บทที่ 7
ป้อมปราการล่องหน และค่ำคืนแห่งการพิพากษา
ถุงเงินหนักอึ้งในมือคือหลักประกันแรกที่ลินได้รับในโลกใบใหม่นี้ ทว่าสำหรับเธอ "เงิน" เป็เพียงตัวเลขในสมการการเอาตัวรอด สิ่งที่เธอ้าจริงๆ คือ "อาณาเขต" ที่ปลอดภัยพอจะวางตัวหมากตัวต่อไปได้ ลินตัดสินใจเลือกพื้นที่รกร้างบริเวณเนินเขาทางทิศตะวันตกของเมืองอาเธลอส ซึ่งเป็จุดที่ผู้คนหลีกเลี่ยงเนื่องจากมีก้อนหินระเกะระกะและดินที่แข็งจนเพาะปลูกไม่ได้ แต่มันคือทำเลทองในทางยุทธศาสตร์สำหรับวิศวกรอย่างเธอ
“ไซรัส... วันนี้เ้าไม่ต้องนอนในรังไหมมอมแมมอีกแล้วนะ”
ลินกระซิบแ่เบา ขณะยืนอยู่กลางพื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกล้อมรอบด้วยป่าละเมาะและหน้าผาหิน แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมขอบฟ้าเป็สีส้มอมม่วง เธอเรียกอินเตอร์เฟซของระบบขึ้นมา หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโรยตัว
[ตรวจสอบพื้นที่: เหมาะสมสำหรับการติดตั้งโครงสร้างสำเร็จรูป]
[ยืนยันการสั่งซื้อ: ที่พักอาศัยนาโนคาร์บอน (Small Class) - ราคา 150 เหรียญทองระบบ]
[โบนัสจากการทำภารกิจ ‘เฟืองตัวแรก’ : รับฟังก์ชันโล่ป้องกันภัยระดับ 2 (Pulse Shield) ฟรี]
ลินปลายนิ้วััปุ่มยืนยัน ทันใดนั้น ความเงียบสงัดของขุนเขาก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงหึ่งๆ ของมวลอากาศ อนุภาคสีฟ้าขนาดเล็กนับล้านไหลบ่าออกมาจากช่องว่างมิติพวกมันรวมตัวกันเหมือนฝูงแมลงเรืองแสง เริ่มถักทอรากฐานจากพื้นดินขึ้นสู่ยอด อะตอมแต่ละตัวจัดเรียงพันธะอย่างแม่นยำ ผนังสีเทาเงินที่ดูเรียบเนียนราวกับผิวมุกค่อยๆ ก่อตัวขึ้น หน้าต่างกระจกนาโนใสกระจ่างถูกติดตั้งในตำแหน่งที่รับลมได้ดีที่สุด
เพียงไม่ถึงสามนาที บ้านหลังเล็กทรงโมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของโลกอนาคตก็ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากหินขรุขระ มันสวยงามโดดเด่นจนดูราวกับภาพลวงตาที่หลุดมาจากความฝัน
ลินก้าวเท้าเข้าไปภายใน ััแรกคืออุณหภูมิที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะสมกับทารกโดยอัตโนมัติ พื้นบ้านอุ่นสบายด้วยระบบฮีตเตอร์ใต้ดิน แสงไฟ Warm White ค่อยๆ สว่างขึ้นเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบการเคลื่อนไหว เธอวางไซรัสลงบนเปลอัจฉริยะที่ถูกสร้างติดมากับตัวบ้าน ซึ่งมีระบบแกว่งไกวตามจังหวะชีพจรของเด็กน้อย
“นี่แหละ... ฐานบัญชาการของเรา” ลินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่ม ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายวันเริ่มเข้าจู่โจม แต่สัญชาตญาณวิศวกรกลับเตือนเธอว่า ความสะดวกสบายที่ได้มาอย่างรวดเร็วมักตามมาด้วยสายตาที่ริษยา
ขณะที่ความมืดปกคลุมเมืองอาเธลอสอย่างสมบูรณ์ ข่าวเื่ "บ้านเวทมนตร์" ที่โผล่ขึ้นมาบนเนินเขาในชั่วพริบตาก็แพร่กระจายไปในหมู่หัวขโมยและกลุ่มอิทธิพลเถื่อนราวกับไฟลามทุ่ง
จากอน หัวหน้ากลุ่มนักเลงนอกคอกผู้มีแผลเป็ลากยาวบนใบหน้า จ้องมองภาพบ้านหลังงามผ่านกล้องส่องทางไกลจากชายป่า ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโลภ “ผู้หญิงมอมแมมคนเดียวกับเด็กทารก... แต่กลับมีบ้านที่แม้แต่เ้าเมืองยังอิจฉา นางต้องมีสมบัติมหาศาล หรือไม่ก็ศิลาวิเศษที่เรียกทองได้แน่ๆ”
“หัวหน้า เราจะเอาจริงหรือ? ข้าว่ามันดูพิลึก บ้านอะไรจะไม่มีรอยต่อเลยสักนิด” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยอย่างลังเล
“โง่จริง! ยิ่งพิลึกแปลว่ายิ่งมีค่า บุกเข้าไป! ใครจับตัวนังนั่นได้ ข้าจะให้ส่วนแบ่งเป็สองเท่า!”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายฉกรรจ์กว่าสิบคนย่ำลงบนใบไม้แห้ง มุ่งตรงไปยังบ้านสีเงินที่ตั้งสงบเงียบ พวกมันพกพาทั้งดาบขรุขระและค้อนเหล็กหนัก พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ภายในบ้าน ลินที่กำลังดื่มน้ำบริสุทธิ์จากระบบกรองน้ำนิ่งสนิท ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย หน้าจอระบบแจ้งเตือนสีแดงกะพริบถี่ๆ อยู่ตรงหน้า
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตมีเจตนาร้าย: 12 คน]
[ระยะห่าง: 50 เมตร... 30 เมตร... 10 เมตร]
[ระบบป้องกันภัยระดับ 2: สแตนด์บาย]
“ไซรัส... หลับให้สบายนะลูก แม่แค่จะออกไปกวาดบ้านนิดหน่อย” ลินลูบหัวเด็กน้อยที่กำลังหลับสนิท ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็เย็นเยียบ
พวกจากอนวิ่งมาถึงลานกว้างหน้าบ้าน พวกมันเงื้ออาวุธขึ้นหมายจะทุบประตูกระจกที่ดูบอบบาง “พังมัน เข้าไป!”
ปัง!!
เสียงปะทะดังสนั่น แต่ไม่ใช่เสียงกระจกแตก ทว่ากลับเป็เสียงของโลหะที่กระแทกเข้ากับกำแพงอากาศที่มองไม่เห็น ทันทีที่คมดาบััเขตแดนห่างจากตัวบ้านสามเมตร วงแหวนแสงสีฟ้าครามก็แผ่ซ่านออกมาจากจุดปะทะ มวลอากาศสั่นะเือย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทก (Sonic Boom) ดีดเอาร่างของเหล่านักเลงกระเด็นไปคนละทิศละทาง
“อั๊ก! นี่มันอะไรกัน!” จากอนสำลักเื เขาพยายามยันตัวขึ้น แต่ดินใต้เท้ากลับเริ่มสั่นะเื
ลินเดินออกมาที่ระเบียงบ้าน แสงไฟจากภายในส่องให้เห็นเงาร่างของเธอที่ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือกลับมีอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กที่ส่งสัญญาณเชื่อมต่อกับระบบป้องกันภัย
“พื้นที่นี้เป็เขตส่วนบุคคล” เสียงของลินเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “หากพวกท่านก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ระบบจะเปลี่ยนจากการป้องกันเป็ ‘การกำจัด’ ทันที”
“นังบ้า! เ้าก็แค่มีเวทมนตร์ลวงตา! ล้อมมันไว้! พังกำแพงล่องหนนั่นให้ได้!” จากอนะโสั่งด้วยความบ้าคลั่ง
นักเลงที่เหลือคว้าขวานและหินขนาดใหญ่ทุ่มใส่บ้านอย่างต่อเนื่อง ทว่าทุกสิ่งที่พุ่งเข้ามากลับถูก ‘โล่พัลส์’ ดูดซับพลังงานและสะท้อนกลับด้วยความแรงสองเท่า เสียงโหยหวนดังระงมไปทั่วหุบเขา เมื่อเห็นว่าการโจมตีธรรมดาไม่ได้ผล จากอนจึงหยิบ ‘ะเิเพลิงดิบ’ ที่หาซื้อมาอย่างผิดกฎหมายออกมา จุดชนวนแล้วเขวี้ยงสุดแรง
[คำเตือน: ตรวจพบวัตถุะเิ…เปิดใช้งานระบบสะท้อนกลับเต็มกำลัง]
ะเิเพลิงยังไม่ทันได้ััโล่ป้องกัน วงแหวนแสงสีฟ้าก็ขยายตัวออกอย่างรวดเร็วเหมือนคลื่นน้ำ มันปะทะกับะเิกลางอากาศและบังคับให้ะเิย้อนกลับไปหาผู้ขว้างทันที!
ตูม!!!
เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด กลุ่มนักเลงแตกพ่ายกระจัดกระจาย บางคนเสื้อผ้าไหม้เกรียม บางคนหมดสติด้วยแรงกระแทก จากอนนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นดิน ิัของเขาพองไหม้ ความโลภที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่ออำนาจที่เขาไม่เข้าใจ
ลินเดินลงจากระเบียง ก้าวข้ามผ่านเขตแดนโล่ป้องกันออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าหัวหน้ากลุ่มนักเลง เธอโน้มตัวลงมองด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“ในโลกเก่าของข้า มีกฎข้อหนึ่งที่วิศวกรทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจ” ลินเอ่ยพลางหมุนเหรียญทองในมือเล่น “อย่าพยายามทำลายโครงสร้างที่คุณไม่มีปัญญาทำความเข้าใจ... เพราะผลลัพธ์ของมันมักจะลงเอยด้วยชีวิตของคุณเอง”
“ข้า... ข้ายอมแล้ว... ไว้ชีวิตข้าด้วย...” จากอนละล่ำละลัก
“ไสหัวไป แล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”
กลุ่มนักเลงที่พอจะมีแรงเหลืออยู่รีบหามร่างของหัวหน้าและเพื่อนที่าเ็หนีหายเข้าไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและความเสียหายเล็กน้อยบนพื้นหินที่บ้านหลังนี้ตั้งอยู่
ลินถอนหายใจยาว ความตึงเครียดผ่อนคลายลงเธอกลับเข้าไปในบ้าน ปิดล็อกระบบป้องกันภัยให้ทำงานในโหมดซ่อนเร้น (Stealth) เพื่อพรางตาให้คนทั่วไปมองเห็นบ้านหลังนี้เป็เพียงกระท่อมไม้เก่าๆ ที่ไม่น่าสนใจ
เธอเดินกลับไปที่เปลของไซรัส เด็กน้อยยังคงหลับสนิท มุมปากขยับยิ้มเล็กน้อยราวกับกำลังฝันดี ลินทรุดตัวลงนอนเคียงข้างเปล ความอบอุ่นจากบ้านนาโนเทคโนโลยีและรั้วป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดทำให้เธอหลับตาลงได้เป็ครั้งแรกอย่างสนิทใจ
เฟืองตัวที่สอง... คือความมั่นคง และคืนนี้เธอก็ได้มันมาแล้ว
…………………
"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับลินและเ้าหนูไซรัสจนถึงบทนี้นะคะ ในที่สุดลินก็เริ่มมีที่พักที่มั่นคงเสียที แต่บ้านที่ล้ำสมัยขนาดนี้จะรอดพ้นจากสายตาของผู้มีอำนาจในเมืองอาเธลอสได้จริงหรือ? มาร่วมลุ้นไปกับก้าวต่อไปของวิศวกรสาวในบทหน้านะคะ!"
ฝากกดติดตามและเป็กำลังใจให้นักประดิษฐ์สาวกับเ้าก้อนแป้งด้วยนะค้าาา!