Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 4 ลมปราณแพทย์สนาม

    พอรุ่งเช้าหยางไคก็ลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ ด้วยเคยชินการตื่นเช้า แต่สภาพแขนซ้ายที่ถูกพญางูขาวกัดกระชากนั้นสาหัสนัก แม้จะไม่มีพิษแต่บาดลึกเกือบจะตัดถึงเส้นเอ็น ก็ยังถือว่ายังโชคดีไม่น้อย ที่เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่กลับกลายเป็นคนพิการไปเสียอีกฝ่ายหยางซีจี๋ (杨希吉) หัวหน้าคนงานสวนนั้นทราบวีรกรรมของหยางไคก็นึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย จึงมาเยี่ยมไข้ถึงเตียงคนป่วย พร้อมสั่งการว่า“สองสามวันนี้เจ้าคงมิอาจทำงานหนักได้ จงอยู่ช่วยงานเบา ๆ กับท่านหมอก่อนก็แล้วกัน” แม้เด็กหนุ่มจะยังห่วงสวนผักอันเป็นความหวังสุดท้ายของตน แต่จำเป็นจะต้องระงับไปก่อนอยู่ดี จึงรับคำด้วยความจำเป็น ครั้นหัวหน้าคนสวนกลับไปก็เป็นเวลาสายมากแล้วหยางไครู้สึกหิวจึงรับประทานข้าวต้มที่หอรักษาเตรียมไว้ให้เป็นอาหารเช้าด้วยมือขวา จากนั้นจึงช่วยนำตำราในห้องหนังสือของท่านหมอไปผึ่งแดดให้แห้ง เพราะหนังสือหลายเล่มต้องเปียกปอนด้วยน้ำฝนจากพายุหนักตั้งแต่เมื่อคืนแต่เนื่องด้วยบัดนี้เด็กหนุ่มใช้งานได้เพียงมือเดียว เขาจึงต้องค่อย ๆ ถือหนังสือไปทีละเล่มสองเล่ม จากนั้นเปิดพลิกตำราขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์มิหน้าหนังสือติดกันเป็นพืดเพราะโดนน้ำอย่างหนักมาตั้งแต่ตอนดึก “โชคดีที่วันนี้มีแดด แต่จะให้เราไปตากที่ไหนได้ ?” ลานกว้างที่หอรักษานั้น เต็มไปด้วยสมุนไพรตากแห้งนานาชนิดจนเต็มพื้นที่ ครั้นจะเคลื่อนย้ายเสียก่อนก็กระไรอยู่ จึงนึกไปถึงแปลงผักของตน เพราะที่นั่นมีทั้งชั้นวางต้นอ่อนซึ่งพอจะนำมาใช้วางหนังสือเหล่านี้ได้ มิหนำซ้ำเขายังจะถือโอกาสสำรวจความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตรเหล่านั้นได้อีกทางซึ่งระยะทางจากหอรักษาและแปลงผักของตระกูลนั้นอยู่ไม่ไกลกัน หยางไคจึงใช้เวลาไม่นานเพื่อขนเอาตำราออกมาผึ่งแดดที่สวนแปลงแห่งนี่อาจจะเป็นเพราะตำราเหล่าไม่มีค่าและชั้นความอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะทุกคนล้วนทราบดีว่าเด็กหนุ่มนั้นไม่รู้หนังสือ ทั้งยังเพิ่งหัดอ่านเขียนได้เพียงร้อยกว่าตัวอักษรเท่านั้น จึงมอบหน้าที่ ซึ่งสามารถเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านี้อย่างไม่เกรงว่าจะรั่วไหลออกไปเลยสักนิดด้วยเหตุนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำราการรักษา ตำราสมุนไพร ตำรายาวิเศษ รวมทั้งตำราพื้นฐานด้านอื่น ๆ ซึ่งไม่จำเพาะหอรักษาโดยตรง เช่นตำรายุทธ์ระดับพื้นฐาน เพื่อใช้ฟื้นฟูร่างกาย รวมทั้งตำราพลังลมปราณระดับต้น และระดับต่ำมาก ๆ ซึ่งไม่คู่ควรจะอยู่ในชั้นหนังสือหอรักษาของตระกูลอดีตขุนศึกแห่งแผ่นดินเช่นนี้เลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะคัมภีร์ลมปราณสำหรับแพทย์สนาม ที่ไม่สามารถทะลวงขั้นใหญ่ได้เลยแม้แต่ขั้นเดียว โดยจะจำกัดขุมพลังอยู่เพียง [พลังบ่มเพาะ] เท่านั้น แต่ก็มีข้อดีที่สามารถผลิตแพทย์ให้ทันต่อสถานการณ์ที่วิกฤต ด้วยการเพิ่มปริมาณมาก ๆ ของหน่วยแพทย์ เช่นกรณีบ้านเมืองในยุคสมัยกลียุคเกิดศึกสงคราม จนเกิดสภาพการขาดแคลนบุคลากรด้านการแพทย์ในระดับเลวร้ายเป็นต้น ! พลังลมปราณแพทย์สนามนี้ ประกอบด้วยทักษะทางการแพทย์ 10 ชนิด ซึ่งแน่นอนว่า ทักษะระดับ 1 เหล่านี้ ย่อมไม่อาจพัฒนาขึ้นไปได้อีกเลย และที่สำคัญที่สุด บ้านเมืองในสภาวะปัจจุบันนี้ ก็ยังห่างไกลกับภาวะขาดแคลนอย่างมากมายจนเกินไป ก็ด้วยในยุคสมัยของต้าหมิงนั้น ประเทศมีความเจริญเติบโตทางเศษรษฐกิจเป็นอันมาก และมีการส่งเรือเดินสมุทรไปค้าขายกับต่างประเทศอีกด้วย มีรุ่งโรจน์และรุ่งเรือง สมดังนาม ‘ต้าหมิง’ (หมิงอันยิ่งใหญ่) อย่างที่สุดแล้ว error loadedมหาขันทีเจิ้งเหอ ผู้บัญชาการเรือมหาสมบัติ แห่งต้าหมิง หยางไคซึ่งได้เปิดพลิกตำราเพื่อผึ่งแดดทุก ๆ แผ่นจากกองตำราเหล่านี้ ย่อมเกิดความหวังขึ้นมาแล้วในชีวิต คือชีวิตที่เคยขาดแคลนทุกอย่าง จนได้มีโอกาสก้าวเข้ามาในตระกูลหยางอันมีเกียรตินี้ และชายหนุ่มจะทำทุกทาง เพื่อมิให้ตนต้องกลับไปอยู่ในสภาพอย่างเดิมเช่นนั้นเป็นอันขาด ! แม้อ่านตำราไม่ค่อยออก แต่ ‘คัมภีร์พลังลมปราณแพทย์สนาม’ ก็มีภาพประกอบค่อนข้างชัดเจน เด็กหนุ่มจึงสามารถฝึกฝนมันโดยไม่ติดขัด ด้วยลมปราณที่เน้นปริมาณผู้สำเร็จนี้ ย่อมง่ายดายถึงขั้นที่ว่า ไม่เคยมีผู้ใดล้มเหลวจากฝึกฝน ขอแค่ผู้ฝึกอยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสม (14 - 18 ปี) ย่อมสามารถก่อร่างโครงสร้างลมปราณที่สุดแสนเรียบง่ายนี้ได้อย่างแน่นอน พลังลมปราณระดับสูง ย่อมมีความซับซ้อนประหนึ่งดังต้นไม้อันมีรากใยกิ่งก้านสาขาและใบพุ่มหนา ซึ่งมีไว้รองรับทักษะต่าง ๆ ให้บรรจุอยู่ในโครงสร้างอันแข็งแรงนั้น ทั้งยังสามารถเติบโตเพื่อยกระดับทักษะและคุณสมบัติพื้นฐานของผู้บ่มเพาะให้สูงขึ้นได้ ตามโครงข่ายที่พลังลมปราณเหล่านั้นได้ถูกออกแบบเอาไว้ ส่วนลมปราณแพทย์สนามนั้นมีความเรียบง่ายกว่านั้นมาก ประหนึ่งก้อนอิฐที่วางเรียงรายกันแค่ 1 ชั้น จำนวน 10 กล่อง เพื่อใช้บรรจุทักษะทางการแพทย์จำนวน 10 ชนิด อย่างง่าย ๆ ไว้สำหรับยืดชีวิตเหล่านักรบในศึกสงครามนั่นเอง แต่สุดท้ายกลับพบกับความล้มเหลว !!จึงสรุปได้ว่าความล้มเหลวของหยางไค ย่อมมิใช่ว่าวิชาเหล่านี้ซับซ้อนหรือยากลำบากเกินกว่าใครจะทำได้ แต่เพียงเพราะว่า เด็กหนุ่มผู้นี้ปราศจากความพร้อม หรือความเหมาะสมที่จะบ่มเพาะสิ่ง ๆ ในร่างกาย ที่เต็มไปด้วยความบกพร่องเช่นนี้แล