปลูกให้นายหญิงน่ะ...เธอชอบผีเสื้อ ตอนแรกก็เพาะพันธุ์ไม่กี่สิบตัวแต่เพราะพื้นที่แถวนี้มันเหมาะที่จะเป็แหล่งที่อยู่อาศัย มีน้ำ มีหญ้า มีพืชและที่สำคัญมีดอกไม้ซึ่งเป็อาหารของมันอยู่เต็มไปหมด พวกมันก็เลยมากันเยอะสวยดีนะว่ามั้ย เวลาเครียดๆมานั่งแถวนี้แล้วทำให้อารมณ์ดีขึ้นเยอะ”แวมพ์เอ่ยขึ้นเมื่อสองข้างทางก่อนจะถึงคฤหาสน์เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันแต่ที่เห็นเยอะหน่อยก็คงจะเป็ดอกกุหลาบ
ความรัก... และความลุ่มหลงงั้นหรอ
ผมคิดก่อนจะนึกไปถึงใบหน้าหวานของใครบางคนที่เปรียบเสมือนดอกกุหลาบประจำตัวของผมในยามนี้...มิลิน
“นายหญิงนี่คือเมียบอสใช่มั้ย”ผมถามขึ้นขณะที่มองสวนดอกไม้ซึ่งทอดยาวไปสู่ตัวคฤหาสน์ผ่านกระจกรถและไม่รู้ว่าคนข้างๆ กำลังมีสีหน้าแบบไหนเพราะผมไม่ได้หันไปมองแต่แค่รู้สึกเหมือนมันชะงักไป... ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่า
“อืม เธอชื่อโยเกิร์ต เป็นางแบบด้วย... ไม่รู้นายจะเคยเห็นรูปเธอตามแผงหนังสือมั้ย”แวมพ์ตอบผมถึงได้หันกลับไปมองหน้ามันอีกครั้ง
“ไม่รู้สิ...แล้วบอสล่ะมีชื่ออย่างอื่นมั้ย นิสัยเป็ยังไง อายุเท่าไหร่”ผมถามอย่างอยากรู้ก่อนที่คนข้างตัวจะถอนหายใจพรืดออกมาเหมือนี้เีจะตอบ