ตอนที่ 53
'นายท่านระวังข้างหลัง!!!' เจ้าระบบเตือน
ไป๋กุนหลางกลับหลังหันอย่างรวดเร็ว มือซ้ายของเขาแตกกระจายเป็นเงาเต็มฟ้า
จี้! ปัด! ตบ! ฟาด! จนอสรพิษทมิฬเหน็บชาทุกตัวแหลกเละ!
เสร็จแล้วไป๋กุนหลางก็ซ่อนกระบี่กฤษณาโลหะทมิฬไว้ข้างหลัง ทอดสายตามองไป๋เหมยเซี่ยน
สภาพการต่อสู้ชะงักงัน
"เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติยันต์กับผสานยันต์...เหมยเซี่ยนน้องมีอาวุธชั้นสูงงั้นหรือ?" ไป๋กุนหลางทำใจเชื่อไม่ได้จริงๆ ว่าทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของนางล้วนๆ
'ต่อให้เป็นอัจฉริยะ แต่ยังเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบสามปีเองนะ..อ่ะ!' พอนึกถึงอายุของไป๋เหมยเซี่ยน ไป๋กุนหลางก็นึกถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งออก 'ช่วงเวลาที่เราผจญภัยในป่าหมอก มันตรงกับวันเกิดน้องเหมยเซี่ยนนี่นา...โธ่เว้ยเพราะเจ้าไป๋กุนหลางคนก่อนนั่นทีเดียวเชียว ทำให้ความทรงจำเรื่องนี้ฝังอยู่ลึกจนเลือนลาง'
ไป๋เหมยเซี่ยนสูดลมหายใจ เฮือกเฮือก แล้วกล่าว "เกือบถูกเจ้าคะ มันคือกำไลที่อาจารย์ให้ข้าอันนี้ไง"
ว่าแล้วนางก็ถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นกำไลสีฟ้าสวยงามเป็นประกายมีเหลี่ยมมุม ราวกับว่ามันทำมาจากเพชร
"มันไม่ใช่โลหะเวทมนตร์นี่?"
"ใช่เจ้าคะพี่กุนหลาง สิ่งนี้ไม่ได้ทำมาจากโลหะเวทมนตร์" ไป๋เหมยเซี่ยนตอบ แล้วอธิบาย "อาจารย์บอกว่ามันเป็นก้อนแร่วิเศษที่ท่านเจอในป่าเร้นลับ ท่านเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เมื่อท่านเอามาทดลองจึงรู้ว่า แร่นี้ตอบสนองต่อพลังจิต"
"อ๋อ" ไป๋กุนหลางเข้าใจ "แล้วที่ว่าพี่ถูกแค่ครึ่งเดียว มันหมายความว่าไง?"
ไป๋เหมยเซี่ยนยิ้มอย่างมีเลศนัย "เพราะกำไลนี้คือ 'อาวุธเทพ' "
"ห่ะ!!..อาวุธชั้นเทพที่ผู้เข้าใจกฎใช้งานได้" ไป๋กุนหลางตื่นตระหนก...ก็ในนิยายที่เขาอ่านมันไม่มีเรื่องแบบนี้นิ…'หรือเพราะตูยังอ่านไม่ถึง?' ไป๋กุนหลางสงสัย
"น้องหลอกพี่เล่นหรือเปล่า?" ไป๋กุนหลางถามเพื่อความแน่ใจ
"ไม่เจ้าคะ" ไป๋เหมยเซี่ยนยืนยัน
"แล้วแร่นี่มันคืออะไรกันแน่?...ท่านนักพรตหยุ่นเช่อได้บอกอะไรน้องอีกหรือเปล่า?"
ไป๋เหมยเซี่ยนส่ายหน้า "ไม่เจ้าคะ ท่านอาจารย์ให้ข้าไปสืบหาเอาเอง"
"เหรอ.." ไป๋กุนหลางไม่ได้ถามต่อ แต่บางคำพูดของไป๋เหมยเซี่ยนก็สะกิดใจเขา "เดี๋ยวนะน้องเหมยเซี่ยน...น้องเรียกท่านนักพรตหยุ่นเช่อว่าอาจารย์งั้นเหรอ หรือว่า…
ไป๋เหมยเซี่ยนยิ้ม "ใช่เจ้าคะ เมื่อข้ากลายเป็นผู้ใช้กฎ ท่านก็ได้ยอมรับข้าเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ"
"นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง"
"เจ้าคะ" ไป๋เหมยเซี่ยนเห็นด้วย นางทอดสายตามองดูกระบี่ในมือไป๋กุนหลาง "ท่านพี่ใช้อาวุธสามัญ แปลว่าน้องเอาเปรียบท่านเกินไป งั้นการประลองครั้งนี้ ถือว่าเป็นโมฆะก็แล้วกันนะเจ้าคะ"
ไป๋กุนหลางส่ายหน้า "ไม่อย่าคิดอย่างนั้นเหมยเซี่ยน น้องจงจำคำพี่ไว้ การมีอาวุธทรงพลังก็คือความแข็งแกร่งเหมือนกัน อย่าไปฟังถ้ามีใครมาบอกให้น้องปลดอาวุธตนเองเพื่อสู้กันอย่างยุติธรรม เพราะผู้ชนะคือผู้กำหนด" ไป๋กุนหลางชะงักเล็กน้อย "อีกอย่างหนึ่ง...ก่อนจะพูดว่าเอาเปรียบพี่ น้องดูสภาพตัวเองก่อนเถอะ ว่าสู้ต่อไหวมั้ย"
ไป๋เหมยเซี่ยนยิ้มปะเลาะ เหมือนเด็กถูกผู้ใหญ่จับไต๋ได้
ตอนนี้ไป๋เหมยเซี่ยนมีเหงื่อโทรมกายเปียกถึงเสื้อผ้า ราวกับว่านางพึ่งไปตกน้ำมา สภาพแบบนี้บ่งบอกว่า นางพยายามใช้พลังจิตเกินตัว
ไป๋กุนหลางไม่ได้แปลกใจ เพราะรู้ว่าแม้ไป๋เหมยเซี่ยนจะขยันฝึกวิชา แต่ส่วนใหญ่นางเน้นไปที่การวาดและทำความเข้าใจอักขระอาคมมากกว่า น้อยครั้งที่จะฝึกเพิ่มพลังจิต ทำให้นางเป็นผู้ใช้กฎที่มีปริมาณพลังจิตต่ำกว่ามาตรฐาน
"พี่ว่าตอนนี้น้องควรละวางการวิเคราะห์อักขระไปก่อน แล้วหันมาฝึกเพิ่มพลังจิตอย่างจริงๆจังๆ เพราะในการต่อสู้เอาชีวิต จะใช้แค่ความรู้หรือพลังอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องใช้พวกมันรวมกัน" ไป๋กุนหลางสอน
"น้องเข้าใจแล้วเจ้าคะ" ไป๋เหมยเซี่ยนกล่าว "จากนี้ไปน้องจะเน้นฝึกเพิ่มพลังจิต"
"อืม…"
เมื่อปินปินและชูหลิงเห็นว่าทั้งสองคนเลิกสู้กันแล้ว จึงแยกย้ายกันไปใช้ผ้าซับเหงื่อให้นายของตน
พอปินปินซับเหงื่อให้เสร็จ ไป๋กุนหลางก็โอบเอวนางเดินมาหาไป๋เหมยเซี่ยน ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าคาดเอว หยิบขวดแก้วใสขึ้นมายื่นให้นาง
"วันเกิดน้องพี่ไม่ได้อยู่ด้วย พี่รู้สึกเสียใจมาก ยาขวดนี้ถือว่าแทนคำขอโทษและของขวัญย้อนหลังแล้วกันนะ"
ไป๋เหมยเซี่ยนรับขวดมาดู ทีแรกนางยังไม่รู้ว่ามันคือยาอะไร ทว่าเมื่อเห็นสีของยา นางก็ได้นึกถึงเรื่องราวที่ครึกโครมไปทั่วแผ่นดินในปัจจุบัน จึงกล่าวถามไป๋กุนหลางด้วยความตื่นเต้น "หรือว่านี่คือยา…
"ถูกต้องมันคือยา หมอกพิสุทธิ์" ไป๋กุนหลางตอบก่อนที่ไป๋เหมยเซี่ยนจะถามจบ
"จริงๆด้วย!..พี่กุนหลางยาขวดละไม่ต่ำกว่าหมื่นเหรียญทองขวดนี้ พี่ไปเอามาจากไหน?"
ไม่แปลกที่นางจะสงสัย เพราะไป๋กุนหลางบอกแค่ว่าตนรู้จักกับโฮ่วตง และได้ท่านช่วยรักษาแผลให้ ไม่ได้บอกเรื่องที่ตนเป็นคนคิดค้นสูตรยาหมอกพิสุทธิ์
ไป๋กุนหลางเหล่มองชูหลิง ยักคิ้วให้
"เพราะพี่ 'จน' ไง" เขากล่าวเน้นคำว่าจนเพื่อล้อเลียนนาง
ชูหลิงรู้ว่าไป๋กุนหลางกำลังแดกดันตัวเอง จึงขยี้เท้าด้วยความขุ่นเคือง 'ทำใมองค์ชายห้าผู้นี้ ถึงมีจิตใจคับแคบหยั่งงี้นะ'
นางไม่รู้เลยว่าการกระทำของนาง แทบจะทำให้ไป๋กุนหลางดึงนางเข้ามากอด
"แล้วพี่เอาเงินที่ไหนมาซื้อ?" ไป๋เหมยเซี่ยนไม่เชื่อว่าไป๋กุนหลางใช้เงินของตัวเองซื้อ เพราะตัวนางเอง,ไป๋กุนหลางและองค์หญิงหกอีกคนหนึ่ง มีสถานะภาพเดียวกันนั่นคือ มารดาเป็นเพียงหญิงสาวยากไร้ ที่พระบิดารับเข้าวังเพื่อถมตำแหน่งพระชายาให้เต็ม ทำให้รายได้ของพวกเขามีทางเดียวคือ เงินที่พระบิดาประทานให้ 100 เหรียญทองต่อเดือน
ตัวไป๋เหมยเซี่ยนเองถือได้ว่า เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์คนหนึ่ง ยังมีเงินสดไม่ถึง หนึ่งหมื่นเหรียญทองเลย เว้นแต่จะเอาของในตำหนักนางไปขาย แล้วคนที่ใช้เงินเหมือนสาดน้ำอย่างไป๋กุนหลางนี่นะ จะมีเงินเก็บเป็นหมื่น พุทธองค์มาพูดนางก็ไม่มีทางเชื่อ
เห็นคำว่าไม่เชื่อแปะหราอยู่บนใบหน้าน้องสาว ไป๋กุนหลางได้แต่ยิ้มแหยๆ
"เอาน่า...น้องยังไม่ต้องรู้หรอก" ไป๋กุนหลางบอกปัด แล้วกล่าวอย่างผู้มีชัย "พร้อมเมื่อไหร่แล้วพี่จะบอกเอง รับรองว่าพวกน้องทั้งสามต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างแน่"
เมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่ยอมบอก ไป๋เหมยเซี่ยนจึงไม่คาดคั้นต่อไป นางมองดูยาในมือแล้วรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะรับ จึงหันไปกล่าวกับไป๋กุนหลางว่า "พี่กุนหลางยาดีขนาดนี้ พี่เก็บไว้ใช้เองเถอะ หรือไม่น้องแบ่งไปใช้ครึ่งหนึ่งก็พอแล้วเจ้าคะ"
ไป๋กุนหลางยิ้ม ไม่ตอบ ชูมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นผนึกพลังวัตร แล้วสะบัดไปทางที่โล่ง
ครืด!!!
เสียงเหมือนใช้จอบขูดดินดังลั่นไปทั่วตำหนักองค์หญิงแปด จนสาวใช้และองครักษ์ยังต้องชะโงกศีรษะมาดูด้วยความสงสัย
สิ่งที่เห็นทำให้ใครหลายคนต้องสั่นสะท้าน
พื้นดินตามแนวทางที่แขนไป๋กุนหลางชี้ไป ปรากฏรอยแตกลึกหนึ่งฝ่ามือ กว้างหนึ่งคืบ ยาวนับร้อยก้าว
ไป๋เหมยเซี่ยนหันมาถามไป๋กุนหลางด้วยน้ำเสียงแตกตื่น "เมื่อกี้นี้..ท่านออมมือให้ข้างั้นหรือ?"
"ไม่เชิง"
"???"
"ตอนต่อสู้ข้าใช้พลังได้เพียง สามส่วน" ไป๋กุนหลางอธิบาย
"อ๋อ" ไป๋เหมยเซี่ยนเข้าใจแล้ว
ไป๋กุนหลางยื่นมือไปลูบหัวน้องสาว กล่าวด้วยความอ่อนโยน "ทีนี้น้องก็เข้าใจแล้วใช้มั้ย ว่ายาหมอกพิสุทธิ์มันไม่มีประโยชน์ต่อพี่แล้ว เพราะยาทลายขีดจำกัดของราชวงศ์เรา ไม่สามารถช่วยเพิ่มขีดจำกัดในการสะสมพลังวัตรให้พี่ได้มากกว่านี้แล้ว" เขาชะงักเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างมุ่งมั่น "หนทางข้างหน้า ที่พี่ต้องเดินต่อไปคือ การควบคุมพลังวัตรให้ได้เต็มสิบส่วน แล้วก้าวขึ้นเป็น 'กึ่งเทพยุทธ์' "
"น้องเข้าใจแล้วเจ้าคะ" ไป๋เหมยเซี่ยนกล่าว "น้องจะไม่ทำให้ยาของพี่กุนหลางต้องเสียเปล่า"
"ดีมาก"
เมื่อเห็นว่าพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ไป๋กุนหลางจึงบอกลาน้องสาว แล้วจูงมือปินปินเดินกลับตำหนัก
การต่อสู้กับน้องสาวครั้งนี้ ทำให้ไป๋กุนหลางรู้จุดอ่อนเรื่องระยะห่างของตน ถ้าไม่ใช่ว่าไป๋เหมยเซี่ยนหมดพลังละก็...ไป๋กุนหลางสัมผัสได้ถึงความพ่ายแพ้
ตอนที่สู้กับเจ้าระบบไป๋กุนหลางคิดว่า มันเป็นเพราะเจ้าระบบฉลาดและรู้จักเขาดี จึงสามารถควบคุมเขาได้ทุกวิถีทาง แต่ ณ ปัจจุบันไป๋กุนหลางรู้แล้วว่ามันไม่ใช่
ไป๋กุนหลางเข้าใจวลีที่ว่า 'ผู้ใช้กฎสายควบคุมพื้นที่ คือดาวข่มของผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่ากึ่งเทพยุทธ์' แล้ว อย่างซึ้งใจ
'คงต้องหาอาวุธระยะไกลมาใช้บ้างแล้วสินะ' ไป๋กุนหลางคิด...เพราะร้อยก้าวสำหรับผู้ใช้กฎสายนี้ มันคือพื้นฐาน
_______________________________
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน