บทที่ 10 ทางเลือกใหม่นามนั้นคือ NU-เอมเบรส!!!……ก็แค่ใช้พลังธาตุดินแทนธาตุไฟเองไม่มีอะไรมากหรอกน้า~
“ก็แค่ใช้พลังธาตุดินแทนธาตุไฟเองไม่มีอะไรมากหรอกน้า~”
“““ม่ายๆๆๆ มันไม่ใช่อะไรอย่างนั้น”””
โดนปฏิเสธหน้าตายอย่างกับตบมุกแถมพร้อมเพรียงกันทั้ง 3 คนด้วย…นี้ซ้อมมาก่อนเปล่าเนี่ย? ว่าแต่ทำเอาบรรยากาศเครียดๆตอนแรกหายหมดเลยยังไงไม่รู้แฮะ
หลังจากที่ผมบอกความตั้งใจจะเปลี่ยนไปใช้พลังเวทธาตุดินแทนธาตุไฟที่เสียไป ทำเอาอาจารย์ทั้งสองกุมขมับกับทำพูดของผมที่พูดออกมาง่ายๆอย่างนั้น
ก็โดนอาจารย์ทั้งสองปฏิเสธความคิดที่จะเปลี่ยนธาตุหลักแม้แต่ฮันนาเมดของผมยังเห็นด้วยกับฝังนั้นแต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ยืนยันความตั้งใจนั้น! …ก็ทำอย่างนี้อยู่พักใหญ่จนทำไปทำมาจากเื่ที่ดูคุยกันจริงจังกลายเื่ตบมุกเบาสมองซะอย่างงั้น
การเปลี่ยนจากผู้ใช้เวทไฟไปเป็ผู้ใช้เวทดินนั้นมันหมายถึงเปลี่ยนธาตุหลักของตนเองซึ่งเป็เื่ที่ประหลาด ไม่ใช่ว่าเป็ไปไม่ได้แต่มันยากมากๆ!
มันเคยกรณีเหมือนที่จะเกิดกับตอนยังเด็กพึ่งเริ่มมีพลังเวท เพราะยังเด็กการวิเคราะห์หรือแสดงพลังเวทและธาตุต่างๆในร่างกายจะยังไม่ชัดเจนมีเปลี่ยนกันได้หรือไม่ก็อาจจะมีธาตุหลักมากกว่าหนึ่งได้ เมื่อเวลาผ่านไปพลังเวทและธาตุต่างจะชัดเจนขึ้นก็จะเหลือเพียงหนึ่งธาตุแต่ก็เป็ไปที่จะมีมากกว่าหนึ่งซึ่งมันน้อยมาก
ตัวเอมเบรสเองตอนยังเล็กก็เหมือนจะแสดงใช้ธาตุหลักได้หลายธาตุ แต่พอโตขึ้นธาตุที่แสดงพลังมากสุดขึ้นธาตุไฟเพียงธาตุเดียวจึงเป็ผู้ใช้เวทไฟไป
เื่พวกนี้เป็พื้นฐานเบื้องต้นที่นักเวทใครๆก็รู้ ซึ่งเป็เหตุผลว่าทำไมอาจารย์ทั้งสองถามไม่เห็นด้วยกับผม
ก็เล่นเถียงกันจนคอแห้งเลยพักดื่มชากันทุกคนให้ใจเย็นก่อนจะได้คุยกันต่อ
“เออ…เอมเบรสจ้ะ เธอเข้าใจใช่ไหมว่าตอนนี้ร่างกายเป็ยังไง”
“ครับ เข้าใจสิครับอาจารย์ก็ร่างกายผมเองนี้?”
อยู่ดีๆก็ถามอะไรแปลกๆ? อาจารย์ได้ยินงั้นทำหน้าหนักใจเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับผม
“ฟังนะเอมเบรส ถึงอาจารย์จะดีใจที่เธอกลับมาหายดีเป็ปกติและตั้งหลักได้แถมมีกำลังใจเต็มเปี่ยมอย่างนี้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างมันจะง่ายเหมือนเมื่อก่อนหรอกนะ”
อาจารย์พยายามอธิบายให้ผมเข้าใจความเป็จริง
“เธอใช้เวทไฟมาตลอดหลายปีนี้ซึ่งเป็เวทธาตุหลักของเธอเรียกได้ว่าอยู่กับไฟมาทั้งชีวิตก็ได้!… การที่อยู่ดีๆจะเปลี่ยนไปธาตุหลักจากอย่างหนึ่งไปเป็อีกอย่างหนึ่งนั้นมันไม่ได้ง่ายๆอย่างนั้น มันไม่เหมือนเปลี่ยนจากใช้ช้อนซ้อมเป็ตะเกียบแทน”
“ไม่นะอาจารย์ ตอนผมใช้ไปตะเกียบแทนช้อนซ้อมยังใช้เวลานานเลย…”
“ปัญหาไม่ใช่ตรงนั้น!”
อยู่ดีๆอาจารย์อิกลูเข้าตัดบทตบมุกได้ดีครับ good job อาจารย์ แต่ก็อย่างที่อาจารย์บอก…ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น
“คืออย่างนี้นะเอมเบรส ธาตุหลักคือธาตุที่เด่นสุดซึ่งส่วนใหญ่จะมีกันได้คนละธาตุั้แ่เกิด การที่จะใช้ธาตุอื่นได้ก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรแต่เธอไม่เคยใช้ธาตุดินเลยจะให้อยู่ดีมาใช้เป็ธาตุหลักคงจะ…?”
ระหว่างอาจารย์คามิโนว์พูดอยู่ก็ชะงักไปพลางมองหลอดทดลองที่แสดง 5 ธาตุก็ทำท่าคิดแป๊ปหนึ่งก่อนจะพูด
“ก็อาจจะเป็ไปได้ก็ได้นะครับ อาจารย์อิกลู”
“ก็อย่างที่อาจารย์คามิโนว์บอกว่าเป็ไปไม่…เมื่อกี้นี้ว่ายังไงคะ!?”
เหมือนจะไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยินงั้นอาจารย์อิกลูเลยขอถามใหม่
“อาจจะเป็ไปได้ครับ ดูที่หลอดสินี้สิครับ”
“ดูที่หลอด?”
อาจารย์คามิโนว์ยืนหลอดทดลองที่ใช้ดูสีธาตุต่างๆเมื่อกี้ให้อาจารย์อิกลูดู เธอมองในหลอดนั้นก็ต้องเปิดตากว้างพร้อมอุทานใ
“ยังมี…สีน้ำตาลอยู่!”
ในหลอดทดลองใสน่าจะไร้สีนั้นกลับมีสีน้ำตาลอ่อนหลงเหลืออยู่ แม้มันจะจางๆไม่มากก็ตามสีน้ำตาลอ่อนแสดงขึ้นพลังธาตุดิน
“หมายความว่ายังไงเหรอคะ?”
ฮันนาที่ไม่รู้เื่เวทจึงไม่เข้าถึงอาการใของอาจารย์ทั้งสอง อาจารย์คามิโนว์จึงอาสาเล่าให้ฟัง
“โดยปกติแล้วการทดลองสีต่างๆในหลอดทดลองนี้จะทำปฏิกิริยาจนปรากฏสีธาตุในร่างกายของคนทดลองอยู่พักหนึ่งก่อนจะหายไป ซึ่งการทดลองนี้จะดูสีไหนเข้มสุดจะเป็ธาตุหลักนั้นคือการตรวจสอบพื้นฐานพลังธาตุหลักแบบเบื้องต้นที่ทั่วไปใช้กัน”
อาจารย์คามิโนว์หยิบหลอดทดลองมาดูอีกก่อนจะส่งให้ฮันนาดูบ้างก่อนจะอธิบายต่อ
“แต่ก็มีกรณีหนึ่งที่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกัน ปกติหลังน้ำมานาในหลอดทดลองทำปฏิกิริยาไปได้สักพักก็จะหมดฤทธิ์ไปกลายเป็น้ำใสธรรมดาสีที่ปรากฏก็จะหายไปด้วย แต่เอมเบรสไม่เหมือนกันแม้น้ำมานาจะหมดฤทธิ์แล้วแต่สีน้ำตาลอ่อนจางนั้นก็ยังคงอยู่แม้สีอื่นจะหายไปแล้วก็ตาม”
“แต่นี้มันไม่แปลกไปหน่อยเหรออาจารย์คามิโนว์”
อาจารย์อิกลูหันมาแซกถามอย่างจริงจัง
“ก็เคยได้ยินเื่พวกนั้นในตำราก็เหมือนกันมีเหมือนที่มีกรณีอย่างนี้ แต่ว่าในกรณีนั้นหมายถึงสีธาตุหลักที่ความเข้มข้นสูงไม่ใช่สีธาตุรองที่เจือจางแถมสีควรเหลือควรเป็สีแดงที่เป็ธาตุไฟธาตุของเอมเบรสสิ แต่นี้กลับเป็สีน้ำตาลอ่อนที่เป็ธาตุดินซึ่งตามประวัติของเอมเบรสไม่ได้บอกถึงสัญญาณการใช้ธาตุดินแม้แต่น้อย”
ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อต่อหลักฐานที่อยู่ตรงหน้าว่า ผมมีความสามารถใช้พลังธาตุดินเป็ธาตุหลักแทนธาตุไฟที่เสียไปได้
พวกอาจารย์เถียงเื่ทฤษฎีกันใหญ่ ในขณะที่ฮันนาจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรแต่อย่างน้อยก็พอเข้าใจว่าผมสามารถใช้ธาตุดินได้จ้องมาหาด้วยความดีใจแบบสุดๆใหญ่เลย
ก็ไม่ใช่พึ่งรู้อะไรหรอก เพราะตอนที่ลองนั่งสมาธิอยู่ก็ตรวจสอบด้วยตัวเองตอนอยู่ในห้องสมุดมาแล้วเลยอยากจะขอให้อาจารย์อิกลูสอนการเวทดินให้หน่อย
ตอนนี้สู้ในสวนนั้นได้หยิบก้อนอิฐก้อนหนึ่งที่อยู่ใกล้บาใส่รุ่นพี่ทีหนึ่ง ตอนแรกนึกว่าโชคดีที่มีอิฐวางอยู่ใกล้แต่พอมองดีๆหลังจากตื่นขึ้นมาที่แชลลี่กับรุ่นพี่ฟอร์เทลช่วยรักษาถึงได้เห็นชัด…ว่าผมหยิบอิฐจากที่พื้นที่ปูด้วยอิฐแดง
อิฐสีเหลี่ยมผืนผ้าสีแดงหนาปูแบบแนวนอนแน่นยาวไปเรียงกันเป็ระเบียบที่ปิดร่องระหว่างอิฐด้วยปูนซ้ำ ในแนวอิฐที่เรียงกันเป็ระเบียบนั้นกลับมีอิฐหายไปอันหนึ่งซึ่งเป็ที่ผมล้มลงไปนอนในตอนแรกด้วย
แม้ดูด้วยตาเปล่าก็รู้มันถูกเรียงกันจนแน่นหยิบไม่ได้แถมเทปูนปิดร่องอีก ก็รองพยายามหยิบอิฐดูหลายก็ไม่ได้ ไม่มีทางหยิบด้วยมือเปล่าถ้าไม่ใช้อุปกรณ์หรือพลังเวทช่วย
ในตอนนั้นถึงฉุกคิดผมอาจจะมีพลังเวทอื่นนอกจากเวทไฟก็ได้
ในภวังค์นั้นได้เห็นธาตุทั้ง 5 ในร่างกายของตัวเองในตอนที่เห็นพลังธาตุไฟธาตุหลักที่เสียหายใกล้มอดดับและสิ้นหวังนั้น กลับมีประกายแสงแห่งความหวังปรากฏขึ้นต่อหน้าพลังธาตุดิน จริงอยู่ที่พลังธาตุดินอยู่ในระดับต่ำเพียง 1 ดาวเท่านั้น
แต่ดาวเดียวนั้นกลับส่องประกายไปด้วยความหวังและความเป็ไปได้เหมือนต้นกล้าน้อยๆที่รอการเติบโตเป็ต้นไม้ใหญ่ที่แตกกิ่งก้านยาวออกไป ยังไปได้อีก ยังมากกว่านี้ได้ ยังไปได้สูงกว่านี้อีก นั้นสิ่งที่ผมเห็นจากพลังเล็กๆดวงนั้น
เคยเห็นมาก่อนจากความทรงจำของเอมเบรสในอดีตครั้งแรกที่เขาค้นพบพลังธาตุครั้งแรกก็เป็อย่างนี้เหมือนมันทั้งเล็กแต่ส่องประกาย นั้นทำให้รู้ได้ว่านี้ความหวังใหม่ของผมละ
นี้คือทางเลือกใหม่สำหรับผมนามนั้นคือ NU-เอมเบรสยังไงละ! …ถึงจะแค่ใช้พลังธาตุดินแทนธาตุไฟเองก็เถอะนะ
“ว่าไงครับอาจารย์อิกลู จะช่วยผมใช่ไหมครับ?”
ถามออกไปในขณะที่อาจารย์ทั้งสองยังคงเถียงทฤษฎีกันอย่างเมามัน อาจารย์ต่างมองหน้าตัดสินใจได้พยักหน้าให้กันก่อนหันบอกผมว่า
“แน่นอนจ้ะเอมเบรส อาจารย์จะพยายามช่วยสุดความสามารถ!”
“อาจารย์เองก็ขอร่วมด้วยคน ถึงจะช่วยเื่การสอนไม่ได้แต่ถ้าเป็ดูแลช่วยรักษาร่างกายและมานาอาจารย์พร้อมช่วยอย่างเต็มที่”
“ขอบคุณมากอาจารย์อิกลู อาจารย์คามิโนว์”
อาจารย์ทั้งสองต่างยอมช่วยผมด้วยความเต็มใจ ถ้าได้อาจารย์อิกลูเป็อาจารย์สอนเื่เวทดินและการใช้มานาต่างๆคงสามารถกลับมาใช้เวทได้อีกครั้งเหมือนสมัยก่อนของเอมเบรสก็ได้ และอาจารย์คามิโนว์มาช่วยถึงแม้จะเป็อาจารย์แนะแนวแต่ก็มีความรู้เื่การแพทย์และมานาในร่างกายพอควรคงช่วยให้หาวิธีรักษาวงจรมานาในร่างกายที่เสียหายได้
เท่านี้ก็เข้าใกล้การหนีอนาคตสุดBadEndของตัวร้ายเอมเบรสอีกก้าวหนึ่ง อนาคตที่สดใสต้องกำลังรอผมอยู่แน่ๆผมเชื่ออย่างนั้น
“จากนี้ไปของฝากตัวด้วยครับ!”
“เหนื่อยหน่อยนะคะท่านเอมเบรส”
“นั้นสินะ เหนื่อยมากเลยละ”
ผมนั่งพิงหลังโซฟาที่ห้องรับแขกอย่างหมดแรง
ตอนนี้เป็เวลายามเย็นใกล้จะค่ำแล้วจากที่มองท้องฟ้านอกหน้าตาที่เริ่มมืด อาจารย์ทั้งสองที่เคยมาต่างกลับไปหมดแล้ว
เหลือแต่กองหนังสือและสมุดจดอีก 2 เล่นที่เปิดวางทิ้งไว้ มันคือสมุดจดที่เขียนเื่รายละเอียดการใช้เวทดินและการฝึกฝนต่างๆ อีกเล่มเป็วิธีรักษาวงจรมานาที่เสียหายในร่างกายนั้นเอง
หลายชั่วโมงที่ผ่านผมและอาจารย์ทั้งสองวุ่นอยู่กับการเรียนและฝึกสอนการใช้เวทธาตุดินและการรักษาวงจรมานาซึ่งทั้งสองเล่มเขียนด้วยลายมือของอาจารย์ทั้งสองด้วยตัวเองเลย เรียกได้มานี้คือหนังสือสำหรับผมโดยเฉพาะเพียงคนเดียว…รู้ขอบคุณเป็อย่างมาก
ขอบคุณมากครับอาจารย์อิกลู อาจารย์คามิโนว์
“น้ำชาค่ะ”
“ขอบใจนะ”
และก็ต้องขอบคุณฮันนาด้วยที่คอยซัพพอร์ตน้ำและของว่างตลอดไม่งั้นผมคงหลับคาโต๊ะไปแล้ว อาจารย์ทั้งสองเล่นสอนมาราธอนแบบไม่ให้หยุดพักทำเอาอยากจะสลบไปหลายรอบ
“แล้วเย็นนี้จะทานอะไรดีคะ”
“เอาอะไรที่มันเบาๆหน่อยละกัน”
“เข้าแล้วก็จะไปเตรียมให้คะ”
ว่าแล้วเธอก็กำลังเดินออกจากห้องไป และก็ต้องขอบคุณฮันนาอีกเช่นกันที่คอยซัพพอร์ตดีเกินไปจนส่งน้ำส่งของว่างมาไม่หยุดหย่อนจนในท้องตอนนี้กินอะไรไม่ค่อยลง …แต่ถ้าไม่ของพวกนั้นช่วยก็เรียนไม่ไว้อีกเช่นกันอะนะ
“ว่าแต่ท่านเอมเบรสคะ ฉันยังสงสัยอยู่เื่หนึ่ง?”
ตอนที่เปิดประตูกำลังออกจากห้องฮันนากลับมาหันถาม
“อะไรหรือ?”
“ทำไมท่านเอมเบรสอยู่ดีๆถึงใช้เวทดินได้ละคะ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นใช้ได้เลย”
“……”
ก็เงียบคิดไปพักหนึ่งก่อนจะตอบไป
“ก็ไม่รู้สิ อยู่ดีๆพลังก็ตื่นขึ้นมาเองมั่ง?”
“งั้นเหรอคะ?”
ก็ตอบแบบนั้นไป ฮันนาที่ได้ยินก็ไม่เข้าใจเท่าไรก่อนปิดประตูก่อนเดินตรงไปห้องครัวเตรียมทำข้าวเย็น
“……ก็ไม่ใช่ไม่รู้หรอกนะ”
เมื่อไม่มีใครอยู่เลยพูดกับตัวเองลอยๆออกมา
ที่จริงผมเองก็ทฤษฎีง่ายๆอยู่ว่าทำไมอยู่ดีๆเอมเบรสถึงใช้พลังธาตุดินได้ เพราะ ผมมาเกิดใหม่ในร่างของเอมเบรสยังไงละ
มันก็ง่ายๆอย่างนั้นจากที่เคยดูในอนิเมะ มังงะและไลท์โนเวลมาหลายเื่ก็มีเื่พวกนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆที่พวกพระเอกตายแล้วไปต่างโลกจะได้ของหรือพลังพิเศษติดตัวไปด้วย
อย่างริวจิพระเอกของเื่ ‘เกิดใหม่ครั้งนี้ขอใช้ชีวิตให้มันเทพสุดๆไปเลย’ ก็มีได้พลังทำให้ใช้เวทได้ถึง 5 ธาตุพร้อมดาบเทพเล่มหนึ่งเลย ซึ่งตอนนี้ผมอยู่ในโลกอนิเมะเื่นั้นด้วยก็เลยคิดว่าจะมีอะไรติดตัวบ้างก็ไม่แปลก
“แต่ทำไมให้มาน้อยจังน้า~”
ก็อดบ่นไม่ได้ที่มีมาให้แค่นี้ ไม่ได้โปรโมชั่นบวกของแถมแบบริวจิ
“แต่ก็แค่ทฤษฎีง่ายๆอะนะ อาจจะมี…ทฤษฎีที่มัน…เมคเซ้นกว่านี้ก็ได้…”
หลังที่ทนความง่วงไม่ไว้จากการเรียนหลายชั่วโมงก็เลยขอพักสายตาสักแป๊บหนึ่ง………