“อืมมม”
หญิงสาวผมสีบลอนด์ขยับตัวอย่างงัวเงียมือของเธอปัดป่ายไปทั่วเตียงกว้างเพื่อหาหมอนข้างมาก่ายและนอนต่อแต่เธอก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อเธอรู้สึกว่าแอร์ในห้องหนาวกว่าปกติ เพราะถึงแม้เธอจะชอบแอร์แต่เธอก็ไม่ได้เปิดจนหนาวขนาดนี้แต่ด้วยความี้เีเธอจึงปล่อยมันไปและกวาดมือหาหมอนข้างต่อ
แต่ทำยังไงก็หาไม่เจอแต่มือกลับปัดโดนอะไรเย็นๆแทนเธอจึงหรี่ตาขึ้นมามองและเห็นว่าเป็เพื่อนของเธอ ‘นที’ กำลังนอนเปลือยอกอยู่ข้างๆตัวเธอ และก่ายหมอนข้างของเธออยู่เธอจึงยันตัวลุกขึ้นเล็กน้อยเพื่อหยิบตุ๊กตาบนหัวนอนมากอด
‘เอาไว้หายง่วงแล้วค่อยคิดแล้วกัน’เธอคิดและหันท่าที่สบายตัวที่สุด กอดตุ๊กตา มุดผ้าห่มและนอนต่อ
เธอได้ยินเสียงเครื่องครัวกระทบกันและกลิ่นหอมของอาหารลอยเข้ามาในห้อง เธอจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมาและหยิบนาฬิกาข้างหัวเตียงขึ้นมามอง
‘บ่ายสอง? ควรตื่นได้แล้วสินะ’ เธอคิดและขยับตัวลุกขึ้นด้วยความยากลำบากเธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอโดยเฉพาะหลังรู้สึกปวดแปลกๆและมันยังแย่ขึ้นไปอีกกับอาการปวดหัวตุบๆที่หัวเธอจึงเอามือข้างหนึ่งจับที่หัวและเอาหมอนพิงหลังและเอนหลังไปที่หัวเตียง
เธอนั่งพักสักพักเพื่อให้สมองกลับมาเต็มร้อยและค่อยๆสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นร่างกายของเธอเปลือยเปล่า และเสียงดังในครัวเธอจึงเลือกที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำทำตัวให้สะอาดก่อนแล้วค่อยแต่งตัวด้วยชุดอยู่บ้านไปในครัว
“ทีนายทำอะไรกินน่ะ”
ชายหนุ่มผมสีดำที่วุ่นอยู่กับเตาสะดุ้งและหันมาด้วยความใ
“แพรตื่นแล้วเหรอ”
“แล้วเห็นนอนอยู่หรือเปล่าล่ะ”
“ก็...เปล่า”
‘ทำไมวันนี้ถึงดูแปลกๆ? ช่างเถอะ’ หญิงสาวคิดและถามคำถามเดิมอีกครั้ง“สรุปทำอะไรกิน เผื่อด้วยนะ ี้เีทำ ปวดหัว” พร้อมมัดมือชกให้ทำอาหารเช้าเผื่อเธอ
“ฉันทำข้าวต้มน่ะเอ้านี่ของเธอฉันเตรียมไว้ให้แล้ว ซีเรียลกับนม แล้วก็น้ำส้ม จะได้ช่วยแก้แฮงค์” นทีเดินไปหยิบนมและน้ำส้มในตู้เย็นมาวางบนโต๊ะและหยิบชามช้อนในตู้มาวางตรงหน้าของแพร
“ขอบใจ”
เธอทานข้าวเช้าด้วยความเนือยๆรู้สึกร่างกายปวดไปหมด แต่เมื่อได้จิบน้ำส้มเปรี้ยวๆแล้วก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างจึงลงมือทานอาหารเช้าด้วยความเอร็ดอร่อย
“ว่าแต่...เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”เมื่อเธอทานเสร็จแล้วจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตื่นมามีเหตุการณ์หลายอย่างที่ดูแปลกๆ เธอจึงคิดถึงเหตุการณ์ที่เป็ไปได้มากที่สุด“ฉันอ้วก หรือฉันไปมีเื่อะไรกับใครหรือไง”
“...”
“แต่ก็ไม่เห็นต้องแก้ผ้าฉันหมดขนาดนั้นเลยนี่นาเหลือชุดชั้นในไว้ให้หน่อยก็ได้”
“...”
“แถมยังไม่ยอมกองไว้ให้เรียบร้อยหรือเอาใส่เครื่องซักผ้าไว้แต่โยนไว้รอบห้องอีก”
“...”
“เงียบทำไมมีอะไรที่ฉันไม่ควรรู้หรือไง”
“...ขอโทษ”นทีพูดขึ้นมาด้วยเสียงหงอยๆ
“เื่?”
“...”
“...”
“...”
“อย่าเงียบดิเฮ้ย! ตอบมา!” แพรเริ่มหงุดหงิดเมื่อสิ่งที่เธอพูดไปทั้งหมดกลับได้รับเป็ความเงียบกลับมา
“คือ...”
“...”
“...”
“นี่กวนประสาทกันใช่ปะ! อย่าให้แม่หงุดหงิดไปมากกว่านี้นะโว้ยยยยยย”เธอเริ่มโวยวาย เมื่อเพื่อนของเธอพูดอึกๆอักๆไม่ยอมพูดอะไรให้เป็เื่เป็ราวทำให้เธอไม่รู้ซักทีว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น
“ฉันขอโทษที่เมื่อคืนสติหลุดแล้วปล้ำเธอ!!”นทีรวบรวมความกล้าะโออกมาด้วยความร้อนรนเพราะไม่อยากให้เพื่อนสาวของตนหงุดหงิดไปมากกว่านี้
“ฮะ?”
อะไรนะ...