ผ่านไป 1 เดือน
"่ท่านพ่อ" ไป๋หงเอ่ยเรียกบิดาที่นั่งรับลมปราณอยู่ในถ้ำส่วนตัว
"หืม เ้ารึไป๋หง มีอันใดถึงมาหาพ่อ"ไป๋หานลืมตามองไปยังบุตรสาว ก็ถอนหายใจเพราะ คิดถูกคิดผิดที่ให้ไป๋หวงให้พรนางโดยสามารถแปลงกายได้ ไม่คิดว่าลูกสาวจะแปลงกายเป็เด็กน้อยผมสั้นรุงรัง ใส่ผ้าปิดตาข้างหนึ่งเหมือนโจรสลัด เสื้อผ้าก็ดั่งบุรุษมืดมนไม่น่ามอง นี่มันลูกสาวเขาหรือไร ถึงเขาจะหวงนางแค่ไหน ใช่ว่าจะปล่อยปะละเลยให้นางสวมใส่ชุดที่ไม่สบายตานั้น
"เ้าก็เป็หญิงเหตุใด ไม่ใส่ชุดให้สมเกียรติตนเอง ซะบ้างไป๋หง แพรพรรณงดงามก็มีเยอะถมไป แล้วไหนไยเ้าไม่กลับเป็ร่างเดิมทั้งที่เ้าอยู่แต่กับพ่อแม่ เ้าอยู่ร่างนี้มาสามปีแล้วนะลูก"เขาอดจะบ่นไม่ได้ อยู่กับไอ้บุตรชายเกินไปกระมังถึงได้ติดนิสัยมันมา ไป๋หง ก็นึกได้ว่าตนเองอยู่ในร่างเด็กสาวผมสั้นตาบอดนี่มานานจนลืมไปเลย หากท่านพ่อไม่กล่าวเตือน แต่ทำไงอ่ะมันชอบร่างนี้ไปแล้วนี่หน่า ไป๋หงยิ้มอย่างน่าเอ็นดูไปให้บิดา
"ข้าชินแล้วสิท่านพ่อ"
"เ้าเองออกจะหน้าตางดงาม ไม่ชอบรูปร่างเดิมรึไร"ไป๋หงส่ายหน้า
"ให้ไป๋หงทำแบบไหนก็ทำไปเถิดท่านพี่" เสียงคนมาใหม่เดินมาลูบหัวเด็กน้อยอย่างรักใคร่แม้ลูกสาวตนจะอยู่ในร่างนี้ก็ออกจะมีเสน่ห์ออก ไป๋หงยิ้มร่่า
"ใช่ๆตามที่ท่านแม่พูดนั้นแหละท่านพ่อ อันนี้ข้ากินนะ โอ๊ย! ท่านแม่ข้าเจ็บ"มารดาตนมาไม่พอ ตาพี่ชายแสนี้เีก็โผล่มาอีก แถมพูดเสร็จก็หันไปคว้าลูกท้อที่ภาชนะไว้ให้ท่านพ่อ จึงโดนมารดาตบมือเอา
"เ้าลูกชายคนนี้หัดมีมารยาทบ้าง"
"โถ่ท่านแม่ คนกันเองนะ น้องรักช่วยพี่ด้วยท่านแม่ดุพี่อ่า"นั้นไงไม่ต้องมาทำเสียงอ้อนเลยข้าขนลุก ไป๋หงยิ้มอย่างฝืนๆ
"ลมอะไรกันถึงหอบกันมาหาพ่อจนครบองค์ขนาดนี้"ไป๋หานเอ่ยเพราะนอกจากตอนทานอาหารที่มาครบก็ไม่มีตอนไหนที่จะอยู่พร้อมเพรียงนอกจากเวลาอาหารเลย จึงแปลกๆ แต่ก็รู้สึกดีไม่น้อย
"ข้าเอาผลไม้มาให้ท่านพี่"ไป๋หวงเอ่ยตอบ
"ข้าเบื่อ ที่เที่ยวไม่มีให้ไปแล้ว"ไป๋ฮุ่ยก็เอ่ยตอบเช่นกัน จนเหลือคนสุดท้ายที่มาหาบิดาก่อนใคร สายตาทั้งสามจึงมองไปที่สาวน้อย ที่นั่งยิ้มแหยๆ เพราะนางอุตส่าหาเวลาที่จะเข้าพบท่านพ่อส่วนตัวดั้นมากันพร้อมเพรียงขนาดนี้ นางจะกล้าเอ่ยได้อย่างไรกัน
"แล้วลูกสาวพ่อล่ะ"ไป๋หานยังรอคำตอบลูกสาว
"เอ่อ คือ ข้า"ไป๋หง สับสนจะพูดดีไม่พูดดี สายตาทั้งสามคู่ก็จ้องแทบกดดันให้เอ่ยออกมา ไป๋หงเห็นก็ถอนหายใจ พูดไปเถอะ ยังไงสักวันทุกคนก็ต้องรู้สิ่งที่นางขออยู่ดี ปิดบังไปก็เท่านั้น เพราะขอท่านพ่อยังไงก็ต้องไปถามท่านแม่อยู่ดี
"เฮ้ออออ คือข้า อยากไปท่องยุทธ์ที่นอกเขตป่าปักษา์เ้าคะ"ไป๋หงเอ่ยอย่างกล้าๆกลัว ่ท้ายก็เอ่ยเบาลงกลัวว่าบิดาจะตวาดเอา ทั้งสามได้ยินก็ใตะลึงไม่คิดว่าลูกสาวจะเอ่ยประโยคที่พวกเขาแทบไม่อยากได้ยิน
"ไม่ได้!!"สองเสียงประสานกัน ของบิดามารดา ซึ่งไป๋หงคิดไว้แล้วไม่มีผิด ก็ทำหน้าหงอยๆ ซึ่งผิดกับไป๋ฮุ่ยพี่ชายนางที่ตาลุกวาวเพราะนั้นคือสิ่งที่เขา้ามานานแล้วจึงเอ่ยเสริมน้องเผื่อเขาจะได้ติดออกไปด้วย คิดแล้วตัวของไป๋ฮุ่ยก็ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น
"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าว่าน้องคงอยากมีประสบการณ์ ท่านอย่าห้ามน้องเลย "ไป๋หวงหันมาจ้องเขม็งไอ้ลูกชายที่เอ่ยมา เอ่ยเพื่อตนเองต่างหากเล่าใครบ้างจะไม่รู้นิสัยบุตรชาย
"ไม่ได้ ข้างนอกอันตราย เ้ายังวัยเยาว์ข้าไม่อนุญาต "ไป๋หานเอ่ยอย่างมีอารมณ์กรุ่นๆ เพราะความเป็ห่วงและไม่อยากให้บุตรตนไกลหูไกลตา ไม่ว่าคนโตหรือคนเล็กตนก็ไม่อยากให้ออกไป
โลกภายนอกมันโหดร้ายนัก ดีแค่ไหนที่์ประทานพรให้เผ่าพันธ์ตนให้อยู่ในอณาเขตที่ปลอดภัย แม้สิ่งใดอยากเข้าก็ไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะเป็เขตที่ได้ทำเวทย์อักขระคุ้มครองไว้ ต่อให้คนมีวิชาระดับสูงเพียงใดก็ไม่อาจสามารถเข้ามาได้ถ้าบุคคลนั้นไม่ใช่ระดับของเทพ หรือสายเืเทพ และนี่ก็เป็อีกสิ่งที่ไป๋หานคิดมาตลอดว่าเหตุใด ลูกสาวตนถึงเข้ามายังอณาเขตห่างไกลผู้คนนี้ได้ หรือนางจะมีสายเืเทพ ไป๋หานนั่งคิ้วขมวดนานสองนาน ทำให้ไป๋หงที่หน้างอ ก็หน้างอลงไปอีก นางคงหมดหนทางที่จะได้ไปไหนแล้วสินะ ไป๋หวงเห็นแววตาลูกสาวที่ดูไม่สดใส นางก็สงสาร เพราะเด็กน้อยไม่ใช่สัตว์เทพแบบตนเองก็เลยคิดขึ้นมาว่าอายุไขนางนั้นไม่ได้ยืนยาวแบบเรานัก หากรั้งแต่จะให้ลูกสาวอยู่แต่ในเขตป่าปักษานี้ก็ดูเหมือนจะกักขังเกินไปหรือเปล่า
"ท่านพี่"ไป๋หวงกำลังจะเอ่ยช่วยลูกเพราะตนรู้สึกปวดใจที่ดูลูกไม่มีความสุขเลย ไป๋หานรู้ว่านางจะเอ่ยสิ่งใดก็ยกมือขัด ก่อนจะถอนหายใจอย่างแรง เล่นเอาไป๋ฮุ่ยลุ้นนักว่าพ่อจะใจอ่อนไหม ก็ลูกรักตนเองขอขนาดนี้
"เ้าไม่มีความสุขรึ ที่อยู่ที่นี่"ไป๋หานถามเด็กน้อยตรงหน้าที่นั่งก้มหน้านานแล้ว ไป๋หงได้ยินก็รีบเงยหน้าทันที
"เปล่านะท่านพ่อ ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย ข้ามีความสุขมากๆ แม้ท่านพ่อไม่เคยปิดบังที่ลูกไม่ใช่สายเืท่าน แต่ข้าก็ไม่เคยเลยที่ไม่มีความสุขเพราะพวกท่านใส่ใจข้าทำให้ไม่ขาดอะไรเลย ท่านพ่ออย่าคิดเช่นนั้นเลย ลูกขอโทษ"แววตาเด็กน้อยก็ตาแดงขึ้น น้อยนักที่จะเห็นลูกสาวร้องไห้ ทั้งสามแทบใก็รีบพากันโอ๋ใหญ่เลย
"ไม่นะลูก พ่อไม่ได้ว่าเ้าเลยนะ อย่าร้องสิ พ่อปวดใจไม่อยากเห็นน้ำตาลูก"ไป๋หวงได้ยินสามีเอ่ย ความใจอ่อนต่อบุตรสาวนี้เชื่อเขาเลย ทั้งที่ลูกก็แค่ตาแดงเหมือนจะร้องแค่นั้น หึ
"ลูกหง เ้าอยากไปท่องยุทธ์เพราะเหตุใดหรือ ที่พ่อเ้าห้ามเพราะข้างนอกอันตรายมากนักพ่อแม่ย่อมเป็ห่วงเ้า"ไป๋หวงเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยนพลางลูบหัวเล็กนั้นอย่างรักใคร่ ตนเองก็ไม่อยากให้ลูกไกลห่างหรอก แต่ถ้าลูกทำสิ่งไหนแล้วมีความสุขตนเองก็อยากทำให้ทุกอย่าง
"ข้า ข้าแค่อยากไปหาประสบการณ์ ข้าอยากเห็นโลกกว้างใหญ่แค่ไหนเท่านั้นท่านพ่อท่านแม่ ถ้าพวกท่านไม่สบายใจ ข้าไม่ไปก็ได้ ข้าแค่อยากมาถามความคิดเห็นดู เพราะข้าได้ยินเื่ราวจากท่านอาเสี่ยวหลงเล่าให้ฟังมันสนุกมากๆ ข้าจึงอยากไปเห็นด้วยกับตาตนเองแค่นั้น พวกท่านอย่าโกรธข้าเลยนะ"ไป๋หงกล่าวอธิบายให้บิดามารดาที่ตั้งใจฟ้งบุตรสาวอย่างดี
"เช่นนั้นรึ ไอ้บ้าเสี่ยวหลงนี่ก็นะ ให้ลูกข้าโตกว่านี้ก็ไม่ได้ หื้มมมม"ไป๋หานที่ได้ยินตัวตนเหตุก็คาดโทษในใจค่อยไปสะสางกับมัน
"ท่านพ่อ ให้น้องไปเถิด เดี๋ยวข้าปกป้องน้องเอง โอ๊ย!!"ไป๋หานโดนมารดาหยิกลงข้างตัวก็ลูบอย่างเจ็บๆ ไป๋หวงจ้องบุตรชายว่าห้ามพูดอะไรอีก ไป๋ฮุ่ยก็หน้างอลง
"เฮ้ออ เ้าแน่ใจนะว่าอยากจะออกไปจริงๆ"ไป๋หงได้ยินบิดากล่าวถามก็รู้สึกใจชื่นขึ้นมา พรางพยักหน้าตอบ
"เฮ้ออ ข้าต้องปล่อยลูกสาวข้าไปจริงๆหรอ" หน้าผู้เป็บิดาหงอยลง เพราะกลัวลูกสาวจะกินอยู่ไม่อิ่มหากออกไปข้างนอก คิดแล้วก็ปวดหัวเว้ย
"ท่านพ่ออย่าห่วงเลย ท่านคงไม่ลืมว่าท่านพ่อให้ของขวัญลูกไว้"ไป๋หงยกข้อมือขึ้นให้บิดาดู ไป๋หานเห็นก็นึกได้ นั้นมันกำไลจิตวิญาณนี่หน่าตนลืมไปได้อย่างไรกัน ยังไม่แก่เลยขี้หลงขี้ลืมซะแล้ว หน้าผู้เป็บิดาสดชื่นขึ้นมาทันที ไป๋หวงเองก็พอเดาได้ เพราะเราครอบครัวไป๋ นั้นจะมีกำไลกันไว้ทุกคน ไม่ใช่ว่าใครจะมีได้ง่ายๆเพราะกำไลนี่สือทอดรุ่นสู่รุ่นของตระกูลไป๋เท่านั้นคนที่จะสร้างมันขึ้นมาได้นอกจากสายเืหงษ์ฟ้าทเท่านั้น
"งั้นก็ได้ พ่ออนุญาต แต่"ไป๋หงกำลังดีใจก็หยุดกึกเพราะคำว่าแต่ของท่านพ่อ
"เ้าห้ามไปมีบุรุษเด็ดขาดนอกจากพ่อจะอนุญาต"ไป๋หานกำชับลูกสาวเพราะข้อนี้เขายอมไม่ได้ ใครจะมาดูแลลูกสาวตนได้ผู้นั้นต้องเอาชนะเขาให้ได้เท่านั้น หึ
"ความหวงนี่ ช่างเป็ท่านพี่จริงๆ"ไป๋หวงยิ้มขบขันที่นึกว่าจะห้ามอะไรลูก
"ท่านพ่ออ่า ข้ายังเด็ก ยังไม่คิดมีใครหรอก อีกอย่างอยู่ในร่างนี้ใครเขาจะอยากเหลียวแลกัน"ไป๋ฮุ่ยมองร่างแปลงของน้องสาวตามก็ พยักหน้าอย่างว่าใช่ รูปร่างนี้ไม่ใช่สเป้กเขาเลย นี่เขาชินร่างแปลงของน้องจนลืมร่างเดินไปได้ยังไง
"จะเป็แบบไหนก็ช่างพ่อก็ไม่อยากให้บุรุุษหน้าไหนมาเกาะติดเ้าอยู่ดี"
"ข้าสัญญาๆ หากข้าผิดสัญญาข้าจะให้ท่านพ่อลงโทษข้าเลย"ไป๋หานยิ้มร่า
"ท่านพ่อข้าขอไปกับน้องด้วย"ไป๋ฮุ่ยที่ไม่ยอมเช่นกันน้องไปได้ตนก็ไปได้
"หืม ต่อให้ข้าห้ามเ้า เ้าก็หนีข้าไปอยู่ ข้าไม่ห้ามเ้าหรอก"ไป๋หานเอ่ยบอก
"จริงนะ เย้ ข้ารักท่านพ่อท่านแม่ที่สุด"บิดามารดาได้ยินคำว่ารักของบุตรชายก็กรอกตา เอือมกับนิสัยไป๋ฮุ่ย
"แต่เ้ายังไปไม่ได้ตอนนี้"เสียงเข้มเอ่ยดับฝันของไป๋ฮุ่ยจนไป๋ฮุ่ยลุกพรวดไปเบื้องหน้าท่านพ่อทันที
"ท่านพ่อ อะไรกัน ข้าอยากไปพร้อมน้อง"
"เ้าลืมไปแล้วหรือไร ว่าเผ่าพันธ์เราจะออกไปได้ต้องสำเร็จวิชาเวทย์อักขระจนรู้แจ้งก่อนเท่านั้นต่อให้พ่อทำได้แต่ทำแค่ตนเองเท่านั้นเพราะเหตุนี้ไงล่ะป่าเราถึงไม่เคยมีใครมารุกราน นั่นคือกฏของท่านเทพที่คุ้มครองเราท่านให้เราปกปักรักษาป่าแห่งนี้ไงล่ะไอ้ลูกชาย"ไป๋ฮุ่ยได้ยินก็อ่อนระทวยลงอย่างหมดแรง ทำให้สามคนที่มองก็ขำในความอยากเที่ยวเล่นจนลืมกฎของป่า ไป๋ฮุ่ยทึ้งหัวกฎบ้าอะไรเยอะแยะใครมันจะจำได้ อร้ากกกก ทำไมเขาไม่ตั้งใจเรียน เป็วิชาที่ยากมากๆทั้งที่น้องสาวเรียนจนรู้แจ้งในวิชา ทำไมทำไมข้าเป็คนแบบนี้
"ข้าไม่ได้ห้ามเ้าหรอก ต่อให้เ้าจะแอบออกไป เ้าก็ออกไม่ได้อยู่ดี"ไป๋ฮุ่ยรู้ข้อนี้ดี เพราะตนเคยแอบอยากลองออกไปจากเขตนี้ดูแต่ก็ออกไม่ได้เหมือนชั้นบรรยากาศจุดทางออกมันมีเส้นใยกั้นเวลาแตะ เขาอยากถามข้อนี้กับท่านพ่อมาหลายครั้งแล้วแต่ก็กลัวโดนดุเพราะหนีเที่ยวเล่นบ่อยๆในป่า เนื่องด้วยี้เีเรียนวิชากับท่านพ่อ
"เอาเถิดอย่าเสียใจไปเลย เ้ายังอยู่อีกโลกนี้นาน จะออกไปตอนไหนก็ย่อมได้แต่เ้าต้องเอาเวลาที่เหลือนั้นมาหัดเรียนรู้วิชาของเผ่าเราซะ วันใดที่พ่อสละตำแหน่งดูแลพื้นป่านี้สักวัน ข้าจะได้หมดห่วง เ้าก็โตแล้วนะไป๋ฮุ่ย วันข้างหน้าไม่รู้จะต้องเจออะไรบ้าง พ่อกับแม่ก็ยิ่งอายุมากขึ้น เ้าคงคิดว่าพ่อกับแม่ไม่สนใจเ้า แต่เปล่าเลย พ่อกับแม่ห่วงใยเ้ามากๆ เพราะเ้าคือความหวังเดียวของพ่อแม่นะ ถ้าเ้าปล่อยปะละเลยแบบนี้วันข้างหน้าเ้าจะปกป้องครอบครัวที่เ้ารักได้อย่างไร จริงไหม หรือเ้าอยากอยู่แต่ข้างหลังน้องสาวไปตลอดหรือไร"ไป๋หานกล่าวตักเตือนบุตรชาย แม้เขาไม่ค่อยสนใจใช่ว่าเขาจะละเลย เพราะเขาอยากให้บุตรชายลองคิดได้เอง ในความแอบหนีไปเที่ยวทุกทิศของป่านั้นเพราะให้เขาเรียนรู้อีกทอดหนึ่ง เพราะอนาคตข้างหน้าเขาจะต้องจดจำทุกพื้นที่ของป่าแห่งนี้อยู่ ไป๋ฮุ่ยได้ยินก็มองไปทางพ่อแม่และน้องสาวที่มองเขาอย่างมีความหวังเป็สายตาที่เขารู้สึกจะร้องไห้ ไม่คิดว่าบุตรชายไม่เอาไหนเช่นเขา พวกเขาคาดหวังตนเองขนาดนี้ ไป๋ฮุ่ยสูดหายใจเข้า แล้วนั่งชันเข่าหันหน้าไปหาบิดาอย่างฮึกเหิม
"ข้าขอสัญญาขอจะตั้งใจร่ำเรียนจะไม่เป็ภาระให้ท่านพ่อท่านแม่และน้องสาวข้า ด้วยเกียรติของสายเืหงษ์ฟ้าเรา "ไป๋ฮุ่ยเอ่ยจบ บิดามารดาและไป๋หงได้เห็นความตั้งใจของไป๋ฮุ่ยก็รู้สึกดีใจที่ไป๋ฮุ่ยจริงจังกับชีวิตมากขึ้นแล้ว ทำให้สองสามีภรรยาเบาใจลงได้บ้าง
"เอาเถิด ข้าเห็นความตั้งใจเ้าแล้ว ลูกชายข้า"ไป๋ฮุ่ยนั่งลงเหมือนเดิมข้างๆน้องสาว
"แล้วเ้าจะไปเมื่อใด ไป๋หง"ไป๋หานหันกลับมาถามบุตรสาวอีกที
"เอ่อ ข้าขออีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเ้าคะ"ไป๋หานได้ยินก็โล่งใจนึกว่าบุตรสาวจะไปเร็วกว่านี้ อย่างน้อยก่อนไปให้เขาได้ชื่นใจได้อยู่กับบุตรสาวให้หายคิดถึงก่อนจาก เพราะยามได้ออกไปแล้วย่อมจะกลับมาคงหลายปีแน่
"อืมตามใจเ้า นับว่าจากนี้เ้าคงฝึกฝนร่างกายของเ้าให้พร้อมนะลูกพ่อ จะไปไกลต้องพร้อมทุกอย่างทั้งใจและกาย แม้เราจะมีกำไรจิติญญาแต่กว่าพ่อจะไปหาเ้าได้ใช่ว่าจะทันที "ไป๋หงพยักหน้าเข้าใจ เหตุผลนี้ล่ะ ที่นางขอไปเดือนหน้า ทั้งสี่อยู่พุดคุยกันจนฟ้ามืด
ณ ที่พักของไป๋หง นางเดินมาที่ถ้ำของตนเอง แม้จะเป้นถ้ำที่ข้างนอกแสนจะธรรมดา แต่ถ้าเข้าด้านในดั่งเป็ทองคำ ข้างของเครื่องใช้มีแต่ของดีๆ พูดง่ายๆบิดามารดาตนนั้นมีคลังสมบัติมากมายแถมยังไม่เคยได้ใช้ ที่มีมากมายเพราะบรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ลูกหลาน
"อูยา"เสียงเล็กเอ่ยเบาๆเรียกสหายคู่ใจตัวใหม่คือนกฮูก ที่นางได้ไปเจอตอนฝึกฝนการต่อสู้คนเดียวในป่าเห็นมันาเ็นอนที่พื้นดินหายใจรวยรินน่าสงสารจึงเอามารักษาทันทีจนผ่านไปสองเดือนมันถึงแข็งแรงเต็มที่ มันจึงขอติดตามนางพร้อมทำพันธะสัญญาเืเพื่อติดตาม ตนก็ไม่เคยว่า เพราะอย่างน้อยการเดินทางแสนไกลข้างหน้าตนจะได้มีสหายร่วมเดินทางด้วย อูยา บินมาเกาะไหล่ผู้มีพระคุณ อูยามีความสามารถพิเศษคือสามารถฟังภาษามนุษย์ได้แต่พูดไม่ได้นอกจากมันจะเข้าระดับขาวเท่านั้น และยังอยู่ในระดับสีดำขั้นที่5 อูยาคลอเคลียที่หัวของนายมันอ้อนๆ ไป๋หงยิ้มเอ็นดู จึงยกมือไปลูบขนของมันที่นุ่มๆนั้น
"อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เราจะไปท่องยุทธภพกัน ข้าตื่นเต้นนัก"อูยามองนายมันมีความสุขมันก็มีความสุขไปด้วย เพราะชีวิตมันมีแค่ไป๋หง ไม่ขออะไรอีกแล้ว
"ข้าตั้งฝึกฝนต่อแล้วเ้าพักผ่อนเถอะ"อูยารับคำก่อนจะยบินไปเฝ้าด้านหน้าถ้ำแบบนี้ทุกวัน ไป๋หงก็รวบรวมสมาธิฝึกฝนลมปราณต่อแบบนี้ทุกวันเธอไม่ค่อยได้นอนพักผ่อน เพราะอยากแข็งแกร่งให้มากขึ้น ไม่อยากเป็ภาระใคร และจะได้ปกป้องครอบครัวที่ตนรัก