บทที่ 26 รายการฝึกฝนใหม่
วินาทีที่ยูเมะถูกตัดออกจากระบบทุกสิ่งในสายตาก็ซีดจางลง สีสันทั้งหมดจางหายไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็สีขาวดำััของร่างกายหายไปราวกับกำลังหลอมละลาย
ความรู้สึกนี้ทำให้ยูเมะสั่นสะท้านอยู่ภายในใจความรู้สึกของการสูญเสียประสาทััทั้งหมดนั้นทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก
มันเป็ความรู้สึกที่เขาไม่เคยััมาก่อนอันที่จริงควรจะพูดว่าเขาไม่เคยััมันได้ชัดเจนถึงขนาดนี้มาก่อนจะถูกต้องกว่า
สิ่งเกิดขึ้นหลังจากการตัดระบบนั้นคงอยู่เพียงแค่วินาทีเดียวเท่านั้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนคนปกติไม่สามารถััได้
ทว่ายูเมะใน่เวลานี้ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดประสาทััของเขาตื่นตัวขึ้นถึงขีดสุด สมาธิไต่ระดับขึ้นจนถึงจุดที่ััได้ถึงการไหลเวียนของเวลาที่ช้าลง
ด้วยเหตุนี้ความรู้สึกที่เบาบางและน่าจะเกิดขึ้นเพียง1 วินาที จึงกลายเป็เด่นชัดและตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อมันตราตรึงอยู่ภายในใจจนกลายเป็ความหวาดกลัว
ในเสี้ยววินาทีนั้นโดยที่ตัวยูเมะเองก็ไม่รู้สึกตัว กลุ่มควันภายในช่องโพรงอกนั้นมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอย่างรุนแรงราวกับเมฆหมอกที่เผชิญกับพายุหมุน จนเกิดความปั่นป่วนเกิดขึ้น
แต่อึดใจเดียวมันก็สงบลงโดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆจะมีก็เพียงัับางอย่างที่ติดค้างอยู่ภายในช่องโพรงที่ทำให้ยูเมะได้สติกลับมา
ชั่วขณะนั้นทุกสิ่งที่มองเห็นก็เปลี่ยนไปแล้วมันกลายเป็สีดำพริบตาหนึ่ง ก่อนจะสว่างขึ้น ตามมาด้วยแสงไฟจากภายในเครื่องเคบินที่เปิดขึ้นในทันทีที่เขาได้สติ
หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจไฟในห้องก็เปิดขึ้นหลังจากเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวตรวจพบการเคลื่อนไหวภายในห้อง มันจึงเปิดขึ้นมา
การมองเห็นของยูเมะจึงกลับมาเป็ปกติอีกครั้งและทำให้เขาได้สติกลับมา
“นี่มัน..โดนตัดออกจากระบบงั้นหรือ”
หลังจากมึนงงไปชั่วขณะเขาก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองและรู้ว่าทำไมเขาถึงถูกตัดออกมา รอยยิ้มฝืนๆจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะหลับตาลงแล้วนิ่งเงียบไป
ด้วยความคุ้นเคยที่มีต่อสถานการณ์ในปัจจุบันเขาจึงรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เขาจึงไม่รีบลุกขึ้นแต่นั่งพักอยู่ในเครื่องเคบินต่อไป
ผ่านไปหลายอึดใจหลังจากจิตใจเริ่มผ่อนคลายใบหน้าของเขาก็ซีดลง อาการปวดหัวเกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนทำให้เขาต้องขมวดคิ้วด้วยความเ็ป
“แย่จริง! ไม่ได้เป็แบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะไม่น่าพลาดเลยจริงๆ”
ยูเมะถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะนอนอยู่ในเคบิน เขานอนจนกระทั่งเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้างเขาถึงลุกขึ้นมาจากเคบิน เดินออกมาหาน้ำดื่มด้วยความรู้สึกปวดหัว
ความรู้สึกนี้ไม่น่าคิดถึงเลยสักนิดแต่ก็น่าขำที่เขารู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้เป็อย่างมากเพราะในอดีตตอนที่เขาฝึกฝนสกิลท่าไม้ตายของเทพอสูรอาชูร่านั้นเขาฝืนตัวเองบ่อยมากจนถึงกับถูกตัดออกจากระบบไปหลายต่อหลายครั้ง
จนกระทั่งกลายเป็เื่ธรรมดาสำหรับเขาไปแล้วแต่การฝืนก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และทำให้เขากลายเป็ผู้เล่นเพียงคนเดียวที่สามารถต่อสู้ได้ด้วยแขนถึง6 ข้าง
การแยกประสาทััเพื่อควบคุมแขนทั้ง6 ข้างของเทพอสูรอาชูร่านั้น กลายเป็ท่าไม้ตายที่เขาภาคภูมิใจที่สุดและกลายเป็จุดแข็งที่ทำให้เขาชนะศัตรูได้มากมาย
ในครั้งนี้ก็เช่นกันแม้จะถูกตัดออกจากระบบ เขาก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ฝืนตัวเองแบบนี้เพราะการฝืนในครั้งนี้ทำให้เขาได้เห็นโลกใบใหม่โลกที่เขาไม่เคยััมาก่อน
“เป็ความรู้สึกที่สุดยอดไปเลยแฮะ..สุดยอดจริงๆ”
ยูเมะถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางหลับตาทบทวนความทรงจำที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างตั้งใจ ััถึงความรู้สึกที่ได้จากการควบคุมร่างกายได้อย่างสมบูรณ์
ความรู้สึกนี้แปลกประหลาดอยู่บ้างเพราะร่างกายที่เขาควบคุมนั้นเป็เพียงร่างอวตารของตัวละครในเกม
แต่ความรู้สึกนี้ก็ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจบางอย่างที่ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาสามารถัักับความรู้สึกนี้ในโลกแห่งความเป็จริงได้มันจะดีขนาดไหน
เพียงแค่คิดยูเมะก็รู้สึกตื่นเต้นจนร้อนวูบแล้วทว่าเขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นจนลืมตัว เขายังไม่ลืมว่าตัวเองเพิ่งจะถูกตัดออกมาจากระบบเขาจึงหลับตาลง สงบใจด้วยการทำสมาธิ
ไม่นานนักเขาก็เริ่มมองเห็นช่องโพรงภายในอกอีกครั้งอีกทั้งยังสังเกตเห็นความปั่นป่วนภายในกลุ่มหมอก จนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองมันด้วยความสนใจ
‘เกิดอะไรขึ้น ปกติมันไม่เป็แบบนี้นี่..’
ยูเมะขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ แต่หลังจากตรวจสอบความรู้สึกของตัวเองอย่างละเอียดรอบหนึ่งเขาก็ไม่พบความผิดปกติอะไร เขาจึงไม่ได้สนใจมันอีก
หลังจากดื่มน้ำล้างหน้าเล็กน้อยสีหน้าของเขาก็ดีขึ้นมาก แต่อึดใจนั้นเขาก็สังเกตเห็นคราบสีแดงดำบนผ้าเช็ดหน้าจนสีหน้าเปลี่ยนไป
‘นี่มัน..’
ยูเมะอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะสังเกตเห็นคราบสีแดงดำที่ดูเหมือนเมือกเคลือบอยู่บนิัคราบนี้ไม่ได้มีแค่ที่ใบหน้า แต่เกิดขึ้นในทุกส่วนของร่างกายแม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังเปื้อนเป็รอยสีแดงดำ
สีนี้ทำให้เขาใเล็กน้อยแต่ก็คิดได้อย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าน้ำขวดนั้นจะมีประโยชน์จริงๆ สินะคราบพวกนี้..คงต้องตรวจสอบสักหน่อย”
คิดแล้วยูเมะก็ขูดเอาเมือกออกมาส่วนหนึ่งแล้วใส่ไว้ในถาดแก้วสำหรับเก็บตัวอย่างจากนั้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ขับถ่ายเล็กน้อยแล้วเก็บตัวอย่างจากทั้งปัสสาวะและอุจจาระ
หลังจากเก็บตัวอย่างมาได้เขาก็ใส่ลงไปในเครื่อง ‘ตรวจสุขภาพประจำบ้าน’ ที่ใช้อยู่ประจำแล้วกลับเข้าห้องเพื่อนอนพัก
คืนนั้นเขาหลับลึกมากหลับแบบไม่รู้สึกอะไรเลย กว่าจะตื่นก็หลังจากได้ยินเสียงเคาะประตูห้องถึงได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอ่อนเพลีย
พอออกมาจากห้องในสภาพนั้นโนโซมิก็นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ด้วยความอ่อนใจแล้วส่ายหน้าทำราวกับผิดหวังเสียจนยูเมะอดไม่ได้ที่จะเขกหัวเธอไปทีหนึ่ง
“เยอะไปยัยเด็กน้อย!”
“อูว!! พี่! มือหนักไปแล้วนะ!!”
ยูเมะได้ยินแบบนั้นก็ใ จนต้องรีบเข้าไปดูหน้าผากของน้องสาวที่แดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดทำเอาเขาถึงกับรู้สึกผิดขึ้นมา
“พี่ขอโทษ! พี่กะแรงผิดไปหน่อย”
โนโซมิได้ยินแบบนั้นก็ยังเคืองไม่หาย เธอมองค้อนไปวงหนึ่งพลางลูบหน้าผากที่ถูกเขกจนแดงด้วยความเ็ป แต่ไม่นานนักเด็กสาวก็ยอมให้อภัยสองพี่น้องจึงยิ้มออกมาได้
ยูเมะที่ทำพลาดจึงไม่สามารถหนีบทลงโทษไปได้ซึ่งครั้งนี้เขาไม่พยายามต่อต้านเพราะความรู้สึกผิด เขาเลยเอาใจน้องสาวมากจนเธอถึงกับเหลิงไปทำเอาเขาถึงกับต้องยกมือขึ้นมาเพื่อขู่ เธอถึงจะสงบลง
สุดท้ายแม้จะวุ่นวายไปบ้างแต่มื้อเช้าก็ยังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เด็กสาวที่หน้ามุ่ยก็หาแผ่นบรรเทาปวดมาปิดที่หน้าผากซึ่งทำให้เธอไม่พอใจจนต้องหาหมวกมาสวมปิดเอาไว้
ยูเมะเห็นสภาพที่น่าตลกของน้องสาวก็อดยิ้มออกมาด้วยความขบขันไม่ได้ทำให้เขาถูกค้อนใส่ไปอีกวงหนึ่งจนต้องยอมแพ้
พอโนโซมิออกไปเรียนยูเมะก็อยู่กับแม่สองคน หญิงสาวที่สังเกตเห็นท่าทีของลูกทั้งสองมาั้แ่เช้าก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาด้วยความสงสัย
“วันนี้ทะเลาะกันหรือคะยูเมะจัง”
“ไม่ครับ ไม่ได้ทะเลาะกัน เป็ผมเองที่กะแรงพลาดเลยทำให้โนโซมิเจ็บ”
ยูเมะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ขณะที่ก้มลงมองมือตัวเองแล้วคิดถึงค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นมา
‘ดูเหมือนว่าเราต้องระวังให้มากกว่านี้แล้วสิ’
แม้จะสงสัยอยู่บ้าง แต่เนื่องจากลูกทั้งสองคนไม่ได้ทะเลาะกันหญิงสาวจึงไม่คิดอะไรมากนักเพราะเธอชินแล้วกับเื่แบบนี้ อันที่จริงเธอค่อนข้างจะมีความสุขมากใน่นี้เพราะลูกๆสนิทสนมกันเหมือนสมัยก่อน
บรรยากาศภายในบ้านก็อบอุ่นขึ้นมากทำให้เธอมีความสุขยูเมะเองก็เอาใจใส่เธอมากขึ้น ทำให้เธอมีความสุขจนไม่อยากคิดถึงปัญหาอื่น
เมื่อคลายความกังวลใจสองแม่ลูกก็คุยกันต่อไปอย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งถึงเวลางาน หญิงสาวก็กลับเข้าไปในห้อง
ยูเมะก็เริ่มทำกิจวัตรประจำวันที่ไม่ได้ทำก่อนหน้านี้นั่นคือการตรวจสอบภารกิจประจำวัน
“ภารกิจทำสมาธิอีกแล้วหรือเนี่ย แถมครั้งนี้ยัง..6ชั่วโมง นานอยู่นะ”
ระยะเวลาที่นานกว่าเดิมเกือบเท่าตัวนั้นทำให้ยูเมะรู้สึกกดดันเล็กน้อย แต่หลังจากเปิดดูภารกิจฝึกฝนประจำวันเขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อพบว่ารายการฝึกฝนนั้น มีรายการใหม่เพิ่มขึ้นมา
“ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้งั้นหรือ แถมนับเป็จำนวนชั่วโมงเสียด้วย..แปลกดีแฮะ”
รายการฝึกฝนใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานี้ต่างจากปกติจนสังเกตได้ เนื่องจากรายการนี้ไม่มีจำนวนที่ต้องทำรายละเอียดหลังรายการเป็ 0/0 ซึ่งหมายความว่ารายการนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้
แต่ในขณะเดียวกันมันก็หมายความว่ารายการนี้สามารถทำเพื่อชดเชยรายการอื่นได้เช่นกัน
เมื่อเห็นรายการนี้ยูเมะก็หยุดคิดไปเล็กน้อยเขาคิดว่าจะทำรายการนี้แทนการฝึกฝนตามปกติดีหรือไม่เพราะต่อให้การฝึกฝนประจำวันจะไม่หนักมากนักแต่การออกกำลังกายให้ครบทุกรายการก็ยังเสียเวลาค่อนข้างมาก
นอกจากนั้นเขายังรู้สึกว่าการฝึกฝนร่างกายด้วยศิลปะการต่อสู้น่าจะมีประโยชน์กว่า
ขณะที่คิดถึงเื่นี้เขาก็มองไปยังภารกิจประจำวัน พริบตานั้นดวงตาก็สว่างวูบขึ้นมาครั้งหนึ่ง
“ฝึก ‘มวยไท่เก๊ก’ แทนได้ไหม มวยชุดนี้ดูเหมือนว่าจะต้องใช้สมาธิมากถ้าฝึกฝนไปพร้อมกันได้ก็น่าจะดี”
หลังจากคิดถึงความเป็ไปได้นี่ ยูเมะก็เริ่มสนใจเพราะนอกจากมวยไท่เก๊กจะใช้ฝึกฝนสมาธิและร่างกายได้แล้วมันยังมีส่วนช่วยในการฝึกการควบคุมอีกด้วย
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เขา้าในตอนนี้พอดีพอคิดได้เขาก็ตั้งใจว่าจะลองดู
ขณะที่คิดถึงแผนการฝึกของวันนี้อยู่นั้นมายด์เบรนก็ส่งเสียงแจ้งเตือนออกมาก่อนจะมีหน้าต่างสื่อสารปรากฏขึ้นและเผยให้เห็นใบหน้าของเมโลดี้
“เมล”
“ยูเมะคุง! สบายดีสินะคะ”
“ครับผมสบายดี! เมื่อคืนต้องขอโทษด้วยนะผมฝืนเกินไปอีกแล้ว”
“ไม่เป็ไรค่ะ เมลเข้าใจ เมื่อคืนยูเมะคุงน่าทึ่งมากเลยนะคะนึกไม่ถึงเลยว่าจะทำได้ถึงขนาดนั้น”
“ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน! คิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะทำได้ดีขนาดนั้น”
ทั้งสองยิ้มให้กันเล็กน้อยแล้วคุยกันอีกนิดหน่อย จากนั้นจึงเริ่มคุยถึงกำหนดนัดของวันนี้ที่พวกเขานัดกันว่าจะไปออกกำลังกายด้วยกัน
เมื่อวันก่อนนั้นเนื่องจากยูเมะไม่อยากทำให้แพทย์หนุ่มสงสัยเขาเลยจงใจหยุดไปฝึกที่ศูนย์ฝึกวันหนึ่ง ซึ่งเขาก็บอกกับเมโลดี้แล้ว เธอจึงไปที่ศูนย์คนเดียวเพื่อทำความคุ้นเคย
ส่วนวันนี้พวกเขาสองคนนัดว่าจะไปออกกำลังกายด้วยกันแล้วแต่ก็ดันมาเกิดเื่เมื่อคืนเสียก่อนเมโลดี้เลยติดต่อมาหาเพื่อยืนยันกำหนดนัดอีกทีเพราะเธอกลัวว่ายูเมะจะไปไม่ไหว
“วันนี้เจอกันตามนัดนะเมล”
“ยูเมะคุงไหวแน่นะคะ”
“แน่นอน! การออกกำลังกายมันไม่ต้องใช้สมาธิมากขนาดนั้นนี่นอกจากนั้นเมื่อคืนผมก็นอนหลับดีมากเลย คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหา”
หลังจากยืนยันกันอีกเล็กน้อย สุดท้ายเมโลดี้ก็ไม่พูดอะไรอีก ทั้งสองนัดเวลากันอีกครั้งก่อนจะตัดการสื่อสารไป
ยูเมะก็ไปเตรียมตัวเพื่อไปฝึกฝนที่ศูนย์ฝึกซึ่งวันนี้เขาไปสายกว่าปกติเล็กน้อยเพราะอะไรหลายๆ อย่าง
หนึ่งนั้นเขาต้องดูผลตรวจจากอุปกรณ์ตรวจประจำบ้านก่อนซึ่งหลังจากได้ผลตรวจมา เขาก็พยายามอ่านมัน แต่ก็อ่านไม่เข้าใจเพราะมันมีค่าบางอย่างที่เขาไม่รู้จักจึงไม่เข้าใจว่าค่าพวกนี้มีผลอย่างไร
ส่วนค่าที่เขาคุ้นเคยดีนั้นเขาก็พอจะอ่านได้ แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ
หลังจากเห็นผลตรวจยูเมะก็ลังเลใจเพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะนำผลตรวจนี้ไปให้หมอที่รักษาเขาประจำตรวจสอบดูดีหรือไม่เพราะเขากลัวว่าหากหมอเห็นผลตรวจนี้เขาจะถูกสงสัยได้ว่าไปทำอะไรมา
ยูเมะลังเลใจอยู่นานทีเดียวเนื่องจากเขาค่อนข้างนับถือหมอที่ดูแลเขามาั้แ่เด็กมาก เขาเลยไม่อยากโกหกแต่ก็ไม่อยากปิดบังด้วยเช่นกัน เขาจึงลังเลใจอยู่นานจนคิดไม่ตก
สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงบันทึกผลตรวจเอาไว้ในมายด์เบรนแล้วออกไปศูนย์ฝึกตามนัด
ในตอนที่นั่งรถยูเมะจมอยู่กับความคิดของตัวเองมากไปหน่อยเขาเลยไม่ทันสังเกตรอบตัว เขาเลยไม่รู้ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งมองเขาอยู่หญิงสาวที่แนะนำตัวกับเขาไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ชีอา
หญิงสาวมองดูยูเมะด้วยความสงสัยเธอคิดที่จะทักทายเขาแล้วตอนที่เห็น แต่เมื่อเห็นว่าเขามองผ่านเธอไปราวกับมองไม่เห็นทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ และเกิดเป็ความสงสัย
ทว่าชีอาก็ไม่ได้สนิทกับยูเมะมากนักหญิงสาวจึงไม่ได้พยายามนักและปล่อยให้เขาคิดต่อไปโดยไม่ทักทาย
จนกระทั่งยูเมะลงมาจากรถประจำทางและเดินตรงไปยังศูนย์ฝึกเขาถึงได้สังเกตเห็นชีอาที่เดินมาพร้อมกันพวกเขาถึงได้ทักทายกันเล็กน้อย
แต่ก็เป็เพียงแค่การทักทายง่ายๆอย่างการกล่าวสวัสดีเท่านั้น จากนั้นชีอาก็แยกไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของผู้หญิงส่วนยูเมะก็ไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของผู้ชาย
ทั้งสองแยกกันไปโดยไม่ได้คิดอะไรมากเพราะพวกเขาไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก
แต่หลังจากเข้าไปในศูนย์ฝึกในเขตออกกำลังกายที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมายเพราะเป็วันศุกร์ที่เขตต่อสู้ปิด
ยูเมะก็กลายเป็จุดเด่นอย่างรวดเร็วเนื่องจากความสวยงามและรูปร่างที่โดดเด่นของเมโลดี้ในชุดออกกำลังกาย
เมื่อรวมเข้ากับความสนิทสนมของพวกเขาที่เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนว่าเป็คู่รักลูกค้าผู้ชายส่วนใหญ่ก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
แม้กระทั่งลูกค้าที่เป็ผู้หญิงก็ยังมีท่าทีประหลาดใจทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาสองคนต่างกันมากเกินไป ต่างกันจนทำให้ผู้คนส่วนใหญ่รับไม่ได้
ทว่าสิ่งที่ทำให้ยูเมะประหลาดใจที่สุดไม่ใช่เื่นี้แต่เป็เื่ที่ชีอายืนอยู่กับเมโลดี้ต่างหาก อีกทั้งสองสาวยังมีท่าทีที่ดูเหมือนจะรู้จักกันมาก่อนอีกด้วย
เมื่อยูเมะปรากฏตัวบรรยากาศระหว่างพวกเขาจึงแปลกไปบ้าง หนึ่งนั้นเขากับชีอามีความสัมพันธ์ที่ประหลาดพวกเขาเป็คนคุ้นเคยที่ไม่ได้สนิทสนมกัน ถึงขั้นที่มีแรงต้านต่อการทำความรู้จักกันเสียด้วยซ้ำ
ต้องบอกว่าหากวันนั้นชีอาไม่อุทานออกมาตอนที่เห็นเขาพวกเขาสองคนก็คงไม่ได้ทำความรู้จักกันและตอนนี้ เนื่องจากเมโลดี้ พวกเขาจึงถูกบังคับให้ทำความรู้จักกันอีกครั้ง