ตอนนี้พิณทองรู้สึกคล้ายดั่งกับมีคีมขนาดใหญ่มาบีบรัดคอของเธอมันทำเอาเธอหายใจหายคอเอาอากาศเข้า-ออกจากปอดไม่ได้เลย
เธอจึงพยายามกัดฟันนึกถึงคาถาที่วิเรนทร์จดไว้ให้ท่องตลอดทางที่ขับรถกลับมาจากกรุงเทพฯ ก่อนจะเอ่ยอย่างติดขัดออกไป “พยัคโฆ พยัคฆสัญญา ลัพพะติ อิติหิหัมหึม”
สิ้นเสียงของเธอลำคอก็ร้อนระอุขึ้นมาคล้ายดั่งกับมีคนเอาเพลิงมาสุมเอาไว้ก่อนจะมีแสงสีทองเปล่งประกายเล็ดลอดออกมาตามง่ามนิ้วของเจ้าปีศาจร้าย
มันเบิกตากว้างก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน แล้วดึงมือออกจากลำคอของเธอ ยังผลให้ลำแสงประหลาดนั้นแผ่ขยายรัศมีออกกว้าง
เจ้าปีศาจกระพือปีกเพื่อหลบหลีกรัศมีนั้นจนห่างออกไปจนถึงแท่นศิลามันคำรามขู่สะท้อนกลับมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
พิณทองจึงได้แต่ท่องคาถานั้นซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้แล้ว
“ระวัง” วิเรนทร์ร้องขึ้น ก่อนที่เขาจะโผเข้ามากระแทกร่างของหนานคำที่กำลังจะใช้ไม้ท่อนใหญ่ฟาดเธอ
ทั้งสองจึงตกลงจากแท่นบูชาแล้วลงไปมะรุมมะตุ้มกันอยู่บนพื้นอย่างไม่ลดราวาศอกกัน ส่วนเจ้าปีศาจก็ได้แต่คำรามขู่อยู่ห่างๆ
พิณทองไม่เข้าใจว่าทำไมเขี้ยวเล็กๆ นี้ถึงได้สร้างความพรั่นพรึงให้แก่จอมปีศาจน่าเกลียดน่ากลัวตนนี้ได้ถึงขนาดนี้ เธอได้แต่พร่ำท่องคาถาไปอย่างไม่หยุด หวังเอาไว้ว่าเขี้ยวเล็กๆ นี้อาจจะช่วยเธอกับวิเรนทร์ให้หลุดพ้นจากเรื่องน่ากลัวนี้ได้ และหวังอย่างที่สุดว่ามันจะสามารถช่วยอิงธารที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในโลงตรงหน้าของเธอได้ด้วย
ทว่าความหวังของเธอก็สัมฤทธิผลแค่เพียงครึ่งเดียว เมื่อเจ้าปีศาจร้องคำรามก้องออกมาจนกลบเสียงของเธอจนหมด จากนั้นมันก็หายตัวไปพร้อมโลงศิลาและหนานคำที่กำลังเพลี่ยงพล้ำต่อหมัดชุดของวิเรนทร์อยู่รอมร่อ
ความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงอึกทึกเมื่อสักครู่ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเลยแม้แต่เสียงสัตว์ป่าหรือหรีดหริ่งเรไรก็ไม่มีแม้แต่เพียงแอะเดียว
เมื่อวิเรนทร์หายมึนงงกับเหตุการณ์ เขาก็หันมาทางเธอแล้วรีบกระโดดขึ้นมาแก้มัดเชือกให้เธออย่างรวดเร็ว หัวเข่าของเธออ่อนยวบจนต้องโผเข้าไปซบกับอกเขา
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เขาร้องถามอย่างอาทร
พิณทองเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ “ไม่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเรากลับไปตั้งหลักกันที่รีสอร์ตดีกว่านะครับ” วิเรนทร์เอ่ยก่อนจะหันมองไปรอบๆ
หญิงสาวผินหน้ามองตามเขาแล้วก็พบว่า ผู้คนที่พากันออกมาตามหาเธอนั้นล้มนอนกันอยู่เกลื่อนกลาดพื้น โดยเฉพาะนายเสือที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้นด้วยสภาพเสื้อผ้าที่ขาดกะรุ่งกะริ่งและชุ่มโชกไปด้วยเลือด
วิเรนทร์จึงค่อยประคองเธอลงจากแท่นบูชา ก่อนจะพาไปนั่งใต้ต้นทองหลางขนาดใหญ่แล้วค่อยๆ เข้าไปช่วยเหลือทุกคนให้ลุกขึ้นมา
ตรงที่พิณทองนั่งอยู่นั้น เธอสังเกตเห็นว่ามีปืนยาวตกอยู่หนึ่งกระบอกทว่ามันกลับถูกแยกออกเป็นสองท่อน เธอจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาพิศดู แล้วก็พบว่ารอยแยกระหว่างปืนยาวทั้งสองท่อนนั้นเรียบสนิท ราวกับเป็นหยวกกล้วยที่ถูกตัดเฉือนโดยมีดคมกริบ
ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีอะไรที่คมขนาดตัดปืนที่ทำจากเหล็กขาดออกได้อย่างสวยงามเช่นนี้
เจ้าปีศาจตนนี้ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน...