บทที่ 28 ข่าวดีอันยิ่งใหญ่และความคิดใหม่ของเธอ
"เหมียนเหมียน หลังจากฉันกลับบ้านแล้ว จะช่วยสอบถามโรงพยาบาลให้นะ เธอจะไปปักกิ่งใช่ไหม?" โจวเสวี่ยถามระหว่างทานข้าว
"โรงพยาบาลเซียเหอที่ปักกิ่งน่ะ ที่นั่นมีความน่าเชื่อถือมากกว่า" ถังซีเหมียนตอบตามตรง
การที่พวกเธอสามารถเข้ามาที่นี่ได้ นอกจากความสามารถของตัวเองแล้วก็ต้องมีเส้นสายบ้างแน่นอน ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็ไม่ควรปล่อยมันออกไป เดี๋ยวค่อยหาโอกาสตอบแทนพวกเธอทีหลัง...
หลังมื้ออาหาร โจวเสวี่ยกลับไปก่อน อู๋เซียวเซี่ยวย้ายเข้ามาอยู่หอพักแทนที่ที่หลี่เฟยเฟิ่งเคยอยู่ ขณะที่พวกเธอออกไปตักน้ำ บังเอิญเจอกับหลี่เฟยเฟิ่งพอดี
"ถุย!" หลี่เฟยเฟิ่งถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง
อู๋เซียวเซี่ยวมองรองเท้าของตัวเองที่เปื้อน จึงปรี่เข้าไปผลักไหล่อีกฝ่าย
"ตาบอดหรือไง!"
โครม!
หลี่เฟยเฟิ่งล้มลงบนพื้นอย่างน่าอนาถ เธอเซถลาไป หยิบถังน้ำไปตักน้ำใหม่ แล้วรีบเดินจากไปทันที
เสียงของถังซีเหมียนเ็า "หลี่เฟยเฟิ่ง ถ้ามีฝีมือก็มาสู้กับฉันตรง ๆ อย่ามาทำตัวน่าขยะแขยงแบบนี้!"
หลี่เฟยเฟิ่งชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แต่ก็ยังก้มหน้าเดินต่อไป
เธอไม่กล้า…
พูดจาแหนบแนมยังพอทำได้ แต่ถ้าจะให้ลงไม้ลงมือจริง ๆ เธอไม่กล้าหรอก!
ถังซีเหมียนหรี่ตามองร่างที่เดินห่างออกไป "คนแบบนี้น่ารังเกียจจริง ๆ !"
หลังจากตักน้ำเสร็จและกลับมาที่หอพัก ถังซีเหมียนก็กลับมาทำงานแปลต่อ
ต่อจากนี้ค่ารักษาพยาบาลของน่าน่าต้องพึ่งเธอกับฉู่เจียงชวน เขาบอกว่าให้รอจนกว่าหลานจะหายดีก่อนค่อยมาที่อำเภอ ถังซีเหมียนก็คิดว่ารอให้น่าน่าออกจากโรงพยาบาล แล้วค่อยย้ายทั้งบ้านเข้ามาอยู่ในอำเภอได้เช่นกัน
แม้ว่าแม่สามีและพี่สะใภ้จะไม่อยากอยู่ไกลบ้าน แต่ก็ต้องพยายามพูดโน้มน้าวพวกเธออีกครั้ง
่นี้ฉู่เจียงชวนก็ทำงานหนักขึ้น เขารู้สึกได้ว่าขาของตัวเองแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก ความรู้สึกอ่อนแรงในอดีตค่อย ๆ หายไป ตอนนี้เขาเริ่มกลับมาเป็คนปกติแล้ว
เื่ร้านปิ้งย่าง เขาก็เตรียมการไว้แล้ว ถ้าภรรยาของเขาชอบ เขาก็จะหาทางช่วยให้เธอทำความฝันให้เป็จริง!
วันพุธ
โจวเสวี่ยกลับหอเร็วกว่าปกติ
"เหมียนเหมียน ฉันหาข้อมูลมาให้แล้ว แม่ฉันบอกว่าตอนนี้โรงพยาบาลเซียเหอในปักกิ่งมีโครงการช่วยเหลือ ถ้าร่างกายของน่าน่าแข็งแรงดี สามารถใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศได้ ราคาประมาณหมื่นห้าถึงหมื่นหกก็พอแล้ว!"
โจวเสวี่ยตื่นเต้นมาก "ครอบครัวเธอก็ลำบากอยู่แล้ว อะไรประหยัดได้ก็ประหยัดเถอะ!"
ถังซีเหมียนใ "จริงเหรอ?!"
"จริงสิ! แต่ตอนนั้นเธอต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อยนะ! เธอจะไปเมื่อไหร่ล่ะ? ฉันจะยืมเงินจากที่บ้านมาช่วยเธอเอง"
"ดีจังเลย!" ถังซีเหมียนกอดโจวเสวี่ยแน่น "ขอบคุณมากนะ ตอนนี้ฉันมีเงินพอแล้ว ถ้าไม่พอฉันจะไปยืมที่หมู่บ้านเอง"
"ตอนนี้สบายใจได้แล้วใช่ไหม? จะให้ส่งข่าวไปบอกที่บ้านหรือเปล่า?" โจวเสวี่ยซบไหล่ถังซีเหมียนพลางยิ้ม
หลิวเมิ่งเจียก็ยิ้มตามพลางพูดว่า "เป็เื่ดีจริง ๆ ! ถึงแม้จะต้องใช้เงินเยอะ แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดเวลาได้ครึ่งหนึ่งเลยนะ!"
แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ถึงแม้ถังซีเหมียนจะรู้ว่าตัวเองยังขาดอีกมาก และการยืมเงินก็เป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีโอกาสได้หายใจหายคอแล้ว!
ตอนนี้เธอมีเงินอยู่ 8,000 กว่า ยังขาดอีก 7,000
7,000 หยวนนี้...
ถังซีเหมียนกัดฟันมุ่งมั่น "ฉันต้องทำได้!"
เพื่อหลานและเพื่อฉู่เจียงชวน เธอต้องอดทนให้ได้!
เมื่อตัดสินใจแล้ว ถังซีเหมียนก็รีบมุ่งหน้าไปที่บริษัทพากย์เสียงทันที พอมาถึงก็เจอกับสวี่หย่งคังพอดี
"โอ้ พี่มาสักทีนะ! พอดีผู้กำกับเฉินกำลังตามหาพี่อยู่พอดี บอกว่ามีฉากยาวที่ต้องพากย์น่ะ ผมแนะนำพี่ไปแล้วด้วย!"
สวี่หย่งคังพูดเสียงเบา "เป็โอกาสที่ดีมากเลยนะ ผมลองดูแล้ว เป็ฉากที่ยาวมาก ๆ เลย!"
"ขอบคุณนะ" ถังซีเหมียนรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าสวี่หย่งคังจะช่วยหางานให้จริง ๆ
พูดน่ะใคร ๆ ก็พูดได้ แต่การลงมือทำจริง ๆ นั้นต้องมีผลประโยชน์ตอบแทน!
"พี่ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก ตอนที่พี่พากย์เสียงไปครั้งก่อน ผมได้ผลประโยชน์มาไม่น้อยเลย ผมบอกแล้วว่าถ้ามีโอกาสแบบนี้อีกก็จะติดต่อพี่แน่นอน!"
สวี่หย่งคังยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
ผู้กำกับเฉินเป็คนปักกิ่ง เขามาที่นี่เพื่อถ่ายทำโดยเฉพาะ แต่ระหว่างถ่ายทำนักแสดงดันสำลักน้ำจนคอบวม ทำให้ถังซีเหมียนได้มีโอกาสแสดงความสามารถ
"สวัสดีค่ะผู้กำกับ" ถังซีเหมียนทักทายอีกฝ่ายด้วยท่าทางอ่อนน้อม
ชาติที่แล้วเธอก็เคยพบเจอคนใหญ่คนโตมาไม่น้อย แต่ความจริงแล้วเธอไม่ชอบวงการบันเทิงเลย มันวุ่นวายและสับสนเกินไป ไม่ใช่ที่ของเธอเลยจริง ๆ !
"สหายถังใช่ไหม? ลองฟังเสียงตัวอย่างก่อนเถอะ ดูว่าคุณจะทำได้รึเปล่า"
ผู้กำกับเฉินเน้นเื่งานเป็หลัก ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
ฉากนี้เป็ฉากดราม่าของนักแสดงสมทบหญิง เธอมีบทพูดค่อนข้างเยอะ ถังซีเหมียนฟังไปนิดเดียวก็บอกว่าทำได้
ผู้กำกับเฉินแสดงท่าทีสงสัย แต่พอถังซีเหมียนเปล่งเสียงออกมา เสียงนั้นช่างคุ้นหูเหลือเกิน
"ผู้กำกับคะ ฉันว่า ฉันทำได้!"
ผู้กำกับเฉิน "!!!"
"เสียงนี้เหมือนจริงมากเลย!"
"เด็กสาวคนนี้มาจากที่ไหนกันนะ ดูอายุก็ไม่มากเท่าไหร่ แต่เก่งขนาดนี้ทำไมถึงมาอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แบบนี้ล่ะ?!"
ถังซีเหมียนใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการพากย์บทบรรยายความยาว 400 กว่าตัวอักษร บทพูดในใจ 100 กว่าตัวอักษร รวมถึงส่วนที่พากย์เสียงไม่ค่อยดีก่อนหน้านี้ ขณะที่ช่วยผู้กำกับตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพร่อง เธอก็ได้รับเงิน 8 หยวน
ส่วนของสวี่หย่งคังยังมีเนื้อหาอีก 5 นาที หลังจัดการเสร็จก็ได้เงินทั้งหมด 13 หยวน
เมื่อเดินผ่านร้านเครื่องปรุงที่เคยไปก่อนหน้านี้ พนักงานขายยังจำเธอได้ ถังซีเหมียนซื้อยี่หร่าและโป๊ยกั๊กที่พนักงานหาให้ ทั้งสองอย่างรวมแล้วราคา 8 หยวน
ตอนนี้เธอเหลือเงินในมือ 5 หยวน ถังซีเหมียนไม่รู้สึกรีบร้อน ทำให้เธอมีเวลาเดินชมวิวรอบ ๆ ริมถนน
ที่นี่มีผู้คนพลุกพล่าน ตอนนี้เป็่บ่าย แผงลอยขายอาหารเริ่มทยอยกันตั้งร้าน บรรยากาศครึกครื้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตผู้คน
งั้นเธอจะลองดูก่อนได้ไหมนะ?
จะลองดูหรือไม่...จะลองยังไงดีนะ
ท่ามกลางความคิดที่สับสัน ทำให้ถังซีเหมียนไม่ทันระวัง เตะโดนแผงขายแป้งขาวของหญิงวัยกลางคนหนึ่งข้างถนนเข้า
"เฮ้อ สาวน้อย เธอเดินระวังหน่อยสิ!"
หญิงวัยกลางคนนั้นเอื้อมมือมาป้องกันไว้ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอ
"หนูมีเื่ไม่สบายใจหรือเปล่า?"
"ไม่เป็ไรค่ะป้า แล้วแป้งขาวของป้าขายยังไงคะ?"
"ทั้งหมดเป็แป้งทั่วไป ราคา 1 เหมา 7 เฟิน ต่อ 1 ชั่ง หนูจะซื้อเหรอ?" หญิงวัยกลางคนไม่คิดว่าถังซีเหมียนจะซื้อจริง ๆ จึงหยิบขึ้นมานิดหน่อยพลางยิ้ม
"นี่ไม่ใช่แป้งอย่างดีนะ!"
ถังซีเหมียนมองแป้งที่เป็ผง จู่ ๆ ก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
"เอาให้ฉัน 10 ชั่งค่ะ!"
หญิงวัยกลางคนมองเธอ "หนูจะเอาจริง ๆ เหรอ?"
"จริงค่ะ ฉันจะกลับไปทำอะไรกินหน่อย!" ถังซีเหมียนพูด "1 เหมา 5 เฟินได้ไหมคะ?"
หญิงวัยกลางคนนึกดีใจ แต่เื่ลดราคาค่อนข้างยาก แต่ต่อรองไปมาก็ได้ 1 เหมา 6 เฟิน
ถังซีเหมียนพยักหน้า ไม่สนใจว่าจะมากหรือน้อยเพราะยังไงตอนนี้ ในมือก็ยังมีเงินอยู่บ้าง!
เธอแบกถุงแป้งกลับมาที่หอพัก อู๋เซียวเซี่ยวตอนนี้กำลังฝึกพูดภาษาจีนกลางอยู่พอดี เห็นเธอกลับมาก็ใ "ทำไมซื้อแป้งมาล่ะ?"
"จะทำอะไรกินนิดหน่อยน่ะ" ถังซีเหมียนหัวเราะเบา ๆ "ไม่รู้ว่าโรงอาหารของเราจะใช้ได้ไหม"
"โรงอาหารคงยากนะ แต่่บ่ายเธอไม่มีอะไรทำนี่? เธอจะทำบะหมี่เหรอ?"
"จะทำอิ่วจาก้วย*[1]น่ะ" ถังซีเหมียนปัดแป้งขาวบนไหล่ "ฉันเห็นแถวนี้มีร้านอิ่วจาก้วยแค่ร้านเดียว แถมยังอยู่ไกลมาก และแถวนี้มีร้านขายผักด้วย ฉันอยากทำธุรกิจสักหน่อย!"
"หน้าร้อนแบบนี้ กินอิ่วจาก้วยร้อนจะตาย" อู๋เซียวเซี่ยวรู้สึกว่าไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่
[1] อิ่วจาก้วย (油条) คือ ขนมทอดที่ทำจากแป้งสาลี ปรุงรส และทอดจนกรอบ มักจะรับประทานในมื้อเช้าคู่กับนมถั่วเหลืองหรือโจ๊กในหลาย ๆ ประเทศ หรือที่ประเทศไทยเรียกกันว่า ‘ปาท่องโก๋’