
ตอนที่ 6
แม้ไฟในทรวงจะถูก ‘จุด’ จนเกือบลุกโชน แต่ความละอายปนอับอายในหลายประการ กลับผุดขึ้นมาในความคิดมีอิทธิพลเข้ามารบกวนจิตใจ...เธอจึงขืนตัว หักห้ามอารมณ์ระอุทรวงแล้วผลักอกเขาเต็มแรง จนฝ่ายนั้นผงะหงายหลัง
เมื่อร่างกายเป็อิสระต่างฝ่ายต่างนิ่งไปชั่วอึดใจจนเหมือนเสียงหายใจของกันและกันจะชัดเจนยิ่งกว่าเสียงคลื่นลมในอาการสั่นพร่าด้วยความหนาวเหน็บทั้งกายและใจ ความโกรธเกลียดกลับวิ่งพล่านจนสะท้าน ทำตัวไม่ถูก
เธอไม่ใช่คนใจง่าย...ไม่ใช่!
ปีวราปรี่เข้าไปตบหน้าเขาเต็มแรง “ฉันเกลียดคุณเกลียดผู้ชายที่มักง่าย ฉวยโอกาส ข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่าอย่างคุณไม่สนใจว่าคนๆนั้นที่ถูกคุณทำร้ายจิตใจ จะต้องจมปลักอยู่กับความเ็ปเป็ทุกข์ขนาดไหน คุณทำลายความหวังของฉัน...”
ดวงตาของเธอตัดพ้อ เมื่อ ‘ความหวัง’ ในหัวใจของเธอกับการรอคอยสูรย์พังทลายลงด้วยความเชื่อว่าเธอถูกผู้ชายมักง่ายตรงหน้าฉกชิงเรือนร่างของเธอไปั้แ่เมื่อคืนนี้
เขาได้แต่ยืนนิ่ง...
เธอจึงหันหลังกลับสาวเท้าจากเร็วเป็วิ่ง เลาะไปตามทางเพื่อจะกลับเข้าบ้าน เหลียวหลังเป็ระยะไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะตามมา จึงชะลอฝีเท้ากลับไปเดิน ผ่านทิวมะพร้าวสูงชะลูดซ้อนด้วยต้นสนสูงแผ่กิ่งก้านตามแนวรั้วไม้ไผ่ เมื่อพ้นทางโรยกรวดจึงก้าวขึ้นสะพานไม้ระแนงเป็แนวยาวทอดสู่ตัวบ้านสองชั้นขนาดใหญ่โต ก่อนจะหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงพูดจาพาทีของคนในบ้าน
วินาทีนั้นเธอจึงนึกขึ้นได้ว่า...สูรย์อาจกำลังนั่งรับประทานอาหารกับทุกคนในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาชั่วอึดใจที่สองเท้าก้าวผ่านกรอบประตูไม้บานหนาหนักสายตาเธอมองกวาดไปยังห้องรับประทานอาหาร ซึ่งตกแต่งไว้ติดกับห้องรับแขกเพียงแค่มีฉากไม้ตั้งกั้นจากผนังไม้สีน้ำตาลโอ๊กกำบังสายตา
เธอไล่สายตามองทุกคนบนโต๊ะ...นายหัวของบ้านกำลังดื่มบรั่นดีสีหน้าแช่มชื่น แถมยังชวนคุยกับคุณนายใหญ่อย่างออกรส โดยผู้เป็ภรรยามีใบหน้าเปี่ยมสุขไม่แพ้กันต่างกับอีกบุคคลหนึ่ง นั่นคือนางปราณี มารดาของเธอ ซึ่งมีท่าทีกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
แต่รอบโต๊ะอาหารกลับไม่พบหน้าบุคคลที่เธอคาดหวัง!
หญิงสาวจึงเบี่ยงตัวหวังจะเดินผ่านหน้าห้องรับประทานอาหารเลี่ยงไปขึ้นบันไดสูงซึ่งขัดด้วยไม้เนื้อดีลงชะแล็กเป็เงาหลีกการพบปะหน้าคนทั้งหมด ทว่าไม่อาจรอดสายตาของแม่ ที่ใจจดใจจ่อมาทางประตูบ้านตลอดเวลา
“ปี...กลับมาแล้วหรือลูกมาทานข้าวก่อน นายหัวรอลูกนานแล้วนะ”
นางปราณีกระวีกระวาดลุกจากโต๊ะรี่เข้ามาถึงตัวบุตรสาว แต่เมื่อเห็นสภาพเนื้อตัวเปียกชุ่ม ท่านก็แสดงความตกอกใหญิงสาวจึงกลายเป็เป้าสายตาต่อทุกคนในที่นั้น
แล้วผู้ที่เหมือนจะรอ ‘สาดคำ’ อยู่เป็นานก็ลุกพรวดจากเก้าอี้เข้ามาสมทบ “ต๊ายตายแล้ว...นี่เธอไปทำอะไรมาถึงได้เปียกยังกับลูกหมาตกน้ำขนาดนี้”
คุณนายสาวิตรีตวัดค้อนใส่เธอประหนึ่งว่าการที่เนื้อตัวเปียกนั้นเป็การสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ก็ไม่ปานนางปราณีจึงหันมาสำทับ “นั่นสิลูก ไปทำอะไรมา”
“ไหนแม่เธอบอกว่าไปงานแต่งเพื่อนที่กรุงเทพฯกลับมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วไม่ใช่หรือไง นี่ไปทำอีท่าไหนล่ะ ถึงได้ตัวเปียกขนาดนี้”
“หนูแค่พลัดตกท่าน้ำที่สะพาน”
ผู้พูดกวาดตาขึ้นลงคล้ายจับผิด “แล้วไปยืนทำไมแถวนั้นจนมืดค่ำเธอน่าจะรู้ดีนะว่าบ้านนี้ทานข้าวเย็นตอนทุ่มตรง นี่มันเลยมาตั้งหลายนาทีแล้ว”
ปีวราไม่สนใจคำต่อขานของคุณนายใหญ่แห่งบ้านไม่คิดจะต่อความยาว ด้วยเกรงว่าไม่อาจระงับตะกอนในใจที่ยังตกค้างได้จึงเลี่ยงที่จะตอบ เอ่ยขอตัวทันใด ในแวบนั้นเธอลอบปรายตามองไปยังโต๊ะอาหารอีกครั้งจนแน่ใจว่า ไม่พบคนที่เธอคาดหวัง
“หนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนค่ะแม่”
เธอเดินจ้ำขึ้นบันไดอย่างเร็วได้ยินเสียงของคุณนายใหญ่พูดฉอดๆไล่หลัง “นังเด็กคนนี้มันหยิ่งจองหองเหมือนแม่มันไม่มีผิดมีบ้านให้คุ้มกะลาหัวก็บุญโข ยังริทำตัวอวดดี”
แล้วเสียงฝีเท้าของมารดาก็ไล่ตามมาเรียกให้เธอหยุดเดิน “เดี๋ยวก่อนสิลูก แม่อยากคุยด้วย”
เธอจึงหมุนตัวกลับบริเวณหน้าประตูห้องนอนของตนเอง เอ่ยเสียงแ่สั่นด้วยความหนาวจนต้องกอดอก “แม่มีอะไรคะ”
วินาทีนั้นนางปราณีเป็ฝ่ายโผเข้าไปกอดบุตรีกระชับลำตัวไว้แนบอกไม่ต่างจากครั้งที่เธอยังเยาว์ กระซิบเสียงเบา “แม่ผิดเอง...ผิดที่ไม่เข้มแข็งอ่อนแอจนเื่มันเลยเถิด”
ความหนาวเยือกในอกที่เธอเก็บมาร่วมสัปดาห์จวนจะทะลักหลั่งออกมาเป็สายน้ำตาถ้าไม่บังเอิญได้ยินเสียงของคุณนายใหญ่เอะอะมะเทิ่งที่ด้านล่างอีกครั้งซึ่งเป็ประโยคที่คล้ายคลึงกับเมื่อครู่ตอนพูดกับเธอไม่ผิดเพี้ยน
“ตายแล้ว!ตาสูรย์ของแม่ ไปตกน้ำตกท่าที่ไหนมา เนื้อตัวถึงได้เปียกไปหมดล่ะเห็นนายเกลี้ยงบอกว่าลูกแวะไปที่ฟาร์มฯมาไม่ใช่หรือไง”
เพียงแค่ได้ยินชื่อของผู้ที่เธอรอคอย...หัวใจของเธอก็พุ่งโลดโผนโจนทะยานราวกับติดปีกแต่กระนั้นกลับมีบางคำชวนสะกิดใจว่า ‘ตกน้ำตกท่า’ ภาพของผู้ชายมักง่ายฉวยโอกาสกลับลอยเด่นเข้ามาบดบัง เธอจึงผละจากอกมารดา แล้วก้าวลงบันไดทีละขั้นอย่างช้าๆพยายามชะโงกหน้าลงไปมองยังมุมที่พอเห็นว่า ‘พี่ชาย’ ของเธออยู่ตรงจุดไหน
“ผมแค่พลัดตกท่าน้ำที่สะพานครับไม่เป็อะไรมาก”
เื่ราว...น้ำเสียง เริ่มชัดเจนมากขึ้นในมโนสำนึก!
จนกระทั่งได้เห็นชัดเต็มสองตาว่าผู้ชายที่คุณนายใหญ่เรียกว่าสูรย์ มีหน้าตาเหมือนกับนายคนนั้นทุกกระเบียดนิ้ว
ไม่สิ...ไม่ใช่แค่เหมือนแต่เขาคือคนๆเดียวกันต่างหาก
เท่านั้น หัวใจเธอก็แทบจะหยุดเต้น!
...............................................