การโจมตีของซ่งไป่หลางนั้นรุนแรงมากอย่างไรก็ตามอสูรวารีมีความสามารถในการเคลื่อนที่ในน้ำได้อย่างรวดเร็ว แก่นิญญาของมันขยับวูบไหวภายใต้สายน้ำโดยไม่ปล่อยให้ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อยหากซ่งไป่หลาง้าจัดการกับมันจริงๆเกรงว่าเขาคงต้องใช้เวลาหลายวันในการจับมันให้สำเร็จ
ทว่าซ่งไป่หลางเองไม่ใช่คนโง่เด็กหนุ่มตระหนักดีถึงจุดเด่นของฝ่ายตรงข้ามดังนั้นจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถจับตัวมันได้โดยง่ายแต่แรกในสมองของเด็กหนุ่มหวนคิดไปถึงเคล็ดวิชาสายอ่อนที่เคยเห็นอู่ลี่ลี่เรียกใช้ ลำพังเคล็ดฝ่ามือบัว์ย่อมไม่อาจทำอันตรายต่ออสูรวารีที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำได้ทว่าเมื่อผสานกับการใช้พลังแบบอ่อนหยุ่น เคล็ดฝ่ามือบัว์จะสามารถเปลี่ยนแปลงและสร้างความแตกต่างให้กับการลงมือได้อย่างสิ้นเชิง
เคล็ดฝ่ามือบัว์
ภาพของดอกบัวปรากฏขึ้นบนผืนน้ำอีกครั้งทว่าพลังทำลายล้างที่เคยผลักดันจนทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่บนผิวน้ำกลับแปรเปลี่ยนเป็พลังดึงดูดอันทรงพลังคลื่นน้ำหมุนวนเข้าหากันโดยมีภาพของดอกบัวเป็จุดศูนย์กลางแก่นิญญาของอสูรวารีรวมถึงร่างของซ่งไป่หลางก็ถูกดึงดูดไปด้วยพลังของฝ่ามือบัว์เช่นกัน
อสูรวารีััได้ถึงภัยอันตรายที่ร้ายแรงมันไม่รอช้ารีบปลดปล่อยพลังออกมาทั้งหมดสร้างเป็ม่านน้ำซ้อนกันหลายาชั้นปกป้องแก่นิญญาของมันจากแรงดึงดูดของวิชาฝ่ามือบัว์เอาไว้
ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มต่อให้อสูรวารีพยายามต่อต้านแต่พลังของวิชาระดับ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีพลังขั้นเหนืุ์จะสามารถต้านทานโดยง่ายอีกทั้งด้วยพลังดึงดูดของวิชาฝ่ามือบัว์ บัดนี้ซ่งไป่หลางอาศัยแรงดึงของมันเคลื่อนที่ใต้น้ำอย่างรวดเร็วยิ่งพริบตาเดียวก็พุ่งไปถึงจุดที่ม่านพลังธาตุน้ำของอสูรวารีกางขวางอยู่ร่างของเด็กหนุ่มเปล่งประกายสีขาวจากวิชากายาบัวพิสุทธิ์ก่อนจะชกหมัดเข้าใส่ม่านวารีอย่างรุนแรงและรวดเร็วยิ่ง
ม่านวารีพังทลายในชั่วพริบตาอสูรวารีไร้ซึ่งหนทางต้านทานถูกพลังของฝ่ามือบัว์ดึงกระชากเข้าหาจุดศูนย์กลางแก่นิญญาของมันลอยคว้างด้วยความเร็วสูงยากจะหยุดยั้ง พริบตาเดียวก็ลอยมาจนถึงเบื้องหน้าของซ่งไป่หลาง
เด็กหนุ่มคว้าแก่นิญญาของมันเอาไว้ในมืออย่างรวดเร็วในวินาทีนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นในห้วงจิติญญาของซ่งไป่หลางเป็เสียงที่ฟังดูราวกับเสียงของเด็กชาย นี่คือการติดต่อสื่อสารของอสูรวารีเป็ครั้งแรกที่ซ่งไป่หลางสามารถสื่อสารกับสัตว์ปีศาจได้
“ท่านผู้สูงศักดิ์ อย่าทำร้ายข้า ไว้ชีวิตข้าด้วยข้าไม่อยากตาย”
ได้ฟังเสียงขอร้องอ้อนวอนที่ราวกับเสียงของเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งซ่งไป่หลางขมวดคิ้วด้วยความยุ่งยากใจเล็กน้อย
“ท่านผู้สูงศักดิ์ข้ารู้ว่าท่านมีความเชื่อมโยงกับวารีอันทรงพลังและยิ่งใหญ่ ท่านมีจิติญญาที่สามารถเป็นายเหนือของพวกเราวารีธาตุหากท่านเมตตาปล่อยข้าไปข้าจะมอบสมบัติแห่งวารีที่ข้าเก็บรักษาแก่ท่าน”
สมบัติแห่งวารีเป็เสมือนแหล่งกำเนิดพลังของมันทว่าแม้จะขาดสมบัติแห่งวารีไปอสูรวารีก็จะยังมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ความสามารถในการวิวัฒนาการของมันจะกลายเป็เชื่องช้าลงหลายสิบหลายร้อยเท่าอย่างไรก็ตามเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้มันย่อมยินยอมที่จะสูญเสียสมบัติวารีไป
ซ่งไป่หลางไม่รู้วิธีโต้ตอบทว่าเซี่ยหยางที่อาศัยอยู่ในร่างของซ่งไป่หลางนั้นเป็อีกเื่หนึ่ง
‘อสูรวารี ศิษย์ของข้าย่อมมีเมตตาไม่คิดสังหารเ้าอย่างไร้เหตุผลอย่างไรก็ตามแก่นิญญาของเ้าถือว่าเป็สมบัติอีกชิ้นหนึ่งที่สามารถส่งผลต่อการฝึกตนของเขาดังนั้นหากเ้ายอมแบ่งชิ้นส่วนิญญาแก่ศิษย์ของข้ารวมถึงสมบัติแห่งวารีเ้าก็จะรอดชีวิต’
เงื่อนไขของเซี่ยหยางค่อนข้างโหดร้ายชิ้นส่วนิญญาของสัตว์ปีศาจอาจไม่ล้ำค่าเท่ากับแก่นิญญาแต่มันก็คือพลังชีวิตส่วนหนึ่งของสัตว์ปีศาจเช่นกันยกตัวอย่างเช่นหากอสูรวารีมีอายุขัยพันปีการแบ่งชิ้นส่วนิญญาของมันก็จะทำให้อายุขัยของมันลดลงหลายร้อยปี
ทว่าเมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตทั้งหมดอสูรวารีย่อมรู้ดีว่ามันควรทำอย่างไร “ที่แท้ท่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งวารีอาศัยในร่างของท่านข้ายินดีมอบชิ้นส่วนิญญาสองส่วนให้กับท่าน”
“สองส่วนก็เพียงพอ” เซี่ยหยางไม่ได้เรียกร้องมากนักจริงอยู่ว่าชิ้นส่วนิญญาของสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดค่อนข้างมีค่าแต่ในความเป็จริงสำหรับซ่งไป่หลางที่มีิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์และฐานรากศักดิ์สิทธิ์อยู่ลำพังชิ้นส่วนิญญานี้ไม่อาจส่งผลต่อเด็กหนุ่มมากนักสาเหตุที่เซี่ยหยาง้าให้อสูรวารีมอบชิ้นส่วนิญญาให้ซ่งไป่หลางก็เพื่อใช้มันปิดบังความสนใจจากคนภายนอกมากกว่า
ด้วยความสามารถของเซี่ยหยางย่อมรับรู้ได้ว่าซ่งไป่หลางถูกจับตามองจากภายนอกมิติรวมนภาตลอดเวลาการพัฒนาพลังของซ่งไป่หลางนั้นยอดเยี่ยมเกินไปการได้รับทรัพยากรที่หายากอย่างชิ้นส่วนิญญาของอสูรวารีจะทำให้คนที่จับตาดูอยู่ไม่รู้สึกติดใจสงสัยมากเกินไป
ซ่งไป่หลางย่อมทำตามสิ่งที่เซี่ยหยางบอกเมื่อเด็กหนุ่มคลายมือปล่อยให้อสูรวารีเป็อิสระ แก่นิญญาของอสูรวารีก็รีบเคลื่อนไหวถอยห่างออกไปจากนั้นมันก็เปล่งแสงออกมาจางๆ
“ท่านผู้สูงศักดิ์ นี่ก็คือชิ้นส่วนิญญาของข้าและสมบัติแห่งวารี”
แสงสีขาวนวลสองสายหลุดลอยออกจากแก่นิญญาของอสูรวารีพวกมันลอยเข้าหาแล้วหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้าของซ่งไป่หลาง
สายหนึ่งแปรสภาพเป็ชิ้นส่วนแก่นิญญาของอสูรวารีที่มีขนาดเล็กกว่าแม้แก่นิญญานี้จะเกิดจากการแบ่งชิ้นส่วนิญญาและมีพลังไม่มากเท่ากับแก่นิญญาทั่วไปแต่ความบริสุทธิ์ของพลังธาตุวารีกลับยอดเยี่ยมอย่างมากเป็สมบัติที่มีค่าสำหรับผู้มีพลังธาตุวารี และแสงสีขาวอีกสายหนึ่งปรากฏเป็ไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์มันปลดปล่อยพลังธาตุวารีที่ทรงพลังออกมาระดับพลังของมันไม่ต่ำกว่าขั้นเหนืุ์อย่างแน่นอน
“ที่แท้ก็เป็ไข่มุกวารี” เซี่ยหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ
หลังจากส่งมอบสมบัติวารีและชิ้นส่วนิญญาแล้วอสูรวารีก็รีบใช้พลังของมันพาซ่งไป่หลางกลับขึ้นไปบนพื้นขณะเดียวกันมันก็รีบหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็วพลังของมันลดลงบางส่วนทำให้มันไม่ใช่สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดอีกต่อไปแต่พลังของมันก็ยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสัตว์ปีศาจทั่วๆไปในพื้นที่แม่น้ำ
“อาจารย์ ไข่มุกวารีเป็สมบัติประเภทใดกันแน่” ซ่งไป่หลางสอบถามน้ำเสียงตื่นเต้น
“สมบัติแห่งธาตุวารีนั้นมีอยู่หลายประเภทไข่มุกวารีเป็หนึ่งในสมบัติระดับพื้นฐานนั่นหมายถึงมันเป็สมบัติที่พบเจอได้ง่ายที่สุดอย่างไรก็ตามแม้มันจะพบเจอง่ายแต่มันก็ยังล้ำค่าอยู่ดีไข่มุกวารีถือกำเนิดจากการควบรวมพลังของธาตุวารีตามธรรมชาติยิ่งกำเนิดในพื้นที่ที่มีพลังหนาแน่นก็ยิ่งแข็งแกร่งอย่างเช่นไข่มุกวารีนี้น่าจะเกิดจากน้ำตก์ ดังนั้นจึงมีพลังขั้นเหนืุ์”
“วิธีการใช้ไข่มุกวารีนั้นค่อนข้างหลากหลายแต่ที่เหมาะที่สุดสำหรับเ้าก็คือการดึงพลังธาตุวารีของมันออกมาโดยตรงใช้มันกระตุ้นพลังธาตุวารีในกายของเ้าด้วยวิธีนี้อาจทำให้เ้าสามารถใช้พลังธาตุวารีได้โดยไม่จำเป็ต้องเข้าสู่ระดับขั้นเที่ยงแท้”
ใจของซ่งไป่หลางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตอนนี้โอกาสที่เขาจะชนะการประลองสิบนภานับว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย สาเหตุหนึ่งเพราะความเสียเปรียบในด้านพลังธาตุหากใช้พลังธาตุได้จะทำให้ซ่งไป่หลางมีโอกาสเอาชนะในการประลองมากยิ่งขึ้น
‘ด้วยพลังของิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์หลังจากที่ข้าใช้พลังธาตุได้ ข้าอาจจะเอาชนะเยว่จิงได้อย่างไม่ยากเย็นเลย’
“ตอนนี้ดูดซับพลังของชิ้นส่วนิญญาอสูรวารีและไข่มุกวารีก่อนด้วยสมบัติชิ้นนี้การเข้ามาในมิติรวมนภาก็นับว่าคุ้มเกินพอแล้วคะแนนจากสัตว์ปีศาจเ้าเองก็เก็บไว้มากพอไม่สู้เตรียมความพร้อมสำหรับรอบสุดท้ายจะดีเสียกว่า” เซี่ยหยางเอ่ยออกมา
“การดูดซับชิ้นส่วนิญญาอสูรวารีนั้นใช้หลักการเดียวกับการดูดซับแก่นิญญาสัตว์ปีศาจทั่วไปเ้าน่าจะไม่ต้องใช้เวลานานนัก”ตอนนี้ซ่งไป่หลางมีความคุ้นเคยกับการดูดซับแก่นิญญามากกว่าคนรุ่นเดียวกันทั่วไปหลายเท่าเพราะนอกจากเขาจะสามารถรวบรวมแก่นิญญามาได้จำนวนมากแล้ว ซ่งไป่หลางยังสามารถดูดซับพวกมันได้เร็วกว่าคนธรรมดาโดยที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า
ซ่งไป่หลางพยักหน้ากำลังจะเข้าไปใกล้น้ำตก์เพื่อหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับดูดซับพลังแต่เมื่อมองเห็นสัญญาณที่ถูกส่งมาบนท้องฟ้า สีหน้าของเด็กหนุ่มก็แปรเปลี่ยนไปทันที
“พลุบัว์ คนของนิกายกำลังได้รับอันตราย” ซ่งไป่หลางตระหนักได้ทันที สำหรับคนอื่นๆเขาไม่มีความผูกพันและไม่ใส่ใจนักแต่หากคนที่ส่งสัญญาณนี้คือฉินจี เขาย่อมไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยให้นางได้รับอันตราย
“อาจารย์ ข้ายังไม่อาจซึมซับพลังของของวิเศษนี้ได้ขออภัยด้วย”
“ข้าเข้าใจ ไปเถอะ”เซี่ยหยางถอนหายใจก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือปนรอยยิ้ม แม้จุดหมายของเซี่ยหยางคือผลักดันให้ซ่งไป่หลางกลายเป็สุดยอดฝีมือเพื่อช่วยล้างแค้นให้กับตนทว่าในฐานะอาจารย์คนหนึ่งเขาจะมองข้ามจิตใจของลูกศิษย์ไปได้อย่างไรการมีคุณธรรมต่อพวกพ้องและคนสำคัญรอบตัวย่อมเป็สิ่งที่ไม่อาจขาดไปได้
ไกลออกไปหลายสิบลี้กลุ่มของนิกายบัว์กำลังเผชิญหน้ากับคนของนิกายขุนเขาอัคคีโชคร้ายที่พวกเขาเข้ามาในเส้นทางการล่าของจ้าวฮุยด้วยความแค้นที่หยูเสี่ยจากนิกายหุบเขามืดมีต่อซ่งไป่หลางนางจึงรีบร้องขอให้จ้าวฮุยลงมือกับคนของนิกายบัว์ในทันที
จ้าวฮุยมีสีหน้าเ็าเย่อหยิ่งมองไปยังคนทั้งสี่จากนิกายบัว์ก่อนจะหยุดสายตาที่ฉินจีประกายในดวงตาปรากฏแววแสดงความ้าอย่างไม่ปิดบัง
“ไม่นึกว่านิกายบัว์จะมีของดีเก็บซ่อนไว้อยู่บ้างทว่าช่างโง่เขลานักพวกเ้าอยู่กันตรงนี้สี่คนกลับยังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือของนิกายหรือคิดว่าจะมีคนของนิกายอื่นมาช่วยพวกเ้าต่อหน้านิกายขุนเขาอัคคีของข้าแม้แต่นิกายหมื่นดาราก็ยังไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยว”
สีหน้าของหยูเสี่ยจากนิกายหุบเขามืดแปรเปลี่ยนเป็เ็ายิ่ง“หรือพวกเ้า้าส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือให้เ้าเด็กสารเลวซ่งไป่หลางนั่นเฮอะ โชคร้ายที่มันตกตายไปแล้วไม่เช่นนั้นข้าจะต้องปลิดชีวิตมันให้ได้ด้วยตนเองแน่”
ได้ยินคำของหยูเสี่ยสีหน้าของคนจากนิกายบัว์แปรเปลี่ยนเป็ไม่น่ามองฉินจีที่เป็คนส่งสัญญาณมีสีหน้าซีดขาวรู้สึกหมดสิ้นเรี่ยวแรงซ่งไป่หลางตายแล้วอย่างนั้นหรือเด็กหนุ่มอัจฉริยะผู้นั้นหากให้เวลาเขาสักปีหรือสองปีเขาย่อมทะยานไปได้ไกลยิ่งกว่าใครแต่หากเขาตายที่นี่ทุกอย่างก็นับว่าล้วนไร้ความหมาย
“จ้าวฮุยระหว่างนิกายบัว์และนิกายขุนเขาอัคคีไม่มีความแค้นต่อกันเ้าจะลงมือกับพวกเราก็ลองคิดถึงผลได้เสียให้ดีเสียก่อน” อู๋หลิวแค่นเสียง
“สามหาวนัก กล้าทำเป็เสมอกับศิษย์พี่จ้าว”คนของนิกายขุนเขาอัคคีคำรามด้วยความโกรธก่อนจะพุ่งเข้าใส่อู๋หลิว
“ไสหัวไปซะ” อู๋หลิวคำรามแล้วะเิพลังลมปราณออกมาร่างของศิษย์นิกายขุนเขาอัคคีชะงักไปชั่วขณะและในจังหวะนั้นเองหมัดอันหนักหน่วงของอู๋หลิวก็กระแทกลงบนร่างของมัน
เปรี้ยง!! “อั่ก”ศิษย์นิกายขุนเขาอัคคีก้าวถอยหลังดวงตาเบิกกว้างอย่างเหลือเชื่อไม่นึกเลยว่าคนจากนิกายอันดับกลางๆจะมีความแข็งแกร่งระดับนี้
“ไม่เลว”จ้าวฮุยพยักหน้าเผยรอยยิ้มชื่นชม “เ้าก็คืออู๋หลิวสินะเคยได้ยินมาว่านิกายบัว์ได้ฟูมฟักอัจฉริยะอย่างเ้าขึ้นมาทว่าน่าเสียดายนักขีดจำกัดของเ้ายังห่างชั้นกับข้าเกินไป เ้าเองย่อมรู้ตัวดี”
สีหน้าของอู๋หลิวมืดดำเขาย่อมตระหนักได้ว่าจ้าวฮุยนั้นเป็อัจฉริยะในระดับที่เหนือกว่าค่อนข้างสิ้นเชิง
“จริงที่เ้าว่าพวกเราสองนิกายไม่มีความแค้นต่อกันแต่สหายจากนิกายหุบเขามืดที่เป็พันธมิตรของพวกเราขุนเขาอัคคีถูกคนของพวกเ้าทำร้ายสี่คนถึงกับต้องถอนตัวไปอย่างไร้ประโยชน์นิกายหุบเขามืด้าล้างแค้นจึงได้ไหว้วานข้าอย่างไรก็ตามเห็นแก่หน้าของนิกายพวกเ้า ขอเพียงส่งตัวหญิงสาวผู้นั้นมาให้กับข้าข้าสัญญาว่าจะปล่อยพวกเ้าไป”
“เ้า!!” ใบหน้าของคนทั้งสี่จากนิกายบัว์บิดเบี้ยวทันทีโดยเฉพาะฉินจีที่มีสีหน้าโกรธแค้นอย่างมาก
“จ้าวฮุย ไม่ว่าเ้าจะเป็อัจฉริยะจากที่ใดก็อย่าได้คิดว่าจะดูถูกพวกเรานิกายบัว์ได้” จูเหวินที่เป็ผู้นำของนิกายบัว์ในขณะนี้คำรามออกมา
“น่าเสียดายขอเพียงพวกเ้าพยักหน้าก็ไม่มีใครต้องเจ็บตัวแล้ว แต่ในเมื่อไม่ตอบรับข้าก็เพียงแค่ต้องเหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้น”
จ้าวฮุยเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “พวกเ้าไปจัดการกับคนอื่นที่เหลือเ้าสองคนนั้นข้าจัดการเอง”มันชี้มือไปที่อู๋หลิวและจูเหวิน ด้วยระดับของจ้าวฮุยย่อมตระหนักได้ว่าสองคนนี้แข็งแกร่งไม่ธรรมดาเกรงว่าลูกน้องของตนอย่างมากก็คงพัวพันเอาไว้แต่ไม่อาจคว้าชัยดังนั้นจึงเลือกลงมือด้วยตนเอง
“ฉินจี เป้าหมายของจ้าวฮุยคือเ้าการต่อสู้นี้พวกเราอาจยื้อไว้ได้แต่ไม่อาจเป็ฝ่ายชนะ จะถอยหนีออกจากพื้นที่มิติรวมนภาก็ทำได้ทว่าจะทำให้โอกาสเก็บสะสมคะแนนของเราหายไปหลายส่วน” จูเหวินถอนหายใจกระซิบบอกกับทุกคน
“ศิษย์พี่ หรือท่านคิดจะยอมส่งตัวนางให้กับจ้าวฮุย” สีหน้าของอู๋หลิวแปรเปลี่ยนแม้ว่าฉินจีจะสามารถหนีออกจากมิติรวมนภาหากจ้าวฮุยคิดจะทำอะไรไม่ซื่อกับนาง แต่การต้องส่งตัวนางให้กับนิกายขุนเขาอัคคีจะทำให้พวกเขาได้รับความอัปยศอย่างมาก
“ไม่มีทางศักดิ์ศรีและเกียรติของนิกายบัว์สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดข้าเพียง้าบอกว่าศึกนี้พวกเราแพ้ได้แต่ไม่อาจเสียหายหนักเกินไปฉินจีจังหวะที่พวกเราเข้าปะทะยืดเยื้อกับพวกมัน จงหนีไปด้วยความสามารถทั้งหมดที่มีการหนีของเ้าจะทำให้พวกมันเคลื่อนไหวลำบากมากขึ้น” จูเหวินส่ายหน้าอธิบายอย่างแ่เบา
จูเหวินกวาดสายตามองไปที่อู๋หลิว “ส่วนเ้า ในจังหวะที่ฉินจีหนีไป ข้าจะทุ่มเทสุดความสามารถพัวพันจ้าวฮุยเอาไว้ด้วยฝีมือของเ้านอกจากจ้าวฮุยก็ไม่มีใครหยุดเ้าได้ จงแยกหนีไปอีกเส้นทางถึงแม้สุดท้ายข้ากับคนอื่นๆจะถูกบีบให้ต้องจากพื้นที่มิติรวมนภาไปแต่เ้ายังมีโอกาสเก็บคะแนนเพิ่มได้”
สายตาของฉินจีและอู๋หลิวแฝงด้วยความเคารพและซาบซึ้งจูเหวินวางแผนสละตนเองเพื่อมอบโอกาสให้กับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของนิกายนี่คือลักษณะนิสัยที่ทำให้ทุกคนยอมรับและยอมให้เขาเป็ผู้นำ
“พวกเ้าคงคุยกันเสร็จแล้วกระมัง” จ้าวฮุยเผยรอยยิ้มเ็าต่อให้อีกฝ่ายมีแผนการอะไรมันก็จะบดขยี้ด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง
“เมื่อข้าให้สัญญาณไปซะ”จูเหวินพยักหน้าให้กับอีกสามคนที่เหลือ
“จัดการพวกมัน” จ้าวฮุยเอ่ยปาก
ร่างของศิษย์นิกายขุนเขาอัคคีทั้งสี่รวมทั้งหยูเสี่ยจากนิกายหุบเขามืดต่างพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาทันทีฟ่งซุยที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าทำให้เขาต้องรับมือกับคนของนิกายหุบเขาอัคคีถึงสองคนลำพังแค่คนเดียวเขาก็ยากจะรับมือแล้ว
อู๋หลิวทะยานร่างเข้ามาขวางหน้าฉินจีเอาไว้“อยากตายก็เข้ามา”
“ไปซะ” จูเหวินคำรามร่างของฉินจีก็พุ่งตัวจากไปอย่างรวดเร็ว
“ดูท่าจะมีปัญหาเสียแล้วพวกเ้านี่ไม่เลวเลยจริงๆ”จ้าวฮุยพยักหน้าชื่นชมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเลือกให้ฉินจีแยกหนีออกไปเป้าหมายหลักของมันก็คือฉินจีจริงๆ
“พัวพันพวกมันเอาไว้ข้าจะเปลี่ยนแผนเสียหน่อย”จ้าวฮุยไม่สนใจคนอื่นๆที่เหลือแต่พุ่งตัวตามฉินจีไปอย่างรวดเร็ว จูเหวินและอู๋หลิวคำรามก่อนจะพุ่งเข้าขัดขวาง
“ไสหัวไปซะถ้านางกล้าหลบหนีออกจากมิติรวมนภา ข้าจะกลับมาสังหารพวกเ้า” จ้าวฮุยแค่นเสียง
เคล็ดวิชาปีศาจอัคคีกรงเล็บมารอัคคี
เปรี้ยง!!จูเหวินถูกกรงเล็บเพลิงอันแข็งแกร่งฟาดฟันเข้าเต็มร่างทว่าด้วยวิชาป้องกันที่ร่ายออกมาทันท่วงทีทำให้ไม่ได้รับาเ็นักอีกด้านหนึ่งอู๋หลิวสามารถหลบกรงเล็บเพลิงได้จึงเป็ฝ่ายเข้าถึงตัวจ้าวฮุยและซัดหมัดเข้าใส่อีกฝ่าย
เคล็ดวิชาปีศาจอัคคีปีกเพลิงกลืนนภา
ครืน!!อู๋หลิวเบิกตากว้างมองดูคลื่นเพลิงที่ะเิใส่เบื้องหน้าของตนอย่างจนใจจ้าวฮุยชำนาญพลังธาตุไฟมากเกินไปและควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบการโจมตีนี้ต่อให้อู๋หลิวป้องกันทันก็ต้องได้รับาเ็ไม่น้อยอยู่ดี
เคล็ดดอกบัวทองคำ
พริบตานั้นจูเหวินถลันเข้ามาขัดขวางเบื้องหน้าของอู๋หลิวเอาไว้ร่ายวิชาป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของตนปกป้องอู๋หลิวเอาไว้ได้ทันท่วงที “เ้าเองก็ต้องไปแล้วเช่นกัน”
สิ้นคำเอ่ยร่างของอู๋หลิวก็ถูกพลังปริศนาผลักกระเด็นไปหลายร้อยจั้งหายไปจากสายตาของผู้คน
“โฮ่เชี่ยวชาญทั้งแข็งและอ่อน สมกับที่มีประสบการณ์มากกว่าคนอื่นๆในระดับเดียวกันอย่างไรก็ตามเ้าไม่ใช่คู่มือของข้า ไสหัวไปซะ” จ้าวฮุยไม่สนใจจูเหวินเขาเพียง้าไล่ตามฉินจีเท่านั้น
“จะทำร้ายศิษย์น้องข้าก็ข้ามศพข้าไปก่อน” จูเหวินแค่นเสียง
“เ้าไม่เข้าใจสินะเช่นนั้นข้าจะแสดงให้ดูเองว่าอัจฉริยะของจริงมันเป็แบบไหน” จ้าวฮุยเริ่มหงุดหงิดฉินจีหลบหนีไปได้พอสมควรแล้ว และหากไม่รีบไล่ตามไปนางอาจสามารถสลัดเขาพ้นได้จริงๆ
เคล็ดวิชาปีศาจอัคคีหอกเพลิงมัจจุราช
จูเหวินรีบใช้วิชาป้องกันของตนออกมาอีกครั้งทว่าวิชาของจ้าวฮุยนั้นพิสดารและรุนแรงเกินไป โล่ดอกบัวทองคำของจูเหวินพังทลายในทันทีร่างของจูเหวินถูกหอกเพลิงพุ่งทะลวงกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้งก่อนจะกระอักเืออกมาด้วยความเ็ป
“ศิษย์พี่รีบถอนตัวจากมิติรวมนภาเร็วเข้า”ฟ่งซุยที่ไม่สามารถรับมือคนของนิกายขุนเขาอัคคีได้อีกต่อไปะโออกมาก่อนจะรีบใช้ยันต์ช่วยชีวิตเพื่อถอนตัวจากไป
จูเหวินฝืนลุกยืนด้วยร่างกายที่าเ็สาหัสก่อนจะกระอักเืออกมาคำใหญ่“ข้ามันช่างไร้ประโยชน์นักทำได้เพียงยื้อเวลาเล็กน้อยเท่านั้น”
“ถอนตัวไปซะไม่เช่นนั้นก็ตาย”คนของนิกายขุนเขาอัคคีหัวเราะก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาจูเหวิน
“พวกเ้าต่างหากที่ต้องตาย” เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งคนของนิกายขุนเขาอัคคีสองคนที่พุ่งเข้าหาจูเหวินไม่ทันได้หันไปมองเ้าของเสียงก็พบว่ามีเงาของดอกบัวขนาดั์ประทับอยู่เหนือศรีษะของพวกมัน
กร๊อบ!!“อ๊ากกก”
ร่างของทั้งสองทรุดลงบนพื้นกระดูกแตกหักร่างกายบิดเบี้ยว รีบร้อนใช้ยันต์ช่วยชีวิตถอนตัวจากไปทันที
“เป็เ้าเด็กสารเลวนั่นมันยังไม่ตาย” สีหน้าของหยูเสี่ยแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงแม้นางจะโกรธแค้นซ่งไป่หลาง แต่นอกจากความโกรธแล้วยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวนางยังจำได้ว่าซ่งไป่หลางเล่นงานนางและพรรคพวกไว้อย่างไรบ้าง
“กล้าทำร้ายพวกเรานิกายบัว์ต่อให้เป็เทพเซียนจากที่ใดก็ต้องได้รับผลของการกระทำ” ซ่งไป่หลางคำรามน้ำเสียงเ็าแฝงแววอำมหิต