หลังจากนั้นเองเคลลีนก็มาเยี่ยมผมที่คฤหาสน์บ้านโมรันนัส และพวกเราก็เข้ามายังห้องนอนของผม
“ออสเทร็ธ”
“ว่าไงครับ?”
“่นี้แนนซี่นึกคึกทำให้ฉันแพ้ท้องบ่อยจังเลย” เคลลีนบ่น
“เดสเตรียนก็เหมือนกัน” ผมตอบ
“ฉันรู้อยู่แหละว่าเธอรักฉันมาก แต่แบบนี้ก็เกินไปนิดหนึ่งนะ” เคลลีนบอก มือข้างหนึ่งวางบนท้องกลมโตของเธอเอง
“ผมคงไปห้ามแนนซี่ไม่ได้หรอกครับ” ผมหัวเราะหึ ๆ “ผมยังห้ามเดสเตรียนไม่ให้ทำผมแพ้ท้องไม่ได้เลย”
“จะว่าไป่นี้รู้สึกเจ็บท้องบ้างไหม?” เคลลีนถาม “แบบว่าอาการมันบังคับมาโดยที่ไม่มีใครควบคุมได้น่ะค่ะ”
“ไม่เลยครับ” ผมตอบ “ท้องผมยังไม่ห้อยลงเลย แล้วของคุณล่ะ?”
“ท้องฉันก็ยังไม่ห้อยค่ะ” เคลลีนตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้นผมก็พิจารณาอีกครั้งว่าแต่ละคนที่คลอดลูกก่อนเขามีอาการแบบนี้บ้างหรือเปล่า เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดหรือ? ไม่ ๆ ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอพระองค์ก็สองเดือนก่อนจะคลอด ถึงขนาดครรภ์จะใหญ่เท่าคนท้องเกินกำหนดคลอดก็ตาม แต่ครรภ์พระองค์ไม่ห้อยลงเลยนะ ต่อไปก็ยูจีน ก็เข้าเค้านะ พอเขาท้องโต ผมแอบสังเกตในเสี้ยววินาทีว่าท้องของยูจีนค่อย ๆ ห้อยลงมา แล้วจากนั้นน้ำคร่ำก็เดินทันที และแจสเตร็ด ตอนที่ผมเห็นว่าเขาท้องอยู่ ท้องของเขายังไม่ห้อยลงมาจนกระทั่งหลังจากจบการประชุมแผนปกป้องโดล-มานเทรีย ที่ผมมาเห็นว่านอกจากเขาจะเจ็บท้องหลอกแล้ว ท้องของเขายังห้อยลงด้วย แสดงว่าสัญญาณที่ทารกจะออกจากครรภ์ก็คือ ท้องห้อยลงมา พร้อมกับมีอาการเจ็บท้องหลอกแบบบังคับที่ควบคุมไม่ได้ทั้งคนอุ้มท้องทั้งลูกในท้อง นั่นเท่ากับว่า หากมันจะถึงเวลาคลอดมันจะมีสัญญาณบังคับบางอย่างที่ผมว่าไปเมื่อสักครู่นี้แหละครับ
หลังจากนั้นไม่รู้เป็อะไรเหมือนกัน ผมยื่นมือไปลูบท้องของภรรยาผม ที่แนนซี่ดิ้นอยู่ข้างใน ในขณะที่เคลลีนเองก็ลูบท้องผมที่เดสเตรียนดิ้นอยู่ข้างในเช่นกันครับ
“แล้ว่นี้เป็ยังไงมั่งล่ะ?” เคลลีนถามต่อ
“ถ้าเป็เื่ล่าขุมทรัพย์น่ะนะ มีคนมาเล่าให้ผมฟังว่า มีโบราณสถานแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้กับป่ามารีนฟอเรสต์ ที่นั่นได้มีการซ่อนดาบวิเศษเล่มหนึ่งไว้ ดาบเล่มนี้ถูกร่ายอาคมเพื่อจัดการกับผู้ประสงค์ร้ายต่อดาบทุกราย ส่วนใครที่ไม่มีเจตนาร้ายเ่าั้แม้จะไม่ได้นำมันออกมาใช้เอง แต่ก็ต้องปิดเป็ความลับ อย่าให้ผู้ประสงค์ร้ายต่อดาบวิเศษรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน และตามหาสมาชิกตระกูลขุนนางผู้สร้างดาบวิเศษเล่มนั้นให้มาเอามันออกมาให้ได้น่ะครับ” ผมตอบ
“ดูท่าดาบเล่มนี้จะยังคงปราณีกับพวกเจตนาดีหรือเป็กลางกับมันสินะคะ” เคลลีนว่า
“ใช่ครับ” ผมตอบ
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเราต้องหาสมาชิกตระกูลเ้าของดาบวิเศษเล่มนั้นให้ได้สินะคะ”
“ครับผม”
“งั้นก็ขอให้โชคดีละกันค่ะที่รัก”
“ครับผม”
และหลังจากนั้น คืนที่ผมนอนก็นอนตามปกติแหละครับ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักในการตามล่าขุมทรัพย์ชิ้นนี้ นอกจากขอให้เจอเบาะแสเกี่ยวกับตระกูลผู้สร้างดาบวิเศษที่ถูกซ่อนไว้ในป่ามารีนฟอเรสต์ก็พอครับ
เช้าวันต่อมา ผมตื่นขึ้นมาอย่างสดใส ผมกำลังจะลุกขึ้นไปล้างหน้าแล้วครับ แต่จู่ ๆ…
“ท่านพ่อครับ อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงของเดสเตรียนจากในท้องผมดังขึ้นมา
“อรุณสวัสดิ์จ้ะลูก” ผมตอบ “ลูกจะทำอะไรในท้องพ่อเหรอวันนี้?”
“อยากให้พ่อแพ้ท้องครับ” เดสเตรียนในท้องผมตอบ เท่านั้นแหละผมหัวเราะหึ ๆ
“ได้เลยลูก” ผมตอบ “เดี๋ยวพ่อไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ ถ้าพร้อมแล้วก็จัดได้”
แล้วผมก็เดินเข้าไปยังห้องน้ำแล้วไปประจำหน้าอ่างล้างหน้า มือข้างหนึ่งวางบนท้องตัวเองพร้อมอาเจียนครับผม และเดสเตรียนก็ไม่แ่ จัดไปหนึ่งดอก อาการพะอืดพะอมครั้งใหม่กลับมาแล้วครับ แล้วผมก็ก้มหน้าลงไปขย้อนอาเจียนออกมา
“โอล้กกกกกกก!!!!”
เสียงอาเจียนนี่ลั่นคฤหาสน์มากจนท่านพ่อท่านแม่รีบมาดูทันที
“เป็อะไรเหรอลูก?” ท่านแม่เจย์น่ารีบถามและประคองร่างผม
“ไม่มีอะไรครับ แค่แพ้ท้องเฉย ๆ” ผมตอบ
“นี่ลูกเพิ่งมาแพ้ท้องอีกหลังจากผ่านไปสี่ปีเนี่ยนะ?” ท่านพ่อเอ็นทรัมว่า
“คือว่าลูกในท้องผมควบคุมการแพ้ท้องของผมได้ครับ” ผมอธิบายให้ท่านพ่อฟัง
“เข้าใจแล้วล่ะ” ท่านพ่อเอ็นทรัมบอก
“แม่ไม่แปลกใจหรอกจ้ะลูก” ท่านแม่เจย์น่าบอก “แม่น่ะก็เคยแพ้ท้องตอนที่อุ้มลูกอยู่ แม้จะเลย่ต้นครรภ์ไปแล้วก็ตาม แม่จำได้เลยว่าแม่อาเจียนลงอ่างเนี้ยบ่อย ๆ เลยล่ะ”
และพวกเราตระกูลโมรันนัสก็หัวเราะครืน (ตอนนั้นพวกเราสามคนเดินไปที่ห้องนอนผมต่อ)
“เอาล่ะครับท่านแม่” ผมบอกท่านแม่เจย์น่า “พอดีว่าผมได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับดาบวิเศษที่ถูกซ่อนไว้ในโบราณสถานในป่ามารีนน่ะครับ และก็พอจะระบุที่อยู่ต่าง ๆ ของพวกขุนนางสมาชิกตระกูลต่าง ๆ แล้วครับ”
“อย่างนี้นี่เอง” ท่านพ่อเอ็นทรัมบอก
“เอาล่ะครับ ผมเองก็คิดอยู่เหมือนกันครับ” ผมบอก แล้วเปิดตู้ลิ้นชักใกล้เตียง ที่เก็บชุดเครื่องมือสะเดาะกลอนไว้มากมาย ชาติเก่าผมตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามีชั้นลิ้นชักที่ใช้เก็บเครื่องมือสะเดาะกลอนด้วย ทั้งตะขอและไม้บิดกลอน รวมไปถึงอุปกรณ์ที่โลกเก่าผมเรียกว่า ลิชิ ที่หัวเหมือนกุญแจปกติ แต่มีตะขอและแผ่นป้ายบิดกลอนด้วย ยังดีที่ผมชาติเก่ายังจำได้ตอนที่ดูวิดีโอในออนไลน์ ที่ทนายความนักสะเดาะกลอนบรรยายการสะเดาะกลอนให้กับทั้งกุญแจและกลอนต่าง ๆ มานักต่อนักแล้ว ผมว่าพวกอาชีพนักผจญภัยน่าจะต้องเรียนรู้วิธีการสะเดาะกลอนเวลาเจอพวกประตูหรือกล่องเก็บของที่ปิดแ่า จะได้เป็ทางเลือกที่มากกว่าต้องไปหากุญแจมาเปิดอย่างเดียว และจะว่าไปแล้ว ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้ในต่างโลกทั่วไปมาก่อนเลยแฮะ ดันเจี้ยนในต่างโลกส่วนใหญ่ หรือแฟนตาซีสายไล่ตัวเอกออก ไม่มีการปลดล็อกประตูและกล่องเก็บของด้วยการสะเดาะกลอนมาก่อนเลย
ผมหยิบ “ลิชิ” ขึ้นมา แล้วกางแผ่นบิดกลอนออก ผมได้เห็นเส้นตารางบอกตำแหน่งของหมุดกุญแจกับระดับความสูงที่หมุดจะโผล่พ้นแกน และตะขอที่มีด้ามจับตั้งเป็มุมฉาก มีเขางองุ้มชี้ปลายตรงด้ามจับ ซึ่งปลายเขาบนด้ามจับจะไปกระทบกับจุดตัดของเส้นตารางด้วย ใครทำกุญแจเดิมหาย แล้วต้องมาทำกุญแจใหม่ ใช้ลิชิสะเดาะกลอนเสร็จก็ถอดรหัสจำเลขความลึกสำหรับตัดปลายกุญแจใหม่ตามจุดตัดที่ปลายเขาด้ามตะขอชี้นี่แหละครับ
พอพูดถึงคลาสนักผจญภัยเนี่ย ว่ากันว่าสายคลาสที่สามารถสะเดาะกลอนได้เก่งที่สุดก็คือสายลอบเร้นอย่างอัสแซซินกับโร้กใช่หรือเปล่าครับ โอเค ตระกูลผมเองเป็สายมัลติคลาสที่ปลดล็อกการใช้สกิลคลาสได้ไม่จำกัดจำนวน ขึ้นอยู่กับความสามารถว่าปลดล็อกให้สามารถใช้โหลดเอาต์สกิลได้กี่คลาสในทีเดียว และพอพูดถึงมัลติคลาส ผมเองก็ขอลงลึกสักหน่อยให้ผู้อ่านเข้าใจได้ละกัน ในโลกใบนี้ ผู้ที่เป็สายซิงเกิลคลาสเนี่ยจะเกิดมาเป็คลาสไหนก็ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน และใช้งานแต่โหลดเอาต์คลาสนั้น ๆ ตลอดชีวิต จะใช้ไอเท็ม อาร์ติแฟกต์ เพิร์ก และรูน ก็ควรเน้นแต่พวกประเภทที่มีเอฟเฟกต์และโบนัสล็อกให้กับคลาสใดคลาสหนึ่งโดยเฉพาะ หาก้าจะเปลี่ยนคลาส ทีนี้แหละความยุ่งยากจะมาละครับ เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนไปฝึกฝนและเรียนรู้คลาสใหม่ได้รวดเร็วทันใจเหมือนสายมัลติคลาส แต่ซิงเกิลคลาสจะต้องไปขอเปลี่ยนที่กิลด์ตามพื้นที่ที่คุณพักอาศัยอยู่เพื่อเซ็นเอกสารยืนยันการเปลี่ยนคลาส และก็ใช่ว่ากิลด์ทุกสาขาจะให้เซ็นเอกสารเปลี่ยนคลาสฟรี ๆ ใครโชคร้ายมาก ๆ เข้าก็อาจจะเจอกิลด์สาขาที่คิดค่าเปลี่ยนคลาสทะลุหลักล้านล้านล้านเหรียญพาราดิเซียมเลยก็มี พวกสามัญชนที่ดันเกิดมาเป็ซิงเกิลคลาสก็เหนื่อยหน่อยล่ะครับ
ส่วนมัลติคลาส สามารถสลับคลาสไปใส่โหลดเอาต์คลาสที่มีอยู่ได้ง่ายและแทบจะทันทีเลย ไม่จำเป็ต้องไปพึ่งพาเอกสารกิลด์อีกต่อไป และเวลาจะเปลี่ยนสกิลในยามฉุกเฉินก็ทำได้ง่ายและเร็วเช่นกัน ทั้งนี้การใช้ไอเท็ม, อาร์ติแฟกต์, เพิร์ก และรูนที่มีเอฟเฟกต์และโบนัสประจำคลาสก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความสามารถในการปลดล็อกช่องเก็บโหลดเอาต์คลาสได้มากแค่ไหน ถ้าคุณยังไม่ได้เพิ่มจำนวนช่องเก็บโหลดเอาต์สกิลคลาสเลยแม้แต่ช่องเดียว ก็เช็กให้แน่ใจแล้วกันว่าเวลาออกลุยรบเนี่ย อินเวนทอรี่ของคุณจะมีชุดไอเท็มและอาร์ติแฟกต์อย่างน้อยสองชุดขึ้นไป ในขณะที่ช่องเก็บอาร์ติแฟกต์ เพิร์ก และรูน จากที่ผมบอกไปว่าคุณจะมีติดตัวั้แ่เกิดอย่างละสามช่อง และด้วยความที่อาร์ติแฟกต์เป็สิ่งของที่จับต้องได้มากกว่าเพิร์กและรูน ก็เหมือนเดิมครับ ถ้าคุณไม่ปลดล็อกจำนวนช่องเก็บโหลดเอาต์สกิลคลาส ก็หวังว่าอินเวนทอรี่ของคุณจะโชคดีมีอาร์ติแฟกต์ประจำคลาสสองชิ้นขึ้นไปแล้วกันครับ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องหาไอเท็มและอาร์ติแฟกต์ที่มีไฮบริดเอฟเฟกต์และไฮบริดโบนัสควบสองคลาสขึ้นไปครับ
ส่วนของผม ที่ผมมีทั้งหมดสิบแอ็กทีฟคลาส ก็เพราะว่าผมปลดล็อกช่องเก็บโหลดเอาต์คลาสไว้ถึงสิบช่อง บางคนในตระกูลโมรันนัสอาจจะปลดล็อกได้มากกว่านี้ แต่นี่แค่่เบื้องต้น และผมก็ได้เรียนรู้และแตกสายสกิลต่าง ๆ ไปมากมายหลายอย่างเหลือเกิน หนึ่งคลาสอาจมีได้เป็ร้อยสกิล และความสามารถต่าง ๆ ที่เสริมเติมแต่งเข้ามาผ่านเพิร์กทรีและรูนทรี แต่การปลดล็อกเอารูนใหม่ ๆ มันไม่ได้เปิดเอาไปใช้งานได้ในทันที คุณต้องเอามันมาใช้งานไปด้วย
ในด้านการอัปเกรด ในโลกนี้เรียกได้ว่าเป็ได้หมดทั้งอัปเกรดตัวละคร อัปเกรดไอเท็ม อัปเกรดอาร์ติแฟกต์ อัปเกรดเพิร์ก และอัปเกรดรูน คือแบบว่าโคตรละเอียดเลยครับ ผมขอไม่ลงลึกละกันครับว่ามันจะมีความแตกต่างอะไรยังไง แต่เอาง่าย ๆ ทั้งตัวละคร ไอเท็ม อาร์ติแฟกต์ เพิร์ก และรูน ต่างก็มีเลเวลเป็ของตัวเอง ทุกครั้งที่เลเวลอัป มันจะสร้างแต้มอัปเกรดที่เรียกว่า เหรียญอัปเกรด ซึ่งใช้อัปเกรดได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาเหรียญนั้นมาอัปเกรดให้กับอะไร อย่างถ้าอัปเกรดตัวละคร ส่วนใหญ่จะอัปเกรดสกิลคลาสที่เราดัดแปลงในโหลดเอาต์ ไม่ว่าจะเป็สายแอ็กทีฟหรือพาสซีฟ ส่วนถ้าเป็ไอเท็ม ไม่ว่าจะอาวุธหรือชุดเกราะ ก็จะเป็ความสามารถของมันในสายต่าง ๆ เช่นความทนทานที่มากขึ้น เพิ่มอายุการใช้งาน (จะได้ไม่ต้องไปซ่อมไอเท็มบ่อย ๆ) หรือเพิ่มความแรงของการโจมตีอาวุธไปเลย และถ้าเป็อาร์ติแฟกต์ อันนี้ก็น่าจะคล้าย ๆ กับพวกไอเท็มอาวุธและชุดเกราะมั้งครับ และถ้าเป็เพิร์กและรูน ก็จะมีการอัปเกรดประสิทธิภาพของทั้งคู่ให้ดีขึ้น ลดคูลดาวน์หรือข้อจำกัดที่เพิร์กหรือรูนนั้น ๆ มี
กระนั้นเองผมรู้สึกว่า พวกนีตต่างโลกที่นี่น่าจะงงแน่นอนว่า ทำไมต้องมาอัปเกรดหลายอย่างจัง อัปเกรดคลาส อัปเกรดไอเท็ม อัปเกรดอาร์ติแฟกต์ อัปเกรดเพิร์ก อัปเกรดรูน ซับซ้อนเกินไปแล้ว แต่ผมชอบนะ ระบบอัปเกรดเนี่ย ไม่จำเป็ต้องผูกขาดกับอย่างใดอย่างเดียว แต่ครอบคลุมให้มากขึ้นด้วย
“ผมวางแผนว่า ผมจะหาสมาชิกตระกูลเ้าของดาบวิเศษที่รอดชีวิต เพื่อสอบถามว่าจะเอาดาบเล่มนั้นออกมาได้ยังไงนั่นแหละครับ” ผมบอก “ดาบเล่มนี้เป็อันตรายต่อผู้ประสงค์ร้ายทุกคน และตอนนี้พวกเราพยายามทุกวิถีทางไม่ให้จอมมารสักตนมารับรู้การมีอยู่ของดาบเล่มนี้เป็อันขาด”
“ดีแล้วลูก” ท่านพ่อเอ็นทรัมกล่าว “พ่อเองก็ไม่อยากให้แม้กระทั่งดรอว์มอธ จอมมารชั้นอัลติม่าตนแรกของโลก เข้ามาครอบงำดาบเล่มนี้ได้แน่นอน”
“ครับผม” ผมบอก
หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ได้นัดมาพูดคุยกับแจสเตร็ดและตี้ของเขา แน่นอนว่าลูกชายของแจสเตร็ดอย่าง โรเล็ม ก็ตามมาด้วย แน่นอนว่าก็เหมือนกับเอเด็นลูกของยูจีน โรเล็มเติบโตเร็วมากจนย่างเข้าสู่วัยรุ่นเต็ม ๆ แล้ว
“สวัสดีครับท่านออสเทร็ธ” แจสเตร็ดทักทาย
“สวัสดี” ผมตอบ “นี่เ้าหนุ่มโรเล็มโตเร็วจังเลยนะ”
“ขอบคุณครับ” โรเล็มตอบแล้วคุกเข่าคำนับผม
“เอาเถอะ ที่ฉันเรียกพวกนายมาที่นี่เพราะว่าฉันมีข้อมูลเกี่ยวกับดาบวิเศษที่ซ่อนอยู่ในโบราณสถานในป่ามารีนใกล้กับอาณาจักรของฉัน” ผมตอบ แล้วหยิบกระดาษเอกสารปึกหนึ่งมาส่งให้แจสเตร็ดได้อ่านอย่างถี่ถ้วน
“ดาบเล่มนี้ฉันได้ค้นพบว่าถูกสร้างโดยสมาชิกตระกูลโดรเฟียม” ผมอธิบายต่อทันที “ตระกูลนี้เป็ตระกูลดยุกจากอาณาจักรลอมเบลนด์ อาณาจักรโบราณที่เคยถูกทำลายไปในาปะทะจอมมารมาก่อน ซึ่งทำให้ตระกูลโดรเฟียมถูกฆ่าตายไปหมด แต่นั่นก็แค่สายเืหลักเท่านั้น แต่ยังมีสายเืรองที่ฟื้นตัวกลับมาสืบลูกสืบหลานต่อไปเรื่อย ๆ และช่วยคนที่ยังรอดชีวิตช่วยก่อตั้งอาณาจักรลอมเบลนด์ขึ้นมาอีกครั้ง รอวันที่ใครสักคนในตระกูลนี้ ที่จะกลับมาดาบที่ซ่อนอยู่ใกล้อาณาจักรฉันนี่แหละ ระหว่างที่รอวันนั้น มันก็มีเื่เล่าตามประสาขุมทรัพย์โบราณทั่วไปทั้งจากที่นี่…”
จากนั้นผมก็เดินไปยื่นหน้าใกล้หูแจสเตร็ดเพื่อกระซิบว่า…
“…และโลกเก่าพวกเรา…”
จากนั้นผมก็ถอยกลับมาเพื่ออธิบายต่อให้คนอื่นฟัง ใช่ครับ คนที่นี่ไม่รู้เื่โลกต่างมิตินอกจักรวาล ฉะนั้นพวกเขาก็แทบไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับโลกเก่าของผู้กลับชาติมาเกิดหรอกครับ
“ดาบวิเศษเล่มนี้ถูกร่ายอาคมคุ้มกันไว้ ใครประสงค์ร้ายต่อดาบ แล้วกล้าบุกมายังโบราณสถานแห่งเนี้ย จะต้องมีอันเป็ไปอย่างร้ายแรง ระดับที่ว่าถึงแก่ชีวิตยังมีมาแล้ว แต่ถ้าใครมีความเป็กลางไปจนถึงประสงค์ดีกับดาบ แม้จะยังดาบวิเศษไม่ได้ แต่จะถูกส่งกลับไปแบบครบเพื่อค้นหาขุนนางตระกูลโดรเฟียมให้ตามหาดาบเล่มนั้นให้เร็วที่สุด และเก็บเป็ความลับไม่บอกให้ผู้ประสงค์ร้ายต่อดาบเล่มนั้นรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันแม้แต่นิดเดียว”
“แล้วเจอใครบ้างครับในตระกูลโดรเฟียมเนี่ย” แจสเตร็ดถามต่อ
“เท่าที่ให้เพื่อนชนชั้นสูงของฉันค้นพบอ่ะนะ มีหนึ่งคนที่อยู่ใกล้ประตูบ้านฉันมากที่สุด” ผมตอบ “แคเล็บ โจออซ โดรเฟียม เขาแวะมาพักที่นครหลวงของอาณาจักรมัสโทรนั่ม ท่าทางเขาน่าจะััได้ถึงพลังของดาบวิเศษประจำตระกูลที่ซ่อนอยู่ใกล้ ๆ อาณาจักร เลยมาพักที่นี่ รอวันที่จะมีคนมานำทางเขาไปดาบเล่มนั้น”
“อย่างนี้นี่เอง” แจสเตร็ดตอบ
“แล้วท่านได้ไปคุยอะไรกับท่านแคเล็บเป็การส่วนตัวบ้างหรือเปล่าครับ?” โรเล็มยกมือขึ้นถามผมบ้าง
“ยังเลย” ผมตอบ “ฉันกำลังหาบ้านเขาอยู่”
“งั้นเดี๋ยวพวกเรารอก็ได้ครับ” แจสเตร็ดบอก
ผมยิ้ม และให้สัญญาว่าเดี๋ยวผมจะกลับมา และผมก็เดินจากไปทันที
ผมได้ทำการเข้าเฝ้าเ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลโดรเฟียมและดาบวิเศษของพวกเขาในป่ามารีน
“กราบทูลเ้าชายครับ” ผมทำความเคารพเ้าชาย “ผมมีเื่จะมารายงานให้พระองค์ทราบ”
“เื่อะไรหรือ?”
“ทางชนชั้นสูงในหมู่แคว้นชั้นเอได้เจอกับดาบวิเศษจากยุคโบราณก่อนาล้างจอมมารครั้งแรกจะเกิดขึ้น” ผมรายงาน “มันถูกซ่อนไว้ในโบราณสถานในป่ามารีนใกล้กับอาณาจักรของเรา มันมีเื่เล่าว่า ดาบเล่มนี้มีการลงอาคมป้องกันไว้ ผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อดาบจะต้องมีอันเป็ไปถึงตาย และผู้ที่เป็กลางหรือประสงค์ดีจะถูกปล่อยกลับไปเพื่อตามหาเ้าของดาบที่แท้จริง และไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายต่อมันรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน และจากที่สืบค้นข้อมูลมาก็พบว่า เป็ดาบวิเศษที่ถูกสร้างโดยตระกูลชนชั้นสูงตระกูลหนึ่งจากอาณาจักรที่กลับมาฟื้นฟูใหม่หลังาปราบจอมมารครั้งแรกครับ”
“เหรอ แล้วชื่ออะไรล่ะ?” พระองค์ตรัสถาม
“ตระกูลนี้มีชื่อว่าตระกูลโดรเฟียม แห่งอาณาจักรลอมเบลนด์” ผมตอบ “และล่าสุดนี้พวกเราได้ค้นพบหนึ่งในสมาชิกตระกูลโดรเฟียมที่พักอาศัยอยู่ในเมืองหลวงของมัสโทรนั่มด้วยครับ เขาชื่อว่า ดยุกแคเล็บ โจออซ โดรเฟียม เขาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในเมืองหลวงน่ะครับ”
“อย่างนี้นี่เอง” เ้าชายตรัสกล่าว “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะบอกเสด็จพ่อให้นะ”
“ครับ”
ใช้เวลาไม่นาน พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดก็ทรงเรียกตัวผมให้มาเข้าเฝ้าทันที
“กราบทูลฝ่าา” ผมทำความเคารพพระองค์ทันที
“ออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดตรัสทักทาย “ที่บอกว่ามีดาบวิเศษจากาถูกซ่อนไว้ใกล้อาณาจักรของเรานี่เป็เื่จริงงั้นเหรอ?”
“ครับ” ผมตอบ “ชนชั้นสูงประจำแคว้นชั้นเอได้ส่งคนไปสำรวจสถานที่รอบอาณาจักรแล้วก็เจอโบราณสถานใต้ดินในป่ามารีนเลยครับ พวกเขายังไม่ได้เข้าไปใกล้เพราะว่าได้ศึกษาเื่ราวเหล่านี้แล้ว มัน้าคนที่คู่ควรที่จะมารับดาบเล่มนั้นไปครับ คนอื่นที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อดาบก็จะถูกปล่อยกลับไป เพื่อไปตามหาผู้ที่คู่ควรกับดาบเล่มนั้น แต่จะเก็บเป็ความลับไม่บอกให้ผู้มีเจตนาร้ายต่อดาบรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน เพราะถ้าปล่อยให้พวกที่มีเจตนาร้ายต่อดาบบุกเข้ามาได้ พวกที่บุกเข้ามาจะต้องมีอันเป็ไปถึงตายครับ”
“อย่างนี้นี่เอง” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดตรัสกล่าว “แล้วใครล่ะที่คู่ควร?”
“คนในตระกูลดยุกผู้สร้างดาบวิเศษเล่มนั้นนั่นแหละครับ” ผมตอบ “มีนามว่า โดรเฟียม ผู้ปกครองแคว้นชั้นเอในอาณาจักรลอมเบลนด์ ตระกูลนี้มีประวัติว่าเคยหายสาบสูญใน่ยุคากำจัดจอมมารครั้งแรก ซึ่งทำให้อาณาจักรลอมเบลนด์ล่มสลายอยู่ชั่วขณะ จนกระทั่งมีการปรากฎตัวของสายเืรองของตระกูลโดรเฟียมและมีการฟื้นฟูอาณาจักรลอมเบลนด์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง และหนึ่งในสมาชิกที่รอดชีวิตนั้นมีนามว่า แคเล็บ โจออซ โดรเฟียม ผมเชื่อว่าเขาน่าจะเข้าถึงดาบเล่มนี้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไปแน่นอนครับ”
“งั้นฉันจะส่งทหารไปเรียกตัวให้” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดตอบ จากนั้นก็เรียกองครักษ์สองสามนายให้เรียกตัวแคเล็บมา
ใช้เวลาไม่นาน (อีกที) องครักษ์กลุ่มที่ว่าก็กลับมาพร้อมกับดยุกแคเล็บ โจออซ โดรเฟียม ตัวจริงเสียงจริงไม่จกตา และดูท่าธีมสีผม สีั์ตา และสีเครื่องแต่งกายนี่สีน้ำตาลจนเหมือนกับเป็สีของช็อกโกแลตด้วยแฮะ และหน้าตาของพ่อหนุ่มนี่ก็หล่อใกล้เคียงกับผมเลยนะ
“กราบทูลฝ่าา” แคเล็บทำความเคารพ “มีอะไรให้ผมรับทราบครับ?”
“พอดีว่าทางกลุ่มชนชั้นสูงในแคว้นชั้นเอได้รายงานมาหาฉันว่า มีดาบวิเศษที่ตระกูลนายสร้างขึ้นมา ถูกซ่อนไว้ในป่ามารีนใกล้บ้านเรา” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดกล่าว “จากข้อมูลนั้น ดาบเล่มนั้นถูกสร้างโดยตระกูลของนาย และซ่อนไว้ไม่ให้จอมมารมา พร้อมกับร่ายอาคมป้องกันไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายต่อดาบวิเศษเข้ามามัน ไม่อย่างนั้นพวกผู้มีประสงค์ร้ายนั้นจะมีอันเป็ไปจนถึงแก่ชีวิต แต่ใครที่ประสงค์ดีไปจนถึงเป็กลางต่อดาบ จะถูกส่งกลับไปมือเปล่า โดยที่ต้องปิดเื่การมีอยู่ของดาบไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายต่อมันรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน พร้อมกับต้องตามหาผู้ที่เหมาะสมต่อการดาบเล่มนั้นให้ได้นั่นแหละ”
“ดาบวิเศษ…จากบรรพบุรุษตระกูลผมเหรอครับ?” แคเล็บถาม
“ใช่” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดตอบ “นายจะอธิบายให้พวกเราฟังเบื้องต้นบ้างได้ไหม?”
“คือ… เื่ดาบวิเศษนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ของผมได้เล่าไว้ว่า ชื่อของมันคือ รูบิลัคเซออฟโดรเฟียม ถูกตีขึ้นมาในปลายยุคก่อนปฐมยุทธการขจัดจอมมาร ด้วยน้ำมือของท่านดยุกโรเบิร์ต เมกริฟ โดรเฟียม สมาชิกสายเืหลักของตระกูลโดรเฟียม พร้อมกับร่ายอาคมคุ้มกันไว้ไม่ให้จอมมารหรือผู้ประสงค์ร้ายต่อดาบนั้นเข้ามาใช้มันในทางที่ชั่วร้าย และมีเพียงคนจากตระกูลโดรเฟียมเท่านั้นที่จะสามารถดาบได้ และตอนที่ตระกูลของพวกเราได้นำดาบไปซ่อนไว้ในโบราณสถานในป่ามารีน ไม่เคยมีอาณาจักรมัสโทรนั่มและโอคอนเนียก่อตั้งขึ้นมาเลย แต่หลังจากนั้นเป็ต้นมา ตระกูลโดรเฟียมเองก็ได้แตกสายเืรองไปมากมายเพื่อรักษาความอยู่รอดของตระกูล จนกว่าจะถึงวันที่คนในตระกูลโดรเฟียมสักคนจะกลับมาดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมอีกครั้งน่ะครับ”
“แล้วนายมาพักอาศัยที่นี่ทำไมหรือ?” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดถาม
“คือผมได้ขอท่านพ่อท่านแม่ เพื่อเดินทางออกจากอาณาจักรลอมเบลนด์มาพักที่นี่ เผื่อจะได้เจอเบาะแสเกี่ยวกับดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมครับ” แคเล็บตอบ “ในโบราณสถานแห่งนี้มีกลไกบางอย่างที่ต้องใช้ลูกกุญแจดอกหนึ่งไว้ปลดล็อกเท่านั้น ท่านดยุกโรเบิร์ตได้สร้างกุญแจดอกนี้เป็มรดกตกทอดของตระกูลโดรเฟียมให้ผมใช้ปลดล็อกด้วย แต่นั่นไม่นับกล่องสมบัติที่คนอื่น ๆ เอามาทิ้งไว้ให้นักผจญภัยขโมยไปใช้นะครับ พวกนี้ก็มีกุญแจเป็ของตัวเองและถูกซ่อนไว้ตามที่ต่าง ๆ ของโบราณสถาน แต่คนที่มีความสามารถในการสะเดาะกลอนก็เปิดกล่องได้โดยไม่ต้องหากุญแจเลย แต่มันจะไม่มีผลกับพวกกลไกในโบราณสถานนะครับ อันนั้นต่อให้จะสะเดาะได้ก็ไม่ได้ทำให้เข้าถึงดาบวิเศษได้อยู่ดี และกุญแจที่จะปลดล็อกกลไกที่ว่าก็อยู่ในมือผมแล้วครับ”
ว่าแล้วแคเล็บก็แบมือโชว์ลูกกุญแจประจำตระกูล ซึ่งหัวก็มีสัญลักษณ์เหมือนนกอินทรีสามหัว และมีปลายเป็รอยตัดหยัก ซึ่งลึกแค่ไหนก็ตามหมุดกุญแจครับ และเท่าที่ผมสังเกตมา รอยตัดหยักมีหกรอย แสดงว่ากลไกมีหกหมุดสินะ
“อย่างนี้นี่เอง” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดกล่าว “เอาล่ะ ฉันว่านายต้องทำความรู้จักกับบุคคลที่อยู่ในอาณาจักรนี้กันเป็หลักเลยล่ะ”
พระองค์ได้ทรงผายพระหัตถ์ไปยังพระโอรสของพระองค์ทางซ้าย
“ด้านขวามือของนายคือลูกชายฉันเอง เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปด ฉันกำลังยกหน้าที่ให้เขาได้ขึ้นปกครองอาณาจักรแทนฉันหลังจากที่ฉันเสียชีวิตไป” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดทรงอธิบาย จากนั้นก็ทรงผายพระหัตถ์มาที่ผมที่อยู่ทางขวาของพระองค์และ… “ส่วนทางซ้ายมือของนายก็คือ ดยุกออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส ผู้ปกครองแคว้นออฟเทร็ม หนึ่งในแคว้นชั้นเอของอาณาจักรแห่งนี้ เขากำลังตั้งครรภ์ลูกได้สี่ปีแล้ว”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ดยุกแคเล็บบอก
“ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันครับ” ผมตอบ
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น ออสเทร็ธ” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดหันพระพักตร์มาทางผม “นายเชื่อมือเ้าหนุ่มแจสเตร็ดได้หรือเปล่า?”
“ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ” ผมตอบ
“ใครคือแจสเตร็ดเหรอครับฝ่าา?”
ผมหันขวับไปยังแคเล็บที่งงเต้กเป็ไก่ตาแตกที่ได้ยินชื่อแจสเตร็ด
“อ้อ ผมมีคู่หูประจำตัวชื่อ แจสเตร็ด มิชิเกอร์” ผมอธิบายให้แคเล็บฟัง “เขาพักอาศัยอยู่ที่อาณาจักรฟาโลน่า ตอนแรกเขามาเยี่ยมที่นี่ แต่บังเอิญว่ามันมี ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ทัศนคติบูลชิทบุกมาที่นี่ เขาเลยพาตี้นักผจญภัยของเขากำราบให้สิ้น และก็มีบทบาทต่ออาณาจักรนี้เป็อย่างมากเลยน่ะครับ”
“ผู้กลับชาติมาเกิดงั้นเหรอ?” แคเล็บว่า และทำท่าครุ่นคิดอยู่ จากนั้น…
“รู้ไหมครับ ก่อนที่ผมจะออกจากลอมเบลนด์ ครอบครัวผมเคยเตือนว่าระวังผู้กลับชาติมาเกิดทัศนคติลบให้ดี อย่าให้พวกเขารู้ถึงการมีอยู่ของดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมเป็อันขาด ผมก็ทำตามที่ครอบครัวผมบอกจริง ๆ แต่กระนั้นเองระหว่างที่ผมเดินทางมาที่นี่ ผมก็ได้เจอกับตี้ผู้กลับชาติมาเกิดทัศนคติลบหลายกลุ่มที่มีเจตนาจะขโมยดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมไป และพวกมันก็รู้ตำแหน่งที่ดาบเล่มนั้นซ่อนอยู่ก่อนที่ผมจะปริปากพูดเสียอีก ผมเลยจัดการสั่งสอนพวกมันไปเต็ม ๆ ไม่รู้พวกนั้นมันเข็ดหลาบและยอมถอยออกจากรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมหรือเปล่านะ
“ขณะเดียวกัน ผมก็เจอตี้ผู้กลับชาติมาเกิดทัศนคติบวกหลายกลุ่ม ที่เคยฝ่ากลไกเข้าไปถึงห้องเก็บดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมแล้ว แต่ไม่ได้เอามันไปเลย แล้วบังเอิญมาเจอผมพอดี เลยขอให้ผมไปกับพวกเขาด้วย ซึ่งผมก็ยอมไปครับ แต่มีเงื่อนไขว่าผมและคนในตระกูลของผมต้องเป็ผู้ใช้ดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น และนั่นก็เลยทำให้ผมมาถึงที่นี่ได้ และผมก็ขอเอาเงื่อนไขนี้ไปใช้กับทุกคนที่นี่ด้วยนะครับ ว่าผมและตระกูลของผมต้องได้ใช้ดาบเล่มนั้นเท่านั้นครับ”
ผมพยักหน้า เพราะผมกับแจสเตร็ดเองก็เป็คนจากต่างโลกเหมือนกัน และผมก็ดีใจที่ได้รู้ว่ามีคนจากต่างโลกตรรกะดี ๆ ที่เคยไปพบกับดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมแล้วไม่ได้เก็บมา ขณะเดียวกันผมก็โกรธที่ได้รู้ว่ามีคนจากต่างโลกตรรกะบูลชิทพยายามจะขโมยดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมไปเป็ของตัวเองอีก
“ถ้าอย่างนั้น เตรียมพร้อมแล้วใช่ไหมที่จะไปสำรวจพื้นที่ป่ามารีนน่ะ?” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดถาม
“พร้อมครับ” ผมตอบ
และแล้วพวกเราก็ประจำหน้าทางเข้าอาณาจักร ซึ่งมีทั้งผม เคลลีน ยูจีน ลินด์เซีย เอเด็น แคเล็บ ตี้แจสเตร็ด และเหล่านักผจญภัยจากต่างโลกตรรกะดี ๆ ประมาณสิบหกกลุ่มที่แคเล็บไปพบนี่แหละครับ พวกเราหารือเื่การสำรวจป่ามารีน และคอยเฝ้าระวังว่ามีมอนสเตอร์ตัวไหนที่เป็ศัตรูที่จะมาทำร้ายบ้าง และที่สำคัญกว่านั้นคือ มีตี้คนต่างโลกตรรกะบูลชิทกลุ่มไหนที่เข้ามาในป่ามารีนแล้วบ้าง
และจากนั้น ผมเองก็ได้พบกับ… หมู่บ้านไม้แห่งหนึ่งที่ผมไม่รู้ว่ามันมีอยู่ด้วยแฮะ และคนที่นี่… น่าจะมีหูหมาป่าด้วย คนโลกนี้เรียกว่าฮาล์ฟวูล์ฟนี่แหละ พวกเขามาตั้งถิ่นฐานเพื่ออะไรกันนะ?
ทันใดนั้น…
“เฮ้ย ผู้บุกรุกนี่นา”
ฮาล์ฟวูล์ฟหนุ่มคนหนึ่งะโ และรีบคว้าอาวุธมาเล็งผม คนอื่น ๆ ที่มากับผม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีแคเล็บรีบตามมาสมทบทันที
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” แคเล็บอุทาน
“พวกนายไม่ใช่พวกที่จะมาเอาดาบรูบิลัคออฟโดรเฟียมไปใช้เองใช่ไหม?” ฮาล์ฟวูล์ฟหนุ่มคนนั้นถาม
“ใจเย็น ๆ ฉันมาพร้อมกับตระกูลเ้าของดาบน่ะ” ผมตอบ และผายมือไปยังแคเล็บ
“ไหนหลักฐาน?” ฮาล์ฟวูล์ฟหนุ่มคนนั้นถามต่อเพราะไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ สุดท้ายแคเล็บก็เลยต้องยื่นลูกกุญแจให้พวกฮาล์ฟวูล์ฟดู จากนั้นฮาล์ฟวูล์ฟก็ทำมือตะเบ๊ะเคารพชนชั้นสูงจากอาณาจักรลอมเบลนด์อันห่างไกล
“ขออภัยที่เข้าใจผิดครับ” ฮาล์ฟวูล์ฟบอก “ไม่นึกว่าจะได้มาถึงวันที่ได้พบกับสมาชิกตระกูลโดรเฟียมตัวจริงเสียงจริงไม่ติงนัง เข้ามาเพื่อนำดาบออกจากโบราณสถานใต้ดินในป่าแห่งนี้”
“เออ ๆ ฉันอภัยให้ได้” แคเล็บบอก แล้วเดินมาคุยกับฮาล์ฟวูล์ฟหนุ่มนั้น “แล้วที่ผ่านมาพวกนายได้โจมตีพวกผู้กลับชาติมาเกิดทัศนคติดี ๆ ที่เข้ามาดูดาบของตระกูลฉันหรือเปล่า?”
“อ๋อ เปล่าฮะ” ฮาล์ฟวูล์ฟหนุ่มบอก “พวกเราแค่ไล่ออกไปจากที่นี่เพราะไม่อยากให้ไปเสี่ยงกับกลไกดักโจรที่บรรพบุรุษของท่านได้วางไว้ ไม่งั้นก็ไปคุ้มกันพวกเขาฝ่าฟันกลไกไปด้วยกันก่อนจะส่งกลับไปนี่แหละครับ”
“โอเค เข้าใจละ” แคเล็บว่า
“เอาเป็ว่า ท่านพร้อมหรือยังครับ?” ฮาล์ฟวูล์ฟหนุ่มถาม
“พร้อมแล้วล่ะ” แคเล็บตอบ “ไปกันเถอะ”
ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมที่ใช้สกิลประเมินกับพวกฮาล์ฟวูล์ฟแต่ละคนที่อยู่ในป่ามารีนในระหว่างการพูดคุยระหว่างหนึ่งในฮาล์ฟวูล์ฟชายกับแคเล็บแล้ว ปรากฏว่าส่วนใหญ่เป็คลาสดรูอิด ซึ่งเป็คลาสที่เน้นดูแลผืนป่าเป็หลัก ปกติผมจะเจอแต่วู้ดเอลฟ์ที่โดดเด่นในสายนี้ แต่พวกหูหางสัตว์เองก็โดดเด่นในคลาสสายนี้เหมือนกันนะ
หลังจากนั้น ขบวนฮาล์ฟวูล์ฟก็เดินทางไปยังทางเข้าโบราณสถานในป่า ซึ่งแน่นอนว่า…
“ที่นี่แหละ เอล คันทาราโด” แคเล็บเอ่ยชื่อโบราณสถานแห่งนี้ ซึ่งดูจากหน้าตาแล้ว เทียบกับโลกเก่าผมก็คล้ายกับพวกอินคาล่ะมั้ง และด่านแรกที่ต้องมาเจอเลยก็คือ… ประตูหินครับ
“โอเค ตรงนี้ที่กุญแจตระกูลเราจะได้เฉิดฉายล่ะนะ” แคแล็บว่า แล้วจากนั้นก็ควักลูกกุญแจประจำตระกูลเสียบเข้ารู บิดไปตามเข็มนาฬิกา แล้วจากนั้นประตูหินก็ค่อย ๆ เปิดออกเป็บันไดลงไปทันที
พวกเราที่ได้เห็นก็ทำตาลุกวาวสุด ๆ เพราะไม่นึกว่าจะได้เห็นโบราณสถานที่ปลดล็อกด้วยลูกกุญแจแค่ดอกเดียวด้วยซ้ำ
บันไดที่เดินลงไปนั้นมันก็ช่างลึกพอสมควร และเมื่อลงไปได้ระดับหนึ่งก็ไปสู่ทางตรงที่มาทางแยกมากมาย ซึ่งถ้าเดินไม่ดูทางแล้วซวยไปเจอกับดักนี่ก็คงไม่เหลือล่ะนะ
และลางแรกก็มาถึงละครับ เพราะไม่ทันจะได้เดินพ้นแยกแรก พวกผมก็มาเจอกับศพของไอ้หนุ่มผมดำวัยสิบห้าคนหนึ่งเพิ่งจะตายจากาแลึก ผิวของมันซีดเซียวจากการเสียเืเกินขีดจำกัด และจากการแต่งกายนี่ก็สวมชุดเกราะเหล็กราคาดีใช้ได้เลยครับ ศพนี่น่าจะมีทรัพย์สินเป็ของตัวเองมากมาย หนึ่งในนั้นที่พวกเราช่วยกันลูตก็คือบัตรกิลด์ที่มีชื่อว่า อิดิโอตะ อยู่คลาสไนท์ และเท่าที่ผมสืบประวัติจากการที่ผมใช้สกิลประเมินก็พบว่า อิดิโอตะคือหัวตี้ผู้กลับชาติมาเกิดทัศนคติบูลชิทที่พาสาว ๆ มาที่นี่เพื่อขโมยดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมไปใช้ในทางที่ผิดนี่เอง และแน่นอนว่า มันมีหยดเืที่ยาวเป็ทางพอจะนำไปสู่ดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมได้ ซึ่งถ้าให้ผมเดา สาว ๆ ที่มากับอิดิโอตะ ถูกฆ่าตายในที่ลึกกว่านี้มาก แถมที่สำคัญ…
“ไอ้หมอนี่…” แคเล็บว่า “ไอ้หัวตี้ผู้กลับชาติมาเกิดที่จะขโมยดาบตระกูลฉันไปนี่นา!!”
“คุณเคยเจอมาก่อนเหรอฮะ?” แจสเตร็ดถามทันที
“ใช่” แคเล็บตอบ ดูจากสีหน้าสุดรังเกียจที่ได้เห็นศพไอ้อิดิโอตะนี่ก็ชัดเลย “ไอ้หมอนี่มันกล้าหาเื่ฉัน หาว่าฉันโกหกที่อ้างว่าเป็ลูกหลานตระกูลโดรเฟียมที่หายสาบสูญไป นั่นหมายความว่ามันไม่เคยฟังอะไรเต็ม ๆ เลย”
“ผมก็นึกอย่างนั้นแหละ” ผมบอก “ไม่งั้นมันคงไม่มาตายที่นี่หรอก”
จากนั้นผมกับเคลลีนก็พาตี้แจสเตร็ดและตี้นักผจญภัยอีกตี้สองตี้นำทางไป และเจอกล่องสมบัติสีทองคำกล่องแรกในโบราณสถานเลย
“กล่องสมบัติ ดีล่ะ” ผมบอก “เดี๋ยวฉันจะสะเดาะกลอนละนะ”
ผมไม่รอช้าตรงไปที่กล่องสมบัติเพื่อสาธิตการสะเดาะกลอนให้ดูเลย ผมเสียบไม้บิดไว้ที่้าของรูกุญแจ แล้วใช้ตะขอเล็กดันหมุดขึ้นทีละอัน ๆ ระหว่างนั้นผมก็พึมพำไปเรื่อย ๆ
“อันแรกไม่เกิดอะไรขึ้น อันสองไม่มี โอเค อันสามขยับนิดหน่อย น่าจะเป็ Serrated Pin อันห้าหลวม ๆ โอเค อันหกดีดแน่นละ ตกไปอยู่ใน False Set แสดงว่าต้องมีสักหมุดที่ต้องเป็ Spool Pin แน่นอน กลับมาใหม่ …อันหนึ่งหมุนย้อนกลับ อันสองดีดแน่นละ ยังดีดอยู่ ยังดีดอยู่ โอเค ขยับนิดหน่อยปล่อยไว้ละกัน อันสามไม่ขยับ อันสี่หมุนย้อนกลับ และหลุดจาก False Set อันที่ห้าดีดแน่น ยังดีดอยู่ และก็ขยับนิดหน่อย ปล่อยอันห้าไว้ อันหกดีดแน่น แล้วก็เปิดได้สำเร็จ”
พอผมดันหมุดตัวที่หกขึ้นสุด ผมก็บิดไม้บิดไปทางขวา แล้วฝากล่องก็เผยอเปิดออกทันที
เมื่อผมเปิดฝากล่องแล้ว ก็เจอกับสร้อยคอล้ำค่าสองสามเส้น ซึ่งผมในฐานะชนชั้นสูงนี่มีจนล้นคลังแล้วเนี่ย และจากการประเมินไอเท็มก็พบว่ามันไม่ใช่ของต้องสาปแต่อย่างใด กระนั้นผมเองก็เลยต้องไปแจกให้กับพวกนักผจญภัยอยู่ดี
“ท่านสะเดาะเก่งจังเลย!” แจสเตร็ดชม “ปกติท่านไม่ได้ใช้สายลอบเร้นนี่ ท่านไปฝึกมาจากไหนครับ?”
“อ๋อ เอ่อ…” ผมไม่รู้จะบอกแจสเตร็ดยังไง ก็เลยลดเสียงลงและ… “นี่ ๆ บอกไว้เป็ความลับละกัน ชาติเก่าฉันเคยเรียนมาจากทนายความนักสะเดาะกลอนน่ะ”
“โอเคครับ” แจสเตร็ดว่า
“เอาเถอะ เดี๋ยวไปกล่องใบต่อไปละกันนะ” ผมบอก
แยกแล้วแยกเล่า อันไหนที่มันมีกลไกเฉพาะ ผมก็ให้แคเล็บไปเสียบกุญแจปลดกลไก อันไหนมีกล่องสมบัติก็ให้พวกนักผจญภัยเข้าไปสะเดาะกลอนโด้ของเอา และผมก็ได้รู้จักกับล็อกสปริงรูปแบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกล่องสมบัติแต่ละกล่อง ซึ่งอันแรกที่ผมไปเจอคือล็อกสปริงที่ผสมหมุดเสริมความปลอดภัยแบบทั้ง Serrated และ Spool แต่บางอันก็ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเลย เช่นกล่องนี้…
ผมใช้สกิลวิสัยทัศน์โปร่งแสง (Transparent Vision) สแกนภายในรูกุญแจ จนพบว่ามันมีแต่หมุดธรรมดาหกอัน ไม่มีหมุดเสริมความปลอดภัย
“เจอแบบนี้งั้นก็จัดเวฟเรคไป” ผมบอก แล้วจากนั้นก็เอาไม้บิดกลอนเสียบไว้ด้านล่างของรูกุญแจ แล้วเอาเวฟเรคห้าหยักมาชักเข้าออกรูกุญแจรัว ๆ และเมื่อหมุดบนออกจากแก่นแล้วผมก็บิดไม้บิดไปทางขวา ฝากล่องเผยอเปิดออกทันที แต่…
“ลองใหม่อีกทีดีกว่า จะได้รู้ว่ามันไม่ฟลุก*” ผมบอก แล้วผมก็ปิดฝากล่อง บิดรูกุญแจกลับไปเป็เหมือนเดิม จากนั้นก็ทำการชักเวฟเรคเข้าออกรูกุญแจอีกครั้ง คราวนี้ผมเปิดได้เร็วกว่าที่คิดอีก แน่นอนว่าข้างในกล่องนี้คือน้ำยาที่เอาไว้ใช้ยามคับขัน ซึ่งผมก็ให้พวกนักผจญภัยช่วยเก็บไว้ เพราะผมไปซื้อเอาข้างนอกง่ายกว่าเยอะ เผลอ ๆ ที่มาของน้ำยาที่ซื้อมาก็ได้มาจากการเก็บของในดันเจี้ยนนั่นแหละ
หรือกล่องต่อไป อันนี้หนักเลยครับ มีแม่กุญแจคล้องห่วงไว้ แต่ว่าข้างในนี้ไม่ปิดกั้นหลังรูกุญแจ ซึ่งทำให้เวลาใส่ลูกกุญแจแล้วหมุนเปิดนั้น กลอนข้างในจะหมุนแยกกับตัวล็อกห่วง ฉะนั้น…
“อ่ะ กลอนแบบนี้ เอาบายพาสไดรเวอร์จัดไป” ผมบอกและจากนั้นก็ใส่ตะขอบายพาสสอดเข้าไปทะลุหลังรูกุญแจ แล้วก็บิดตัวล็อกห่วงให้คลายออก และเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ฟลุก ผมกลับมาล็อกห่วงอีกครั้งแล้วเสียบตะขอบายพาสทะลุหลังรูกุญแจ บิดคลายตัวล็อกห่วง แล้วก็เปิดฝากล่องออกทันที
หรืออีกกล่อง เหมือนกับกล่องที่แล้ว แต่ข้างในแม่กุญแจนั้นเว้นที่ว่างให้สปริงเยอะเกินไป มันก็เลยตกเป็เหยื่อให้กับหวีสะเดาะกลอนครับ ในกล่องนี้ใช้หมุดหกหมุด ผมเอาหวีสะเดาะหกหมุดเสียบเข้ารู แล้วดันหมุดบนและหมุดล่างขึ้นจากแกน แล้วบิดเหมือนใช้กุญแจเองเลยครับ แน่นอนผมทำอย่างนี้สองรอบเพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่ฟลุก และผมก็เปิดกล่องอันนี้ออกได้ง่ายไม่แพ้กันเลยครับ
แน่นอนว่าระหว่างนี้พวกเราก็เจอกับโครงกระดูกทีละศพ ทีละศพ ซึ่งพวกนี้ตายมานานและย่อยสลายไปแล้วเกินศตวรรษ ไม่เหมือนกับตี้อิดิโอตะที่เพิ่งจะมาเป็รายสุดท้ายก่อนที่แคเล็บจะมา และจากที่ผมใช้สกิลประเมินรายศพก็รวม ๆ แล้วส่วนใหญ่เป็พวกโจรขุดสุสานที่โลภอยากเอารูบิลัคเซออฟโดรเฟียมไปขาย ไม่ก็ลูกสมุนของจอมมารที่พยายามจะเข้าถึงดาบเล่มที่ว่าให้ได้แต่ไม่สำเร็จ ไม่ใช่เด็กต่างโลกตรรกะบูลชิทอยากท้าทายกลไกแบบตี้อิดิโอตะ แต่กระนั้นหยดเืของไอ้อิดิโอตะก็เป็ตัวนำทางให้พวกเราเข้าถึงดาบได้ง่ายขึ้น
เท่าที่ผมผ่านมา โบราณสถานนี้ก็มีกับดักรูปแบบที่ผมเดาได้ในแนวผจญภัยล่าขุมทรัพย์ทั่วไปเลยแฮะ ทั้งเหวลึกที่มีอะไรข้างใต้พรากชีวิตไป กับดักธนู พื้นหนามแหลม ตะบองั์เลื่อนไปมาให้หลบหลีก ใบเลื่อย บลา ๆ ๆ แต่ลูกกุญแจตระกูลโดรเฟียมเป็บายพาสชั้นดีที่สามารถผ่านไปได้ง่ายมาก คือแบบจากเหวกลายเป็เสกสะพานทันที หรือกับดักธนูก็แบบ แตะสายหรือเหยียบปุ่มไปได้เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตะบองั์ ใบเลื่อย ก็หยุดหมุนหยุดเลื่อนแบบชะงัดนักเลยครับ
และในที่สุด หลังจากผ่านแบบฉลุย พวกเราก็ได้มาถึงห้องเก็บดาบรูบิลัคเซออฟโดรเฟียมเสียที่ ดาบเล่มนี้ถือว่าเป็ดาบที่สำคัญมาก สีของมันเหมือนเป็สีแพลตินั่มมากเลยนะ และตราประจำตระกูลโดรเฟียมที่เป็นกอินทรีสามหัวก็ปั๊มนูนบนใบดาบอีกด้วย ครอสการ์ดตกแต่งด้วยอัญมณีหลากหลายสี ด้ามจับน่าจะทำจากเหล็กกล้าเสริมพลัง ส่วนใบดาบถึงจะมีสีแพลตินั่มแต่ทำจากแร่พาราดิเซียมผสมเหล็กกล้าด้วย ดาบเล่มนี้ยังถูกปักอยู่บนแท่นหินอย่างสง่าผ่าเผย
แต่เบื้องหน้าของดาบเล่มนี้ ก็คือซากศพของสาว ๆ ทั้งหลายจากตี้ของอิดิโอตะที่ถูกทิ้งไว้ให้ต้องรับมือตามลำพังอีก แต่ละคนนี่ถูกฆ่าตายด้วยสภาพที่แบบว่าไม่น่าดูยิ่งกว่าหัวตี้อีก
“จากาแแล้ว น่าจะโดนทิ้งให้สู้กับอาถรรพ์ในโบราณสถานแห่งนี้แน่นอน” แคเล็บกล่าว
“ถูกต้องแล้วล่ะ”
เสียงประหลาดดังขึ้น และพวกเราก็ขนลุกซู่ ใครมีอาวุธก็ชักอาวุธขึ้นเตรียมสู้กับอะไรก็ตามที่จะโผล่มา และปรากฏว่า ต้นเหตุที่สังหารตี้อิดิโอตะก็คือพวกภูติผีเฝ้าดาบนี่เอง
“เ้าน่าจะเป็สายเืของตระกูลโดรเฟียม ดยุกจากอาณาจักรลอมเบลนด์สินะ” หัวหน้าผีทักทายแคเล็บ ดูจากเครื่องแต่งกายน่าจะเป็กษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์ไปในยุคาปราบจอมมารครั้งแรกสินะ
“ใช่แล้ว” แคเล็บตอบ “พวกสตรีที่สิ้นชีพเหล่านี้ รวมถึงบุรุษที่อยู่ตรงทางเข้าโน่น ฝีมือพวกเ้าใช่หรือไม่?”
าาผียิ้มกริ่ม หัวเราะคิกคัก และ…
“ใช่ ฝีมือพวกข้าเอง” าาผีตอบ “ข้าไม่้าให้สมุนจอมมารหรือผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อดาบได้แตะต้องดาบเล่มนี้แม้แต่นิดเดียว นี่ข้ายังปราณีต่อผู้ประสงค์ดีหรือเป็กลางต่อดาบนะ ข้าไม่้าเล่นบทโหดต่อผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เื่มากพอ แต่อย่างน้อยเ้าในฐานะลูกหลานของโรเบิร์ต เมกริฟ โดรเฟียม ดยุกบรรพบุรุษในปลายยุคก่อนปฐมยุทธการ ก็มาที่นี่และพร้อมจะดาบเล่มนี้ไปได้แล้วล่ะ”
แคเล็บยิ้มกริ่ม จากนั้นก็…
“โอเค ช่วยหลีกทางให้ข้าหน่อย ข้าจะขอดึงดาบวิเศษเล่มนี้เอง”
สิ้นเสียงของแคเล็บ เหล่าผีเฝ้าโบราณสถานก็ยอมหลีกทางให้ดยุกจากลอมเบลนด์ตรงเข้าไปที่แท่นดึงดาบ และดึงได้อย่างง่ายดาย ทว่า… สิ่งที่ไม่มีใครคาดถึงก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น เพราะจู่ ๆ แคเล็บที่เพิ่งเก็บดาบเข้าอินเวนทอรี่ ก็โค้งตัวลง มือสองข้างกุมท้องของเขาที่เรืองแสงสีทองคำ (อีกแล้ว) ทำให้ทุกคนรีบเข้าไปหาดยุกตระกูลโดรเฟียมทันที
“ท่านครับ เป็อะไรไป?” แจสเตร็ดอุทาน ทว่าผมก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด เมื่อท้องของแคเล็บขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีขนาดใกล้เคียงกับที่ผมกับเคลลีนกำลังท้องแก่เลย
“แคเล็บ…” ยูจีนที่ตามมาด้วยอุทาน “นี่คุณ…”
“ผมก็ไม่นึกว่า ผมจะท้องจริง” แคเล็บตอบ “ไม่รู้ผมจะบอกพ่อแม่ยังไงเนี่ยว่า ดาบนี้ทำให้ผมท้องลูก เอาเป็ว่า ออสเทร็ธ”
ว่าแล้วเขาก็หันมาทางผม ซึ่งหน้าถอดสีทันทีเพราะรู้สึกเหมือนถูกโยนภาระเข้ามา แต่เพื่อหน้าตาผมก็เลย…
“ครับ” ผมตอบแบบสุขุม (หรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนสุขุมอ่ะนะ)
“ถ้าเป็ไปได้ช่วยไขปริศนาเพิ่มเติมด้วยนะว่าดาบนี้ทำอะไรไว้ได้บ้าง” แคเล็บบอกผม
“ครับ” ผมตอบ
*ประโยคติดปากของช่องยูทูบ Lock Picking Lawyer ในกรณีที่มีกลอนที่สะเดาะได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ทั้ง Wave Rake, Bypass Driver, และ Comb Pick