“เ้าจะลงเองหรือจะให้ข้าช่วย?” ทันทีที่สิ้นเสียงของจวินอู๋เสีย เขาก็ได้กลิ่นหอมอบอวลบางอย่าง ดวงตาเรียวมองไปทางน้ำแกงในหม้อสารพัดนึก
น้ำแกงที่ตุ๋นจนเป็สีขาวข้น ดูน่าลิ้มลองยิ่งนัก
แต่เมื่อคิดถึงผลโกลาหลที่ถูกสตรีไร้ยางอายผู้นี้กินเข้าไป เขาก็หมดความอยากอาหารในทันที!
อาการาเ็จากการบำเพ็ญเพียรของเขา มีเพียงผลโกลาหลเท่านั้นที่จะสามารถช่วยรักษาได้ ตอนนั้นเขาใช้ทั้งคนและของไปมากมายนับไม่ถ้วนกว่าจะได้ผลโกลาหลสองลูกนั้นมา แต่กลับถูกสตรีไร้ยางอายผู้นี้กินไปเสียแล้ว!
มู่เชียนจิ่วได้แต่ร่ำร้องอยู่ภายในใจ ทว่าจู่ ๆ ในหัวของนางก็คิดหาทางออกให้ตัวเองได้! …แต่น่าเสียดายที่นางไม่กล้า
เวลานี้อาจารย์ไม่อยู่ในสำนักชิงอวิ๋น ต่อให้นางล่อผู้าุโสูงสุดและผู้าุโคนอื่น ๆ ของสำนักมาที่นี่ได้ ก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้อยู่ดี
แค่คิดว่าตนเพิ่งจะฟื้นคืนชีพก็จะถูกคนหลอมเป็โอสถเสียแล้ว มู่เชียนจิ่วก็รับรู้ได้ถึงความเคียดแค้นที่โลกใบนี้มีต่อนาง!
“หากเ้าไม่ลงไป เช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าเอง” จวินอู๋เสียหมดความอดทน จึงคว้าคอเสื้อด้านหลังของมู่เชียนจิ่ว เพื่อจะโยนนางลงไป
“ช้าก่อน ๆ ๆ!” มู่เชียนจิ่วร้องออกมาด้วยความใ “ท่านพี่ ข้ายังมีวิธีอื่นอีกเ้าค่ะ!”
“วิธีอื่น?” ดวงตาเรียวหรี่ลงด้วยความสงสัย “วิธีอะไร?”
มู่เชียนจิ่วขบเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว และยื่นไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย “เชิญท่านพี่ ข้าพร้อมแล้ว!”
จวินอู๋เสีย “???”
เมื่อเห็นบุรุษตรงหน้ามีท่าทีรังเกียจ มู่เชียนจิ่วก็พยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้เผลอไปทิ่มลูกตาของเขาเข้า นางอธิบายออกมา
“ท่านพี่ ท่านรูปงามถึงเพียงนี้ จะใจร้ายทนดูสตรีที่พึงใจในตัวท่านถูกหลอมเป็โอสถได้อย่างไรกัน ดังนั้นข้าจึงคิดหาทางออกที่เป็ผลดีต่อเราทั้งสองฝ่ายได้แล้ว นั่นก็คือ ท่านสามารถดูดเืของข้าเพื่อฟื้นฟูอาการาเ็ของท่านได้ ท่านลองคิดดูสิ โอสถกินครั้งเดียวก็หมดแล้ว แต่วิธีนี้ขอเพียงข้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านอยากดูดเืข้าเมื่อใดก็สามารถดูดได้ ดังนั้นการไว้ชีวิตข้าก็เท่ากับมีโอสถที่กินไม่มีวันหมด ไม่ดีหรือเ้าคะ?”
จวินอู๋เสียเริ่มคล้อยตาม เขาจึงตั้งใจพิจารณาสตรีไร้ยางอายตรงหน้าอีกครั้ง แม้วิธีนี้อาจฟังดูยุ่งยากสักหน่อย แต่ก็เหมือนจะมีเหตุผลเช่นกัน
มู่เชียนจิ่วลอบกลืนน้ำลาย ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความจริงใจ
“เช็ดนิ้วของเ้าให้สะอาดซะ!” จวินอู๋เสียผละมือออก หากเืของสตรีไร้ยางอายผู้นี้ได้ผลก็แล้วไป แต่หากไม่ได้ผลละก็ เขาจะเอานางมาหลอมเป็โอสถทันที!
มู่เชียนจิ่วมองคราบมันบนปลายนิ้วของตัวเอง ก่อนจะรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกมาเช็ด และยื่นนิ้วไปให้เขาอีกครั้ง “ท่านพี่ เชิญดูดเืข้าได้เลยเ้าค่ะ!”
จวินอู๋เสียจับข้อมือเล็ก ๆ เอาไว้แน่น ก่อนจะกัดนิ้วขาว ๆ และยัดเข้าปากตัวเองทันที
มู่เชียนจิ่วเจ็บจนต้องกัดฟันแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกบุรุษผู้หนึ่งดูดนิ้วของตนเองเช่นนี้ ช่างเป็ภาพที่อัปยศยิ่งนัก!
แต่นางจะคิดเสียว่ากำลังถูกสุนัขเลียก็แล้วกัน แถมเป็สุนัขพันธุ์ซ่าหมอเย่*ที่น่ารักด้วย!
[* สุนัขพันธุ์ซ่าหมอเย่ (萨摩耶) แปลว่า สุนัขพันธุ์ซามอยด์]
มู่เชียนจิ่วคิดไปคิดมา ก็มองไปที่ใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง …ซ่าหมอเย่ตัวนี้ก็น่ารักดี
จู่ ๆ ก็อยากลูบหัวขึ้นมา
เวลาผ่านไปหลายอึดใจ ในที่สุดจวินอู๋เสียก็ดึงนิ้วของนางออก ดวงตาเรียวเปล่งประกายบางอย่างออกมา
เืของสตรีผู้นี้ได้ผลจริง ๆ ด้วย!
าแภายในกายของเขาได้รับการฟื้นฟูจริง ๆ!
น่าเสียดายที่เืมีน้อยเกินไป นิ้วนั่นจึงไม่มีเืให้ดูดแล้ว
“ท่านพี่ รู้สึกเป็เช่นไรบ้างเ้าคะ?” มู่เชียนจิ่วถามด้วยความกังวล
“นับว่าเ้ายังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง” จวินอู๋เสียมีสีหน้าอ่อนลง ความจริงแล้วหากนำสตรีผู้นี้ไปหลอมเป็โอสถ เขาเองก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าาแของเขาจะสามารถฟื้นฟูได้มากน้อยเพียงใด
เพราะผลโกลาหลถูกกินเข้าไปแล้ว พลังิญญาส่วนใหญ่จึงถูกสตรีชั่วช้าผู้นี้ดูดซับไปหมดแล้วเช่นกัน ต่อให้นำร่างของนางมาหลอมเป็โอสถ ก็น่าจะหลอมพลังออกมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ช่างเถอะ ไว้ชีวิตสตรีไร้ยางอายผู้นี้ชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน หากนางสามารถช่วยเขารักษาอาการาเ็ได้จริง ๆ เขาก็จะลองทบทวนเื่ไว้ชีวิตนางดูอีกที
“ท่านพี่ เช่นนั้นท่านจะไม่เอาข้าหลอมเป็โอสถแล้วใช่หรือไม่?” มู่เชียนจิ่วเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าอ่อนลงมากแล้ว จึงรู้สึกโล่งอกเป็อย่างมาก
ดูท่าผลโกลาหลลูกนั้นคงไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้อีกแล้ว ควรรีบกินเข้าไปซะ ให้ตบะบารมีของนางเพิ่มขึ้นโดยเร็ว!
มีเพียงทำให้ตบะบารมีของตนเองแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นจึงจะปลอดภัยที่สุด ของวิเศษอื่น ๆ ล้วนไม่สำคัญอีกแล้ว!
“ข้าจะยังไม่ฆ่าเ้าตอนนี้ แต่ว่า...” จวินอู๋เสียเชยคางของนางขึ้น มุมปากยกโค้ง “นับแต่นี้ไปทุกสามวัน เ้าต้องมาทำความสะอาดที่นี่เพื่อรอข้า!”
มู่เชียนจิ่วพยักหน้ารับหงึก ๆ แต่ภายในใจก่นด่าเขาไม่หยุด ‘ให้ข้าทำความสะอาดที่นี่เพื่อรอเ้ามาหาทุกสามวันเนี่ยนะ เ้าคงอยากโดนข้าอัดจริง ๆ กระมัง!’
รออาจารย์กลับมาเมื่อใด นางจะหลบอยู่ที่เขาอวิ๋นเฟิงและไม่มาที่นี่เด็ดขาด นางไม่เชื่อหรอกว่าคนผู้นี้จะกล้าไปหาเื่นางถึงที่นั่น!
จวินอู๋เสียเหมือนจะล่วงรู้ความคิดของสตรีตรงหน้า เขาแค่นหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย “ข้าขอเตือนว่าทางที่ดีอย่าเล่นตุกติกจะดีกว่า หากเ้าไม่มา ข้าจะสังหารศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นวันละคน อย่าหวังว่าผู้าุโเ่าั้จะช่วยเ้าได้ หากพวกเขากล้าเข้ามายุ่ง ข้าก็จะไม่ไว้ชีวิตพวกเขาเช่นกัน”
มู่เชียนจิ่วหรี่ตาลงทันที ก่อนจะแสร้งหัวเราะแล้วเอ่ยประจบ “ท่านพี่ ข้าสัญญาว่าหากท่านเรียกข้าเมื่อใดข้าจะมาหาท่านทันที จนกว่าอาการาเ็ของท่านจะหายดีเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี” จวินอู๋เสียหัวเราะเสียงเย็น ในที่สุดก็ปล่อยมู่เชียนจิ่วเป็อิสระ
“ท่านพี่ เช่นนั้นหน้ากากและชุดพวกนี้...” มู่เชียนจิ่วถามเสียงอ่อน ลำพังชุดนั่นยังไม่เท่าไร แต่หน้ากากอันนี้ นางมีความจำเป็ต้องใช้มัน
จวินอู๋เสียดวงตาเรียบนิ่ง และแฝงไว้ด้วยความรังเกียจ “ของสกปรกที่เ้าใช้แล้ว ข้าไม่้าอีก”
มู่เชียนจิ่วลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นจึงถามหยั่งเชิงอีกครั้ง “ท่านพี่ เช่นนั้นอีกสามวันเราค่อยพบกันใหม่นะเ้าคะ?”
“รีบไล่ข้าเลยหรือ?” จวินอู๋เสียไม่ได้รีบร้อนจะกลับแต่อย่างใด หนำซ้ำยังนั่งลงตรงหน้ากองไฟอย่างใจเย็น “ในนี้คืออะไร?”
มู่เชียนจิ่วแอบกลอกตามองบน แต่ก็ยังอธิบายด้วยความอดทน “เป็น้ำแกงที่ข้าตุ๋นเอาไว้เ้าค่ะ โดยใช้เนื้อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไก่อัคคีขั้นสอง ตุ๋นรวมกับเห็ดิญญา สมุนไพร และมี--”
“ตักให้ข้าชามหนึ่ง” น้อยนักที่จวินอู๋เสียจะกินอาหารของพวกมนุษย์ ประการแรก เพราะเขาไม่จำเป็ต้องกินของพวกนี้ ส่วนอีกประการก็คือ น้อยนักที่จะมีผู้ใดในเผ่ามารทำของเช่นนี้เป็
“เอ่อ…” มู่เชียนจิ่วเผลอลูบนิ้วตนเองอย่างลืมตัว จึงเพิ่งจะนึกออกว่าแหวนเก็บสมบัติถูกคนผู้นี้เอาคืนไปแล้ว
“ท่านพี่ ของของข้าอยู่ในแหวนเก็บสมบัติวงนั้นด้วยเ้าค่ะ”
จวินอู๋เสียมองแหวนเก็บสมบัติในมือเล็กน้อย ก่อนจะโยนให้อีกฝ่าย “เอาไป!”
มู่เชียนจิ่วดวงตาเป็ประกาย “ท่านพี่ แหวนนี่ท่านไม่เอาคืนแล้วหรือเ้าคะ?”
“ตักน้ำแกง” จวินอู๋เสียคร้านจะตอบคำถาม แค่แหวนเก็บสมบัติวงเดียว ไม่อยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว
٩(≧◡≦)۶ “ได้เ้าค่ะ!” มู่เชียนจิ่วรับคำทันที
เมื่อได้แหวนเก็บสมบัติคืนมา มู่เชียนจิ่วก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นทันตาเห็น แขนไม่เจ็บขาไม่ปวดแล้ว ความอยากอาหารก็เพิ่มขึ้นด้วย!
“ท่านพี่ เชิญดื่มได้เลยเ้าค่ะ!” มู่เชียนจิ่วส่งน้ำแกงร้อน ๆ ให้ด้วยรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า
จวินอู๋เสียเหลือบมอง “ป้อนข้าด้วย”
มู่เชียนจิ่ว “???”
‘เ้าบ้านี่ แม้แต่อาจารย์ข้ายังไม่เคยป้อนเลยด้วยซ้ำ เ้ากลับสั่งให้ข้าป้อนเ้าเนี่ยนะ ตาคู่นี้ของเ้ายังอยากมีอยู่หรือไม่?’
เมื่อเห็นมู่เชียนจิ่วถลึงตาใส่ จวินอู๋เสียจึงหรี่ตาลง “แหวนเก็บสมบัตินั่นไม่อยากได้แล้วใช่หรือไม่?”
มู่เชียนจิ่วจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำแกง และจ่อไปที่ปากของเขา “ท่านพี่ เชิญดื่มน้ำแกงเ้าค่ะ!”
.
.
.