“อืม นี่คือการแก้ปัญหาเื่เงินชั่วคราวฉันคงต้องหาเงินเพิ่มอีกสินะ เสี่ยวเจ๋อก็ยังเรียนไม่จบ คงต้องใช้เงินอีกมากพ่อแม่ก็เริ่มจะมีอายุมากแล้วน่าจะให้พวกท่านได้พักบ้างแล้วยุคนี้แข่งขันกันด้านเศรษฐกิจจริงๆ ถ้ามีเงินก็นับเป็พี่เป็น้องถ้าไม่มีก็เป็เหมือนสุนัขข้างถนน ต้องโดนดูถูก โดนรังแก ยิ่งไม่มีแบ็คอัพไม่มีพื้นหลังดีๆ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เอาเถอะหากโลกนี้บูชาคนแบบนั้นฉันก็จะทำให้พวกเขาบูชาฉัน และฉันจะทำให้คนที่ทรยศ แทงข้างหลังฉันรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำเอาไว้กับฉัน”หลินเยว่ซิงวางแผนการใช้ชีวิตของตนเองในห้อง หลังจากที่เธออาบน้ำสระผมจนสบายกาย
“แต่ว่าก่อนที่จะหาเงินฉันคงต้องไปจัดการเื่ของตัวเอง แล้วก็ไปเที่ยวรอบๆให้ทั่วเพื่อทบทวนความทรงจำเื่เส้นทางก่อนสินะ ถ้างั้นก็ไปพรุ่งนี้เลยละกัน”หญิงสาวพึมพำก่อนที่จะเข้าสู่นิทรารมณ์
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ คุณแม่ เสี่ยวเจ๋อ”หลินเยว่ซิงกล่าวทักทายทุกคนที่ตอนนี้อยู่พร้อมหน้ากันที่โต๊ะรับประทานอาหาร
“โอ้ เสี่ยวซิง ตื่นเช้าจังเลยนะแม่นึกว่าวันนี้ลูกจะพักผ่อนให้สบายแล้วตื่นสายๆ เสียอีก” หลินลู่เสียนกล่าว
“วันนี้หนูว่าจะไปทำธุระสักหน่อยน่ะค่ะ” หลินเยว่ซิงตอบพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ข้างๆ น้องชาย
“จะไปทำอะไรที่ไหนเหรอ” หลินหนิงเฉิงถามแล้วพยักหน้าให้จินเจียงตักข้าวให้กับทุกคน
“จะไปสถานีตำรวจแจ้งบัตรหายน่ะค่ะคงต้องจัดการเื่บัตรก่อน มันคงหายไปตอนอยู่ในป่า” หลินเยว่ซิงบอกธุระของเธอ
“อ้อ ไปที่เดียวเหรอ” หลินหนิงเฉิงถามต่อ
“จากนั้นก็คงไปติดต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอทำบัตรแล้วก็ถ้ามีเวลาเหลือก็จะไปเที่ยวเล่นรอบๆ เมืองเสียหน่อยค่ะเพราะเหมือนว่าหนูจะลืมทางไปหมดเสียแล้ว แหะ แหะ”หลินเยว่ซิงกล่าวแล้วหัวเราะแก้เขินตบท้าย
“ถ้างั้นให้ผมไปเป็เพื่อนไหมครับพี่ผมอนุญาตให้พี่ควงหนุ่มหล่ออย่างผมได้” หลินเยี่ยนเจ๋ออาสา
หลินเยว่ซิงมองหน้าน้องชายแล้วเบ้ปาก “ฮู๊ยพูดมาได้ไม่อายปาก หนุ่มหล่อ”
“อ้าวๆๆ พี่ไม่รู้อะไรเสียแล้ว สาวๆในมหาวิทยาลัยเห็นผมแล้วกรี๊ดทุกคนนะครับ”หลินเยี่ยนเจ๋อยืดอกยกนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือขึ้นทาบคางตัวเองเก๊กหล่อด้วยความมั่นใจในยีนเด่นของตน
“หึๆ พวกเธออาจจะกรี๊ดเพราะในายก็ได้นายต้องฟังให้ดีๆ ด้วยนะ พวกเธอบอกว่า ‘อ๊าย คนหรือนั่น’ หรือว่า ‘อี๋ นั่นหรือคน’ฮิ ฮิ ฮิ” หลินเยว่ซิงทำท่าทางและบีบเสียงเลียนแบบสาวๆ ขณะมองหน้าน้องชาย
ทุกคนในห้องหัวเราะครืนยกเว้นหลินเยี่ยนเจ๋อ
“พี่เยว่ซิงเสร็จจากตรงนี้แล้วพี่จะไปไหนต่อเหรอเดี๋ยวสารถีสุดหล่อคนนี้จะได้บริการถูก” หลินเยี่ยนเจ๋อหันมาถามเมื่อพี่สาวคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย
“พี่ก็จะเอาใบบันทึกการรับแจ้งความนี่ไปติดต่อหน่วยงานที่ทำบัตรน่ะสิ”หลินเยว่ซิงกล่าว พร้อมกับยกเอกสารบันทึกการรับแจ้งความบัตรหายที่ตำรวจออกให้ชูให้หลินเยี่ยนเจ๋อดู
“โอเค แล้วถ้าเสร็จจากนั้นล่ะ”หลินเยี่ยนเจ๋อรับรู้แล้วเริ่มสตาร์ทรถเพื่อเดินทางไปยังเป้าหมายถัดไป
“จากนั้นนายก็ขับรถพาไปแนะนำสถานที่ต่างๆ ในเมืองพี่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนน่า แม้จะเลือนรางแต่แค่เห็นนิดๆ หน่อยๆเดี๋ยวความจำมันก็ชัดขึ้นเองแหละ นายแค่พาโฉบๆ ไปดูก็พอ จากนั้นก็พาไปดูรอบๆเมืองเราเลย แล้ววันหลังพี่มาทำธุระเองได้ วันนี้เอาแค่คร่าวๆ ก็พอแล้ว”หลินเยว่ซิงกล่าว
“ครับ ครับ เข้าใจแล้ว ดีนะเนี่ยที่วันนี้คุณพ่อเสนอให้เรายืมรถแล้วตัวเองก็นั่งแท็กซี่ไปน่ะ พี่อยากไปหลายที่แบบนี้ถ้าไม่ขับรถมาเองคงไม่สะดวก”หลินเยี่ยนเจ๋อกล่าว
“ก็เพราะแบบนี้ไง คุณพ่อถึงให้ยืมรถ อืมตอนนี้นายขับรถได้คล่องขึ้นแล้วนะ พี่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้นายยังเพิ่งจะหัดขับเองนี่นา”หลินเยว่ซิงกล่าวชม
“แหม คุณยายครับคุณยายเยว่ซิงหายไปถึงหนึ่งร้อยห้าสิบปี ผมจะขับไม่คล่องได้ยังไงล่ะครับ”หลินเยี่ยนเจ๋อกล่าวแซวพี่สาว
ตุ๊บ!
“โอ๊ย! มันเจ็บนะพี่ ทุบผมทำไม”หลินเยี่ยนเจ๋อร้องเพราะถูกหลินเยว่ซิงทุบที่ต้นแขน
“ปากดีจริงๆ เ้าเด็กคนนี้นี่”หลินเยว่ซิงส่งค้อนให้น้องชาย
“พูดเล่นนิดเดียว คุณยายทำโกรธไปได้”หลินเยี่ยนเจ๋อยังเล่นไม่เลิก
หลินเยว่ซิงยกมือขึ้นทำท่าจะทุบอีก
“โอ้ โอ้ อย่า อย่า ยอมแล้วครับ คุณพี่สาวคนสวยผมยอมแล้ว ผมไม่แกล้งพี่แล้ว” หลินเยี่ยนเจ๋อรีบยกมือข้างหนึ่งขึ้นชูยอมแพ้ แม้พี่สาวจะไม่ทุบแรงนักแต่ก็เจ็บๆคันๆ เอาเื่เหมือนกัน
“แล้ววันนี้นายไม่ไปเรียนไม่เป็ไรจริงๆแน่นะ”หลินเยว่ซิงถาม
“แหม พี่ถามอีกแล้ว ผมก็บอกไปแล้วนี่ว่าไม่เป็ไรเชื่อผมเถอะ วันนี้ไม่มีสอบอะไรผมโทรบอกเพื่อนผมแล้วว่าถ้าอาจารย์แจกชีทก็ให้เก็บไว้ให้ผมด้วยน่ะ แล้วก็นานๆผมจะขาดเรียนด้วย น่า น่า เห็นอย่างนี้ผมก็ขยันเรียนนะครับผมไม่ได้อ้างพี่เพื่อโดดเรียนเสียหน่อย”หลินเยี่ยนเจ๋อกล่าวด้วยสีหน้าหนักแน่นเรียกร้องความเชื่อใจ
“อือ ก็ได้ ถ้าเป็แบบนั้นก็ดี”หลินเยว่ซิงพยักหน้ายอมรับ ในสายตาของเธอมักจะมองว่าหลินเยี่ยนเจ๋อยังเด็กอยู่เสมอตอนที่เธอเรียนระดับปริญญาโท หลินเยี่ยนเจ๋อเพิ่งเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง
“ฮ้า วันนี้นั่งรถนานๆ เพลียเหมือนกันนะเนี่ย”หลินเยว่ซิงบ่นกับตัวเองในขณะที่ตัวนอนราบขวางบนที่นอนโดยไม่หนุนหมอนในมือมีบัตรประจำตัวประชาชน ยกแขนขึ้นดูบัตรในระดับสายตา
“วันนี้ได้แค่บัตรประชาชนกับซื้อแผนที่นักท่องเที่ยวจากร้านสะดวกซื้อเท่านั้นเองแต่ก็ยังนับว่าคุ้มเพราะได้ไปดูรอบๆ มาหมดแล้วและดูเหมือนว่าฉันจะจำภาพความทรงจำที่เบลอๆ ได้บ้างแล้วด้วยต่อไปฉันก็จะสามารถไปไหนมาไหนเองคนเดียวได้แล้ว
หญิงสาวหยิบหนังสือแผนที่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งซื้อมาในวันนี้ขึ้นมาพลิกดูจากนั้นก็พลิกตัวคว่ำลง ยกแขนขึ้นตั้งศอกเท้าคางศึกษาบริเวณพื้นที่ใกล้บ้านของตัวเองก่อน แล้วพยายามนึกภาพสถานที่จริงตามรวมถึงนึกภาพที่น้องชายพาเที่ยวชมจุดต่างๆ ในเมืองวันนี้ด้วยเมื่อภาพความทรงจำชัดเจนขึ้น หญิงสาวก็ไล่สายตามองเขตพื้นที่อื่นๆขยายวงกว้างขึ้นต่อไป
“อืม ฉันน่าจะจำได้สักเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วละพรุ่งนี้พักสักวันหนึ่งก่อน แล้ววันมะรืนค่อยไปจัดการธุระอื่นๆ ต่อก็แล้วกัน”หลินเยว่ซิงวางแผนจัดการธุระของตนที่จะทำต่อ
“เสี่ยวซิง วันนี้จะออกไปข้างนอกแล้วหรือลูก”หลินลู่เสียนถามเมื่อเห็นหลินเยว่ซิงสะพายกระเป๋า
“ค่ะ คุณแม่” หลินเยว่ซิงตอบและยิ้มให้มารดา
“จำทางได้แล้วหรือ” หลินลู่เสียนถามด้วยความเป็ห่วง
“จำได้แล้วค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะวันนี้หนูว่าจะไปติดต่อเื่ใบขับขี่กับบัตรเครดิตน่ะค่ะ อ้อ แล้วก็คงต้องไปหาซื้อมือถือด้วยค่ะ”หลินเยว่ซิงกล่าว
“โอเค ระวังตัวด้วยนะลูก” หลินลู่เสียนกล่าวกำชับเพราะเธอยังกลัวว่าอาจจะเกิดเื่เหมือนตอนที่หลินเยว่ซิงหายไปอีกก็ได้
“ค่ะ” หลินเยว่ซิงยิ้มรับ แล้วเดินออกจากบ้านไป
‘อีกสี่คิวก็จะถึงฉันแล้วสินะ ดีจังจะได้เสร็จๆ สักทีดีนะที่ฉันเลือกทำบัตรเครดิตที่นี่ เพราะธนาคารสาขานี้มีคนน้อยกว่าธนาคารสาขาอื่นตอนที่ไปติดต่อทำใบขับขี่ฉันต้องรอคิวนานมากจนรากแทบงอกยังดีที่ไม่ต้องทำธุระนานทั้งสองเื่’หลินเยว่ซิงคิดขณะที่สายตาจ้องมองจอเรียกคิว
“ทุกคนหยุด! อย่าขยับ! นี่คือการปล้น” เสียงชายคนหนึ่งะโก้องขึ้นขณะที่ลูกค้าของธนาคารบางคนนั่งรอเงียบๆ บางคนคุยกันเบาๆ
ทุกคนหันไปมองตามเสียงก็เห็นชายคนหนึ่งร่างสูงใหญ่สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลสวมหมวกโม่งสีดำคลุมศีรษะและใบหน้า เห็นเพียงตาสองข้างเท่านั้นในมือของมันมีปืนพกสั้นยื่นมาด้านหน้าชี้กราดไปทั่วที่ลูกค้า
“กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด”ลูกค้าเกือบทุกคนใกรีดเสียงร้องออกมา บางคนยกมือขึ้นให้โจรเห็นว่าตนไม่มีอาวุธบางคนยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาบางคนกุมที่หัวใจเพราะใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว
“ไปอยู่ที่มุมโน้นให้หมด แล้วก็เงียบๆ ซะ ห้ามส่งเสียง”โจรหนึ่งคนเดิมสั่ง
ทันใดนั้นมีโจรอีกสองคนที่โผล่มาจากด้านหลังของลูกค้าสวมหมวกโม่งสีดำเช่นกัน โจรคนหนึ่งผอมสูง อีกคนอ้วนเตี้ย พวกมันทั้งสองคอยควบคุมให้ลูกค้าของธนาคารทำตามคำสั่งและยกปืนขึ้นขู่
ลูกค้าทุกคนและยามที่มีเพียงกระบองเป็อาวุธรีบกรูกันไปยังทิศทางที่โจรชี้ รวมถึงหลินเยว่ซิงก็เดินตามไปด้วย
หลินเยว่ซิงทำตามคำสั่งโจรเงียบๆสายตากวาดมองสังเกตไปรอบๆ
“นั่งลงไป ยกมือขึ้น ถ้ายังไม่อยากตาย”โจรสองร่างอ้วนเตี้ยสั่ง มองทุกคนทำตามด้วยความพอใจ
“เอาละ เอาเงินใส่กระเป๋านี่ซะถ้าไม่อยากตายแล้วอย่าตุกติกล่ะ”โจรหนึ่งโยนถุงผ้าใบใหญ่ให้พนักงานหญิงที่ทำหน้าที่รับฝากถอนเงินที่หน้าเคาน์เตอร์
พนักงานหญิงรับถุงผ้ามาด้วยความหวาดกลัวหน้าซีดมือสั่นอย่างเห็นได้ชัดหยิบเงินแล้วใส่ถุงผิดๆ ถูกๆ
ปึก!
“เร็วๆ”โจรหนึ่งใช้ปืนเคาะที่เคาน์เตอร์เพื่อข่มขู่พนักงานหญิงและสั่งเสียงเข้ม
“ค่ะๆ” พนักงานหญิงพูดเสียงสั่นเครือเร่งรีบหยิบเงินใส่ถุงผ้า
“แกด้วย ใส่เงินมาในนี้ให้หมด อย่ามัวชักช้า”โจรสามร่างผอมสูง สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายขวาง สีขาวดำเดินไปยังเคาน์เตอร์อีกด้านแล้วโยนถุงผ้าให้พนักงานธนาคารชายหยิบเงินใส่ถุงผ้า
“ครับๆ ผมจะทำตามที่คุณสั่ง อย่าทำอะไรผมเลยครับ”พนักงานชายคนนั้นรีบหยิบเงินใส่ถุงผ้าเช่นกัน
“เฮ้ย! นั่นนายทำอะไรน่ะ” จู่ๆขณะที่พนักงานชายคนนั้นกำลังหยิบเงินใส่ถุงให้โจรก็หันไปกระชากแขนของเพื่อนร่วมงานที่แอบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหลังกางเกงออกจนโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของพนักงานชายคนนั้นหลุดออกมา
“ตุ๊บ”
โจรสามมองโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ที่พื้น หน้าจอหงายขึ้น มันถูกกดโทรออกแล้วเป็เบอร์ด่วนสำหรับเรียกตำรวจ
พนักงานชายเ้าของโทรศัพท์พนักงานชายที่หยิบเงินใส่ถุงผ้า และโจรสาม ต่างมองโทรศัพท์บนพื้นเป็ตาเดียวกันทั้งสามคนหน้าซีด
“นี่แกกล้ากดโทรศัพท์หาตำรวจเหรอ”โจรสามที่ตอนนี้ในมือถือปืนจ่อคุมพนักงานชายที่กำลังหยิบเงินใส่ถุงผ้ารู้สึกโกรธจัดกัดฟันกรอดมันหันปลายกระบอกปืนไปทางพนักงานชายที่ทำโทรศัพท์ตกทันที
“ไม่ ไม่” พนักงานชายปฏิเสธ พยายามถอยหลังและหาทางหลบ
“เปรี้ยง”
เสียงปืนดังกึกก้อง
“โอ๊ย โอ๊ย”
เสียงร้องด้วยความเ็ปสองเสียงดังขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน
“กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด” เสียงร้องใของลูกค้า
สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นในตอนนี้พนักงานธนาคารชายถูกยิงเข้าที่ต้นแขนซ้ายโจรสามผู้ลั่นไกปืนถูกเงินเหรียญเจาะเข้าที่หลังมือซ้ายข้างที่ถือปืนเหรียญนั้นยังฝังอยู่ครึ่งเหรียญ เืสดๆ สีแดงค่อยๆ ไหลหยดตามขอบเหรียญมันช่างเหนือจินตนาการจริงๆ กับการที่ได้เห็นใครสักคนได้รับาเ็เพราะเหตุนี้
“ตุ๊บ”
ปืนร่วงหลุดจากมือโจร
“มือ มือฉัน”โจรสามละล่ำละลักเมื่อเห็นหลังมือของตนถูกเงินเหรียญเจาะเขามองมือของตัวเองตาปูดโปนแทบจะหลุดออกจากเบ้า ทั้งใและเจ็บชาเห็นเืสีแดงสดค่อยๆ หยดลงบนพื้น
ลูกค้าทุกคน พนักงานธนาคาร และโจรอีกสองคน มองมาที่ต้นเสียงเป็ตาเดียว