เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอุ่นๆพร้อมกับเสียงฮือฮาดังเข้ามากระทบ ปลุกให้หนิงเทียนเปิดตาตื่น มันพบว่าเวลานี้กองโจรหุบเขากว่าร้อยชีวิตกำลังรุมล้อมและมองไปยังหลุมบ่อที่เกิดขึ้นจากกระสุนลมปราณที่หนิงเทียนยิงออกมา
ความกว้างของหลุมที่เกิดขึ้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง150จั้ง มันแถบจะกลายเป็นหน้าผาย่อมๆที่เกิดใหม่บนดินแดนทุ่งหญ้าก็ว่าได้
เสียงของฮาจุนดังขึ้นจากทางด้านหลัง “เจ้าจะตอบสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร? รวมถึงสิ่งที่คนพวกนั้นเห็นและได้ยิน”กล่าวถึงตรงนี้ สายตาของหนิงเทียนมองไปยังร่างที่กำลังหลับไหลของสามชายฉกรรจ์ บุรุษหนุ่มและชายชราที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืน
หนิงเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเรียบ “เจ้าไม่ได้มี มนต์ที่ใช้ลบความทรงจำหรือไง??”
“ของแบบนั้นข้าไม่มีหรอก” อีกฝ่ายตอบกลับ
หนิงเทียนยกมือขึ้นเกาหัวแก๊กๆ ไม่นานนักเสียงตะโกนของเหิ่นเสี่ยวก็ได้ดังขึ้น “กุนซือ กุนซือ หัวหน้าเรียกตัวท่านโดยด่วน”
หนิงเทียนลุกขึ้นยืนและก้าวตามไปอย่างไม่รีบร้อน สายตาของมันมองดูหลุมบ่อที่ถูกขุดลึกจากฝีมือของตัวเอง พร้อมกันนั้นเสียงของหูหลี่ไป๋ดังขึ้น “เมื่อคืนยังไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้น กุนซือมันเกิดเหตุใดกันแน่งั้นรึ??”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนพยักหน้าขึ้นลงและกล่าวออก “ดูเหมือนว่าเมื่อคืนจะมีปรากฏการณ์ฟ้า มีดาวตกลงมาทำให้เกิดเป็นหลุมบ่อขึ้นขนาดใหญ่เช่นนี้” กล่าวถึงตรงนี้หนิงเทียนทำเป็นนับนิ้วคำนวณบางสิ่ง ก่อนจะกล่าวออกมา “เป็นฤกษ์ดี ฤกษ์ดีจริงๆ หัวหน้าหู กองโจรหุบเขาของท่านได้รับคำอวยพรจากเทพแห่งดวงดาวแล้วละ”
“กุนซือ หรือว่าความหมายของท่านคือ ปรากฏการณ์ตรงหน้า เป็นคำอวยพรจากฟ้า ให้พวกเราเอาชนะมหาโจรเหล่านั้นได้” เหิ่นเสี่ยวกล่าวออกด้วยดวงตาที่ตกตะลึง
หนิงเทียนพยักหน้าขึ้นลง “ถูกต้องแล้ว ยินดี ยินดีด้วย” สิ้นเสียงของหนิงเทียน กลุ่มโจรนับร้อยคนส่งเสียงเฮดังลั่นด้วยความฮึกเหิมและดีใจ
เมื่อหนิงเทียนจัดการกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้แล้ว เบื้องหน้าของมันคือบุรุษหนุ่ม และชายชรา ทั้งสองเป็นคนที่ได้เห็นและได้ยินบางส่วนเกี่ยวกับการสนทนาระหว่างมันและฮาจุน และตอนนี้ทั้งสองคนมาดักรอเพื่อรอฟังคำตอบจากปากของหนิงเทียนแล้ว
“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่??” บุรุษหนุ่มกล่าวถามด้วยความสงสัย
หนิงเทียนแสดงสีหน้าไม่รู้ความ ถามกลับไป “เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ??”
บุรุษหนุ่มยกมือชี้นิ้วไปทางหลุมลึก “เมื่อคืนข้าเห็นท่านเป็นคนสร้างหลุมบ่อนั้นขึ้นกับมือ” และกวาดสายตามองหาหญิงสาวปริศนา “และแม่นางคนนั้นคือผู้ใช้คุณไสย??”
หนิงเทียนจ้องมองไปที่ดวงตาของอีกฝ่าย ก่อนจะหัวเราะออกมา “ฮาฮ่าๆ ข้าว่าเจ้าฝันไปแล้วละ ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าฝันจริงๆ ทั้งข้าและนางคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ และพวกเจ้าคิดว่า ตนเองจะมีโอกาสได้ตื่นขึ้นอีกครั้งรึ??”
เห็นทั้งสองคนเต็มไปด้วยอาการครุ่นคิดและสีหน้าสับสนงุนงง หนิงเทียนได้กล่าวย้ำให้คลายสงสัย “ใช่มั้ยละ เจ้าก็แค่ฝันไปเท่านั้น อย่าได้คิดมากเลย”
เหมือนทั้งคู่จะคล้อยตามคำพูดของหนิงเทียนแล้ว แต่ขณะที่ทั้งสองคนกำลังกลับหลังและจากไป เผอิญเป็นเวลาเดียวกับที่ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนเดินเข้ามาหาหนิงเทียนด้วยความสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน
ทั้งห้าคนมองประสานดวงตาซึ่งกันและกัน บุรุษหนุ่มและชายฉกรรจ์ได้เบิกดวงตากว้าง มันแน่ใจว่าบาดแผลที่แก้มของชายฉกรรจ์ผู้เป็นพี่ใหญ่ เกิดขึ้นจากฝีมือของหญิงสาว หากว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงความฝันจริงๆละก็ บาดแผลเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร??
ทั้งห้าคนสิบสายตาจ้องมองไปที่หนิงเทียนเป็นทางเดียว เห็นเช่นนั้นหนิงเทียนหุบยิ้มและกล่าวตอบด้วยเสียงเย็น “ข้าบอกว่ามันเป็นเพียงความฝัน ความฝันยังไงละ”
น้ำเสียงของหนิงเทียนทำให้ทั้งห้าคนไม่กล้าถามคำใดต่อไป เรื่องราวที่เกิดขึ้นน่าเหลือเชื่อจนยากจะเข้าใจ แม้จะเห็นกับสองตาแต่ไม่มีใครสักคนที่กล้ามั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งห้าคนได้ยืนอยู่บนคาบเกี่ยวของความจริงและความฝัน
แต่ถึงมันจะเป็นความฝันที่เหมือนจริง ด้วยนิสัยของชายฉกรรจ์ทั้งสามคนแล้ว พวกมันไม่รอช้าที่จะคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง ทั้งสามคนแนะนำตัวเอง เริ่มจากชายร่างใหญ่ รูปหน้ากลมผิวสีขาว มีบาดแผลยาวที่แก้ม กล่าวแนะนำตัว “ข้าชื่อพี่ใหญ่”ชายร่างสูง สีผมดำยาวถึงบ่า สีกายน้ำผึ้ง คาดผ้าที่หัว ตอบเป็นคนต่อมา “ข้าชื่อพี่สอง” ชายฉกรรจ์ร่างท้วม ผมหยิกสั้น ผิวกายดำ ตอบเป็นคนสุดท้าย “ข้าชื่อพี่สาม”
จากนั้นทั้งสามคนได้ประสานเสียงเป็นใจความเดียวกันว่า “ท่านกุนซือ ได้โปรดรับพวกข้าเป็นผู้ติดตามด้วย”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนแอบหัวเราะอยู่ในใจ มันส่ายศีรษะไปมา และกล่าวไปว่า “แต่พวกเจ้าไม่ใช่คนดีนี่นา”
พี่ใหญ่รีบกล่าวตอบ “พวกเราจะปรับปรุงตัว ได้โปรดให้พวกเราได้รับใช้ท่านด้วยเถอะนะ”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนครุ่นคิดก่อนจะกล่าว “เอาอย่างนี้ พวกเจ้าสามคนเคยทำไม่ได้ดีกับนางไว้ ถ้านางยกโทษให้พวกเจ้า ข้าจะยอมรับคำขอนั้น” ระหว่างกล่าวหนิงเทียนยกนิ้วชี้ไปที่ฮาจุน
ปัก ปัก ปัก!! ทั้งสามคนเขกหัวคำนับพื้นจนเกิดเสียงดัง “ขอขอบคุณกุนซือที่ให้โอกาสพวกเรา”
แต่ก่อนที่ทั้งสามคนจะได้เปลี่ยนทิศทางและย้อนไปหาฮาจุน หนิงเทียนได้ถามหนึ่งคำถามออกมา “พวกเจ้าสามคน ยังน้องสี่อีกงั้นหรือ??”
ทั้งสามคนมองหน้ากันและกันก่อนจะส่ายศีรษะปฏิเสธ และพี่ใหญ่เป็นคนกล่าว “ไม่มีขอรับ พวกเราสามคน อยากเป็นพี่ด้วยกันทั้งหมด จึงใช้คำนำหน้าว่าพี่ ส่วนใหญ่ สอง สาม เป็นชื่อเรียกขอรับ”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนหัวเราะแห้งๆ หึหึ ก่อนจะพยักหน้าไปทางฮาจุนอย่างรวดเร็ว “ไปเถอะ ไปเถอะ”
เมื่ออีกฝ่ายหันหลังและวิ่งไป หนิงเทียนพึมพำออกมาเบาๆ “กลุ่มคนติ้งต๊องชัดๆ”
ขณะที่หนิงเทียนกำลังเดินจากไป มันพบว่าเบื้องหน้าของมัน มีกลุ่มคนที่คุกเข่าลงกับพื้นอีกแล้ว
บุรุษหนุ่มคุกเข่าลงด้วยวาจาที่โอนอ่อนไร้ซึ่งความก้าวร้าว “ท่านกุนซือ ข้าเคยเสียมารยาทกับท่านด้วยความเข้าใจผิด โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”
ได้ยินแบบนั้น หนิงเทียนพยักหน้าขึ้นลงอีกครั้ง “ช่างเถอะ ช่างเถอะ ข้าไม่ได้ติดใจอะไรหรอก”
หนิงเทียนก้าวเดินจากไป หากแต่บุรุษหนุ่มวิ่งอ้อมมาดักหน้าและคุกสองเข่าลงกับพื้นเหมือนเช่นเดิม “ท่านกุนซือ ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย ข้าอยากแข็งแกร่งเหมือนกับท่าน ได้โปรด”
“ข้าเองก็อยากเป็นศิษย์ของท่าน” ชายชราผมขาว ก้มลงทำตามพร้อมกล่าวออกอย่างไม่สนใจในอายุอานาม
เห็นเช่นนั้น หนิงเทียนถอนหายใจยาวและส่ายศีรษะ “บอกแล้วไงว่า พวกเจ้าฝันไป” สิ้นเสียงหนิงเทียนรีบเดินหนีเพื่อตัดปัญหา
หนิงเทียนนั่งลงกับพื้นอย่างไม่สนใจ ในระหว่างที่มันกำลังหยิบหมั่นโถวเข้าปาก พบว่าสายตาของบุรุษหนุ่มและชายชรายังคงจ้องมาที่มันไม่วางตา
น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ฝั่งลึกอยู่ในหูของหนิงเทียนดังขึ้น มันเป็นเสียงของฮาจุนที่กล่าวผ่านมนตรา “เจ้าโบ้ยพวกมันสามคนมาให้ข้า!!”
ได้ยินเช่นนั้น หนิงเทียนกัดฟันตอบกลับ “เจ้าไม่เห็นรึไง?? ข้าก็มีอยู่สองคนเหมือนกัน”
“ข้าจะฆ่าพวกมันทิ้งให้หายรำคาญ”
หนิงเทียนส่ายศีรษะ “เจ้าเป็นเทพ ไม่รู้หรอว่า การฆ่าคนมันเป็นบาป”
....
ยามซือในช่วงสาย กองโจรหุบเขาก็ได้ออกเดินทาง โดยมีหูหลี่ไป๋เป็นผู้นำ กว่าร้อยชีวิตต้องเดินทางระยะไกลผ่านทะเลทรายเพื่อเข้าสู่พื้นที่ทุ่งหญ้า
สำหรับหนิงเทียนที่มีฐานะเป็นกุนซือจึงได้รับอาชามาขี่ ไม่ต้องลงไปเดินเท้าท่ามกลางพื้นทรายที่ร้อนระอุ คนทั้งหมดต้องเผชิญหน้ากับระยะทาง และอดทนต่อสู้กับความร้อนของทะเลทราย อาชามากกว่าสิบตัวล้มลงและขาดใจตาย บ้างก็ถูกทรายดูดหายไปต่อหน้าต่อตา
แม้ว่าจะสูญเสียพาหนะไปบ้าง แต่กว่าร้อยชีวิตของกองโจรหุบเขาก็สามารถผ่านความยากลำบากของทะเลทรายมาได้ทุกคน
ในช่วงที่ตะวันคล้อยลงมาประสานกับดวงตา กองโจรหุบเขาก็สามารถเข้าสู่พื้นที่ทุ่งหญ้าเขียวขจีได้สำเร็จ มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงของฮาจุนดังก้องในหูของหนิงเทียน “ข้างหน้าราวๆ10ลี้มีคนจำนวนมากกำลังย้ำเท้าอยู่กับที่”
หนิงเทียนพยักหน้ารับรู้แต่มันก็ยังไม่ได้กล่าวอะไรออกมา หนิงเทียนต้องการทดสอบความสามารถของหูหลี่ไป๋ดู ว่าจะใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ กองโจรหุบเขายังคงเดินหน้าต่อไป และในระยะทาง8ลี้ หูหลี่ไป๋คล้ายจะสัมผัสอะไรบางอย่างขึ้นมา มันสั่งให้ทุกคนหยุด และนำอาชาทั้งหมดไปผูกทิ้งไว้กับต้นไม้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการเดินเท้าด้วยความเงียบให้มากที่สุด
เมื่อครบระยะทาง10ลี้ กองโจรหุบเขาได้ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้และมุมมืดของไม้ใหญ่อย่างเงียบเชียบ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การต่อสู้ตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา
สิ่งที่พวกมันได้เห็น คือกลุ่มคนนับพันพร้อมด้วยอาวุธครบมือ กำลังต่อสู้ชุลมุนกันอย่างบ้าคลั่ง เปลี่ยนทุ่งหญ้าให้กลายเป็นสนามรบสีแดงฉาน...