ตูม...
เฟร ...
คาลิน่าวิ่งไปตามทิศทางที่น่าจะเป็นทิศทางของเสียง ม่งตรงไปทางใต้ด้วยความร้อนใจ รู้สึกสังหรใจไม่ดี กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับชายหนุ่มที่หายตัวไป หัวใจเต้นรัวเร็วไม่รู้ว่าเพราะความเหนื่อยล้าจากการออกวิ่งตามหาหรือเพราะความกลัวที่ลึกลงไปกันแน่ รู้แต่ว่าต้องไปให้ถึงเร็วที่สุด
ท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็วราวกับมีใครบางคนมาปิด สวิตซ์ไฟจนไม่อาจมองเห็นทางเบื้องหน้าได้อีก ทุกคนหยุดวิ่งตรงทางเข้าหินรูปร่างประหาดที่มาของไอทมิฬรุนแรงมาก หินรูปปั้นรูปคนแตกแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ กระจายเต็มพื้นลาดหิน
“เจ้าพี่”
เฟลิโอน่าพึมพำเบา ๆ ด้วยความตกใจ วิ่งตรงไปยังทางเข้าหินตรงหน้าทันทีด้วยความร้อนใจและเป็นห่วงคนที่อยู่ข้างใน แต่ยังไม่ทันถึงเธอก็ชนเข้ากับบางอย่างกระเด็นวูบออกมา ยังดีที่ คิลไหวตัวทัน จึงเข้ารับร่างบางของหญิงสาวได้ก่อน
ลมกระโชกรุนแรง ความมืด กลิ่นอาย ความสิ้นหวังที่เหล่ามนุษย์ตัวจ้อยไม่อาจต้านทานได้ จนต้องทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความกลัว ความกดดัน พลังของใครบางคนกำลังพลุกพล่าน ปลุกเลือดในตัวให้ร้อนราวกับมีใครมานั่งก่อกองไฟอยู่ในอก แล้วกระพือพัดให้มันรุนแรงขึ้นจนแสบไปหมด
พลังของใคร... เฟริน?
ลอเรนซ์เหงื่อซึมชื้น เลือดในกายเดือดจนเวียนหัว ปวดร้าวไปทั้งตัว หันไปหาน้องสาวใกล้ตัวที่ตอนนี้ใกล้ขาดสติเต็มที ความคลุมคลั่งของ เฟรินปลุกเลือดปีศาจในตัวเขากับ เฟลิโอน่า
“เฟลิโอน่า”
เสียงเข้มปลุกสติคนเป็นน้องที่กำลังจะขาดสติเต็มทน ดวงตาไหววูบหันขวับมาสบกับเขานิ่ง ความอบอุ่นในสายตาทำให้เธอเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้ง คฑาประจำตัวปักสวบลงบนพื้น ก่อนหันมายิ้มให้เพื่อนสาวใกล้ตัว
“คาลิน่า พา เฟริน กลับมาทีน่ะ”
มนต์ดำโบราณของเดมอสถูกบริกรรมคาถาขึ้นท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ ลมค่อย ๆ เบาลงด้วยฝีมือเจ้าหญิงแห่งเดมอสที่กำลังแผลงฤทธิ์
“คัมภีร์สวรรค์... มนตราบทที่เก้า”
ลอเรนซ์สะบัดคัมภีร์ไปทางเข้าหินจนเกิดเป็นรอยแยกเล็ก ๆ คิลผละไปกระชากหญิงสาวอีกคนพุ่งเข้าไปในรอยแตกได้ทันก่อนที่มันจะปิดตัวลงอีกครั้ง
“ให้ตายสิ หาเรื่องไม่หยุดเลย ไอบ้านี่”
คิลสบถอย่างไม่นึกจริงจังนัก ด้วยเพราะเจอปัญหาที่เพื่อนซี้คนนี้ก่อให้จนชินแล้วก็ว่าได้ ข้างในนี้ไม่มีลมพายุดังข้างนอกแต่ ไอทมิฬรุนแรงกว่ามากจนน่าตกใจ คาลิน่าจุดไฟขึ้นและเดินลงไปตามทางลาดชันสู่ข้างใต้ที่ลึกลงไป
แสงสว่างไหววูบคาดว่าน่าจะมาจากเทียนไขหลายเล่ม พอให้เห็นบ้างแล้ว คาลิน่าหลุบตาลงเพื่อข่มสติตัวเอง คิล กลืนน้ำลายเล็กน้อยเหมือนกัน ถึงแม้ไม่รู้ว่าข้างล่างเกิดอะไรขึ้น แต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ สัญชาตญาณของนักฆ่า บอกเขาว่า อันตราย
เสียงอึกทึกและเสียงร้องดังพอให้ได้ยิน คิล ส่งสัญญาณให้คาลิน่าและเข้าไปข้างในก่อน ภาพตรงหน้าทำให้เขาเบิกตากว้าง กลุ่มคนสามคนที่เขาเคยปะมือ กับชายชราอีกคนกำลังเหนื่อยหอบ ท่าทางสะบักสะบอมพอสมควร ตรงกลางลานคือร่างเพื่อนซี้ที่ยังคงเป็นเด็กน้อยตัวเล็ก แต่ที่น่าแปลกคือไอทมิฬที่ออกมาจากร่างเล็กนั้น
ไอเฟริน...
ไอเด็กนั่น เฟรินแน่ แต่พลังนั้น พลังมหาศาลที่ไหล ท่วมออกมาล่ะ ของมันหรอ?
ดวงตาสีฟ้าทอดมองไปยังเด็กน้อยที่เธอรู้สึกแสนเป็นห่วงด้วยความแปลกใจไม่ต่างกับชายหนุ่มข้างตัวมากนัก
“โอ ดาร์ลิ่ง คิดถึง ฟุดๆ”
กาเรสพูดด้วยเสียงอ่อนแรง เมื่อดวงตาเหลือบมาเห็นหญิงสาวที่เคยปะมือด้วยเมื่อครั้งก่อน พร้อมกับหลบก้มตัวต่ำหลังเสาหินที่ตั้งเทียนไข เพราะเด็กน้อยที่มีพลังเกินตัว ซัดพลังเข้าใส่
“อย่าเอาแต่เล่น กาเรส จับเด็กนั่น”
ผู้อาวุโสสูงคำรามก้อง เมื่อสิ่งที่วางไว้ผิดที่ผิดทางไปเสียหมด เด็กน้อยที่เขาคิดว่าน่าจะไร้พิษสงฆ์แล้วกลับมีพลังอาละวาดได้รุนแรงสมกับสายเลือดปีศาจ ถึงแม้จะยังเป็นแค่เด็กเล็ก ๆ ก็ตามที แต่ความเข้มข้นทางสายเลือดก็ทำให้พลังที่ติดตัวมีมหาศาลตามเช่นกัน
ผู้อาวุโสปัก คฑาลงพื้นอีกครั้งพร้อมบริกรรมคาถาอีกครั้ง คิล ขยับตัวก่อน ขว้างมีดสั้นเข้าใส่แต่กลับถูกปัดโดยชายผมเพลิงที่จ้องเขาอย่างเอาเรื่อง
“ถอยไป ไอนักฆ่า กิ๊กก๊อก”
นักฆ่ากิ๊กก๊อก... คำด่านี้ไม่อาจจะทำให้นักฆ่าผู้ได้ฟังโกรธเคืองจนขาดสติได้ ตรงกันข้าม ชายหนุ่มกลับขยับยิ้มเหลือบมองเจ้าตัวเล็กที่มันมักชอบหาเรื่องทะเลาะกับเขาได้แทบทุกวัน
“เมื่อกี้ยังไม่รู้ผล ตัดสินใหม่”
คิลพุ่งเข้าซัดชายหนุ่มทันทีด้วยความเร็ว เรด ตั้งรับไว้แล้วดีดตัวเข้าปะทะใหม่ มิดไนท์ ขมวดคิ้วไม่ชอบใจ ชี้ปลาย คฑา ไปยังนักฆ่าหนุ่ม
เปรียง...
สายพลังปะทะกับเกาะน้ำแข็งจนปริร้าว ดวงตาสีดำเหลือบมองผู้ทรง คฑาที่ยังคงยืนนิ่งสงบ บรรยากาศรอบตัวค่อย ๆ เย็นขึ้นทีละนิดจนหนาวด้วยฤทธิ์เดชของแม่มดสาวคาโนวาล หอกน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่ผู้ห้าวหาญลองดี
ดาบเรียวปัดหอกน้ำแข็งได้ทัน มองผู้หญิงตรงหน้า ถอนหายใจเฮือกด้วยความเสียดาย
ดวงตาสีฟ้าของหญิงสาวผู้ทรง คฑาแห่งคาโนวาล ความหนาวเหน็บเข้าปกคลุมภายในถ้ำที่มืดมิดมีเพียงแสงเทียนที่ไสวในความมืดพอให้เห็นอะไรลาง ๆ เกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาแตะต้องตัวบุคคลในถ้ำ
“ถอยเสียเถอะเจ้าหญิง ท่านมิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
ชายหนุ่มพยายามเกลี่ยกล่อมหญิงสาวตรงหน้า ถึงแม้ว่าจะรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ มือกร้านกระชับดาบบางให้แน่นขึ้นกระโดดหลบเหล่าแท่งน้ำแข็งที่พุ่งเข้าใส่หมายเอาชีวิตของเขา ก่อนจะฟาดเต็มแรงเข้ากับกำแพงบาเรียน้ำแข็งที่หญิงสาวร่ายขึ้นได้ทัน
“วีกัสย่า”
หมาป่าน้ำแข็งกระโจนเข้าใส่คู่ต่อสู้ที่กระโดดหลบแล้วฟาดใส่เต็มแรง
แง... แง...
เสียงร้องของเด็กน้อยเพียงคนเดียวดังขึ้นทำให้เธอชะงักหันไปมองด้วยความตกใจ จนลืมศัตรูตรงหน้าเสียสิ้นเชิง ดาบฟาดเข้าใส่หญิงสาวผู้ไม่ระวังตัว ปลายดาบเฉียวเสื้อเป็นทางยาว
“คาลิน่า”
สุรเสียงเย็น ๆ ของผู้มาใหม่ดังขึ้น เขามองสภาพโดยรวมของที่นี่ด้วยความไม่สบอารมณ์นัก โรพยุงเพื่อนสาวลุกขึ้น
เฟร...
หญิงสาวพยายามหันไปตามทิศทางของเสียงร้องเล็ก ๆ ด้วยความเป็นห่วง เสียงร้องที่เธอต้องรู้สึกเจ็บปวดตามได้อย่างน่าประหลาด ใจกลัวเพียงเด็กน้อยจะเป็นอะไรไป กลัวจนสั่นไปทั่วทั้งร่าง จนโรที่ประคองอยู่รับรู้ได้
ไฟถูกจุดขึ้นในความมืดจนสว่างด้วยฝีมือของพ่อมดดำ ทริสทอร์ ภาพที่เห็นทำให้กลุ่มที่ตามมาช่วยเหลือเด็กน้อยโกรธเกรี้ยว เฟรินน้อยโดนผ้ามัดห้อยเคว้งอยู่กลางอากาศ เด็กน้อยร้องงอแงอาละวาดเพื่อดิ้นให้หลุดจากพันธนาการนั้น แต่เหมือนยิ่งดิ้น เชือกผ้ามีชีวิตเหล่านั้นก็พากันมัดแน่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก เสียงร้องของเด็กน้อยดังลั่นด้วยความเจ็บปวด
“เฟริน”
ทุกเสียงตะโกนขึ้นพร้อมกัน คาโลระเบิดไอเย็นออกมาอย่างรุนแรงด้วยแรงโทสะ จับกุมผู้หาญกล้าทำร้ายเพื่อนของตน โรซัดพลังใส่ร่างทั้งสี่ที่โดนยึดด้วยน้ำแข็ง ปลิวกระแทกกำแพงถ้ำกระอักเลือด มนต์ผ้าขาดตัวลง คิลกระโดดไปรับ เฟรินน้อยได้ทัน
พอตกถึงพื้น เฟรินน้อยก็ดิ้นจนหลุดจาก คิล เดินเตอะแตะไปทางสี่คนที่พยายามพยุงตัวขึ้นด้วยความหมดแรง ไอทมิฬก่อตัวจนเห็นได้ชัดจากตัวเด็กน้อย มือน้อยยกขึ้นตรงหน้า ดวงตาเล็ก ๆ มองตรงไปยังทั้งสี่ด้วยความกราดเกรี้ยว
จู่ ๆ ไม่ทันมีใครคาดคิด ร่างทั้งสี่ก็เริ่มดิ้นทุลนทุลายชักดิ้นชักงอ หอบหายใจโรยริน ร่างวัยหนุ่มสาวค่อย ๆ โตขึ้นเรื่อย ๆ จนเหี่ยวคล้ายคนแก่ ผมค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวตามอายุขัย
พวกนั้นกำลังแก่ขึ้น
ผู้เห็นเหตุการณ์คิดเหมือนกัน มองเด็กน้อยที่กำลังแผลงฤทธิ์ด้วยความไม่ชอบใจที่โดนคนตัวใหญ่กว่าตรงหน้าแกล้ง
เสียงฝีเท้าวิ่งกระหืดกระหอบดังถี่เร็วตรงมายังพวกเขา
“เฟริน”
............................................................