บทที่ ๓
เพื่อความอยู่รอด นางต้องอดทน
หลังจากที่แม่นมจางเสียไปั้แ่นั้นมาหานฟางเหนียงก็ไม่ค่อยออกจากเรือนเล็กท้ายจวนไปไหนจากที่มีนิสัยร่าเริงกลับนิ่งเงียบ วันๆหนึ่งนางจะทำความสะอาดเรือนเล็กๆน้อยๆอย่างที่เคยช่วยหญิงชราตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ส่วนมื้ออาหารนางจะไปขอที่โรงครัวเนื่องจากนางยังเด็กอยู่จึงก่อไฟหุงข้าวทำอาหารไม่เป็ อาหารที่นางจะได้รับก็มักจะเป็ข้าวก้นหม้อเม็ดแข็งๆเศษผัดผักหรือไม่ก็น้ำแกงที่เหลือเพียงน้ำ บางคราที่ไม่อิ่มนางก็จะดื่มน้ำตามไปมากๆ แต่นางก็ไม่เคยปริปากบ่นขอแค่ท้องอิ่มนอนหลับนางก็พอใจแล้ว
ใน่ที่แม่นมยังอยู่นางมักจะถามถึงมารดาที่จากไปอยู่บ่อยครั้งและทุกครั้งนางจะได้รับคำตอบเหมือนเดิม ถึงมารดาของนางจะเป็หญิงชาวบ้านธรรมดาและยังเป็สตรีงดงามกว่าผู้ใดอ่อนหวานจิตใจดีทำให้บุรุษทั้งหลายรวมถึงหานจงพึงใจ นางเข้ามาเป็ฮูหยินได้ปีเดียวแต่ทุกคนกลับรักนางมาก แล้วยังบอกอีกว่าใบหน้าของเด็กน้อยนั้นงดงามคล้ายมารดาด้วยและบอกนางอย่าได้เกลียดชังบิดาถึงเขาจะเ็ากับนางแต่ลึกๆแล้วเขารักนางมาก และนางก็เชื่ออย่างนั้น
วันนี้่เช้าหานฟางเหนียงมาที่โรงครัวเพื่อนำอาหารไปทานตามปกติ ระหว่างเดินกลับเรือนนางได้เดินสวนกับซูหนิงหลานสาววัยหกหนาวของซูเอินบุตรีของพี่สาวนาง ที่เดินมานำของว่างไปให้หานลี่ถิงแต่ส่วนใหญ่นางจะกินเองเพราะที่บ้านยากจน นางเหลียวมองร่างเล็กจนลับตามุมปากเด็กหกหนาวยกขึ้นแสยะยิ้มเหมือนเจอเื่สนุก
"นางมาทำอะไร"ซูหนิงเปล่งเสียงเรียบเชิดหน้าเย่อหยิ่งถามสาวใช้ในโรงครัวที่อายุเยอะกว่ามาก
"มาเอาอาหารเ้าค่ะ"ถึงพวกนางจะไม่ชมชอบแต่เพราะเป็หลานสาวของฮูหยินพวกนางจึงไม่กล้าขัด
"ผู้ใดอนุญาตกัน"นางมองตาขวาง
"เอ่อ...มิมีเ้าค่ะ"พวกนางลนลานหันมองหน้ากัน
"เช่นนั้นต่อไปนี้อย่าได้ถือวิสาสะก่อนได้รับอนุญาต เข้าใจหรือไม่"
"เ้าค่ะ"
"....."แล้วซูหนิงก็รีบเดินไปเรือนใหญ่เพื่อแจ้งเื่นี้ให้กับซูเอินได้รับรู้
เดิมทีครอบครัวของซูเอินอาศัยอยู่แถบชนบทหลังพี่สาวแต่งออกไปบิดามารดาเสียซูเอินที่มีใบหน้ารูปร่างงดงามจึงเดินทางมาที่เมืองฉิง ถึงเมืองนี้จะเป็เมืองเล็กๆแต่เนื่องจากติดกับแม่น้ำสายใหญ่จึงมีท่าเรือสำคัญสำหรับทางการค้าจึงมีผู้คนเดินขวักไขว่ นางเป็คนทะนงตัวเย่อหยิ่งทะเยอทะยานอยากร่ำรวยจึงหวังจะได้แต่งกับบุรุษมีฐานะแล้วก็เป็ดั่งที่หวัง
พอพี่สาวของนางรู้ว่านางได้ดิบได้ดีก็รีบเข้าเมืองมาหาหวังจะให้บุตรีอยู่ที่นี่ภายภาคหน้านางจะได้แต่งกับบุรุษร่ำรวย ่นั้นซูเอินที่เพิ่งคลอดหานลี่ถิงจึงรับนางไว้ให้เป็สาวใช้ดูแลบุตรีของนาง
่ยามอู่เด็กน้อยมารับอาหารตามเวลาแต่ครานี้สาวใช้ในโรงครัวปฏิเสธที่จะให้อาหารแก่นางและให้นางไปขอซูเอินก่อน
"พี่สาวท่านสงสารข้าเถิดนะเ้าคะ"หานฟางเหนียงนั่งลงกับพื้นพูดวิงวอน
"มิได้หรอกเ้าค่ะ ถ้าข้าทำเช่นนั้นข้าอาจโดนลงโทษได้เ้าค่ะ"ใจจริงพวกนางก็สงสารแต่กลัวโดนโทษมากกว่า
"แล้วข้าต้องทำอย่างไรเล่าเ้าคะ"
"เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ข้าว่าท่านลองไปขอฮูหยินดู นางคงไม่ใจร้ายกับท่านที่เป็บุตรีของท่านเ้าเมืองหรอกเ้าค่ะ"
"งั้นข้าจะลองไปขอดูเ้าค่ะ"นางนั่งคิดสักพักก่อนจะตัดสินใจไปหาซูเอิน
เด็กน้อยวัยสามหนาวเดินมาหยุดที่หน้าเรือนใหญ่แล้วแจ้งบ่าวไพร่ที่อยู่หน้าเรือนว่านางมาขอพบซูเอิน ซึ่งก่อนหน้าซูหนิงได้มาแจ้งซูเอินรับรู้แล้วนางจึงรู้ว่าเด็กน้อยมาเพื่อ้าอะไร นางพยักหน้าแล้วปล่อยให้หานฟางเหนียงยืนรอที่หน้าเรือนนานสองนานจนปวดเมื่อยสองขาแต่ตัวนางกลับนั่งจิบชาอย่างสบายใจอยู่ในเรือน
ผ่านไปครึ่งชั่วยามร่างเล็กเริ่มอ่อนล้าหน้าซีดเพลียจากการตากแดดเสื้อผ้าเปียกชุ่มเหงื่อที่ผุดตามร่างกายท้องน้อยร้องหิวประท้วงมือป้อมกำทุบแข้งขาเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยก็ยังไม่เห็นร่างบางออกมาเสียที จนกระทั่งมีเสียงหวานเอ่ยขึ้นทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นไปมองฮูหยินของจวนกำลังยืนอยู่บนระเบียงเรือนตรงหน้า
"อ่า ข้านี่แย่จริงเชี่ยวลืมไปได้อย่างไรว่าคุณหนูใหญ่มารอขอพบ"ใบหน้างามฉายแววเสียใจ
"มะ...ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้ารอได้เ้าค่ะ"นางยกหลังมือปาดเม็ดเหงื่อบริเวณกรอบหน้าเล็ก ถึงจะนึกแปลกใจที่ครานี้ซูเอินพูดดีด้วยแต่ก็รู้สึกดีไม่น้อย
"เฮ้อ เป็เช่นนั้นข้าค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย..."มือบางยกทาบอก
"ที่มาหาข้าเช่นนี้คงจะมีเื่อะไรให้ข้าช่วยใช่หรือไม่"
"เ้าค่ะ คะ...คือว่าข้าไปโรงครัวเพื่อขอสำรับ แต่ซูหนิงให้มาขอท่านก่อนเ้าค่ะ"เด็กน้อยก้มหน้าพูด
"งั้นหรือ เฮ้อ อาหนิงนะอาหนิงช่างน่าตีนัก"นางพูดเอ็ดหลานสาวแต่ในใจกลับกำลังชอบใจอยู่
"....."
"...แล้วเ้ามีอะไรจะแลกเปลี่ยนเล่า"
"เ้าคะ"เด็กน้อยเริ่มใจไม่ค่อยดี
"ก็เ้าขออาหารมิใช่หรือ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่เ้าทำงานแลกคงจะดีไม่น้อย"นางแสยะยิ้ม
"หะ...ให้ข้าทำอันใดหรือเ้าคะ"หานฟางเหนียงมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของสตรีตรงหน้าถึงจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรเพราะยังเด็กอยู่แต่ก็รู้สึกใจไม่ดีมากๆ
"ตอนนี้เ้ายังเด็กอยู่ แค่ทำความสะอาดบริเวณเรือนในจวนเว้นเรือนใหญ่ก็พอ"ที่นางให้เว้นเรือนใหญ่ก็เพราะไม่อยากให้หานจงรู้เื่นี้ ถึงเขาจะไม่ดูดำดูดีหานฟางเหนียงแต่เขาคงไม่ชอบใจนักที่บุตรีทำงานเยี่ยงบ่าวไพร่
"ทำได้หรือไม่"
"ได้เ้าค่ะ"ร่างเล็กตอบหนักแน่นเพื่อความอยู่รอด
"หึ ดีมาก"ซูเอินหัวเราะในลำคออย่างสะใจ
ั้แ่นั้นมาหานฟางเหนียงต้องตื่นยามเหม่าพร้อมบ่าวไพร่ในจวนโดยมีสาวใช้ของซูเอินมาปลุกและคอยประกบจับตาดูนางทำงานไม่ห่างทั้งปัดกวาดเช็ดถูในเรือนและบริเวณนอกเรือน ทำความสะอาดเล้าไก่ ดูแลสวนผัก แล้วพอนางโตขึ้นในวัยห้าหนาวนางก็เริ่มซักผ้าปักเย็บเสื้อผ้าและทำอาหารแต่ละวันกว่านางจะได้พักก็ถึงยามโหย่วหลังทานอาหารเสร็จอาบน้ำเข้านอน
่แรกนางปวดกล้ามเนื้อตามร่างกายเพราะไม่เคยทำงานหนักพอทำมาจนร่างกายเคยชินจากมือป้อมที่เคยนุ่มผิวกายที่เคยขาวเนียนเริ่มหยาบกร้านคล้ำดูสกปรกทั้งที่นางอาบน้ำขัดตัวทุกวันรูปร่างผอมแห้งตัวเล็กกว่าวัยเดียวกัน
วันนี้ขณะที่ร่างเล็กนำตะกร้าที่ใส่มูลไก่ที่ตากจนแห้งแล้วมาใส่ผักที่สวนท้ายจวนก็มีเสียงเล็กๆของเด็กสองคนพูดคุยกันเสียงดังเหมือนให้นางได้ยิน
"พี่ซูหนิงพี่ได้กลิ่นอะไรหรือไม่เหม็นยิ่งนัก แหวะ"
"จริงด้วยเ้าค่ะคุณหนูรอง ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนักเ้าค่ะ"
หานลี่ถิงกับซูหนิงคุยกันระหว่างเดินผ่านสวนผักที่หานฟางเหนียงกำลังตักมูลไก่ใส่ดิน มือของทั้งสองยกขึ้นบีบจมูกชำเลืองตามองเหยียด
ร่างเล็กชะงักมือเมื่อได้ยินเสียงพวกนางพูดก่อนจะใส่ปุ๋ยต่ออย่างไม่ใส่ใจรู้ทั้งรู้ว่าทั้งสองจงใจเดินมาก่อกวน เนื่องจากเป็บริเวณท้ายจวนมีแค่เล้าไก่กับแปลงผักไม่มีอะไรให้น่ามาเดินเล่น และนางที่เป็คนเงียบไม่ชอบตอบโต้เลือกที่จะปล่อยผ่านพวกนางจึงได้ใจยิ่งไปกว่านั้นมีซูเอินให้ท้ายอีก
"พี่ว่ามันเป็กลิ่นอันใด ช่างเหม็นเน่ายิ่งกว่ามูลของไก่เสียอีก"
"ข้าคิดว่าน่าจะเป็กลิ่นมูลไก่ปนกับกลิ่นคนไร้ค่าไม่มีผู้ใด้าเ้าค่ะ หึ"
"จริงสิช่างน่าสมเพชนัก"
"คุณหนูเ้าคะข้าว่าเรารีบกลับเรือนกันเถอะเ้าค่ะ ข้ากลัวว่ากลิ่นเน่าๆมันจะติดอาภรณ์งามๆของท่าน"
"จริงด้วย เช่นนั้นข้าต้องรีบกลับไปชำระกายเสียแล้ว อ่อ พี่อย่าลืมนำอาภรณ์มาให้นางซักด้วยเล่า"
"เ้าค่ะ"
"....."หลังพวกนางเดินจากไปหานฟางเหนียงถึงกับส่ายศีรษะถอนหายใจยาวๆที่บริเวณรอบกายได้เงียบสงบเสียที