ลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนที่ขึ้นสู่ชั้นสูงสุดอย่างเงียบเชียบ… ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นอาณาจักรของ ไคล์ วาเลน
พิมพ์ดาวก้าวออกมาด้วยความรู้สึกกึ่งฝัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือทัศนียภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับราวกับอัญมณีทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตาผ่านผนังกระจกสูงตระหง่านจากพื้นจรดเพดาน
เพนท์เฮาส์แห่งนี้… ทั้งชั้นถูกออกแบบมาเพื่อคนเพียงคนเดียว พื้นหินอ่อนสีขาวนวลสะท้อนเงาไฟจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับราวกับผิวน้ำ
“ที่นี่…” พิมพ์ดาวพึมพำเสียงแ่ ความหรูหรา ทำให้เธอรู้สึกตัวเล็กลงถนัดตา
เมย์ที่เดินตามหลังมาติดๆ ถึงกับต้องอ้าปากค้างพลางกระซิบข้างหูเพื่อน
“ดาว... นี่มันบ้านหรือโรงแรมห้าดาวกันแน่แก? พื้นที่ตรงโซฟาหนังนั่นน่ะ ใหญ่กว่าคอนโดฉันทั้งห้องอีกนะ!”
ไคล์เดินนำหน้าพวกเธอไปอย่างคุ้นชิน เขาโยนกุญแจรถลงบนโต๊ะหินอ่อนข้างโถงทางเดิน ก่อนจะหันกลับมามองพิมพ์ดาวที่ยังยืนนิ่งอยู่ แสงไฟวอร์มไวท์ขับเน้นให้ใบหน้าคมคายของเขาดูอ่อนโยนลงกว่าตอนที่จัดการพวกนักฆ่าเมื่อครู่
“ทำตัวตามสบายนะพิมพ์ดาว” ไคล์เอ่ยเสียงทุ้ม “ที่นี่คือเขตปลอดอิทธิพลของศัตรู... และเป็พื้นที่ส่วนตัวที่ผมไม่เคยอนุญาตให้ผู้หญิงคนไหนก้าวเข้ามา”
เขามองสบตาเธอตรงๆ สายตาคมลึกนั้นแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้พิมพ์ดาวต้องหลบตา “ยกเว้นคุณ... เพียงคนเดียว”
เมย์แกล้งทำเป็มองนกมองไม้ไปทางอื่น แต่หูผึ่งรอฟังเต็มที่ พิมพ์ดาวเม้มริมฝีปากแน่นพยายามรักษามาดทนายความ
เขาทิ้งพิมพ์ดาวให้ยืนอึ้ง แล้วเดินเข้าไปด้านใน ผ่านไปไม่นาน .. ไคล์เดินออกมาจากส่วนในของเพนท์เฮาส์ เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่เพียงเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเืที่หลังมือและแผลเป็จางๆ ที่มือ
“ห้องของคุณอยู่ทางนี้” เขาพูดเรียบๆ พลางผายมือไปทางด้านซ้าย
พิมพ์ดาวยืนนิ่งกอดอกแน่น ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้น “ฉันยังไม่ได้ตกลงว่าจะอยู่ที่นี่นะคะคุณไคล์”
ไคล์มองเธอนิ่งๆ ั์ตาสีเข้มลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ผู้ชายสามคนเพิ่งพยายามจับตัวคุณในออฟฟิศ... และพวกมันไม่ได้ทำเพราะความแค้นส่วนตัว”
เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “มีคนสั่งการอยู่เื้ั และเป้าหมายของมันคือ ‘กำจัด’ ทุกคนที่อยู่ข้างผม”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที พิมพ์ดาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็เส้นตรง เธอเป็ทนายย่อมรู้ดีว่ารูปการณ์แบบนี้ไม่ใช่เื่ล้อเล่น
“จนกว่าผมจะจัดการกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก...” ไคล์ย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนการปกป้องมากกว่าการบังคับ “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ”
เมย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบสะกิดแขนเพื่อนยิกๆ พร้อมกระซิบเสียงแ่
“ดาว... อยู่เถอะแก ชีวิตสำคัญกว่าศักดิ์ศรีนะ อีกอย่าง... ที่นี่หรูอย่างกับวัง!”
พิมพ์ดาวถอนหายใจยาวอย่างจำนนต่อเหตุผล และเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง สุดท้ายเธอก็พยักหน้าช้าๆ
“ก็ได้ค่ะ... แค่จนกว่าเื่จะจบลงเท่านั้นนะ”
ไคล์ปรายสายตามองเมย์ที่ยืนทำตัวลีบอยู่ข้างหลังพิมพ์ดาว ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าลิฟต์
“วิน... จัดรถคุ้มกันไปส่งเพื่อนคุณพิมพ์ดาวให้ถึงบ้าน”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องมองเมย์จนสะดุ้งตัวโยน “ไม่สิ .. ส่งให้ถึงประตูบ้านเลย”
เมย์ตาโตเท่าไข่ห่าน รีบโบกมือเป็พัลวัน “ไม่เป็ไรค่ะท่านประธาน! ส่งแค่หน้าปากซอยก็ได้ค่ะ!”
“ไม่ได้ครับ” ไคล์ตอบเรียบๆ แต่หนักแน่น “เพื่อนของ ‘ผู้หญิงของผม’ ต้องปลอดภัยที่สุด”
คำว่า ‘ผู้หญิงของผม’ ทำเอาพิมพ์ดาวหน้าเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ เธอรีบเดินเข้าไปหาเมย์แล้วกุมมือเพื่อนไว้แน่น
“แกกลับดีๆ นะเมย์ ถึงบ้านแล้วไลน์บอกฉันด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติโทรหาฉันทันที...”
“เออๆ... ฉันว่าฉันปลอดภัยกว่าแกเยอะดาว ดูบอดี้การ์ดพวกนี้สิ อย่างกับจะไปรบ” เมย์กระซิบพลางเหลือบมองชายชุดดำสี่คนที่เตรียมพร้อมรอรับเธอ
“แกนั่นแหละ... อยู่ที่นี่ระวังตัวด้วยนะ รังอีกามันอันตราย แต่เ้าของรังดูท่าจะอันตรายกว่า”
เมย์ขยิบตาให้เพื่อนเป็เชิงล้อเลียนก่อนจะยอมเดินตามลูกน้องของไคล์เข้าลิฟต์ไป ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมเพนท์เฮาส์หรูอีกครั้ง
เมื่อลิฟต์ปิดสนิท พิมพ์ดาวหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ แสงไฟสลัวจากโคมระย้าทำให้บรรยากาศระหว่างเขาและเธอดูตึงเครียดและอึดอัดขึ้นมาทันที
“ขอบคุณที่ไปส่งเพื่อนฉันค่ะ” พิมพ์ดาวเอ่ยทำลายความเงียบ
⸻
ไคล์นำทางพิมพ์ดาวไปยังห้องนอนของเธอที่เขาเตรียมไว้ให้
พิมพ์ดาวก้าวเข้าไปในห้อง กวาดตามองกองเสื้อผ้า แบรนด์เนมหลากหลายสไตล์ที่ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ ทั้งชุดลำลองเนื้อผ้าชั้นดีไปจนถึงชุดราตรีสุดหรู ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกเลือกมาให้พอดีกับรูปร่างของเธออย่างไร้ที่ติ
“คุณวางแผนล่วงหน้ามานานแค่ไหนแล้วค่ะ” พิมพ์ดาวถามพลางกอดอก สายตาจ้องเขม็งเพื่อคาดคั้นความจริง
ไคล์ที่ยืนพิงกรอบประตูห้องนอนด้วยท่าทางผ่อนคลาย ยกยิ้มมุมปาก “ก็ั้แ่วันที่ผมรู้ว่า... ผู้ชายคนนั้นดูแลคุณได้ไม่ดีพอ”
คำตอบที่ตรงไปตรงมาทำเอาพิมพ์ดาวอึ้ง เธอหันกลับไปคว้าชุดคลุมอาบน้ำขึ้นมาถือไว้เพื่อแก้เก้อ
“คุณน่ากลัวกว่าที่ฉันคิดนะคุณไคล์ วางแผนชีวิตคนอื่นเหมือนวางหมากบนกระดาน”
ไคล์ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ “ผมไม่ได้วางแผนชีวิตคุณ... ผมแค่เตรียม ‘ที่ทาง’ ของคุณในชีวิตของผม”
เขามาหยุดยืนหน้าเธอ ระยะที่ใกล้จนพิมพ์ดาวััได้ถึงกลิ่นกายของเขาจางๆ
“อาบน้ำพักผ่อนซะ พิมพ์ดาว... ของทุกอย่างที่นี่เป็ของคุณ ทั้งเสื้อผ้า ห้องนี้ หรือแม้แต่...”
เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูจนเธอขนลุกซู่ “เ้าของบ้านคนนี้... ถ้าคุณ้า”
ไคล์ผละออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทันได้ต่อว่า ทิ้งให้พิมพ์ดาวยืนใจสั่นอยู่กลางห้องนอนกว้างเพียงลำพัง เธอเดินไปที่ระเบียงส่วนตัว มองดูแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ
ความปลอดภัยที่เขาหยิบยื่นให้ มันช่างหรูหรา เย้ายวน และ อันตราย ต่อหัวใจของเธอเหลือเกิน
⸻
คืนนั้น พิมพ์ดาวขยับไปมาใต้ผ้าห่มครั้งแล้วครั้งเล่า ความเงียบ และความไม่คุ้นชินสถานที่ ทำให้เธอนอนไม่หลับ สุดท้ายจึงตัดสินใจลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมเดินออกมาดื่มน้ำที่ห้องครัว แล้วก็เดินไปรับลมที่ระเบียง
ลมกลางคืนพัดผ่านเบาๆ นำเอาความเย็นสดชื่นมาปะทะหน้า วิวเมืองเบื้องล่างสว่างไสวด้วยแสงไฟ สวยงามราวกับภาพวาด
เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ไคล์ เดินออกมาหยุดยืนข้างเธอ ในมือถือแก้ววิสกี้
เขาเงียบอยู่พักใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบทำงานร่วมกับเสียงลม ก่อนจะเอ่ยถามทำลายความเงียบ
“กลัวไหม?”
พิมพ์ดาวส่ายหัวช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปยังวิวเบื้องหน้า
“ไม่ค่ะ... ความกลัวมันผ่านไปั้แ่อยู่ในออฟฟิศแล้ว”
เธอหันมาสบตาเขาตรงๆ แสงจันทร์เลือนลางขับเน้นให้ดวงตาของเธอดูเด็ดเดี่ยว “แต่ฉันอยากรู้ความจริง”
ไคล์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จิบวิสกี้ช้าๆ ก่อนจะถามกลับ “เื่อะไรล่ะ?”
“ศัตรูของคุณ” เธอพูดตรงเข้าประเด็นตามนิสัยทนายความ
“พวกเขาตามฉันเพราะอะไร แค่เพราะฉันเป็ทนายให้คุณ หรือเพราะมีอะไรที่มากกว่านั้น?”
ไคล์วางแก้วลงบนราวระเบียง เขาขยับเข้าใกล้เธอ
“พวกมันไม่ได้ตามคุณ เพราะคุณมาทำคดีให้ผมหรอกพิมพ์ดาว... แต่พวกมันรู้ว่าคุณคือ ‘จุดอ่อน’ ที่ผมซ่อนไว้มาตลอดสามปี”
เขาก้มลงมองสบตาเธอ แววตาคมลึกฉายแววอำมหิตวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงคนกลุ่มนั้น
“การฆ่าผมมันยาก... แต่การพราก ‘หัวใจ’ ไปจากผมมันง่ายกว่า และพวกมันก็ฉลาดพอที่จะเลือกทางที่เ็ปที่สุดสำหรับผม”
พิมพ์ดาวชะงักไปกับคำว่า ‘หัวใจ’ ที่หลุดออกมาจากปากมหาเศรษฐีผู้เ็า
“คุณพูดเหมือน... ฉันสำคัญกับคุณมาก”
ไคล์ยกมือขึ้นััปอยผมที่ปลิวระใบหน้าเธออย่างแ่เบา
“สำคัญกว่าชีวิตของผมที่เหลืออยู่เสียอีก... อยากรู้ไหมล่ะว่าทำไม?”
บรรยากาศบนระเบียงเพนท์เฮาส์เงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านยอดตึกสูง
“เพราะคุณคือผู้หญิงคนเดียว...” ไคล์ย้ำประโยคนั้นพลางก้าวเข้าหาเธออีกหนึ่งก้าว ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ
“ผู้หญิงคนเดียวที่ช่วยคนแปลกหน้าโดยไม่สนว่าเขาจะเป็อาชญากรหรือมหาเศรษฐี” ฝ่ามือหนา เอื้อมมาััแก้มเนียนของเธออย่างแ่เบา
“ผู้หญิงคนเดียวที่กล้าด่าผมตอนที่ผมกำลังจะตาย ว่าห้ามตายนะ เธอไม่อยากเป็พยานคดีพบศพ”
พิมพ์ดาวอ้าปากค้าง … ภาพในอดีตเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมา ภาพที่เธอช่วยทำแผลให้ชายคนหนึ่งในซอกตึก
“คุณ…. คุณคือผู้ชายคนนั่นหรอ?”
ไคล์มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บกดมานาน
“สามปีที่ผมเฝ้ามองคุณอยู่ห่างๆ เห็นคุณยิ้ม เห็นคุณร้องไห้เพราะไอ้ผู้ชายที่ไม่เห็นค่าคุณคนนั้น...”
“ผมเกือบจะฆ่ามันทิ้งหลายครั้ง แต่ผมก็ต้องหยุดตัวเองไว้ เพราะผมรู้ว่าคุณชอบใช้กฎหมายมากกว่ากำลัง... ผมรอจนวันที่คุณเป็อิสระ พิมพ์ดาว”
พิมพ์ดาวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน ผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในวงการโลจิสติกส์ ผู้ชายที่ใครๆ ก็บอกว่าเืเย็นน่าเกรงขาม กลับใช้เวลาสามปีเพียงเพื่อ ‘รอ’ ทนายความตัวเล็กๆ อย่างเธอ
“คุณบ้าไปแล้ว...” เธอพึมพำเสียงสั่น
“ใช่ ผมบ้า” ไคล์ยอมรับ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแตะกับเธอ
“บ้าที่รักผู้หญิงที่จำหน้าผมไม่ได้ด้วยซ้ำ... แต่ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป ผมจะทำให้คุณจำผมได้ในทุกลมหายใจ”
เขาลดสายตาลงมองริมฝีปากบางของเธออย่างมีความหมาย บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาแม้ลมกลางคืนจะเย็นจัด
“และตอนนี้ คุณก็มาอยู่ข้างๆ ผมแล้ว...” เขาพึมพำชิดริมฝีปาก “ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป”