‘ข้าสามารถยิงได้เจ็ดครั้งจากกระสุนที่บรรจุลงไปเจ็ดนัด แต่สองนัดแรกมีโอกาสสูงที่จะเข้าเป้ามากที่สุด เพราะฉะนั้นต้องเลือกยิงหัวที่คาดว่าเป็นตัวหัวหน้าก่อน จากนั้นก็ให้อาก้าพูดกับพวกมันต่อก็แล้วกัน’เหมาเว่ยครุ่นคิดถึงการสังหารหัวหน้าฝ่ายศัตรู พลางประกอบติดกล้องให้ตัวปืน บรรจุกระสุนและนำแม็กกาซีนเสียบเข้าไปในที่ของมันโดยทันที’เพิ่งจะเข้าสำนักแท้ๆแต่กลับมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นมากมาย นี่นับว่าเป็นสีสันอย่างหนึ่งในชีวิตใหม่ของข้าโดยแท้!’
แกร๊กกก!!
‘เห็นได้ชัดเลยว่าฝ่ายข้ามีน้อยกว่า จากที่สังเกตก็ราวๆเกือบร้อยคน ส่วนพวกมันน่าจะมีมากถึงร้อยกว่าหรืออาจจะไปถึงสองร้อยคนเสียด้วยซ้ำไป ดีล่ะ ได้เวลาร่วมสงครามสำนักแล้ว ทุกคนลุยให้เต็มที่’เหมาเว่ยเตรียมทุกอย่างเสร็จก็รีบปิดกระเป๋า
ทั้งเหมาเว่ยยังนำ AK-47 หรือปืนอาก้าออกมาบรรจุกระสุนต่อและสะพายทับกระบี่ไปอีกชั้น แต่ที่สำคัญยังได้นำปืนพกทั้งสองกระบอกใส่แม็กกาซีนสอดเก็บเข้าไปในเสื้ออีกด้วย
‘อยู่บนยอดเขาไม่แปลกที่ลมจะแรง แต่ก็ไม่เป็นไร ข้าสามารถดูกระแสลมได้จากชายผ้าคลุมของพวกมัน ทว่า ตำแหน่งนี้คงจะไม่เหมาะแก่การซุ่มยิงสักเท่าไหร่ มันทั้งไกลเกินไปที่จะหวังผล ทั้งยังเป็นมุมอับมีศิษย์ในสำนักยืนบังอยู่ด้วย’เหมาเว่ยมองหาจุดซุ่มยิงใหม่ พลางคิดจะถือกระเป๋าและแบกไรเฟิลอ้อมหลังไปอีกทาง
ซึ่งที่ที่เขาเล็งเอาไว้เป็นจุดที่สามารถมองเห็นตำแหน่งที่ทั้งสองฝ่ายยืนเผชิญหน้ากัน เหมาเว่ยรีบลงจากต้นไม้และก้มตัวลงต่ำเคลื่อนที่เลียดไปกับพื้นอย่างเงียบเชียบ ไม่นานนักก็มาถึงจุดที่เล็งเอาไว้จึงหมอบนอนไปกับพื้น และทำการตรวจเช็คปืนและกล้องติดปืนอีกรอบก่อนที่จะเกิดเสียงการขึ้นลำ
ชึก..ชึกกก!!
‘เจ้าพวกนั้นสินะตัวหัวหน้า แต่เฉพาะหัวหน้าพวกมันก็มีนับสิบคน ส่วนฝ่ายข้าก็คงจะเป็นผู้อาวุโสสี่คนนั้นสินะ น้อยกว่าเห็นๆแต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวข้าจะลดจำนวนพวกมันให้เอง’เหมาเว่ยแสยะยิ้มโดยที่ดวงตาข้างหนึ่งปิด และอีกข้างก็กำลังจดจ่อมองรอดผ่านเลนส์กล้องติดปืน’ต้องใช้โอกาสนี้ที่พวกมันกำลังไม่รู้ตัวกลายเป็นเป้านิ่ง เพราะหากปล่อยให้เคลื่อนไหวได้คงจะเล็งยิงได้ยากไม่น้อยเลย แต่ละคนย่อมฝึกปรือวิชาตัวเบามาเป็นอย่างดี การจะเจาะจ่อสังหารพวกมันคนใดคนหนึ่งในขณะที่ชุลมุนคงเป็นเรื่องยาก’
“วู่.....วู่..!”เหมาเว่ยพ่นลมหายใจและหายใจเข้าให้เป็นจังหวะ เตรียมกลั้นลมหายใจเพื่อให้การยิงในแต่ละนัดแม่นยำและนิ่งที่สุด
ส่วนอีกทางด้านหนึ่งที่กำลังตกเป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว ทั้งสองฝ่ายที่กำลังประจันหน้าต่างยืนเรียงรายเป็นแถว เกาะกลุ่มรอรับคำสั่งจากหัวหน้าของตนพลางกุมอาวุธในมือไว้แน่นเพื่อเตรียมพร้อม และแท้ที่จริงแม้ว่าผู้ฝึกตนเหล่านั้นจะมิได้มีความแค้นอันใดต่อกันแม้แต่น้อย เพียงแต่ขอแค่มีคำสั่งลงมาก็พร้อมจะเข้าเข่นฆ่ากันอย่างเลือดเย็น ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายมีชีวิตรอดไปออกจากที่แห่งนี้ได้
“สำนักพยัคฆ์อัสนีไม่เคยล่วงเกินนิกายของพวกท่านมาก่อน ไหนเลยจึงคิดบุกยอดเขาพยัคฆ์ม่วงของพวกเรา บอกเหตุผลมาซะ?!!!!”อาวุโสฉินรูปร่างท้วมบนศีรษะไร้เส้นผมปกคลุมตวาดถามด้วยน้ำเสียงอันเคืองโกรธ’ระดับหัวหน้าถูกส่งมาถึงสิบคนเลยเรอะ นิกายจันทร์ดับคงต้องการยึดที่นี่จริงๆ หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ชักนำให้เจ้าสำนักกลับออกมาจากการเก็บตัวฝึกตน’
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! นิกายจันทร์ดับเคยส่งสารเตือนมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง โดยให้โอกาสพวกเจ้าย้ายออกไปจากที่นี่ให้หมด หรือพวกเจ้ายังไม่ได้รับ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย ขอเพียงยอมลงเขาไปแต่โดยดี รับรองจะไม่มีใครต้องตาย!”หนึ่งในระดับหัวหน้าเป็นผู้เปิดปากบอกถึงความประสงค์ของพวกมัน"ไม่เช่นนั้นยอดเขาแห่งนี้จะถูกนองไปด้วยเลือด!!"
“ผายลม! นับแต่บรรพกาลสำนักพยัคฆ์อัสนีอยู่คู่ยอดเขาพยัคฆ์ม่วงมาโดยตลอด ไหนเลยเพียงแค่ลมปากของพวกเจ้าจะสามารถขับไล่พวกเราไปได้!”อาวุโสฉินยังคงตอบโต้ด้วยคำพูดพลางกำหมัดแน่น'ท่านเจ้าสำนัก ไม่มาสักที!'
“ใช่แล้ว พวกเราถือกำเนิดที่นี่ ถ้าจะต้องตายก็สู้จนตัวตายอยู่ที่นี่”
“เราจะสู้จนตัวตายอยู่ที่นี่!!!”
“เราจะสู้จนตัวตายอยู่ที่นี่!!!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ช่างน่าขัน ข่าวลือเรื่องเจ้าสำนักของพวกเจ้าที่หายตัวไปคงจะเป็นจริงสินะ เช่นนี้แล้วจะรับมือพวกเราได้ทั้งหมดหรือ? ไม่เจียมตัวเอาเสียบ้างเลย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! ลำพังคนแค่นี้จะต้านพวกเราได้จริงๆเรอะ? แค่ข้าผายลมพวกเจ้าก็ตายห....”
โป้งงง!!!
ปุ....!!
ทันใดนั้น ก็สิ้นเสียงของผู้ที่มีระดับหัวหน้าในนิกายจันทร์ดับโดยที่ยังไม่ทันจะกล่าวจบ ศีรษะของมันก็ถูกเป่ากระจุยโดยเป็นเวลาเดียวกับที่เกิดเสียงมาจากทางด้านชายป่า และด้วยเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวได้ส่งผลให้นกในป่าพากันตกใจโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างพร้อมเพียงกัน
พรือ พรือ พรืออออ!!
'เกิดอันใดขึ้น หรือจะมีคนมาช่วยพวกเรา? ผู้ใดกันที่ซัดอาวุธลับได้รุนแรงถึงเพียงนี้ มีหวังรอดแล้ว'อาวุโสว่านเผยสีหน้าตกใจพลางคิดไปต่างๆนาๆ
“ระวัง มีคนใช้อาวุธลับ!!!!”
“อาวุธลับ!!”
“ระวังอาวุธลับ!!!”
“เกิดอะไรขึ้น ผู้ใดเป็นคนลงมือ?”
“เกิดอะไรขึ้น!!!”
"เป็นใครเผยตัวออกมาซะ ใครกล้าลอบทำร้ายพวกเรา ใคร!!!!!"
“ฆ่ามัน!!”
“บุกเข้าไปเลย!!”
พริบตานั้นความโกลาหลพลันบังเกิด ราวกับว่าการโจมตีปริศนาจากระยะไกลได้เปิดฉากการต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายขึ้นโดยปริยาย อีกทั้งผู้ที่เป็นระดับหัวหน้าของนิกายจันทร์ดับอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกายผู้ที่ล้มลง ก็เร่งพลิ้วกายทะยานขึ้นในจังหวะนั้นซึ่งก็เป็นช่วงที่เกิดเสียงดังลั่นมาจากชายป่าอีกเป็นครั้งที่สอง
โป้งงงง......ปุ!!
“อ๊ากกกกกกกกก!!! ก้นข้า อ๊ากกกกก!!”ระดับหัวหน้าผู้ที่กลายเป็นเป้าหมายต่อไปของเหมาเว่ยร้องเสียงหลงอย่างน่าสมเพช เมื่อแก้มก้นของมันถูกลูกกระสุนวิ่งผ่านในจังหวะที่กระโดดขึ้นหลบราวกับว่าเกิดขึ้นจากความบังเอิญ
ด้วยความเร็วจากวิชาตัวเบาที่กำลังทะยานขึ้นไปสู่ด้านบน ก็ส่งผลให้จุดที่ถูกเล็งบริเวณศีรษะคลาดเคลื่อนจนกระสุนไปถูกแก้มขวาเข้าอย่างจัง แต่เพียงเท่านั้นเศษเนื้อที่แตกกระจายก็ทำให้มันสิ้นสภาพต่อสู้ ลงไปดื้นทุรนทุรายนอนโอดครวญอยู่กับพื้นรอความตายในอีกไม่ช้า
“สึส! เต็มตูดเลยมึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”เหมาเว่ยระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้างคลั่งจนหายใจแทบไม่ทัน
แต่ไม่นานก็เริ่มทำใจให้สงบเล็งปลายปืนเข้าไปในฝูงชนอีกครั้ง โดยได้พบว่าการเป็นเล็งยิงที่ยากกว่าก่อนหน้านี้มากนัก เพราะทั้งสองฝ่ายต่างเข้าต่อสู้จนยากที่จะไม่ให้พลาดไปถูกพวกเดียวกันเอง
“เจ้าคนใช้อาวุธลับ มันอยู่ทางด้านนั้นไม่ผิดแน่ พวกเราไปรุมจัดการมันก่อนเลย ไป!!...เร็ว!!”
ชึก...ชึกกกก!
โป้งงง!!
“พวกมันคงรู้ตัวแล้วสินะว่าถูกลอบโจมตีมาจากที่ใด ไหนๆก็ไหนๆ เรียงหน้ากันเข้ามาได้เลย!!”เหมาเว่ยเล็งยิงฝ่ายศัตรูจำนวนมากที่วิ่งทะยานมาทางตำแหน่งของเขา
ชึก...ชึกกกก!
โป้งง!!
ฟีดดดด ปุ!!
ชึก...ชึกกกก!
“เข้ามาอีก!!”
โป้งงงงง!!
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบบบบ!!
ทันใดนั้นที่ซ่อนของเหมาเว่ยก็ถูกเปิดเผย แต่จากการซุ่มโจมตีในครั้งนี้ เขาก็ได้สังหารระดับหัวหน้าของฝ่ายศัตรูไปได้ถึงสามคนด้วยกัน เมื่อมองโดยรวมแล้วก็นับว่าภารกิจที่ตั้งเอาไว้เป็นผลสำเร็จ แต่ก่อนที่ไรเฟิลจะถูกยิงจนกระสุนหมด ชายหนุ่มก็รีบเก็บลงในกระเป๋าและยัดใส่ถุงจักรวาลอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้น ก็ได้นำปืนอาก้าที่สะพายออกมาขึ้นลำต่อทันที
แกร๊ก แกร๊กกก!
“เข้ามา!!”
โป้งโป้งโป้งง โป้งโป้งโป้งง โป้งงโป้งงง!!
ฟิ้วว ฟิ้ววว!!
“อ๊ากก!!”
“อ๊ากกกกกก”
ฟุบ ฟุบ ฟุบบ!
เหมาเว่ยพลางลั่นไกปืนรัวยิงไปพลางพลิ้วกายขึ้นไปตามกิ่งไม้เพื่อทิ้งระยะห่างถอยร่นไปเรื่อยๆ ซึ่งใบหน้าของเขาในยามนี้ได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน คล้ายกับว่ายิ่งได้พรากชีวิตของศัตรูด้วยปืน เขาก็ยิ่งรู้สึกสนุกไปกับมันไม่ต่างอะไรกับผู้ที่ชื่นชอบการเข่นฆ่าชีวิตผู้อื่นแม้แต่น้อย
โป้งโป้งโป้งง โป้งงโป้งงง!!
โป้งโป้งโป้งง โป้งโป้งโป้งง โป้งงโป้งงง!!
“อ๊ากกก!!”
“อ๊ากกกกก!!”
ผู้ที่ไล่ตามติดเหมาเว่ยเข้าไปก็ทยอยถูกยิงร่วงกับพื้นทีละคนสองคน จนในเวลานี้เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดพลันดังระงมไปทั่วทั้งป่า พวกที่ถูกสังหารตายกว่าหลายสิบต้องจากโลกนี้ไปโดยที่ยังไม่ทราบความจริงมาก่อน ว่าพวกมันกำลังได้พบเจอกับอาวุธประเภทใดกันแน่ ซึ่งคำพูดที่ยังตะโกนร้องเตือนอยู่นั้นในตอนนี้ ก็เป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดที่พวกมันคิดไปเองเท่านั้น
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบบบ!!
โป้งง โป้งงง โป้งงง!!
“ระวังอาวุธลับ!”
โป้งงง!!
"อั๊กกก!!"
ตุบ ตุบ!!
“หมดสักที ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! อาวุธลับบิดาพวกเจ้าสิ ข้ามิใช่พวกชื่นชอบใช้อาวุธลับสักหน่อย จอมยุทธปืนกลน่ะรู้จักไหม??!!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”เหมาเว่ยกู่ร้องตะโกนอย่างสะใจในอารมณ์ แต่ในทันใดนั้นเอง ก็มีบางสิ่งพุ่งเข้ามาจากระยะที่ไกลออกไปจากเขาพอสมควร’หืมม ลูกธนู?’
ฟิ้วววว!!
วืดดด!!
ปึกก!!
ชั่วอึดใจนั้น เหมาเว่ยพลันได้ยิงเสียงบางสิ่งแหวกผ่านสายลมมาอย่างเด่นชัด มันส่งผลให้เขาสามารถเอียงคอก้มหลบลูกธนูได้อย่างเฉียดฉิว ลอยเลยผ่านหน้าเขาไปโดยที่มีระยะห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นย่อมเป็นพลังทำลายอันสูงล้ำที่ปรากฏออกมา ลูกธนูที่พุ่งพลาดเป้าได้เข้าทำลายลำต้นไม้ใหญ่จนต้องแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆเลยทีเดียว
ฟิ้ววว ฟิ้ววว ฟิ้ววววว!!!
ในจังหวะต่อมา การโจมตีจากระยะไกลระลอกใหม่ก็มุ่งตรงเข้าเหมาเว่ยอย่างไม่ดละ ลูกธนูทั้งสามลูกถูกยิงออกมาสามครั้งซ้อนจากคนๆเดียวกัน เพียงแต่เหมาเว่ยที่กำลังเปลี่ยนทิศมุ่งสวนเข้าไปหาผู้ใช้ธนูตรงๆ ก็สามารถหลบเลี่ยงได้หมดโดยการกระโดดม้วนตัวพลิ้วกายไปตามยอดไม้ มิหนำซ้ำยังเล็งยิงอาก้าในมือโต้ตอบกลับอีกด้วย
วืดดด วืดด วืดดดด!!
ฟุบ ฟุบ ฟุบบบบบ!!!
แต๊กก แต๊กกก!!
“บ้าเอ้ย กระสุนหมดอีกแล้วหรอ”เหมาเว่ยสบถอย่างไม่สบอารมณ์พลางยัดปืนอาก้าลงไปในถุงจักรวาล จากนั้นเขาก็ล้วงหยิบปืนพกทั้งสองกระบอกออกมาจากเสื้อเพื่อเข้าปะทะต่อในทันที”แบบนี้ก็สวยสิ! เจ้านักธนู!”
แก๊กก แก๊กกก!!
โป้ง โป้ง โป้ง โป้งง!!
เมื่อเขาขึ้นลำปืนและเล็งปลายกระบอกทั้งสองไปทางลานกว้าง ก็สลับลั่นไกรัวยิงทั้งซ้ายและขวาออกไปอย่างสามนัด แต่ทว่า สาวกนักธนูกลับย่อตัวก้มลงเล็กน้อยและโยกกายไปทางซ้ายทีขวาที พลิ้วหลบกระสุนจากปลายกระบอกปืนได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่ในจังหวะต่อมาจะดีดตัวทะยานขึ้นสู่อากาศเล็งยิงปล่อยลูกธนูออกมาจากคันธนูโจมตีสวนกลับ
วืดด วืดด วืดด วืดดดดดด!!
ฟุบบบบบบบบ!!
วูบบบ!!
แต่ทว่า การง้างธนูยิงในครั้งนี้กลับปรากฏไอปราณบนหัวไหล่ของนักธนูหนุ่มอย่างแจ่มชัด ปราณที่ขับออกมาจากกายไหลไปตามท่อนแขนถูกชักนำไปรวมอยู่บนลูกธนูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะถูกยิงออกมาด้วยระยะที่เหลือเพียงอีกไม่กี่สิบก้าวก่อนที่เหมาเว่ยจะเข้าประชิดตัว
“หืม?”
ฟิ้วววว....!!
ย่างก้าวเลื่อนลอย!
วืบบ วืบบ วืบบบบ!!
วืดดด!!
ตูมมมมมมมมม!!
เหมาเว่ยสามารถเคลื่อนตัวหลบเลี่ยงส่ายไปส่ายมาจนลูกธนูเกิดพลาดเป้า เพียงแต่การระเบิดขนาดย่อมที่ส่งผลให้พื้นหินด้านหลังแตกกระจาย นับว่าสร้างความตกใจให้แก่เหมาเว่ยได้ไม่น้อยเลย
“หึ”เหมาเว่ยส่งเสียงเบาๆเมื่อมั่นใจว่าก่อนที่เท้าศัตรูจะลงมาสัมผัสพื้น เขาจะสามารถเข้าประชิดตัวมันได้อย่างไม่ยากเย็น
ท่าร่างอัสนี!
วูวว!
ในขณะนั้นเอง ช่วงที่เหมาเว่ยวิ่งไปตามพื้นหินด้วยท่าทางปกติ มันก็เร่งฝีเท้าขึ้นโดยการโคจรตามเคล็ดวิชาใช้ท่าร่างอัสนีในทันที ซึ่งเมื่อปราณภายในชีพจรถูกขับสู่ปลายเท้า สิ่งที่เกิดขึ้นก็ราวกับว่ามีกระแสสายฟ้าแล่นผ่านช่วงขาของเหมาเว่ยอยู่ตลอด เพียงชั่วอึดใจนั้นก็เริ่มเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆติดต่อกัน ก่อนที่ก้าวต่อไปของเหมาเว่ยจะส่งผลให้ร่างกายอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“หืม? เจ้าคนใช้อาวุธลับหายไปไหนแล้ว”นักธนูหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆขณะที่เท้ากำลังจะสัมผัสพื้น
เปรี้ยง..!!
เปรี้ยง..!!
เปรี้ยง..!!
เปรี้ยง..!!
ทันใดนั้นบนพื้นหินได้เกิดเสียงที่ดังสนั่นไหวหวั่นระรัวติดต่อกันกว่าหลายครั้ง ทุกย่างก้าวของเหมาเว่ยที่สัมผัสพื้นได้ก่อให้เกิดประกายแสงราวกับฟ้าแลบตามจุดที่ย่ำเท้าลงไป โดยเสียงก้าวเท้าที่เกิดในจังหวะนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเสียงฟ้าผ่าลงมาแม้แต่น้อย ทว่า เมื่อนักธนูหนุ่มมองหาไปบนพื้นก็พบเพียงคราบสีดำที่เป็นดั่งรอยไหม้ทิ้งไว้ดูต่างหน้าแต่กลับไม่พบคน สิ่งที่ฉายเข้ามาในดวงตาได้สร้างความตื่นตกใจให้แก่สาวกผู้ใช้ธนูเป็นอย่างมาก มากซะจนมือที่ถือคันธนูเกิดคลายตัวเผลอปล่อยอาวุธหลุดจากมือจนตกลงพื้น
แกร๊งงง แกร๊งงง!!
“รอยไหมนี่มัน? ไม่จริงน่า เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเกิดฝาสฟ้าขึ้นที่นี่ได้จริงๆหรอก ไม่มีทาง!! แล้วมันหายไปที่ใดล่ะ มันหายหัวไปไหน!!!”นักธนูหนุ่มยังคงจดจ่อกับร่องรอยบนพื้นเปล่งเสียงตะโกนไม่ยอมหยุด จู่ๆมันก็รู้สึกเย็นวาบมาจากโลหะที่กำลังแนบชิดด้านหลังศีรษะ ชั่วอึดใจนั้นยังได้ยินเสียงกระซิบเบาๆดังตามสายลมเข้ามาอีกด้วย
“ลาก่อนเจ้านักธนู!”
โป้งงงงง!!
ร่างนักธนูหนุ่มนิกายจันทร์ดับที่พอจะมีฝีมือคว้ำหน้าล้มตึงไปกับพื้นโดยไม่ไหวติง เลือดและมันสมองสดๆแตกกระจายไปทั่วส่งกลิ่นคาวติดปลายจมูกผู้ที่ลงสังหารจนแทบจะทนไม่ไหว ในเวลาต่อมาเหมาเว่ยก็รีบยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็คใบหน้าเพื่อนำเอาของเหลวที่กระเด็นมาติดออกไปให้หมด
“บ้าเอ้ยย เลือดเต็มหน้าเลย! กลิ่นคาวติดเต็มจมูก!”เหมาเว่ยสบถบ่นอยู่คนเดียวไปสักพัก แต่ชั่วอึดใจนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นเวลาหยุดพักแต่อย่างใด เมื่อมีกลุ่มสาวกสวมชุมคลุมดำพุ่งแทงกระบี่เข้าไปหาเขาจากทุกสารทิศเพื่อหวังจะปลิดชีวิต
ฟุบบบบบ!!
"ตายยย!!!!"
เช้ง เช้ง เช้งง เช้งง เช้งง เช้งงงง!!
ปลายกระบี่แหลมคมเงาแวววับนับสิบเล่มพุ่งเข้ามาโดยมีเป้าหมายเดียวกัน ทว่า ร่างชายหนุ่มที่เพิ่งจะเสร็จจากการใช้แขนเสื้อปาดใบหน้าตนเอง ก็รีบดีดตัวกระแทกปลายเท้าพลิ้วกายลอยขึ้นเพื่อเป็นการไปให้พ้นจากตำแหน่งเดิม มิหนำซ้ำเขายังหมุนตัวกางแขนกดปลายปืนสองกระบอกลง ทั้งยังเกร็งกระดิกนิ้วลั่นไกระรัวส่งเสียงดังก้องต่อไปอีกพักใหญ่กว่าที่จะสิ้นเสียงปืืน
โป้ง โป้ง โป้ง โป้งง โป้งง โป้งงงงง!!!
โป้ง โป้ง โป้ง โป้งง โป้งง โป้งงงงง!!!
“อ๊ากกก!!”
“อ๊ากกกกก!”
ตุบ ตุบ!!
แต๊กก แต๊กกกก!!
ร่างสาวกที่พุ่งเข้ามานับสิบต้องล้มลงภายใต้เสียงคำรามจากปลายปืนในช่วงเวลานั้น แต่ท้ายที่สุดก็เกิดเสียงที่บ่งบอกว่า อาวุธที่แสนจะทันสมัยจากต่างโลกได้สิ้นฤทธิ์ ถูกเหมาเว่ยกดจนหมดแม็กกาซีนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยเวลาอันรวดเร็ว
“หมดอีกแล้ว แฮ่กก แฮ่กก... งั้นก็ถึงคราวต้องใช้กระบี่บ้างสินะ แฮ่กก แฮ่กกกก!!”เหมาเว่ยเร่งรีบยัดปืนทั้งสองกระบอกเข้าไปในถุงจักรวาล พลางปลดกระบี่ที่สะพายไว้อยู่บนหลังลงมาถือต่อเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม”แฮ่กก แฮ่กก แฮ่กกกก!! กว่าจะจัดการพวกลิ้วล้อเหล่านี้ได้หมด เล่นเอาข้าต้องเสียเหงื่อไม่น้อยเลยจริงๆ”
ชิ้งงงง!!
เหมาเว่ยชักกระบี่ออกจากฝักแล้วนำมาถือด้วยท่าที่ทิ่มปลายกระบี่เฉียงลงไปกับพื้น และต่อจากนั้นก็พุ่งทะยานไปสู่กลุ่มคนของทั้งสองฝ่าย ที่ส่วนใหญ่จะกำลังต่อสู้กันอยู่ตรงบริเวณด้านหน้ากันอย่างดุเดือด จนเขาที่ไล่ล่าฆ่าฟันกันอยู่บนลานกว้างด้านหลัง แทบจะไม่จำเป็นต้องปกปิดอาวุธที่ใช้ดับลมหายใจของศัตรูเมื่อครู่แม้แต่น้อย
'ได้เวลาที่ข้าจะกลายเป็นจอมยุทธที่แท้จริงแล้วสินะ เห็นทีต้องนำเลือดเจ้าตัวหัวหน้ามาเซ่นกระบี่เล่มนี้เสียหน่อยแล้ว!!'
ฟุบ ฟุบ ฟุบบบบบ!!