บทที่14
รากิญญา
จากที่ได้ยินคำพูดของโนวาหยุนโม่ถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ
เครื่องผลิตพลังงานของอีกฝ่ายพลังงานภายในโลกใบนี้ก็คือพลังิญญาที่ผู้ฝึกตนใช้กัน
การที่โนวาพูดว่าเป็เครื่องผลิตพลังงานก็คงจะหมายถึงเครื่องผลิตพลังิญญา
“ลองอธิบายมาหน่อย”หยุนโม่ถามออกมาอย่างใจเย็น
“จากการวิเคราะห์และความเป็ไปได้หลายอย่างสามารถนำเอารากิญญาภายในร่างของผู้ฝึกตนหรือสัตว์อสูรมาเป็ตัวดึงดูดปราณิญญาจากฟ้าดิน”
“เมื่อสามารถดึงดูดปราณิญญาพวกนั้นมาได้แล้วเราก็เพียงแค่เก็บปราณิญญาพวกนั้นมาเป็พลังงาน”
“เพียงแค่นี้หุ่นยนต์ทั้งหมดที่บังคับควบคุมก็ไม่จำเป็จะต้องใช้หินิญญามาเป็พลังงานในการขับเคลื่อนและการทำงาน”
“เราก็ใช้พวกพลังงานสำรองที่เก็บเอาไว้มาเป็พลังงานของหุ่นยนต์พวกนั้นในการทำงาน”
“ไม่เพียงแค่นั้นการสร้างอาวุธต่างๆที่เป็อาวุธพลังงานก็สามารถนำพลังิญญาพวกนี้มาใช้เป็พลังงานได้ด้วย”
“เพราะว่าตามความรู้และความเข้าใจในโลกใบนี้สิ่งที่ทำให้ผู้ฝึกตนนั้นแตกต่างจากมนุษย์ก็คือรากิญญา”
“รากิญญาเป็สิ่งที่ทำให้มนุษย์นั้นสามารถดึงดูดปราณิญญาเข้าไปภายในร่างกาย”
“แต่ว่าเราสามารถนำเอารากิญญามาเป็ตัวสื่อกลางในการดึงดูดปราณิญญาฟ้าดินมาเก็บไว้ได้” โนวาเขาออกมาอย่างสมเหตุสมผล
หยุนโม่ได้ยินคำวิเคราะห์เช่นนี้ดวงตาก็เปล่งประกาย
เขาไม่ใช่คนโง่เพราะแบบนั้นพอจะเข้าใจกับการวิเคราะห์พวกนี้
มันสมเหตุสมผลเป็อย่างมากในการนำเอารากิญญามาเปลี่ยนกลายเป็ตัวดึงดูดปราณิญญาแล้วก็ สามารถสร้างเครื่องผลิตพลังิญญาขึ้นมาได้
หยุนโม่ขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวก่อนแล้วทำไมก่อนหน้านี้ตอนที่สังหารเ้าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาคนนั้นไปได้นายถึงไม่บอกให้เก็บรากิญญาของมันมาด้วย”
เ้าก้อนขนที่อยู่ด้านหน้าส่ายหน้าไปมา “ตอนนั้นเพิ่งหลอมรวมความทรงจำ นายท่านลืมเื่นี้ไปแล้วอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ตอนนั้นข้ายังไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับโลกใบนี้เพราะแบบนั้นจึงไม่สามารถวิเคราะห์เกี่ยวกับความเป็ไปได้พวกนี้ออกมา”
หยุนโม่พยักหน้าเข้าใจ
โนวาเพิ่งจะมีแหล่งความรู้ขึ้นมาก็ตอนที่สังหารผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาผู้นั้นไปได้
ทำให้ในตอนนี้เพิ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับความเป็ไปได้ในการสร้างเครื่องผลิตพลังิญญาขึ้นมา
ก็เพราะแบบนี้ในตอนนั้นโนวาจึงไม่ได้แจ้งเตือนให้เก็บเกี่ยวลากิญญาของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาผู้นั้นมาด้วย
หยุนโม่เดินเข้าไปใกล้ร่างศพของพวกมัน
จากนั้นก็ใช้คมมีดพลังงานกรีดผ่านหน้าอกนำเอาสิ่งที่เรียกว่ารากิญญาสำหรับผู้ฝึกตนออกมา
ทันทีที่นำออกมาแล้วนี่เองก็เป็ครั้งแรกที่หยุนโม่ ได้พบเห็นสิ่งที่เรียกว่ารากิญญา
ถ้าเกิดว่าจะให้อธิบายเกี่ยวกับรูปร่างของมันมันเป็เหมือนกับเมล็ดพืชเมล็ดเล็กๆที่เปล่งแสงสว่างไสว เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่เมล็ดพืชเพราะว่าทันทีที่ออกแรงบีบมันแข็งเหมือนกับกระดูกชิ้นหนึ่ง
ไม่เพียงแค่นั้นรากิญญาที่อยู่ในมือของหยุนโม่ ด้วยสายตาเปล่าที่มองเห็นหยุนโม่ยังมองเห็นว่าปราณิญญาในอากาศถูกดูดกลืนเข้ามาที่พวกมันอีกด้วย
เห็นได้ชัดว่านี่เป็ตัวเหนี่ยวนำปราณิญญาในอากาศอย่างแท้จริง
ถ้าเกิดว่านำมันไปสร้างกลายเป็จุดสำคัญของเครื่องผลิตพลังิญญา ต้องสามารถทำได้ดีอย่างแน่นอน
หยุนโม่เก็บรากิญญาเข้ากระเป๋าจากนั้นก็รีบขับรถม้าไปต่ออย่างรวดเร็ว
แต่ในตอนที่หยุนโม่สังหารผู้ฝึกตนหนุ่มสองคนนั้น พลังงานที่มองไม่เห็นมันเองก็ไหลเข้าไปภายในร่างกายของหยุนโม่
ในห้วงจิติญญาของเขาลูกแก้วสีดำสนิทที่อยู่ภายในจิติญญา มันเองก็เปล่งแสงสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกับได้รับสารอาหาร
แต่ว่าแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดรู้เกี่ยวกับเื่นี้แม้กระทั้งหยุนโม่เองก็ไม่รู้
รถม้าเคลื่อนที่ผ่านออกมาจากจุดที่เกิดการปะทะประมาณนึงแล้ว
“โนวานายจะได้รับความทรงจำส่วนหนึ่งของพวกนั้นไว้ด้วยใช่หรือเปล่า?”หยุนโม่ถามขึ้นมา
เ้าก้อนขนที่มีร่างโปร่งใสปรากฏขึ้นด้านหน้ามันพยักหน้าตอบรับ “ในตอนนี้กำลังทำการกู้คืนความทรงจำที่กระจัดกระจายแล้ว”
“แต่ว่าความทรงจำที่สามารถกู้คืนได้อาจจะน้อยเป็อย่างมากเป็ความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์”
หยุนโม่พยักหน้า
“หลังจากที่กู้คืนความทรงจำแล้วช่วยลองเรียบเรียงขั้วอำนาจในเมืองอวี้หยางให้หน่อย”
โนวาพยักหน้า
ในความคิดของหยุนโม่นี่คือสิ่งแรกที่ควรทำ
ผู้ฝึกตนสองคนนั้นต้องเป็ผู้ฝึกตนในเมืองอวี้หยางแน่นอน
เพราะแบบนั้นความทรงจำที่สามารถกู้คืนได้อย่างน้อยก็ต้องมีความทรงจำของเมืองอวี้หยางอยู่บางไม่มากก็น้อย
แล้วหยุนโม่ในตอนนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกับเมืองอวี้หยางให้มากขึ้น
เขาเพิ่งเดินทางมาเมืองอวี้หยางนี่เป็ครั้งแรกก็ยังโดนลอบสังหารแล้ว
ในตอนนี้ก็ควรจะทำความเข้าใจกับอำนาจในเมืองก่อนเพื่อการลงมือและก็เคลื่อนไหวที่ปลอดภัย
หยุนโม่เดินทางอย่างราบรื่นไม่มีผู้ฝึกตนคนไหนเข้ามาขัดขวางเขาอีก
ในขณะเดินทางหยุนโม่เองก็คิดเกี่ยวกับเื่ต่อจากนี้ไปด้วย
‘หลังจากนี้หลังจากกลับไปถึงต้องให้โนวาช่วยสร้างอาวุธขึ้นมาก่อน’
‘สภาพของเราในตอนนี้มีเพียงแค่ดาบพลังงานอย่างเดียวไม่เพียงพอ’
‘หลังจากนี้ถ้าเกิดว่ากลับไปที่เมืองอวี้หยางบางทีอาจจะมีพวกของเ้าสองคนนั้นมาแก้แค้นก็ได้ นี่เองก็ความเป็ไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้น’
…
ในเมืองอวี้หยาง
เขตถนนทางตะวันออก
จวนแห่งนึงที่มีอาณาเขตกว้างขวางแถมยังเป็สถานที่รวมตัวของผู้ฝึกตนกลุ่มใหญ่กลุ่มนึง
สำหรับคนในเมืองอวี้หยางไม่ว่าจะเป็ผู้ฝึกตนหรืุ์ธรรมดา
พวกเขาทุกคนจะรู้ดีว่า สถานที่แห่งนี้เป็ที่ที่ไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้หรือกล้าเดินผ่าน
“หื้ม..ยังไม่กลับมางั้นหรือ?”ชายวัยกลางคนใบหน้าเหี้ยมเกรียมผู้นึงขมวดคิ้ว
ดวงตาที่แหลมคมของมันจ้องมองไปยังลูกน้องที่มารายงานด้านหน้า
“ใช่แล้วขอรับรองหัวหน้าสองคนนั้นที่รับคำสั่งไปยังไม่กลับมา” ชายหนุ่มที่เป็ผู้มารายงานร่างกายกำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
เพราะว่าชายวัยกลางคนผู้ที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าในตอนนี้มันคือรองหัวหน้ากลุ่มหมาล่าเนื้อของเมืองอวี้หยาง
เป็กลุ่มผู้ฝึกตนที่ถูกสร้างขึ้นมาและก็มีอำนาจมากภายในเมืองอวี้หยางแห่งนี้
ตัวตนของรองหัวหน้ากลุ่มผู้นี้ยังเป็ผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นสูงสุดในเมืองแห่งนี้มันก็ุถือว่าเป็ยอดฝีมือที่อยู่อันดับแนวหน้าแล้ว
รองหัวหน้ากลุ่มหมาล่าเนื้อผู้นี้มีนามว่าตงฝูพวกคนในกลุ่มมักจะเรียกว่ารองหัวหน้าฝู
รองหัวหน้าฝูหรี่ตาครุ่นคิด จากนั้นผ่านไปสักพักก็สั่งการออกมา
“หลังจากนี้บอกคนของเราจับตามองในเมืองเอาไว้”
“คนผู้นั้นปรากฏกายออกมาอีกเมื่อไหร่ให้รีบมาแจ้งข้าในทันที”
ชายหนุ่มที่รับคำสั่งขานรับด้วยเสียงหนักแน่นแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
…
หยุนโม่ที่กลับมาถึงถ้ำของตนเอง ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง